Monday, 15 June 2026
Politics

ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความยินดีกับ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ เมื่อ 22 พฤษภาคม 2565

‘เอ้ สุชัชวีร์’ โทรสายตรงยินดี ‘ชัชชาติ’ ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หลังทราบผลคะแนนไม่เป็นทางการนำโด่ง

เมื่อ 22 พฤษภาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ สูสีกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคก้าวไกล ที่อันดับ 2 และ 3 ให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ หลังยอมรับความพ่ายแพ้ โดยบอกว่าได้โทรศัพท์หานายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อแสดงความยินดี

ก็ได้คุยกัน ยินดีกับพี่เขาจริงๆ ครับ โทร.ไปแล้วก็บอกว่า ‘พี่ชัชชาติ เอ้ แสดงความยินดีกับพี่นะ สุดยอดจริงๆ มีอะไรให้เอ้ช่วยพร้อมเสมอครับ แล้วเราก็เป็นพี่น้องกัน เพราะเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันครับ’ นายสุชัชวีร์ กล่าว

'ปานเทพ' วิเคราะห์ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ 'กทม.-ส.ก.' ชี้!! กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปแล้ว

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมระบุ กรุงเทพเปลี่ยนไปแล้ว ว่า...

1. ฝ่ายอนุรักษ์เดิมมีคะแนนลดลงโดยรวมอย่างมาก รวมทั้งประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ และเชื่อว่าจำนวนของกลุ่มนี้ได้ย้ายข้างไปเลือกชัชชาติมากขึ้นด้วย และถือว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในรอบ 11 ปี ส่วนหนึ่งประชากรกลุ่มนี้มีจำนวนลดลง ด้วยเสียชีวิตตามวัย ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่เคยสนับสนุนรัฐบาล กลับไม่พอใจการบริหารรัฐบาลในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ฐานเดิมของพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 คะแนนคือ 1,408,971 คน (45.42%) แต่การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. 2565 คะแนนขอคุณชัชชาติ + คุณวิโรจน์ +คุณศิธา รวมกันได้ 1,711,062 คน (63.99%)  โดยรวมแล้วผ่านไป 3 ปี ปีกต่อต้านรัฐบาลมีคะแนนเพิ่มขึ้น 302,091 คะแนน หรือส่วนที่เพิ่มขึ้นมา 18.57%

ในขณะที่ฐานเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 คะแนนคือ 1,266,713 คน (40.84%) แต่การเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. 2565 คะแนนของคุณสุชัชวีร์ + คุณสกลธี + คุณอัศวิน + คุณรสนา รวมกันได้ 777,018 คะแนน (29.08%)  โดยรวมแล้วผ่านไป 3 ปี ปีกฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนลดลง 489,695 คะแนน หรือส่วนที่ลดลงไป 11.76%  

ดังนั้นต่อให้มี “ทิศทางโหวตยุทธศาสตร์รวมกัน 4 คน” ก็ยังแพ้คุณชัชชาติคนเดียวอยู่ดี ไม่เกี่ยวกับว่าต้องมีใครสั่งการหรือไม่ แสดงให้เห็นว่านอกจากจะมีเสียงย้ายข้างไปที่คุณชัชชาติแล้ว กลุ่มปีกแดงยังได้แนวร่วมคนกลางๆไปมากขึ้นกว่าเดิมด้วย และถือเป็นความตกต่ำของฐานเสียงที่เคยสนับสนุนรัฐบาล สอดคล้องไปกับโพลคะแนนความนิยมของรัฐบาลตกต่ำลงมาโดยตลอด

'ธันวา' ปลื้ม!! 'ชัชชาติ' ปัดตบมุกเสี้ยมจากนักข่าว ย้ำชัด!! ขอเป็นผู้ว่าฯ ของคนกรุงเทพฯ ทุกคน

นายธันวา ไกรฤกษ์ ทีมโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงท่าทีของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หลังถูกนักข่าวถามเสี้ยม ระบุว่า...

...ได้ฟังคุณชัชชาติให้สัมภาษณ์ที่สวนลุมเมื่อเช้า มีนักข่าวสำนักนึง พยายามถามเสี้ยมประมาณว่า...

"ผลคะแนนที่ออกมาถือเป็นการสั่งสอนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและรัฐบาลรู้ตัวว่าประชาชนไม่ศรัทธาต่อไปแล้ว ควรคืนอำนาจได้แล้วใช่หรือไม่ รวมถึงผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ก. ที่ฝ่ายประชาธิปไตยได้เก้าอี้เป็นจำนวนมากนั้น ก็เป็นการตอกย้ำข้อเท็จจริงดังกล่าวใช่หรือไม่"

คุณชัชชาติ ตอบอย่างชัดเจนว่า "อย่าไปพูดอะไรแบบนั้นเลยครับ อย่าแบ่งคนออกเป็นฝ่ายๆ และอย่าถือว่าใครเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ผมพยายามเป็นผู้ว่าของคนกรุงเทพทุกคน เพื่อให้เดินหน้าไปด้วยกัน"

‘เพื่อไทย’ โว!! ผลคะแนนกทม.เชื่อมต่อสนามใหญ่ ชี้!! ปัญหาปากท้องไม่สิ้นสุด เร่งประชาชนไม่ทน

พรรคเพื่อไทย ขอบคุณพี่น้องประชาชน ไว้วางใจเลือก ‘ส.ก.เพื่อไทย’ มารับใช้คนกรุงเทพฯ มุ่งหน้าผลักดันนโยบายให้เป็นจริง คืนความมั่งคั่งและชีวิตที่ดีกว่าให้คนกรุงเทพฯ ชี้ผลเลือกตั้งสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน 

พรรคเพื่อไทย นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ( ส.ก.), นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค ร่วมกันแถลงขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่ลงคะแนนเสียงเลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทย 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่ได้ลงคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. และเลือก ส.ก.ด้วยเสียงของประชาชน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องคนกรุงเทพฯ ทุกคน และขอขอบคุณที่พี่น้องที่ร่วมกันลงคะแนนเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ ด้วยความหวังร่วมกันที่จะพาประเทศออกจากวิกฤตที่บอบช้ำ และขอแสดงความยินดีกับ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน เพื่ออนาคตบ้านเมืองอนาคตลูกหลาน และขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้งในวันนี้

‘พิธา’ ชี้!! ‘คนกรุงเทพ’ สั่งสอนคณะรปห.ผ่านการเลือกตั้ง ตอกย้ำ 8 ปี รัฐประหาร คือ ความล้มเหลว

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯและสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) ว่า วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ สมาชิกสภากรุงเทพ ยังเป็นวันครบรอบ 8 ปีการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากประชาชน บดขยี้ประชาธิปไตยของพวกเราทุกคน

“8 ปีผ่านไป ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าการรัฐประหารคือความล้มเหลว ถึงแม้ว่าคณะรัฐประหารจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อฉุดรั้งสังคมไทยไม่ให้เดินหน้า ทั้งการร่างกติกาที่บิดเบี้ยว การทำลายกลไกประชาธิปไตย และบ่อนทำลายกำลังของภาคประชาชน จาก คสช. มาจนถึงรัฐบาลประยุทธ์ที่รวบรวมนักการเมืองที่ไม่ได้เห็นคุณค่าของประชาธิปไตยมาไว้ด้วยกัน

“ความเลวร้ายของการรัฐประหาร ตลอดจนความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลประยุทธ์และคณะ ได้ทำให้ประเทศไทยถดถอยและล้มเหลวอย่างน่าอับอาย จนประชาชนไม่อาจฝืนใจเลือกตัวแทนที่เป็นซากเดนจากมรดกรัฐประหารได้อีกต่อไป จากที่เห็นกันในการเลือกตั้งครั้งนี้”

‘หริรักษ์’ ไขคำตอบ ทำไมโพล Top News ตีสวน หลังทุกโพลยก ‘ชัชชาติ’ นำโด่งนั่งตำแหน่งผู้ว่าฯ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีโพลที่มีผลลัพธ์แตกต่างกัน โดยเฉพาะจาก Top News ว่า…

ที่เห็นในภาพเป็นการโพสต์ของ เพจๆ หนึ่งใน face book ที่จงใจทำให้ผู้ที่เห็นเชื่อว่า Top News เป็นสื่อที่ใช้ไม่ได้ เชื่อถือไม่ได้ โดยเอาผลโพลของสำนักต่างๆมาแสดงเทียบกับผลสำรวจของ Top News ทั้งที่รู้ว่ามันเทียบกันไม่ได้เพราะ Top News เขาให้ผู้ชมของเขาโหวตเข้ามา 

ผลที่ออกมาจึงไม่ได้มากจากกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มโดยใช้หลักสถิติ เรียกว่า Random Sampling เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนของประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด แต่ของ Top News ไม่ได้เป็นกลุ่มตัวอย่างอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงกลุ่มที่กำลังดูรายการข่าวอยู่เท่านั้น ผลจึงออกมาอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

'หมอเหรียญทอง' ชี้อย่าเพิ่งมีอคติต่อ 'ชัชชาติ' ลั่น ต้องให้โอกาสทำงาน แม้จะยังไม่ไว้ใจ

วันที่ 24 พฤษภาคม 2565 พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้ออกโพสต์แสดงความคิดเห็นส่วนตัวถึงการชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อย่าเพิ่งมีอคติ หรือมีมโนภาพจินตนาการไปในทางเลวร้ายว่า ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ และคณะจะมาบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ ถึงแม้เราอาจจะไม่ไว้วางใจหรือมีความรู้สึกหวาดระแวงพวกเขาก็ตาม

เราต้องยอมรับว่าเสียงส่วนใหญ่เลือกเขามา ขณะเดียวกันการที่เขามาจากเสียงส่วนใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ สิ่งที่เขาจะทำยังคงต้องเป็นไปตามครรลองคลองธรรมตามกฎหมาย เพื่อชาติบ้านเมือง

การที่ผู้ว่าฯ กทม.และคณะจะประสบความสำเร็จหรือบริหารราชการเมืองไปได้ด้วยดีนั้น ผู้ว่าฯ กทม และคณะจะต้องคำนึงถึงความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วย หาก ผู้ว่าฯ กทม และคณะ หาได้ใส่ใจ ไม่ใยดียี่หระต่องานรักษาความมั่นคงและความสงบสุขเรียบร้อยของเมือง คือ กทม. แล้ว ผู้ว่าฯ กทม.และคณะก็จะประสบปัญหาร้ายแรงจนไม่อาจดำรงอยู่ได้

‘ไอติม’ แนะ ‘ประยุทธ์’ ดูกรุงเทพฯ เป็นตัวอย่าง ผู้บริหารสูงสุดทุกจังหวัด ควรมาจากการเลือกตั้ง

‘ไอติม’ แนะ ‘ประยุทธ์’ ต่อยอดจากเลือกตั้งผู้ว่า กทม. โดยการขานรับข้อเสนอการกระจายอำนาจของคณะก้าวหน้า เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดของทุกจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง 

พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล กล่าวถึง คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่แสดงความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งใน กทม. ไม่สะท้อนกระแสนิยมของรัฐบาล เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งในจังหวัดเดียว ว่าเป็นคำพูดที่ชวนให้ตั้งคำถามต่อ ว่าทำไม กทม. จึงเป็นเพียงจังหวัดเดียว ที่มีผู้บริหารสูงสุดที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนในพื้นที่

เพราะแม้จังหวัดอื่นทั่วประเทศ มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่สังกัดราชการส่วนท้องถิ่น แต่อำนาจส่วนใหญ่ในการบริหารจัดการจังหวัด กลับตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจากการแต่งตั้งโดยราชการส่วนกลาง ในขณะที่ส่วนท้องถิ่นยังต้องเจอกับข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนในแต่ละจังหวัดได้เท่าที่ควร

นอกจาก กทม. จะผูกขาดอำนาจ มูลค่าทางเศรษฐกิจ และบริการสาธารณะที่มีคุณภาพไว้แล้ว ความแตกต่างในเชิงโครงสร้างการบริหารจังหวัด ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่าง กทม. และ จังหวัดอื่นๆ ที่เรื้อรังมายาวนาน

‘ทิพานัน’ ยกคังคุไบ สวน ‘ทักษิณ’ เรื่องความซื่อสัตย์ ชี้ แค่ความซื่อตรงยังไม่มี อย่าริสอนจริยธรรมคนอื่น

‘ทิพานัน’ ยก ‘คังคุไบ’ ตอกกลับ ‘ทักษิณ’ เรื่องความซื่อสัตย์ จากโสเภณีกลายเป็นนายกกามธิปุระ ส่วน ‘นายกฯ ทักษิน’ กลายเป็น นักโทษหนีอยู่คดีอยู่ดูไบ’ เพราะโกง แนะถอดบทเรียนด่วน กระซิบรีบกลับไทยมารับโทษ ก่อนสอนจริยธรรมคนอื่น

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียกข้อคิดจากภาพยนตร์อินเดีย ‘คังคุไบ’ สอนการเป็นผู้นำต้องเห็นใจ และเคารพคนอื่นว่า ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนอกจากจะให้ความบันเทิง ยังให้ข้อคิดในหลากหลายมุมมาก หนึ่งในข้อคิดที่อยากจะชวนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้ขบคิดไปพร้อมๆกันก็คือ  Be Honest ความซื่อสัตย์และจริงใจจะทำให้คุณเป็นคนที่ดีกว่าเดิม  ในประโยคที่คังคุไบพูดในภาพยนตร์ว่า ‘..คนจะคิดว่าเราไม่ซื่อสัตย์ก็ไม่เป็นไร แต่จงทำงานสกปรกด้วยความซื่อสัตย์ด้วยความจริงใจอย่างที่สุด…’ ซึ่งถ้าเปรียบประโยคนี้ กับสุภาษิตของไทย ใกล้เคียงกับสุภาษิตที่ว่า ‘ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน’ แล้วทำไมคังคุไบถึงพูดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าใครจะไม่เห็นว่าเธอซื่อตรงกับตัวเองและเต็มที่กับงานแค่ไหน ถึงแม้ว่างานของเธอจะไม่ถูกยอมรับในสังคมแค่ไหน  แต่คนที่จะเห็นและรับรู้ได้ก็คือตัวเธอของคังคุไบเอง และเธอคนที่จะเห็นจุดอ่อน-จุดแข็ง เปลี่ยนความกลัวและข้อบกพร่องทั้งหมดจนพัฒนาให้เป็นความกล้าและพลังเพื่อให้เป็นเธอในเวอร์ชันที่ดีขึ้นๆ ได้ จนเปลี่ยนจาก ‘โสเภณี’ กลายเป็น ‘นายกของกามธิปุระ’ ได้ในที่สุด
 

‘พล.อ.วิชญ์’ เปิดปมร้าว ‘ธรรมนัส’ ลั่น ไม่ให้เกียรติ เห็นเป็นแค่หุ่นเชิด

‘พล.อ.วิชญ์’ ลั่น ผมเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ใช่หุ่นเชิด หวังเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง กลับไม่ให้เกียรติ ไม่ฟังมติพรรค ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ แฉ เป้าหมาย ‘ธรรมนัส’ มาเพื่อไปต่อ

25 พ.ค.2565 พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงปัญหาภายในพรรคเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกับกลุ่มก๊วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย จนเป็นที่มาของการลาออกจากหัวหน้าพรรค และ 15 กรรมการบริหารพรรคว่า ตนไม่ได้มีอะไรกับใคร เพียงแต่ว่า ตนกับ ร.อ.ธรรมนัส  มีความไม่เข้าใจที่เป็นไปในทิศทางเดียว กันต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ซึ่งตนก็คิดว่ามันก็ไปด้วยกันลำบาก

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือถ้าเรารับฟังทั้งสองฝ่ายก็คงจะไปได้ แต่ไปเชื่อบุคคลที่ 3 บ้าง อะไรบ้าง เราควรจะมานั่งคุยกัน  ซึ่งตนก็เห็นคนอื่นที่เพิ่งเข้ามาในพรรค เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานเพื่อบ้านเมือง พอมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ทุกคนก็ผิดหวังกับสิ่งที่เขาได้ตั้งใจที่จะมาทำ

"เราเหมือนเป็นหุ่น ที่วางไว้เฉยๆจะหยิบไปวางตรงไหนก็ได้ มาสั่งการ มาทำอะไร ผมไม่ใช่หุ่น ผมเป็นคน และอยากทำงานให้ดี และพยายามฟังทุกคนที่เขามีข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะที่ดีแต่กลับกลายเป็นบางสิ่งบางอย่างเขาไม่เอา และจะไม่ทำตาม คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ ว่าผมไม่ใช่หุ่นเชิด แต่มานั่งทำงาน และมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าพรรค แต่ไม่ใช่บ้าตำแหน่ง หรือจะมามีอำนาจหรืออะไรทั้งสิ้น"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top