Monday, 15 June 2026
Politics

“พี่เอ้”ลงพื้นที่ย่านบางพลัด  บอกใจเกินร้อยลุยหาเสียงไม่หยุด ลั่นจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนแรก แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำทะเลหนุน ที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

ที่ตลาดวัดรวก เขตบางพลัด นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางพลัด หมายเลข 6 และ นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส. กทม. ร่วมกันเดินแนะนำตัวขอเสียงสนับสนุนที่ตลาดวัดรวก และทักทายชุมชนตลาดวัดรวก อย่างเป็นกันเอง ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนทั้งพ่อค้า แม่ค้า และพี่น้องประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของเป็นอย่างดี

โดยนายสุชัชวีร์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เขตบางพลัดมาหลายครั้ง พบว่าต้องประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน ทำให้เขตบางพลัดได้รับความเดือดร้อนมาก ตนจะจัดการปิดล้อมแนวกั้นที่เป็นฟันหลอให้หมด และในอนาคตเรื่องของน้ำทะเลหนุนนั้น ตนมีความตั้งใจว่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนแรกที่ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะปัญหาดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี หากไม่เริ่มวันนี้ มันจะสายเกินไป

“ผมมีใจเกินร้อย เพราะยิ่งเดินยิ่งมั่นใจ ได้พบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนจริงๆ ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน บอกได้เลยว่า สุชัชวีร์ เบอร์ 4 จะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดี ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง”นายสุชัชวีร์ กล่าว

‘วัน อยู่บำรุง’ โดดป้อง 'สมรักษ์' ซบพปชร. ซัดแหลก พวกอ้างประชาธิปไตยแต่ไม่เข้าใจ 'สิทธิ์'

จากกรณีที่ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ฮีโร่เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิก ตัดสินใจเตรียมลงสมัคร ส.ส. เขต 10 จ.ขอนแก่น ในสีเสื้อของพรรคพลังประชารัฐ

แต่ทว่า กระแสตอบรับในโลกออนไลน์ กลับไม่ดีมากนัก จนทำให้นักชกเจ้าของฉายา ‘ไม่ได้โม้’ ต้องออกมาทำคลิปเปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า ทำเพื่อกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และต้องการเป็นแบบอย่างให้กับนักการเมือง ไม่มีการโกงกิน และตรงไปตรงมา ถ้าทำไม่ดี ค่อยมาด่า

‘อรุณี’ โวย!! ‘บิ๊กตู่’ แบ่งงบให้การศึกษาบ้าง อย่ามองอาวุธสำคัญมากกว่าอนาคตเด็ก

(28 เม.ย. 65) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยคาดว่าสำนักงบประมาณจะส่งร่างคำขอจัดทำงบประมาณของกระทรวงต่างๆ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ซึ่งงบประมาณปี 2566 จะมีวงเงินรวม 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณปี 2665 เกือบ 85,000 ล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าภายใต้การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การจัดสรรงบฯ จะยังคงฉายหนังวนซ้ำ คือ จัดงบแบบไม่ได้มุ่งเน้นประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน เพราะอิงกับความเคยชินในการจัดทำงบประมาณในโครงการเดิมของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2566 ลดลงถึง 4,526 ล้านบาท หรือลดลง 1.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ในช่วงปี 2563-2566 จะมีการปรับลดงบฯ กลาโหม ลงในภาพรวม เพราะเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแต่ละกองทัพกลับพบว่า กองทัพอากาศยังคงได้รับการอนุมัติงบฯ ซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่จำนวน 4 ลำ วงเงินกว่า 13,800 ล้านบาท โดยเป็นงบผูกพันงบประมาณปี 2566-2569 ยิ่งตอกย้ำว่า “อาวุธสำคัญมากกว่าอนาคตของเด็กไทย”

‘บิ๊กตู่’ติดตามความคืบหน้าหลังหารือภาคเอกชนสหรัฐฯ ย้ำไทยให้ความสำคัญการลงทุนของภาคเอกชนต่างประเทศในไทย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความก้าวหน้าภายหลังการหารือกับ คณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (U.S. - ASEAN Business Council: USABC) 49 บริษัท เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมยังได้ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งการลงทุนของภาคเอกชนต่างประเทศถือเป็นส่วนสำคัญ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า คณะนักธุรกิจ USABC บริษัทสำคัญจากทุกสาขาธุรกิจที่เข้าร่วม ต่างยืนยันพร้อมสนับสนุน เชื่อมั่นการดำเนินการของรัฐบาล ชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรี และยินดีสานต่อความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่เน้นให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ยุค Next Normal ซึ่งตัวแทนบริษัทสมาชิกต่างประทับใจ และพึงพอใจต่อผลการหารือ โดยเฉพาะภายหลังการเข้าร่วมรับฟังพัฒนาการ นโยบายและมาตรการสำคัญ วิสัยทัศน์จากนายกรัฐมนตรี เพื่อสามารถสานต่อและยกระดับความร่วมมือกับภาครัฐในประเทศไทยได้มากขึ้น  นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงนโยบายของรัฐบาล ที่มีความพร้อมของปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อต่อการลงทุนที่ชัดเจน

โดยคณะนักธุรกิจที่เข้าร่วมในครั้งนี้ถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 49 บริษัทที่ได้เข้าร่วมครั้งนี้ มีบริษัทที่เข้าร่วมเป็นครั้งแรกหลายบริษัท สะท้อนว่า ประเทศไทยอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุน ภาคเอกชนสหรัฐฯ เพราะเห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และให้ความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจไทย และความสนใจเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 

“บิ๊กตู่” ห่วง ปชช.สภาพอากาศแปรปรวน “แนะ” ดูแลสุขภาพ ติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐเผย! “นายกฯ”  มั่นใจสถานการณ์โควิด 19 ในไทยควบคุมได้  ชี้ยอดผู้ติดเชื้อลดลง  ย้ำยังต้องเคร่งครัดมาตรการควบคุมโรคและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต  

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2565 พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนจากสภาพอากาศที่แปรปรวนขณะนี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนในทุกภาค รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนระวังอันตราย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งอาจเกิดอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่าได้ สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

นายธนกรกล่าวว่า ช่วงนี้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยประสบปัญหาอากาศร้อนถึงร้อนมาก โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน นายกรัฐมนตรีแนะนำให้ประชาชน คอยสังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ขอให้ระมัดระวังโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้อุณภูมิในร่างกายสูงขึ้น โดยให้ดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 10 - 12 แก้วต่อวัน เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป หากมีอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด ขอให้รีบเข้าไปพักในที่ร่ม อยู่ในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวก และรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อการเตรียมพร้อมตนเองให้ปลอดภัยจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในขณะนี้ด้วย

“ราเมศ” มั่นใจ “ชัยทิพย์”คว้าชัยลต.ซ่อมเขต3 ราชบุรี ชี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าปชป.พร้อมเลือกตั้งใหญ่

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งที่ 3 ราชบุรี ว่า พรรคนมีความมั่นใจว่านายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ผู้สมัครหมายเลข 2 จะได้รับชัยชนะ เพราะจากการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครและพรรคฯ ที่ได้นำเสนอทั้งแนวนโยบายพรรคและคุณสมบัติของผู้สมัครที่มีความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถ ที่สำคัญเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอดพร้อมทำงานให้กับประชาชนได้ทันที ผลงานในด้านการทำงานในพื้นที่อย่างประจักษ์ และด้วยความตั้งใจเข้าใจสภาพปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี หากได้รับเลือกตั้งก็จะสามารถทำงานได้ทันทีเช่นกัน

'เทพไท' เผย มีทุนข้ามชาติจากจีน พร้อมลงทุน กาสิโน ในกรุงเทพ และแม่สอด

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยความคืบหน้าของการศึกษาการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ว่า

ที่ประชุมได้เชิญ นายจาง เปา จา ประธานที่ปรึกษาของบริษัทย่าไท่ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป จำกัด (Yatai International Holding Group) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ จากประเทศจีน มีผลงานสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฉี่ชิง ไฮ่ฉางวาง และสถานบันเทิงครบวงจร ที่ประเทศกัมพูชาและศูนย์บันเทิง สปาเพื่อสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ และสร้างเมืองใหม่ ซุ่นโก่วกู่ ในประเทศเมียนมา ซึ่งตอนนี้ได้เข้ามาลงทุนธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจรในประเทศไทย

โดยการซื้อโครงการตึกสูง32ชั้น จำนวน 2 ตึก ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ย่านสี่แยกราชเทวี เพื่อเปิดเป็นบางกอกสมายสแควร์ (Bangkok smile square) ซึ่งมีสระว่ายน้ำบนยอดตึก สวนย่อมบนยอดตึก ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สปา คาราโอเกะ ศูนย์การประชุม เป็นโครงการบันเทิงขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สามารถรองรับการเปิดกาสิโนได้ ถ้าหากได้รับอนุญาตจากรัฐบาล และมีแผนสร้างเมืองใหม่อัจฉริยะ ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นเมืองแฝดคู่ขนาน กับ เมียนม่า แปซิฟิกเอเชีย สมาร์ท ซิตี้ เพื่อเปิดเป็นกาสิโนคู่ขนานกัน ระหว่างประเทศเมียนมา กับประเทศไทย เพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนทำให้ GDP ของท้องถิ่น เติบโต 8000-10,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล และได้เกิดการจ้างงาน หลายหมื่นตำแหน่ง

“บิ๊กตู่” ท้อตอบปมของข้าวของแพง “โว” ยังทำดีกว่าหลายประเทศ โทษโควิดเป็นเหตุ “แพลม”รอบหน้าถ้ามีโอกาสคัมแบ็ก จะปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ “ขอ”การเมืองเบาลงบ้าง ถึงกับอุดหูไม่ได้ยินคำถามเกี่ยวกับ “บิ๊กป้อม” 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้นหลายชนิด โดยเฉพาะไข่และบะหมี่สำเร็จรูป รัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ว่า ที่ผ่านมาทุกคนทราบดีว่ารัฐบาลช่วยเหลืออะไรไปแล้วบ้าง แต่จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือว่าทำอย่างไรราคาต้นทุนจะไม่สูงเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายไม่สูงขึ้นมาก แต่เข้าใจว่าปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อีกทั้งมาตรการการช่วยเหลืออะไรรัฐบาลจำเป็นต้องดูงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้หยุดนิ่ง ทุกเรื่องที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน ค่าแรง ราคาพลังงานต่างๆ ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงหามาตรการที่เหมาะสมก่อนที่จะเสนอมายังตนในฐานะนายกฯพิจารณา ที่ผ่านมาได้ให้แนวทางไปแล้วว่าจะทำอย่างไรให้บรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด แต่จะให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แบบเดิมคงไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน 

“หลายคนออกมาพูดผ่านสื่อว่ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อยากให้ไปดูประเทศอื่นด้วยว่าเขาก็แก้ได้น้อยกว่าเรา ประเทศไทยแก้ได้มากกว่าเขา แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมก็ยังไม่พอใจ แต่ปัญหาติดอยู่ที่ว่างบประมาณเรามีอยู่อย่างจำกัดด้วย ทำอะไรต้องมีหลักการ ไม่สร้างภาระไว้ในวันข้างหน้า อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่าทำอย่างไรให้เราอยู่รอดไปได้ก่อน อยู่รอดและปลอดภัยจากโควิด ปลอดภัยจากการดำเนินชีวิต และนำไปสู่ความพอเพียง สิ่งที่นายกฯกำลังคิดต่อไปคือ นโยบายของรัฐบาลในวันข้างหน้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง จากสถานการณ์ในวันนี้ถือเป็นบทเรียนได้ทราบว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วทุกอย่าง จึงเป็นแนวทางที่รัฐบาลและตัวนายกฯต้องเตรียมการไว้ว่าจะดำเนินนโยบายของเราอย่างไรต่อไป ถ้ายังมีโอกาสได้อยู่และได้ทำ ก็เอาปัญหาทุกปัญหามาประมวล ซึ่งเป็นปัญหาของโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของความเหลื่อมล้ำ รายได้ อาชีพ วันนี้เมื่อโควิดเข้ามาทำให้แผนงานเดิมมีปัญหา จึงต้องแก้ทุกอย่าง ซึ่งการทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ใช้งบประมาณสูงมาก ทั้งเรื่องสุขภาพ รายได้ ราคา ส่วนหนึ่งที่จะช่วยรัฐบาลได้มากที่สุด ก็ขอผู้ประกอบการทั้งหลายช่วยกันดูว่าการขึ้นราคาสินค้าบางอย่างเหมาะสมหรือไม่ แม้จะมีมาตรการของกระทรวงพาณิชย์บังคับอยู่แล้วก็ตาม อย่าลืมว่าการขึ้นราคาสินค้าต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ของเงินเฟ้อ รวมทั้งต้นทุนการผลิต ไม่ใช่ยังจะคงกำไรจำนวนมากเหมือนเดิม มันคงไม่ได้ วันนี้ต้องช่วยชาติและประชาชน รวมทั้งรัฐบาลกันบ้าง เพราะอย่าลืมว่ารายได้ของรัฐบาลก็มาจากผู้ประกอบการนักธุรกิจ หากรายได้ไม่ดี รายได้ของรัฐบาลก็ลดด้วย เพราะภาษีต้องลดลงทั้งหมด แล้วจะเอาเงินจากที่ไหน ทั้งๆ ที่เรามีการเตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องของโควิดน่าจะดีกว่านี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีการแอ็กชั่นในเรื่องราคาสินค้าอย่างไรบ้างเพื่อช่วยเหลือประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการทำกันอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการดูแลราคาสินค้า การผลิต แต่ทั้งหมดต้องลงลึกในรายละเอียด ไปพูดคุยกับบรรดาสมาคมผู้ประกอบการทั้งหลาย ถ้าทุกคนร้องเรียนกันมาทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปแก้ปัญหาก่อนคือ กระทรวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในกรอบของเขา แต่ถ้าเกินกำลังก็เสนอมายังนายกฯ ที่ผ่านมาได้ให้แนวทางไปแล้วว่าให้ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบันร่อยหรอลงไปทุกที รัฐบาลพยายามดูแลให้ทั่วถึง ซึ่งต้องปรับในหลายๆ อย่างในวันข้างหน้าเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต โลกมันเปลี่ยนเราต้องปรับ นโยบายของรัฐบาลและนโยบายการเมืองก็ต้องปรับทั้งหมด เพราะถ้าเราอยู่แบบนี้มันไปไม่ได้ หลายอย่างที่กำลังจะโตก็ต้องล้มและพังลงมา บางครั้งก็เป็นเพราะความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน 

" ธรรมนัส” รับ ทาบ "มิ่งขวัญ-  ธีระชัย" ร่วมทีมศก.เตือน เปิดสภาฯ ระวังมือที่มองไม่เห็น ซ่อนมีดอยู่ข้างหลัง ลั่น หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง ใช้รธน.ม. 272 วรรคสอง ดัน"นายกฯคนนอก"แก้วิกฤต ยก "บิ๊กป้อม"เป็นผู้นำประเทศได้ เหน็บ “เสี่ยเฮ้ง” ต้องเรียนรู้อีกเยอะ 

ที่ทำการพรรคเศรษฐกิจไทย อาคารยูทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย  ให้สัมภาษณ์ ถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ว่า วันนี้ไม่มีวาระพิเศษ และไม่มีไฮไลต์อะไร ส่วนเรื่องทีมเศรษฐกิจของพรรค เมื่อถึงเวลาและเรามีความพร้อมจะเปิดตัวทั้งหมด โดยเป็นคนที่เป็นมืออาชีพ และจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง400 เขตเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่มีข่าวทาบทามนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ นาย
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง มาเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคเศรษฐกิจไทย ยืนยันว่า ทางพรรคได้ทาบทามไปจริง แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  รวมทั้งอาจจะมีคนอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนจะเป็นใครนั้นของดีไม่ควรเปิดเผยก่อน มิฉะนั้น ก็จะไม่เป็นของดี  ส่วนกรณีที่มีชื่อนายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลังนั้น พรรคไม่เคยทาบทาม 
 
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องนายกฯสำรองมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ ยังไม่ได้มองไปถึงจุดนั้น โดยมองไปแค่จุดเดียวคือเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ก็ตาม เราต้องเตรียมพรรคให้พร้อม ส่วนเรื่องนายกฯสำรอง ตนไม่ทราบ 

เมื่อถามถึงกรณีมีบางคนเสนอชื่อให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เป็นนายกฯ จะเป็นได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส  กล่าวว่า อยู่ที่ตัวพล.อ.ประวิตร หากถามว่าสามารถเป็นนายกฯได้หรือไม่ ความจริงก็เป็นได้ตลอดเวลา แต่ทุกอย่างอยู่ที่ตัวท่าน 

เมื่อถามย้ำว่า นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ระบุว่าให้ พล.อ.ประวิตร มาเป็นนายกฯ เพื่อแก้วิกฤต ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายอดุลย์ คงมีความคิดที่อยากให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์และเดินหน้าแก้ไขปัญหาในทุกๆเรื่อง ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี 

เมื่อถามว่าถึงกรณีที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเกิดอุบัติเหตุการเมืองในสภาฯ มองเรื่องบัญชีนายกฯอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในความคิดเห็นของตน คงใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค 2 สำหรับบุคคลที่จะเข้ามาแก้ไขในสถานการณ์นี้ได้ เมื่อถามย้ำว่านากยฯคนนอกคิดว่าใครมีความเหมาะสม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เมื่อถามอีกว่า พล.อ.ประวิตร จะเข้ามากุมบังเหียนรัฐบาลได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่สามารถไประบุได้ ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ 

เมื่อถามถึงกรณีที่เสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค2 หมายความว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้ รับการสนับสนุนในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรายังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในเรื่องใด ตนคิดว่าไวเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ และยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะยื่นเมื่อไหร่  

เมื่อถามว่าหากให้ร.อ.ธรรมนัส วิเคราะห์เสียงในสภาฯขณะนี้เป็นอย่างไร  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า "ตอนนี้ต้องพูดว่า มือที่มองไม่เห็นเยอะ  สภาฯยังไม่เปิดก็ยังไม่รู้ และเดี๋ยวสภาฯเกิดก็จะรู้ เพราะตอนนี้ทุกคนต่างซ่อนมีดไว้ข้างหลังตัวเองหมด จึงยังไม่รู้อะไรเป็นอะไร" 

เมื่อถามกรณีที่พรรคเล็ก นัดกินข้าว และพูดคุยกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานในฐานะผอ.พรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนมีประสบการณ์เรื่องนี้เยอะ แต่ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ 

เมื่อถามว่า บอกว่ามีประสบการณ์กับพรรคเล็กเยอะคือด้านไหน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าลืมว่า3-4 ปีที่ผ่านมา ตนเป็นคนดีลเรื่องพวกนี้ ฉะนั้นคิดว่ารู้ดีมากกว่าใคร มากกว่าคนที่พยายามเสนอตัวเป็นตัวกลางในการเคลียร์เรื่องนี้   เมื่อถามย้ำว่าการที่นายสุชาติ พูดถึงเรื่องกล้วยในวงรับประทานอาหารกับพรรคเล็กเหมือนจะเป็นการเหน็บไปถึงใครหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะพร้อมก่อนว่า” ผมว่ารัฐมนตรีเฮ้ง ต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด" 

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะเป็นหนังม้วนใหญ่ ที่ล้มรัฐบาลได้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ เราไม่รู้ว่าแต่ละพรรคไปหารืออะไรกันบ้าง แต่ถ้าเปิดประชุมสภาในวันที่22พ.ค.นี้ ก็จะรู้ ไม่มีความลับ ตอนนี้ยังไม่รู้เพราะแต่ละพรรคซ่อนความไม่ดีเอาไว้ 

บิ๊กป้อม นั่งหัวโต๊ะ คปต. ย้ำ ลดเหตุรุนแรง-เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้อง 3 จชต. 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( คปต.) ครั้งที่ 1/65  ที่ห้องประชุมสมช. เพื่อร่วมกันลดเหตุรุนแรงให้ชัดเจน และเร่งพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยที่ประชุมรับทราบ การดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย 1. การแก้ไขปัญหาของกลุ่มบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฏร หรือ คนไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้(จชต.) ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ จำนวน 1,675 คน  โดย พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ ศอ.บต. เข้าไปหนุนเสริม การทำงานของ มท.ให้รวดเร็วและรอบคอบขึ้น

2.การขับเคลื่อนงานของ คกก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหา จชต.ในด้านต่างๆ ทั้งการรับฟังและเสริมสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติงานและสร้างสภาพแวดล้อมหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข  การสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศในการสนับสนุนการแก้ปัญหา การเสริมสร้างและพัฒนาอาชีพ มุ่งเน้นแรงงานในพื้นที่ไปทำงาน ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ ผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบล รวมทั้งขับเคลื่อนบูรณาการการศึกษาด้วยสื่อนวัตกรรมและการเรียนการสอนหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนต้น ไม่ให้มีความซ้ำซ้อน มีมาตรฐานและเป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่ 3.ความคืบหน้าโครงการเช่าระบบป้องกันความปลอดภัยเขตเมือง ด้วยระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ 6 อำเภอ โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน.บูรณาการระบบกล้องของทุกหน่วยงาน การเชื่อมโยง การปรับจุดติดตั้งให้เหมาะสมและการติดตามการซ่อมบำรุงไม่ให้ชำรุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top