Monday, 15 June 2026
Politics

กทม. ประกาศพร้อมจัดการเลือกตั้ง เล็งถก ศบค. หาแนวทางให้คนติดโควิดได้เลือกตั้ง

กทม.พร้อมจัดการเลือกตั้ง เตรียมหารือ ศบค. แนวทางดำเนินการสำหรับผู้มีสิทธิที่ติดโควิด-19

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 65 นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจความพร้อมการเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ณ สำนักงานเขตดินแดง และสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยมีนายสมชัย สุรกาญจน์กุล ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร และคณะ พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในการตรวจความพร้อมการเตรียมเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามแผนงานที่วางไว้ ได้แนะนำเรื่องการเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ การดูแลประชาชนที่มาติดต่อราชการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ระมัดระวังปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงจะมีการจัดทำเว็บไซต์ที่แจ้งรายละเอียดของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าตนจะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ไหนเพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

‘สมศักดิ์’ เหน็บพรรคเล็กปั่นค่าตัว ไม่เชื่อดีลส.ส. 5-30 ล้าน คว่ำรัฐบาล

‘สมศักดิ์ เทพสุทิน’ เหน็บพรรคเล็กปั่นค่าตัว ไม่เชื่อดีลส.ส. 5-30 ล้าน คว่ำรัฐบาล เหตุไม่คุ้มอายุที่เหลืออยู่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์กระแสข่าวพรรคเล็กไปรับประทานอาหารกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการหารือเรื่องล้มรัฐบาลในสภาฯ ว่า เรื่องของพรรคเล็กหรือฝ่ายค้าน ถ้าทบทวนดูจะเห็นว่าปีสุดท้ายของรัฐบาลจะเป็นแบบนี้ เพราะฝ่ายค้านก็จะต้องติดตามงานของรัฐบาล ขณะที่เราก็ต้องเร่งงานของเราให้ออกมาเป็นรูปธรรม ส่วนพรรคเล็กถ้าเขาไม่ออกมาพูดหรือมีบทบาทในช่วงปีสุดท้ายเพื่อทำให้มีราคาเขาก็ไม่มีราคา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าการ ไปหารือกับฝ่ายค้านหวังจะล้มรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการเมืองพรรคเล็ก พรรคใหญ่ต้องคุยกัน ต้องหารือกัน พรรคเดียวกันก็ต้องสามัคคี มีความคิดที่ตกผลึกออกมาเป็นแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ไปคนละทิศคนละทาง

‘อรรถวิชช์’ ท้าแคนดิเดตผู้ว่าฯ สางปัญหาบ้านมั่นคง ชี้ ชาวบ้านผ่อนไม่ไหว เสนอให้เช่าที่ดินมั่นคงแทน

‘อรรถวิชช์’ ท้า แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. กล้าหรือไม่ เข้ามาดูปัญหาบ้านมั่นคงริมคลองเปรม หลายบ้านผ่อนไม่ไหว ไม่อยากเข้าโครงการ เสนอให้เช่าที่ดินมั่นคงแทน แก้ปัญหาไม่ต้องสร้างที่อยู่ใหม่

ชาวบ้านชุมชนริมคลองเปรมประชากร พื้นที่เขตจตุจักร ดอนเมือง หลักสี่ รวมตัวกันสะท้อนปัญหาโครงการบ้านมั่นคง ผ่านการทำ Workshop ร่วมกับนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า และทีมงานพรรคกล้า และได้พบปัญหาหลายจนทำให้โครงการช่วยเหลือกลายเป็นภาระให้กับชาวบ้านหลายคน

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า จากการทำพูดคุยทำ Workshop ร่วมกัน เกี่ยวกับปัญหาที่อยู่อาศัยริมคลองเปรมประชากร โครงการบ้านมั่นคงที่มีจุดประสงค์ช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ชาวบ้านบางส่วนตอบรับยอมผ่อนบ้านใหม่ แต่อีกส่วนผ่อนบ้านปลูกใหม่ไม่ได้จริงๆ ซึ่งเป็นผลจากกติกาที่เป็นปัญหา 

‘เพชร กรุณพล’ ลั่น อย่าใช้มาตรฐานปชป.ตัดสิน หลัง ‘บุญยอด’ โจมตี ‘พิธา’ หาเสียงเกินจริง

‘เพชร กรุณพล’ สวน ‘บุญยอด’ อย่าใช้มาตรฐาน ปชป.ตัดสิน หลังโจมตี ‘พิธา’ หาเสียงเกินจริง ย้ำ 4 นโยบายก้าวไกล ถ้าเป็นรัฐบาลทำได้ทันที 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ วิพากษ์วิจารณ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในเรื่อง 4 นโยบายที่สามารถทำได้ทันที หากได้เป็นพรรคใหญ่ในรัฐบาล ได้แก่ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า และรัฐสวัสดิการ เป็นการหาเสียงเกินจริงและไม่สามารถทำได้ตามใจหรือทันที ว่า นายบุญยอดคงตัดสินจากมาตรฐานพรรคที่ตนเองสังกัด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจนอกระบบหรืออำนาจจากเผด็จการให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล จึงไม่สามารถมีนโยบายที่ยึดโยงกับประโยชน์ของประชาชนออกมาได้ แม้กระทั่งการหาเสียงก็ต้องโกหกประชาชนว่าจะไม่ร่วมกับเผด็จการ แต่สุดท้ายก็ไปโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้มีตำแหน่งในรัฐบาล แต่พอมีอำนาจกลับไม่สนใจที่จะแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและฉุดรั้งไม่ให้ประเทศนี้มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเสมอภาคเป็นธรรมและทั่วถึง คอยอุ้มแต่ทุนใหญ่ ทั้งที่เป็นผู้ดูแลกระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายกรุณพล กล่าวต่อว่า การกล่าวหาว่านายพิธาไม่เข้าใจการแก้ไขกฎหมายในระบบรัฐสภา นายบุญยอดจะเอามาตรฐานพรรคตัวเองมาตัดสินพรรคอื่นไม่ได้ เพราะพรรคเสียงข้างมากในสภาที่มีเจตจำนงทางการเมือง ย่อมมีความสามารถพอในการแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสมัยที่พรรคของนายบุญยอดเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก จึงไม่สามารถแก้กฎหมายหรือผลักดันนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เลย เพราะไม่เคยคิดชนะการเลือกตั้งด้วยนโยบาย จนในที่สุดประชาชนเสื่อมศรัทธา ความนิยมตกต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ต้องเผชิญกับปัญหาความวุ่นวายภายในพรรค ทำให้มีแต่คนเดินออกเป็นว่าเล่นดังทุกวันนี้

'เพื่อไทย' อัด ‘บิ๊กตู่’ แก้ปัญหาของแพงล้มเหลว แนะถอยได้แล้ว ก่อนประชาชนลุกฮือไล่

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศตกทุกข์ได้ยากอย่างแสนสาหัส จากการที่รัฐบาลนิ่งเฉย ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ ในภาวะที่ประชาชนตกงาน เรียนจบไม่มีงานทำมาตั้งแต่ปี 63 จนถึงสิ้นปี 64 รวมมากกว่า 2 ล้านคน ขณะที่ในเดือนนี้รัฐทยอยเลิกอุดหนุนค่าพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นลิตรละ 2 บาท กระทบกับต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก๊าซหุงต้มราคาปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง (15 กก.) และจะปรับขึ้นอีกในเดือนมิ.ย. อีก 15 บาท ทำให้ราคาอาหารปรับเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ส่วนค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือนนี้จนถึงส.ค.จะปรับขึ้นอยู่ที่หน่วยละ 4 บาทเป็นค่าไฟที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชนแพงขึ้นทั้งหมด ปัญหากำลังทับถมรุมเร้าคนไทยให้จนมุม ไม่สามารถจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ แม้ทำงานมีรายได้ต่อวันหรือทำการเกษตร ก็ล้วนต้องทำมาเพื่อจ่ายไป ซ้ำที่หามาได้ยังไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่าอาหารต่อวันด้วยซ้ำ ขณะที่รัฐบาล คณะรัฐมนตรีหรือแม้แต่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติ 

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพมี 2 วิธี ทำได้ทันที คือ 1.) ปรับลดกำไรของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 3 หน่วยงาน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟน.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลง โดยในปี 63 กฟผ. มีกำไรสุทธิ 31,311 ล้านบาท ปี 64 กำไรอยู่ที่ 33,486 ล้านบาท ส่วน กฟน. มีกำไรในปี 62 อยู่ที่ 5,356 ล้านบาท ปี 63 กำไรเพิ่มขึ้น 5,922 ล้านบาท ส่วน กฟภ.มีกำไรในปี 63 อยู่ที่ 9,986 ล้านบาท ปี 64 อยู่ที่ 15,694 ล้านบาท 

2.) กระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปบริหารจัดการราคาสินค้าที่ปลายทางซึ่งมีราคาสูง ขณะที่ผู้ผลิตอย่างเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน หรือผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขายส่งสินค้าได้ในราคาที่ต่ำ ถูกกดราคา เรียกได้ว่าตอนนี้เป็นยุคคนผลิตขายจน คนซื้อของแพง

‘ชัชชาติ’ ยันไม่หวนคืนการเมืองสนามใหญ่ หลัง ‘วิษณุ’ ระบุติดลิสต์นายกฯ สำรอง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ยืนยันว่า จะไม่กลับไปเล่นการเมืองสนามใหญ่ หลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า นายชัชชาติ เป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีสำรอง ซึ่งไม่ทราบวิธีเอารายชื่อออก อีกทั้งตนเองมาทางการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัดเจนแล้ว จึงขอมุ่งเน้นไปที่สนามผู้ว่าฯ กทม. พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทำผิดกฎหมาย และไม่เคยซื้อเสียงเลือกตั้ง ซึ่งข่าวที่ปล่อยออกมาเป็นข่าวปลอม และมองว่าเริ่มมีการพยายามใส่ร้ายป้ายสี โดยขอให้แข่งขันกันที่นโยบาย


ที่มา : https://mgronline.com/uptodate/detail/9650000041973

ครม.ผุดแผนพัฒนาฯ ฉบับ 13 ตั้งเป้าหลัก 5 ข้อ ฉุดพ้นปท.รายได้ปานกลาง รายได้ต่อหัว 3 แสนบาท

เมื่อเวลา 13 .40 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่13 พ.ศ. 2566-2570 เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเรามีการออกแบบแผนนี้มาจากฐานคิด 4  ประการ 

1.) เศรษฐกิจพอเพียง 
2.) ความสามารถในการที่จะล้มแล้วลุกให้ไว เดินไปข้างหน้าให้ได้ 
3.) เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ 
และ 4.) การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนวียน เศรษฐกิจสีเขียว  

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ เร่งรถไฟความเร็วสูง ไทย-ลาว-จีน เย้ย ถ้าไม่มีรัฐประหารเสร็จนานแล้ว

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ เร่งรถไฟความเร็วสูง เชื่อมหนองคาย-เวียงจันทน์-จีน เย้ย หากไม่มีรัฐประหาร โครงการนี้เสร็จไปแล้ว ชี้ ยิ่งช้าไทยยิ่งเสียโอกาส แนะ เจรจาประเทศจีนหาทางเร่งเร็วขึ้น

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 65 นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย อดีตรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ได้ให้ข้อมูลชี้ให้เห็นผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากโครงการรถไฟความเร็วที่เชื่อมต่อจากประเทศจีนมายังกรุงเวียงจันทน์ ซึ่งทำให้ประเทศลาวได้ประโยชน์อย่างมาก มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าลาวเป็นจำนวนเป็นล้านคนแล้ว รวมทั้งยังมีการขนส่งสินค้าระหว่างกันจำนวนหลายแสนตัน ส่งเสริมการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างมาก แต่เพราะความล่าช้าและความด้อยประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทำให้โครงการรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทยล่าช้าทำได้เพียง 3.5 กม. แต่ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 2 ปี 6 เดือน เสียค่าใช้จ่ายไปมหาศาลแต่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด เป็นความเสียโอกาสของประเทศไทยอย่างมาก 

หากเริ่มทำสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้ท่านอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ป่านนี้รถไฟความเร็วสูงของไทยคงเชื่อมต่อจากประเทศจีนถึงกรุงเทพมหานครแล้ว และ คงมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้าประเทศไทยเป็นล้าน ๆ คนเช่นกัน ซึ่งจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยที่กำลังย่ำแย่ในปัจจุบันได้

‘จอมขวัญ’ เผย ถูกผู้สมัครเทเวทีดีเบต ถามแรง จะเป็นผู้ว่าฯ ตามที่หาเสียงได้ใช่ไหม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ พิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่า “รับปากไว้ไม่มา..จะเป็นผู้ว่าฯ ตามที่หาเสียงไว้ได้ใช่มั้ยคะ #ผู้ว่ากรุงเทพ #ผู้ว่ากทม”

โดย จอมขวัญ จะจัดรายการดีเบตผู้ว่าผ่านทาง The Matter โดยมีรายนามผู้เข้าร่วม ได้แก่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, นางสาวรสนา โตสิตระกูล, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ น.ต.ศิธา ทิวารี จัดขึ้นวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 นี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เวทีเปิดวิสัยทัศน์ ของผู้ว่าฯ กทม. ว่าด้วยนโยบายสิทธิมนุษยชน มีผู้ขึ้นเวทีถึง 24 คน ถูกห้ามไม่ให้จัดที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.อ.อัศวิน ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมได้


ที่มา : https://twitter.com/jomquan/status/1521447297292603392
https://www.matichon.co.th/politics/news_3326075

‘พิชัย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งเพิ่มรายได้คนไทยสู้เงินเฟ้อ ชี้ ฟื้นศก. ไทยต้องพึ่งต่างประเทศ หยุดขายฝันมั่ว

‘พิชัย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เร่งเพิ่มรายได้คนไทยสู้เงินเฟ้อก่อนจะอดตายกันหมด และหยุดขายฝันมั่ว ชี้ ฟื้นเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งต่างประเทศจึงต้องเข้าพบหลายสถานทูตสร้างความมั่นใจ แนะ หลักคิดเพื่อไทยฟื้นเศรษฐกิจได้แน่

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า เงินเฟ้อในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.65% ทำให้เงินเฟ้อของ 4 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 4.71% ซึ่งสูงมาก อย่างไรก็ตามในเดือนพฤษภาคมนี้เงินเฟ้อน่าจะสูงเพิ่มขึ้นอีกจากราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลปล่อยให้ทะลุเกินลิตรละ 30 บาท เป็นลิตรละ 32 บาทและ อีกไม่นานคงจะถึงลิตรละ 35 บาท (ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ราคาน้ำมันโลกก็ประมาณ 100 กว่าเหรียญนี้ แต่ยังสามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลได้ลิตรละต่ำกว่า 30 บาทได้) อีกทั้งค่าไฟฟ้าปรับขึ้นเป็นหน่วยละ 4 บาท และราคาก๊าซหุงต้มก็ปรับขึ้นอีก ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับขึ้นแทบทุกชนิด ทั้งราคาไข่ ราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ราคาหมู ราคาน้ำมันปาล์ม อาหารแทบทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้นมาก และจะเพิ่มขึ้นอีกจากที่สมาคมขนส่งประกาศขึ้นค่าขนส่ง 20% หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลทะลุเกิน 30 บาท สถานการณ์เงินเฟ้อ ข้าวของแพง พลเอกประยุทธ์ ทำท่าจะเอาไม่อยู่ ซึ่งจะทำให้คนเดือดร้อนกันอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนมาก่อนเป็นเดือนๆ แล้วแต่พลเอกประยุทธ์ เหมือนไม่เข้าใจและทำเหมือนไม่เดือดร้อน

ล่าสุดพลเอกประยุทธ์ประกาศว่าจะเพิ่มรายได้ให้คนไทยเฉลี่ยปีละ 300,000 บาท ซึ่งไม่รู้เอาความคิดนี้มาจากไหน น่าจะฝันตื่นมาเห็นตัวเลขเหมือนฝันเลขหวย เพราะที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ บริหารเศรษฐกิจของไทยได้ย่ำแย่มาตลอด เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ จะไปเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนขนาดนั้นได้อย่างไร แนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจยังโบราณมาก และไม่รู้ว่าเมาหรือเครียด พลเอกประยุทธ์ ยังได้กล้าประกาศว่าคนจนจะหมดไปในวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ไม่ต่างอะไรกับที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ได้เคยประกาศไว้เช่นกันว่าคนจนจะหมดไปตั้งแต่ปี 2561 แต่หลังจากประกาศเศรษฐกิจไทยก็เละเทะมาตลอด คนจนกลับเพิ่มขึ้นมาก จนสุดท้ายต้องถูกปลดออกไป ดังนั้นการที่พลเอกประยุทธ์เลียนแบบนายสมคิดและประกาศตามก็คงเละตามกันไปเหมือนกัน คนจนจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก และคนจะลำบากกันอย่างมากจนจะทนกันไม่ไหว 

จริงอยู่ สถานการณ์เงินเฟ้อเกิดขึ้นกับทั้งโลก แต่รัฐบาลที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพเขาจะพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวสูง ทำให้ประชาชนของประเทศเขามีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะข้าวของแพงได้ แต่ประเทศ ไทยกลับทำตรงกันข้าม พลเอกประยุทธ์ด้อยความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับ เงินเฟ้อสูง ราคาข้าวของแพงแต่รายได้ไม่เพิ่ม ค่าแรงไม่เพิ่ม ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มน้อยมาก ยังไม่พอกับราคาค่าปุ๋ยที่แพงขึ้นมาก คนหาเช้ากินค่ำค้าขายฝืดเคืองเพราะขายของไม่ดีคนไม่มีเงินซื้อ พอแม่ค้าตอบพลเอกประยุทธ์ว่าขายไม่ดี พลเอกประยุทธ์กลับเสนอให้ไปขายของชนิดอื่น ซึ่งแสดงถึงความไม่เข้าเลยว่าเศรษฐกิจไม่ดี ขายอะไรก็ไม่ดี เปลี่ยนของขายก็จะขายไม่ดี ทางที่ดีที่สุดคือการต้องเปลี่ยนนายกฯ ทันทีอย่างเดียว และหานายกฯ ที่เก่งเศรษฐกิจมาบริหารถึงจะขายของได้ดี คนมีรายได้เพิ่ม 

โดยอยากให้พลเอกประยุทธ์ ไปศึกษา 5 แนวทางที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เสนอไว้แล้ว คือการกระจายอำนาจ ดึงศักยภาพคนไทยด้วย Soft Power การใช้ AI เพื่อการเกษตร การปรับภาครัฐและภาคเอกชนเข้าสู่ Digital Transformation และ การเตรียมคนไทยเข้าสู่ Metaverse ซึ่งสามารถเปลี่ยนประเทศ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต อีกทั้งจะเพิ่มรายได้ของประชาชนให้มากขึ้นได้อย่างแน่นอน อย่าอ้างแก้ตัวมั่วว่าได้ทำแล้วทั้งที่ตัวเองยังไม่เข้าใจเลย แล้วจะทำได้อย่างไร และพรรคเพื่อไทยยังจะมีนโยบายเศรษฐกิจที่จะฟื้นฟูประเทศไทยออกมาอีกมากที่จะประกาศเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ โดยเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิด 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top