Saturday, 6 June 2026
NewsFeed

‘จุลพันธ์’ ลุยกระทรวงแรงงาน เข้ากระทรวงวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มอบนโยบายเน้นแก้ปัญหาแรงงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย รักษาการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานทุกมิติ

‘จุลพันธ์’เข้ากระทรวงแรงงานวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มอบนโยบายผู้บริหาร ยันพร้อมขับเคลื่อนนโยบาย แก้ปัญหาความเดือดร้อน - ลดภาระค่าใช้จ่าย - รักษาการจ้างงาน - ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานทุกมิติ 

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานเป็นวันแรกเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานทั้ง 5 จุด ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา จากนั้นถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ กระทรวงแรงงาน

จากนั้น นายจุลพันธ์ เดินทางเข้าห้องทำงานชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน และรับมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน และแขกที่มาร่วมแสดงความยินดี ก่อนที่จะประชุมมอบนโยบายแนวทางการทำงานให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน

โดยนายจุลพันธ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนายจุลพันธ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนที่ 20 พร้อมย้ำถึงนโยบายสำคัญที่ได้มอบให้กับผู้บริหารกระทรวงแรงงานในการดูแลแรงงานในภาวะวิกฤตปัจจุบัน และเน้นการเร่งช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันออกกลาง ควบคู่กับการพิจารณามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงาน เช่น การลดเงินสมทบประกันสังคม และการรักษาระดับการจ้างงาน ซึ่งมุ่งให้เกิดผลภายใน 100 วันแรกของการทำงาน พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงจัดระเบียบแรงงานทั้งในและต่างประเทศให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงาน เมื่อพี่น้องแรงงานเดือดร้อนก็จะเข้าไปพบปะช่วยแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

สำหรับภารกิจเร่งด่วน ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการแล้ว นายจุลพันธ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเตรียมพร้อมขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยทันที เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้ตัวชี้วัด (KPI) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน
 

3 ผู้กำกับฯ มากฝีมือ ร่วมสร้างความประทับใจ ใน “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” หนังครอบครัวจาก GDH ที่เล่าเรื่องเจ้าตูบผ่าน 3 วัย 3 มุมมอง

3 ผู้กำกับฯ มากฝีมือ ได้แก่ ‘หมู’ ชยนพ บุญประกอบ, ‘บาส’ พูนพิริยะ และ ‘อัตต้า’ อัตตา เหมวดี รวมตัวสร้างภาพยนตร์อบอุ่น "โกฮัง..หัวใจโกโฮม" จากค่าย GDH ถ่ายทอดเรื่องราวเจ้าตูบ ‘โกฮัง’ ในสามช่วงวัย เด็ก, หนุ่ม และแก่ พร้อมเรื่องราวความผูกพันแบบครอบครัวที่ทุกคนดูได้

‘หมู’ ผู้กำกับฯ ช่วงวัยเด็ก เล่าว่า "โคริเป็นหมาเด็กซุกซน ที่ต้องหาวิธีระบายพลังงาน เขาทำให้กองถ่ายเต็มไปด้วยความสดใส ซึ่งน่าจะส่งต่อความสุขถึงคนดู" ในขณะที่เคมีระหว่าง ‘คุณคิตะ’ กับ ‘โกฮัง’ ยิ่งเติมความพิเศษให้หนัง

‘บาส’ รับหน้าที่กำกับฯ วัยหนุ่มกล่าวถึงน้องหมา ‘มีโชค’ ที่งานลื่นไหลกว่าคาด พร้อมชื่นชม ‘พิ้งกี้’ ที่ทำหน้าที่ครูฝึกน้องหมาร่วมกับทีม ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ผูกพันและเป็นธรรมชาติ

‘อัตต้า’ ผู้กำกับฯ วัยแก่ มองลึกถึงหัวใจหมาจรที่เป็นตัวเอกในเรื่อง และเผยความทุ่มเทของนักแสดงที่ต้องเวิร์กช็อปร่วมกับ ‘ลุงหิมะ’ หวังให้คนดูได้สัมผัสชีวิตและความรู้สึกเหล่านี้ผ่านหนังเรื่องนี้

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10199864

ขู่ถล่มไฟฟ้าอิหร่าน!! ‘ทรัมป์’ ขู่โจมตีหนักกว่าครั้งก่อน อิหร่านไม่ใช่เป้าหมายที่ล้มได้ง่าย อดีตทหารชี้ ระบบไฟฟ้าแข็งแกร่ง-ซ่อมเร็ว แผนถล่มอิหร่านของทรัมป์เสี่ยงล้มเหลว

ทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน “หนักกว่าที่เคย” แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้มีโอกาสไม่สำเร็จ เหตุโครงข่ายไฟฟ้าอิหร่าน “อึด-กระจายตัว-ซ่อมไว” ยากจะทำให้ล่มทั้งประเทศ

พันเอกสุลต่าน เอ็ม. ฮาลี อดีตนายทหารอากาศปากีสถาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ว่า การโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศหนึ่ง ไม่ใช่ภารกิจที่สามารถจบได้ด้วยการโจมตีเพียงระลอกเดียว เพราะระบบไฟฟ้าของอิหร่านมีลักษณะกระจายตัว ได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง และหลายจุดยังมีระบบเชื่อมต่อสำรองรองรับความเสียหาย

เขาระบุว่า ต่อให้ประเมินในแง่ดีที่สุด ฝ่ายสหรัฐฯ ก็ยังต้องใช้ภารกิจบินโจมตีหลายร้อยเที่ยวตลอดหลายวัน จึงจะมีโอกาสทำให้ระบบไฟฟ้าของอิหร่านหยุดชะงักในวงกว้าง ขณะเดียวกัน อิหร่านก็เคยแสดงให้เห็นมาแล้วว่าสามารถซ่อมแซมความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว

อดีตนายทหารรายนี้มองว่า หากเกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศจริง ผลกระทบก็น่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่สิ่งที่สหรัฐฯ ต้องแลกคือการใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล และการเปิดความเสี่ยงให้เครื่องบินรบต้องเผชิญการยิงตอบโต้จากระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ เขายังชี้ว่า หลักนิยมทางทหารของอิหร่านให้ความสำคัญกับ “ความยืดหยุ่น” และ “การอยู่รอด” ภายใต้แรงกดดัน โดยอาศัยการทำสงครามอสมมาตร เช่น การใช้ขีปนาวุธ โดรน และยุทธวิธีแบบไม่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ ทำให้แม้โครงข่ายไฟฟ้าจะถูกโจมตี ก็ไม่ได้หมายความว่าศักยภาพการตอบโต้ทางทหารจะหมดไป

“ในทางทหาร อิหร่านจะยังคงต่อสู้ได้ต่อไป ส่วนในทางการเมือง การโจมตีลักษณะนี้อาจยิ่งให้ผลตรงข้าม เพราะอาจทำให้ประชาชนอิหร่านรวมตัวกันต่อต้านวอชิงตันมากขึ้น” เขากล่าว

ที่มา : Sputnik

จีนคุมราคาน้ำมัน!! ประกาศควบคุมราคาน้ำมันต่อเนื่อง ลดผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกผันผวน ปรับราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซลต่ำกว่ากลไก สั่งเข้มงวดตรวจสอบตลาดน้ำมันภายในประเทศ

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ประกาศว่าจะยังคงใช้มาตรการควบคุมราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนสูง

ตามกลไกราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลควรจะปรับขึ้น 800 หยวน และ 770 หยวนต่อตันตามลำดับ แต่ด้วยมาตรการควบคุมที่ใช้ ราคาจะถูกปรับขึ้นเพียง 420 หยวนสำหรับเบนซิน และ 400 หยวนสำหรับดีเซลเท่านั้น

ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ 3 บริษัทของจีน รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ได้รับคำสั่งให้รักษาการผลิตและดูแลการขนส่งอย่างเข้มงวดเพื่อคงเสถียรภาพของอุปทาน ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตลาดและปราบปรามการละเมิดนโยบายราคาน้ำมัน เพื่อรักษาความเป็นระเบียบของตลาด

มาตรการดังกล่าวสะท้อนความพยายามของจีนในการควบคุมผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกและคุ้มครองตลาดภายในประเทศอย่างเข้มงวด "จีนให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานและเสถียรภาพของตลาดในประเทศ" ตามรายงาน

ที่มา :  Xinhua

“สวนนงนุช” จัดสงกรานต์ เปิดงาน "มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน" วันที่ 11-15 เม.ย. 69 มีขบวนแห่สวยงาม นักท่องเที่ยวร่วมทำบุญสรงน้ำพระ ชมโชว์ช้างแสนรู้ตลอดงานทุกวัน

สวนนงนุชพัทยาพร้อมจัดใหญ่ “มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน” เชิญชวนนักท่องเที่ยวทำบุญสรงน้ำพระ กราบไหว้ขอพร เสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ไทย ท่ามกลางสวนระดับโลก

วันนี้ (8 เมษายน 2569) สวนนงนุชพัทยา นำโดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ประกาศความพร้อมในการจัดงาน “เทศกาลมหาสงกรานต์ดอกไม้บานที่สวนนงนุชพัทยา” ต้อนรับปีใหม่ไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมทำบุญกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ภายในงานได้จัดกิจกรรม สรงน้ำพระเก้าวัด พร้อมกราบไหว้พระต่างๆภายในสวนฯ อาทิ พระสังกัจจายน์, พระพิฆเนศ, เจ้าแม่กวนอิม, พระพรหม  และพระพุทธรูปองค์แทนพระพุทธศาสนาจากนานาชาติ สร้างแล้วเสร็จแล้ว 6 องค์ (จากทั้งหมด 11 องค์) และพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ไทย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษหลากหลายตลอดช่วงเทศกาล อาทิ พิธีเปิดเทศกาลมหาสงกรานต์(ในวันที่13 เมษายน 2569)  ชมขบวนแห่รถบุปผชาติอันสวยงาม เล่นน้ำกับน้องช้างอย่างใกล้ชิด ชมการแสดงดนตรี และการแสดงชุดพิเศษจากนักแสดงของสวนนงนุชพัทยา พร้อมโชว์ช้างแสนรู้ในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่และตระการตาทุกวันตลอดช่วงจัดงาน

สวนนงนุชพัทยาเชิญชวนมาร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่ไทยด้วยบรรยากาศแห่งความสุข ให้จิตใจเบิกบาน ผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและสวนสวยที่ติด 1 ใน10 สวนสวยที่สุดในโลก เพื่อเติมพลังใจโดยสามารถเที่ยวชมได้แบบ ยกครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้ม   สวนนงนุชฯเปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.nongnoochpattaya.com

พาณิชย์จับมืออุตสาหกรรม ‘ศุภจี’ ถกคุมเม็ดพลาสติก เตรียมหารือผู้ประกอบการ ย้ำต้องคุมปริมาณ-ต้นทุนให้สมดุล ดันรีไซเคิลแก้ปัญหาขยะพลาสติก

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการเม็ดพลาสติก หลังสหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมดูแลสินค้าต้นทางมีความแน่นอนมากขึ้น

ศุภจี กล่าวว่า "ถ้ามีความแน่นอนเช่นนั้น เราสามารถควบคุมดูแลเรื่องสินค้าต้นทางได้ดีมากยิ่งขึ้น" พร้อมเผยว่า สินค้าควบคุม เช่น เม็ดพลาสติก จะได้รับการดูแลปริมาณและต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อบริหารจัดการได้ดีขึ้น หากมีการหยุดยิงจริงจะเป็นผลดีต่อระบบโดยรวม

ในการประชุมที่จัดขึ้นหลังจากเม็ดพลาสติกถูกประกาศเป็นสินค้าควบคุมเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา มีการหารือกับผู้ประกอบการในเรื่องสต๊อกและราคาที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความขาดแคลนและต้องมีการสั่งนำเข้าเป็นวัตถุดิบ โดยย้ำว่าการจัดการเม็ดพลาสติกต้องร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย การส่งเสริมการรีไซเคิลเม็ดพลาสติกซึ่งปัจจุบันมีเพียง 20% ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย

ในการประชุมครั้งนี้ยังมีตัวแทนหลักจากกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมเพื่อหารือความร่วมมือในการจัดการด้านเม็ดพลาสติกอย่างครอบคลุม

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/economics/1228744?anf=

“เรือฟริเกต” ไทยคืบหน้า กองทัพเรือเร่งโครงการเรือฟริเกต ชูต่อในประเทศไม่น้อยกว่า 20% เปิดแข่งขันเป็นธรรม 11 บริษัททั่วโลกเข้าชิง โปร่งใส เปิดกว้าง ใช้ผู้สังเกตการณ์

กองทัพเรือเดินหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกต กำหนดต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 พร้อมเปิดภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ขอชี้แจงความก้าวหน้าของโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์หลักในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศทางทะเล โดยขณะนี้กองทัพเรือได้ดำเนินการจัดทำ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) แล้วเสร็จเรียบร้อย โดยครอบคลุมทั้งด้านยุทธการ เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และความสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพเรือในปัจจุบันและอนาคต

ทั้งนี้ ใน TOR ดังกล่าว กองทัพเรือได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ
การกำหนดให้มีการชดเชยทางด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ เช่น สัดส่วนการต่อเรือภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยในระยะยาว

ภายหลังการจัดทำ TOR แล้วเสร็จ กองทัพเรือได้มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีศักยภาพในการต่อเรือฟริเกต และมีประสบการณ์ในระดับสากลจากทั้งยุโรปและเอเชีย จำนวน 11 บริษัท เข้าร่วมยื่นข้อเสนอ ได้แก่ DAMEN NAVAL (เนเธอร์แลนด์) NAVANTIA (สเปน) FINCANTIERI (อิตาลี) TAIS Shipyards และ ASFAT (ตุรกี) ST Engineering Marine (สิงคโปร์) Hanwha Ocean, SK Oceanplant และ Hyundai Heavy Industries (สาธารณรัฐเกาหลี) CSTC (จีน) และ ROSOBORONEXPORT (รัสเซีย) โดยกำหนดรับข้อเสนอใน 21 เมษายนนี้

การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มุ่งเน้น ความโปร่งใส เปิดกว้าง และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อให้กองทัพเรือได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งในด้านขีดความสามารถของเรือ ความคุ้มค่าในระยะยาว และผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ นอกจากนี้ กองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยได้เปิดให้มี ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ตามข้อตกลงคุณธรรมที่กองทัพเรือได้ลงนามร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อติดตามกระบวนการจัดหาตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำ TOR การเชิญชวน การยื่นข้อเสนอ การพิจารณาคัดเลือก ตลอดจนถึงขั้นตอนการบริหารสัญญา เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน

กองทัพเรือขอยืนยันว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตครั้งนี้ เป็นการดำเนินการอย่างมีขั้นตอน ชัดเจน ตรวจสอบได้ และยึดถือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
8 เมษายน

วีรบุรุษกองทัพออสเตรเลีย ‘เบน โรเบิร์ต-สมิธ’ สู่ผู้ต้องหาอาชญากรรมสงคราม โดน 5 ข้อหาอาชญากรรมสงคราม อาจถูกจำคุกตลอดชีวิต

อดีตทหารออสเตรเลีย
ถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมสงคราม

อดีตทหารกล้าของออสเตรเลีย 'เบน โรเบิร์ต-สมิธ' ถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม 5 กระทง ในคดีฆาตกรรม 3 คดีที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน เขาถูกควบคุมตัวที่ท่าอากาศยานซิดนีย์ และจะนำตัวยื่นขอประกันในวันถัดไป

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ The Guardian และสำนักงานผู้สอบสวนพิเศษของออสเตรเลีย ระบุว่าในคดีแรก โรเบิร์ต-สมิธมีส่วนในเหตุการณ์ยิงชายชาวอัฟกัน 2 รายในปี 2552 เหยื่อถูกยิงทั้งขณะยังอยู่ในท่าทางยอมจำนนและไม่มีอาวุธ

คดีที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2558 เมื่อเขาถูกกล่าวหาว่าจับชายชื่อ 'อาลี จัน' ทรมานจนเสียชีวิต ด้วยการบังคับให้เหยื่อเดินไปยังหน้าผาสูงและสั่งให้ทหารรายหนึ่งยิงจนตาย ขณะที่คดีที่ 3 เชื่อมโยงกับการฆาตกรรมพลเรือนอีก 2 รายในพื้นที่เดียวกัน ข้อมูลยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

รอสส์ บาร์เน็ตต์ ผอ.สำนักงานสอบสวนพิเศษเผยว่าเรื่องนี้เริ่มสอบสวนตั้งแต่ปี 2564 หลังคดีถูกสื่อออสเตรเลียเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ โรเบิร์ต-สมิธปฏิเสธข้อหาและเคยฟ้องหมิ่นประมาทสื่อ แต่แพ้คดีทุกศาล

อนุสรณ์สถานสมรภูมิรบออสเตรเลียจะติดตามสถานการณ์และพิจารณาแก้ไขเกียรติยศของเขา ขณะที่นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซียังไม่แสดงความเห็นในคดีนี้

ที่มา : https://url.in.th/mxisU

'บีซีพีจี' ลุยทำสมุด!! เปลี่ยนกระดาษใช้แล้วส่งต่อ ให้น้องในพื้นที่ห่างไกลเรียนรู้ได้ ทำได้ 85 เล่มใน 3 ชั่วโมง ลดคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 8 กิโลกรัม

BCPG จัดกิจกรรม “BCPG Paper Ranger” เปลี่ยนกระดาษใช้แล้วเป็นสมุดทำมือ 

ส่งต่อให้น้องๆ ในพื้นที่ห่างไกล

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “BCPG Paper Ranger” โดยพนักงานได้ร่วมกันเปลี่ยนกระดาษ A4 ที่ใช้แล้วเพียงหน้าเดียว ให้กลายเป็นสมุดเล่มใหม่ เพื่อส่งต่อให้น้อง ๆ นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน ณ สำนักงานใหญ่ อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ 

ภายในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมงของกิจกรรมสามารถจัดทำสมุดทำมือได้ถึง 85 เล่ม ด้วยกระดาษใช้แล้วจำนวน 1,700 แผ่น ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตกระดาษจำนวนดังกล่าวได้ประมาณ 8.755 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1 ต้น

กิจกรรมนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยผสานสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการต่อยอดวัสดุเหลือใช้ ควบคู่กับการลดของเสีย การ Reuse และการสร้างโอกาสทางการศึกษา

หอการค้าชี้ธุรกิจเพชรบุรี ประชุมใหญ่สามัญปี 2568 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ เน้นนวัตกรรมเงินทุนและความเสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือโลกธุรกิจใหม่

หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 พร้อมบรรยายพิเศษโดย “จิตรเทพ เนื่องจำนงค์” ชี้ทิศทางธุรกิจในยุคความไม่แน่นอน

หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ The Grand Century Hall The PBRU Heritage อาคารปฏิบัติการโรงแรมและท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของหอการค้า พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและแนวโน้มธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การนำของ คุณธวัช สิทธิยานุรักษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี โดยมี คุณศรวณีย์ พรมเสน พิธีกรด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน และการวางแผนการเงิน เป็นผู้ดำเนินรายการ

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “The New Business Game : นวัตกรรม เงินทุน โอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจในยุคความไม่แน่นอน” โดย จิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นักธุรกิจและนักกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมและการเงินการลงทุน

ในการบรรยายครั้งนี้ คุณจิตรเทพได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับ ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงใหม่ของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจ การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือ

พร้อมกันนี้ยังได้สะท้อนแนวคิดว่า “ธุรกิจในยุคใหม่ไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป” ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจทั้งความเสี่ยง โอกาส และโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อวางกลยุทธ์ธุรกิจให้สามารถเติบโตได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน

การบรรยายดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และสมาชิกหอการค้าจำนวนมาก เนื่องจากเนื้อหามุ่งเน้น การมองอนาคตของธุรกิจไทยในเวทีโลก พร้อมการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับภาคธุรกิจในภูมิภาค

การประชุมใหญ่ครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วย เชื่อมโยงภาคธุรกิจในจังหวัดเพชรบุรีกับองค์ความรู้และแนวคิดทางเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top