Monday, 15 June 2026
Politics

‘บิ๊กตู่’ เตรียมพบ ‘โจ ไบเดน’ ถกความร่วมมือในภูมิภาค ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม มีกำหนดพบ โจ ไบเดนและผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ เตรียมผลักดันความร่วมมือการขับเคลื่อนการฟื้นฟู และการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค ระหว่างเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2565 ตามคำเชิญของ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 โดยการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 2 นี้ สหรัฐฯ เป็นฝ่ายเสนอจัดขึ้น โดยเสนอทาบทามมาตั้งแต่ปลายปี 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน

‘อนุทิน’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ หนุนรัฐบาล - นายกฯ ไม่มีย้ายข้าง พร้อมขออย่าพูดลอยๆ ปมถูกกล่าวหาทุจริต 

10 พฤษภาคม 2565 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่ามีหลักฐานการทุจริต ของพรรคภูมิใจไทย ว่า จะกล่าวหากันว่าทุจริต ใครทุจริต ทำไม่ถูก ก็ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่มาพูดกันลอยๆ ถ้ามีข้อมูล ก็นำมาชี้แจงเลย ถ้าเห็นว่ารัฐมนตรีทุจริต ท่านก็มีช่องทางตรวจสอบ  

ผู้สื่อข่าวถามว่าพฤติกรรมเช่นนี้ของฝ่ายค้านเรียกว่าตีกินหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ท่านคงไม่ทำเช่นนั้น ท่านเป็นระดับผู้ใหญ่ เป็นผู้กล่าวสรุปในการอภิปรายที่ผ่านมา สำหรับรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เวลามีข้อสงสัย เราตอบได้ทุกเรื่อง ทำไมไม่มองว่ารัฐมนตรีของพรรคทำงานเพื่อประเทศชาติ เรื่องโฮปเวลล์ ที่ไม่ต้องจ่ายค่าโง่ เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไม่เข้า ครม.ก็เพราะเราเห็นว่า ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์สูงสุด ถามว่ารัฐมนตรีพรรคไหนทำ ‘จะกล่าวหาใครมันก็ต้องดูด้วยว่า พรรคที่ทุจริตคอรัปชันจนโดนอาญาบ้านเมือง คือพรรคไหน’

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ถามเรื่องที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ก.หาเสียง มีความสัมพันธ์กับที่สมาชิกบางคนของพรรคกล่าวโจมตีพรรคภูมิใจไทยเป็นระยะ 

‘ชัยวุฒิ’ แจงปิด ‘ลาซาด้า’ ต้องรอศาลพิจารณา เปรย!! ต่างชาติหากินในไทยต้องเข้าใจสังคมไทย

‘ชัยวุฒิ’ แจงปิด ‘ลาซาด้า’ ต้องรอศาลพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม ประสาน ตร.เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ระบุต่างชาติทำธุรกิจในไทยต้องเคารพสิทธิ์-จิตใจคนไทยด้วย

(11 พ.ค.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่โรงเซนทรา บาย เซ็นทารา เเกรนด์ เเจ้งวัฒนะ เกี่ยวกับกรณีการปิดเว็บไซต์ของลาซาด้าว่า ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายทางกระทรวงดีอีเอส ก็รวบรวมพยานหลักฐานทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งจะส่งเรื่องไปให้ศาลเร็วๆ นี้ ซึ่งเราก็พบว่ามีความผิดก็มีทั้งผู้ทำ ผู้จ้าง ผู้รับจ้าง คนแสดง คนที่ไปโพสต์ ไปแชร์ ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ ก็ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานส่งไปให้ศาลพิจารณาว่าจะตัดสินว่าใครผิดบ้างก็จะลงโทษอย่างไรก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

“ตามกฎหมาย เรายังปิดลาซาด้าไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมซึ่งดำเนินการไปตามขั้นตอน และอยู่ที่การพิจารณาของศาล ซึ่งขณะนี้กระทรวงดีอี และเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายกฯ เตรียมเรื่องเสนอประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐฯ ส่งเสริมสหรัฐฯ มีบทบาทที่สร้างสรรค์ในภูมิภาค

นายกฯ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ พร้อมร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐฯ สมัยพิเศษ (ASEAN - U.S. Special Summit) 12 - 13 พ.ค. 65

เมื่อเวลา 05.55 น. วันที่ 12 พฤษภาคม เวลาประเทศไทย (หรือเวลา 18.55 น. วันที่ 11 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2565

โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญ ได้แก่ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน เป็นเจ้าภาพสำหรับผู้นำอาเซียนที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ และร่วมการประชุมหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมทั้ง ร่วมกำหนดการที่ฝ่ายสหรัฐฯ เชิญผู้นำอาเซียนพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ได้แก่ 

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้นำรัฐสภา และผู้นำภาคเอกชน ในส่วนของการหารือในโอกาสต่าง ๆ จะเน้นเรื่องการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคในยุคหลังโควิด-19 อาทิ ความมั่นคงด้านสาธารณสุข การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือทางทะเล การค้าการลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาด้านดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทุนมนุษย์ และการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยเน้นย้ำความเป็นแกนกลางของอาเซียน และการส่งเสริมบรรยากาศที่ดีเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งยังยืนในภูมิภาค

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถกใช้ ม.112 ไร้มาตรฐาน เป็นเครื่องมือการเมือง หยิบใช้อย่างไม่เป็นธรรม

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถกกรณีการทำโพลเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และการรับเสด็จ โดยกลุ่มราษฎรและกลุ่มมังกรปฏิวัติ ชี้ หลักเกณฑ์ดำเนินคดี-ประกันตัวไม่มีมาตรฐาน ยืนยัน การตั้งคำถามและแสดงความเห็นต่อสถาบันกษัตริย์เป็นสิทธิ ไม่ใช่ความผิด “หมออ๋อง” ชี้ ยิ่งใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมยิ่งส่งผลกระทบต่อสถาบันกษัตริย์และประเทศในทางลบ

คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือในญัตติซึ่งเสนอ โดย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นกษัตริย์ฯ) ต่อกลุ่มเยาวชนที่จัดกิจกรรมทำโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และกรณีจัดกิจกรรมร่วมรับขบวนเสด็จ รวมถึงกรณีของ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมซึ่งถูกดำเนินคดีและปฏิเสธสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวในขณะนี้

โดยมีการเชิญตัวแทนจากทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และ สน.นางเลิ้ง), สำนักงานศาลยุติธรรม, สำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนเครือข่ายสิทธิมนุษยชน, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ตัวแทนกลุ่มราษฎร กลุ่มมังกรปฏิวัติ และกลุ่มทะลุวัง 

ในการประชุมมีการซักถามและตอบข้อซักถามชี้แจงในหลายประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของเกณฑ์ที่เจ้าหนัาที่ตำรวจ อัยการ และศาล ใช้ในการพิจารณาว่าเรื่องใดเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 112 และหลักเกณฑ์ในการให้หรือไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว ว่ามีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเช่นไร

เนื่องจากในปัจจุบันนี้ กระบวนการดำเนินคดีตามมาตรา 112 มีปัญหาการกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว เช่น การกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา ทั้งที่ยังไม่ถูกพิจารณาคดีว่าเป็นความผิด, การใช้กำไลควบคุมผู้ถูกกล่าวหาไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาไปใช้เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ทั้งที่เป็นคดีเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพ, การไม่สามารถพูดหรือวิจารณ์ใดๆ เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดี

รวมทั้งการบังคับใช้มาตรา 112 ที่ปัจจุบันนี้ไม่ว่าการเคลื่อนไหวใดๆ เมื่อพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ จะถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ทันที อย่างเช่น กรณี สมบัติ ทองย้อย ที่โพสต์ข้อความ “กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ” ถูกพิพากษาว่าผิดมาตรา 112 ซึ่งความจริงแล้วไม่ควรถูกพิจารณาว่าเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์

ในฝ่ายของผู้บังคับใช้กฎหมาย มีการชี้แจงจากทั้งตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัยการ และสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่าในทางปฏิบัติ เมื่อมีการกล่าวหาตามมาตรา 112 เกณฑ์ในการพิจารณาจะต้องดูที่เจตนาของผู้ถูกกล่าวหา ว่ามีเจตนาอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันกษัตริย์หรือไม่

ขณะที่การพิจารณาเงื่อนไขการให้หรือไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตัวแทนจากสำนักงานศาลยุติธรรมระบุว่าโดยหลัก เมื่อมีการขอฝากขัง ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไข รวมทั้งการติดกำไล EM ในแต่ละกรณีเป็นอำนาจของผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนแต่ละคน โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและรายละเอียดพฤติการณ์ในแต่ละกรณีไป

พร้อมยืนยันว่าการติดกำไล EM ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ที่ศาลกำหนดเพื่อไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อตัวคดี อีกทั้งการติด EM ยังเป็นหลักประกันให้ผู้ถูกกล่าวหาได้กลับบ้านโดยไม่ต้องมาอยู่ในเรือนจำ

ส่วนการเพิกถอนสิทธิประกันตัว เป็นคนละส่วนกับการสืบว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ซึ่งการถอนประกันอาจเป็นเพราะผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ตีความว่ามีการกระทำที่ผิดเงื่อนไขประกันที่ได้กำหนดไว้ได้ โดยการใช้ดุลพินิจ อาศัยเกณฑ์ตามแนวทางคำแนะนำของประธานศาลฎีกา แต่ก็ไม่ได้เป็นกรอบที่ตายตัวมีความยืดหยุ่น ให้ผู้ต้องหาแต่ละคนให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวที่เหมาะสม

ตลอดการชี้แจง มีการโต้แย้งซักถามโดยตัวแทนของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มเยาวชน ที่ตั้งคำถามถึงเกณฑ์ต่างๆ โดยระบุว่าจากที่มีการชี้แจงมาทั้งหมด ก็ยังไม่เห็นสิ่งที่เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินคดี ตลอดจนการให้หรือไม่ให้ประกันตัวในแต่ละคดีคืออะไรกันแน่ และในหลายกรณียังเต็มไปด้วยความไม่ได้สัดส่วนอีกด้วย

“เมนู” สุพิชฌาย์ ชัยลอม ตัวแทนจากกลุ่มทะลุวัง ระบุว่า ตามหลักของกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญา จะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยที่ยังไม่ถูกพิพากษาจนถึงที่สุดเป็นผู้ที่ไม่มีความผิด จะปฏิบัติเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดไม่ได้ กิจกรรมที่ตัวเองและเพื่อนทำจนถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 คือการทำโพล ซึ่งเป็นการตั้งคำถาม สร้างพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการติดสติ๊กเกอร์ เป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตัวเองยืนยันและพร้อมต่อสู้คดีว่าไม่ใช่ความผิด การกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล

‘สมศักดิ์’ แจงชัด ไม่มีโควต้าสลาก 5 หมื่นเล่ม โวยถูกอ้างชื่อ เตือน!! ประชาชนอย่าหลงเชื่อ

‘สมศักดิ์’ แจงชัด ไม่มีโควต้าสลาก 5 หมื่นเล่ม หลังถูกอ้างชื่อ ไปหลอกประชาชน เตือน อย่าหลงเชื่อ รัฐบาลไม่มีโควต้า มอบฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี ปิดช่องผู้ค้าสลากรายย่อยถูกหลอก

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีถูกแอบอ้างชื่อว่ามีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยว่า มีกลุ่มบุคคลนำชื่อตนไปแอบอ้างว่า มีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 5 หมื่นเล่ม พร้อมนำไปหลอกขายผู้ค้าสลากรายย่อย ซึ่งมีการอ้างว่า เป็นโควต้าที่เพิ่งมีการอนุมัติ ตนขอชี้แจงว่า ไม่มีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามที่มีกลุ่มบุคคลแอบอ้าง เพราะตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว 

เปิดแนวทางแก้หนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ใต้ไอเดีย ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.

ดูจะเป็นความท้าทายไม่น้อย สำหรับแนวทางในการแก้หนี้และหาทางหั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเรื่องนี้ทาง ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte’ เปรียบเทียบแนวทางและปัญหาจากแนวนโยบายแก้หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังได้พ่อเมืองกรุงคนใหม่ ไว้ว่า…

น่าสนใจยิ่งนักที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หลายคนประกาศก้องว่าจะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีเขียวถูกลง ซึ่งผมก็ปรารถนาเช่นนั้น แต่จะทำได้หรือขายฝัน ต้องใช้วิจารณญาณ คนกรุงเทพฯ อย่าหลงเชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง

1.) ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบัน
1.1.) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก
ประกอบด้วยช่วงหมอชิต-อ่อนนุช ระยะทาง 17 กิโลเมตร และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 16-44 บาท กทม. ได้ให้สัมปทานแก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2542-2572 โดยบีทีเอสเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด 100% ทั้งงานโยธาและงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 

1.2.) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย
- 1.2.1 ส่วนต่อขยายที่ 1 ประกอบด้วยช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 16-31 บาท และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ระยะทาง 5.3 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย กทม. จ้างบีทีเอสให้เดินรถตั้งแต่ปี 2555-2585
- 1.2.2 ส่วนต่อขยายที่ 2 ประกอบด้วยช่วงแบริ่ง-เคหะสมุทรปราการ ระยะทาง 12.6 กิโลเมตร และช่วงหมอชิต-คูคต ระยะทาง 17.8 กิโลเมตร ยังไม่เก็บค่าโดยสาร กทม. จ้างบีทีเอสให้เดินรถตั้งแต่ปี 2559-2585 ส่วนต่อขยายที่ 2 นี้ กทม. รับโอนมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พร้อมหนี้งานโยธาประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท

2.) ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวในอนาคต
จากข้อมูลของ กทม. พบว่าหาก กทม. ต่อสัญญาให้บีทีเอสเป็นเวลา 30 ปี ตั้งปี 2573-2602 โดยจะต้องพ่วงส่วนต่อขยายให้บีทีเอสรับผิดชอบด้วยตั้งแต่วันที่จะลงนามสัญญาจนถึงปี 2602 ทั้งนี้ มีเงื่อนไขให้บีทีเอสเก็บค่าโดยสารในอัตรา 15-65 บาท (สูงสุดไม่เกิน 65 บาท) และจะต้องแบ่งรายได้ให้ กทม.ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท ถ้าได้ผลตอบแทนเกิน 9.6% จะต้องแบ่งรายได้ให้ กทม. เพิ่มเติมอีก โดยบีทีเอสจะต้องรับภาระหนี้แทน กทม. ถึงปี 2572 ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท และจะต้องรับภาระความเสี่ยงเองทั้งหมด

จากข้อมูลของ กทม. เช่นเดียวกัน พบว่าถ้าไม่ต่อสัญญาให้บีทีเอสค่าโดยสารสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 158 บาท และ กทม. จะต้องแบกรับภาระหนี้เองทั้งหมด

'โฆษกพรรคกล้า' ย้ำจุดยืนพรรค เสนอ 'กรณ์' เป็นนายกฯ เดินหน้าแก้ปัญหาปากท้อง พร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีแนวทางเดียวกัน

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวย้ำจุดยืนพรรคกล้าว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต พรรคกล้าเสนอชื่อหัวหน้าพรรคคือนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลภายนอกในบัญชีของพรรคกล้าแน่นอน ตามที่มีสื่อหัวใหญ่บางฉบับนำเสนอข่าว

โฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้เต็มไปด้วยปัญหา ทั้งที่กระทบจากโควิดมา 2 ปีกว่า หลายกิจการต้องปิดตัว ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิม ราคาพลังงานสูงขึ้น ค่าครองชีพเพิ่มสูงตาม หนี้ครัวเรือนก็ทะลุ 90% ของจีดีพี และอีกหลายปัญหาจากผลกระทบทางภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งต้องแก้ไขด้วยการสร้างรายได้ให้ประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชน ดังนั้น ผู้บริหารประเทศควรต้องมีความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์การแก้วิกฤติเศรษฐกิจมาก่อน

นายกฯ พบภาคเอกชนสหรัฐฯ ผลักดัน 3R พา 'ศก.อาเซียน-สหรัฐฯ' ก้าวหน้ายุค Next Normal

'บิ๊กตู่' เผย ไทยเดินหน้า ผลักดัน ความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจดิจิทัล การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม

(13 พ.ค. 65) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา ณ โรงแรม Willard InterContinental กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้นำและผู้แทนชาติสมาชิกอาเซียนพบปะผู้นำภาคเอกชนสหรัฐอเมริกา โดยมี นางจีน่า เรมอนโด (Gina M. Raimondo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา และนางแคทเธอรีน ไท่ (Katherine Tai) ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมด้วย 

นายธนกร สรุปคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ไว้ดังนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้มาพบหารือ ซึ่งที่ผ่านมามีโอกาสพบปะและพูดคุยกับสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (USABC) ในหลายโอกาส พร้อมชื่นชมภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่สนับสนุน และมีส่วนร่วมที่แข็งขันในการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน จึงทำให้ต้องกลับมาทบทวนเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยไทยให้ความสำคัญกับการสร้าง “พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต” เพื่อให้ภูมิภาคมีการเติบโตที่เข้มแข็งและยั่งยืนในยุค Next Normal ต่อไป ซึ่งประเด็นหลักที่อาเซียนกับสหรัฐฯ สามารถร่วมกันผลักดันมี 3 เรื่อง หรือ “3R” ได้แก่

“Reconnect” ส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเชื่อมโยงนี้ ผ่านการลงทุนขยายฐานการผลิตในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่อาเซียนมีศักยภาพและทรัพยากรรองรับ ซึ่งไทยมีพื้นที่ EEC ที่พร้อมเปิดโอกาส ให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาร่วมลงทุน เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ รวมถึงจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทยเพื่อใช้เป็นฐานในการเชื่อมโยงธุรกิจกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยสาขาอุตสาหกรรมที่สามารถร่วมมือกันได้ คือ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และบริการทางการแพทย์ โลจิสติกส์อัจฉริยะ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

สำหรับสาขาอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมกลางน้ำ และปลายน้ำที่แข็งแกร่ง และมีบริษัทเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนแล้วหลายราย จึงขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ พิจารณาลงทุนเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทาน อาทิ ต้นน้ำของเซมิคอนดัคเตอร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไทยมีนโยบายมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิต EV ระดับโลก โดยการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิต EV และผู้พัฒนาระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง อาทิ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ และสถานีชาร์จ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านและสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ ได้ด้วย

R ที่สอง คือ “Rebuild” ในยุค 4IR ควรมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ซึ่งมีศักยภาพในการขยายตัวได้ถึงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมกล่าวเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอาเซียน เช่น โครงข่ายอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีคลาวด์ในอุตสาหกรรมการผลิต ดาต้าเซ็นเตอร์ และการให้บริการคอนเทนต์ ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนาและบ่มเพาะธุรกิจดิจิทัลสตาร์ตอัป ทั้งนี้ ไทยมีไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเลย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ EECi ที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจดิจิทัล และขยายไปสู่ภูมิภาคได้

ทีม 'เชียร์ลุงตู่' ปลุกกระแสเลือก 'อัศวิน' ก่อนจะได้ผู้ว่าฯ อิสระปลอมๆ นำไปสู่แลนด์สไลด์ทั่วไทย

แอดมินกลุ่มเฟซบุ๊ก 'เชียร์ลุงตู่' ชูยุทธศาสตร์ ไม่เลือกเราเขามาแน่ ลั่นถ้าไม่เลือก 'อัศวิน' จะได้ผู้ว่าอิสระปลอมๆ นำไปสู่แลนด์สไลด์ทั่วไทย สู่หนทางกลับไทยแบบเท่ๆ ของ 'ทักษิณ'

13 พ.ค. 65 - วัชระ บุญหวาน แอดมิน กลุ่มเฟซบุ๊ก 'เชียร์ลุงตู่มาอยู่กลุ่มนี้1' ที่มีสมาชิก 2.5 แสนคน โพสต์ข้อความถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีเนื้อหาดังนี้

ถ้าไม่เลือกอัศวิน อะไรจะเกิดขึ้น

อันดับแรกเลย เราจะได้ผู้ว่าอิสระปลอมๆ ครับ แต่ไม่อิสระจริง
เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ มันวัดกันแค่ 2 ฝ่ายครับ
คือฝ่ายเอาทักษิณ กับ ไม่เอาทักษิณ
โดยที่ฝ่ายทักษิณต้องการใช้บันไดขั้นแรกของการเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้
นำไปสู่โปรเจคแลนด์สไลด์ทั่วไทย
เพื่อหนุนลูกสาวก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สอง ต่อจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยการใช้แคมเปญแลนด์สไลด์ทั่วไทย
เพื่อหนทางไปสู่การกลับไทยแบบเท่ๆ ของนักโทษหนีคดี อย่าง ทักษิณ ชินวัตร
เพราะเป็นหนทางสุดท้ายแล้วที่ทักษิณหวัง
ทักษิณจะใช้สนามเลือกตั้งหยั่งเสียง ว่าเขาจะมีโอกาสได้กลับไทยหรือไม่ ชาตินี้
ถ้าคนของฝ่ายเขาชนะ แผนสอง แผนสามก็จะตามมาทันที ตามนิสัยทักษิณ
ที่จะรุกคืบเมื่อมีโอกาส และรู้ว่าตัวเองเป็นต่อ
เหมือนเช่นเมื่อครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเคยทำเรื่องมิบังควรมาแล้ว

มันไม่เคยมีสัจจะสำหรับคนๆ นี้
เคยพร่ำว่าจะไม่ยุ่งการเมืองมากี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยเลิกรา

พวกเราจะปล่อยให้ทุกอย่างมันสายเกินจะแก้ไขไม่ได้ครับ
ถ้าปล่อยให้ฝ่ายทักษิณกลับมามีอำนาจได้ ก็อย่าหวังว่าจะมีใครมาล้มเขาได้อีกครับ
จะให้เขาเข้ามาโกงกินทำความเสียหายให้ประเทศชาติไม่ได้อีกแล้วครับ
และจะไม่มีทหารคนไหนคิดยึดอำนาจรัฐประหารอีกครับ
หากเราคนไทยไม่คิดป้องกันเอาไว้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top