Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

‘รถถัง’ ชั่งน้ำหนักทีเดียวผ่านฉลุย ‘น้องโอ๋’ ค่าน้ำไม่ผ่าน ตกตาชั่ง คู่ชกชิงเข็มขัดมวยไทย ศึก ONE:173 ที่ญี่ปุ่น รอลุ้น ONE ตัดสินใจจะให้ชกกันในรูปแบบใด

ความเคลื่อนไหวศึกมวย ONE:173 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ที่ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยเมื่อ 15 พ.ย. 68 มีการชั่งน้ำหนักของนักชกที่จะขึ้นสังเวียนดังกล่าว ซึ่งคู่ชกในรุ่นฟลายเวต ชิงเข็มขัด ONE มวยไทยที่ว่างอยู่ ระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ดวลหมัด น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.)

ปรากฏว่าในการชั่งน้ำหนัก นักชกจอมเก๋าวัย 39 ปี ขึ้นชั่งรอบแรกน้ำหนักผ่าน แต่ค่าน้ำไม่ผ่าน ก่อนจะมาขึ้นรอบสองปรากฏว่าค่าน้ำยังไม่ผ่านเช่นเคย

ในขณะที่ รถถัง สามารถทำทั้งน้ำหนักและค่าน้ำผ่านฉลุย หลังมานั่งน้ำหนักในช่วง 4 นาทีสุดท้าย ผ่าน พิกัดฟลายเวต ที่ 133.8 ปอนด์

โดยไฟต์นี้ ต้องรอการเจรจาระหว่าง รถถัง และ น้องโอ๋ รวมถึงทีมงานของ ONE ว่าทั้งคู่จะชกกันในรูปแบบใด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘บังยา มวยละหมาย’ เทรนเนอร์ที่ช่วยดูแล รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์คลิป แจ้งว่า รถถัง หลังจากทำน้ำหนัก และค่าน้ำผ่าน มีอาการตะคริวขึ้นหลายรอบ ต้องส่งโรงพยาบาล ซึ่ง ONE ได้ประกาศยกเลิกไฟต์ไปแล้ว

“AI Energy Smart Hospital “แห่งแรกประเทศไทย โรงพยาบาลมหาราช (เชียงใหม่) ห่วงใย : อนุรักษ์พลังงาน 

ด้วย “ AI Transformer Low Carbon “ นวัตกรรม 5 AI “AI Saving +AI Maintenance+AI Sustainable Energy +AI Solar Energy +AI Energy Smart Building “ โรงพยาบาล มหาราช เชียงใหม่ ล้ำนำ : นำ นวัตกรรม AI อนุรักษ์ พลังงาน และ ความเสถียรภาพ ลดค่าใช้จ่ายทางไฟฟ้า พร้อมสร้างความเสถียรภาพ ทางไฟฟ้า กับ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ และ จัดเก็บคุณภาพยาราคาสูงทางการแพทย์ พร้อมเข้าสู่ ” Zero Energy Building “ตาม นโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี 2032

✨อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงการ “แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและอนุรักษ์พลังงานสำหรับโรงพยาบาล” ภายใต้แผนงานของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เข้าร่วมแสดงเจตจำนงความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานฯ ได้เข้าร่วมการประชุมหารือดังกล่าว พร้อมกล่าวถึงบทบาทของ STeP ในการบริหารจัดการและประสานความร่วมมือกับแหล่งทุน เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่าง STeP ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI) ซึ่งมี รศ.ดร. ยศธนา คุณาทร ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการ ร่วมด้วย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.นพ.ธวัชชัย มั่นอ่ำ รองคณบดีด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้แก่ บริษัท เจริญชัยเอ็มแอนด์อี จำกัด และ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาและติดตั้งระบบหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะต้นแบบ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็น โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่บริหารจัดการพลังงานด้วยระบบอัจฉริยะครบวงจร นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้านพลังงานเพื่อสังคม และเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน สู่การพัฒนา “Smart Hospital” ที่ยั่งยืนในอนาคต

ไขกระจ่าง “หวยเกษียณ” หรือ “สลาก กอช.” เตรียมขายงวดแรก ม.ค.69 ซื้อได้เดือนละไม่เกิน 3,000 บาท ลุ้นเงินล้านทุกวันศุกร์ 17.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เปิดทางให้กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ดำเนินการออกสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ หรือ  “สลาก กอช.” ซึ่งเป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วันนับจากวันที่ประกาศ โดยคาดว่าจะเริ่มขายงวดแรกในเดือน ม.ค.2569

หลายคนที่ไม่ได้ตามข่าวอาจจะสงสัยว่า “หวยเกษียณ” หรือ “สลาก กอช.” คืออะไร? วันนี้ THE STATES TIMES มีคำตอบ…

>>หวยเกษียณ คืออะไร
‘หวยเกษียณ’ หรือ ‘สลาก กอช.’ เป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” ไม่ว่าผู้ซื้อจะถูกรางวัลหรือไม่ เงินต้นที่ซื้อหวยทุกบาท จะส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่ง กอช.จะนำเงินนั้นไปลงทุนโดยคุ้มครองเงินต้น แล้วจะคืนให้ทั้งเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อครบกำหนด  

>>หวยเกษียณมีรางวัล ดังนี้ 
-รางวัลที่ 1 มูลค่า 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล 
-รางวัลที่ 2 เลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
-รางวัลพิเศษ (แจ็กพอต) จำนวน 1 รางวัล (ถ้ามี) มูลค่าเงินรางวัลสะสมจากรางวัลที่ออกไม่หมดทบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนถูกรางวัล  

>>คนที่มีสิทธิซื้อ 
คนที่มีสิทธิซื้อหวยเกษียณ คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป

>>เงื่อนไขการซื้อ
สลากราคาใบละ 50 บาท ให้ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาท หรือ 60 ใบ ต่อเดือน

>>การขายและการออกรางวัล 
-ซื้อได้ทุกวัน เวลา 06.00 - 23.00 น. 
-ออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. 
-หากถูกรางวัล เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ทันที 

>>การรับเงินคืน
ผู้ออมจะได้รับเงินคืนเมื่อเข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้ 
1. อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
2. คนที่อายุมากกว่า 60 ปี ได้รับเงินคืนเมื่อครบ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อครั้งแรก และสามารถเริ่มออมรอบใหม่ได้คราวละ 5 ปี
3. เสียสัญชาติไทย หรือทุพพลภาพ 
4. เสียชีวิต เงินทั้งหมดจะตกเป็นของทายาท หรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้

>>ช่องทางและวิธีซื้อ 
สมัครและซื้อผ่านแอปพลิเคชัน กอช. เพียงใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเลขหลังบัตรประชาชน นอกจากนั้น ยังสามารถซื้อได้ผ่านช่องทางพันธมิตรโครงการ ทั้ง ทรูมันนี่, เอไอเอส, ชอปปี้เพย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB), สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) เคาน์เตอร์เซอร์วิส, บิ๊กซี, โลตัส และบุญเติม

ชวนรู้จัก “พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์” อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ คีย์แมนผู้ขับเคลื่อนงานศุลกากร ให้ก้าวกระโดดในยุคเทคโนโลยีมาแรง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ในมติ ครม. ได้มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังจำนวน 7 ตำแหน่ง รวมถึงการแต่งตั้ง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 7 วัน ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ด้วยอายุ 47 ปี ถือว่าน้อยที่สุด และนับได้ว่าเป็นการเติบโตในเส้นทางรับราชการแบบ “ก้าวกระโดด” อย่างมาก แต่หากดูจากประวัติการทำงานของ “พันธ์ทอง” แล้ว ก็ต้องเรียกว่า “อายุน้อย แต่แก่ประสบการณ์”

สำหรับประวัติของพันธ์ทอง มีชื่อเล่นว่า "ขร" ปัจจุบันอายุ 47 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท  Master of Accounting and ManagementScience University of Southampton, UK นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมอีกหลายหลักสูตร ได้แก่ 

-2566 นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่น 14
-2565 หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 189/2022
-2565 หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่น 1
-2563 หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่น 2563
-2562 นักบริหารระดับสูง ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส.) รุ่น 89
-2562 โครงการฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนการบรรยายขยายผลของวิทยากรจิตอาสาในหัวข้อเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย รุ่น 1
-2560 สัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร Change Leader ภายใต้โครงการเสริมสร้างกลไกสามเหลี่ยมแห่งการเปลี่ยนแปลง

ส่วนประวัติการรับราชการก็โชกโชนไม่น้อย

-ปัจจุบัน อธิบดีกรมศุลกากร
-ต.ค. 68 ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
-พ.ย.65-ต.ค. 68 ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร
-ธ.ค. 62-พ.ย. 65 รองอธิบดีกรมศุลกากร
-ธ.ค. 62-พ.ย.63 ผู้บริหารเทคโนโลยีระดับสูง กรมศุลกากร (CIO)
-มิ.ย. 62-ธ.ค. 62 ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการและพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้าส่งออกและโลจิสติกส์
-ส.ค. 60-พ.ย. 62 ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

-2559-2560 นายด่านศุลกากรแม่กลอง
-2557-2562 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
-2554-2559 ผู้อำนวยการส่วนประมวลข่าว สำนักสืบสวนและปราบปราม
-2548-2550 เลขานุการเอก สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลล์

นอกจากนี้ “พันธ์ทอง” ยังเป็นคีย์แมนผลักดันผลงานสำคัญหลายเรื่องด้วยกัน เช่น

-ผลักดันการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางศุลกากร สำหรับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

-ผลักดันการพัฒนา National Single Window (NSW) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถให้บริการทางศุลกากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-ผลักดันการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับกระบวนงานทางศุลกากร อาทิ Blockchain และ Artificial Intelligence (AI) เป็นต้น

-ผลักดันการปรับเปลี่ยนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมศุลกากร (e-Customs) ให้มีความทันสมัยและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน

‘อนุทิน’ ร่ายยาว 11 ข้อ หลัง ‘อันวาร์-ทรัมป์’ โทรคุยเรื่องชายแดน ย้ำจุดยืนไทยไม่รุกรานแต่ต้องปกป้องอธิปไตย จี้กัมพูชาขอโทษคนไทยปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด พร้อมถือโอกาสขอสหรัฐฯ ปรับลดภาษีลงอีก

นายกฯ อนุทิน เผย ‘อันวาร์-ทรัมป์’ ยกหูคุยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ร่ายยาว 11 ข้อชี้แจง จี้กัมพูชาออกแถลงการณ์ขอโทษคนไทยปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด ซัดละเมิดเงื่อนไขมีสันติภาพลำบาก พร้อมขอสหรัฐฯ ปรับลดภาษีลงอีก

(15 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อคืนนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมแห่งมาเลเซียและประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทั้งสองท่านได้พูดคุยหารือกับผมเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาพร้อมทั้งขอให้รัฐบาลไทยยังคงดำรงเป้าหมายการสร้างสันติภาพตามแนวทางที่ได้ลงนามในปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ต่อไป และผมก็ได้แสดงจุดยืนของรัฐบาลไทยซึ่งพอสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

1. ผมได้ขอบคุณทุกคำแนะนำและรับฟังความเห็นของผู้นำทั้งสองท่านในฐานะที่เป็นพยานในปฏิญญาดังกล่าว เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกันกับข้อมูลที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยมีอยู่ในการไปดำเนินการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมจากการเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและละเมิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในปฏิญญา 

2. ผมได้แจ้งให้พยานทั้งสองท่านทราบว่า ผู้ร่วมสังเกตการณ์จากหลายประเทศได้เข้าไปทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้ยืนยันว่า ทุ่นระเบิดทั้งสี่ทุ่นเป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่มีการลักลอบเข้ามาวางในเขตพื้นที่ของไทยหลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้ว 

3. ผมได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะระงับการดำเนินการภายใต้เนื้อหาที่ระบุไว้ในปฏิญญาจนกว่ากัมพูชาจะยอมรับว่าตนมิได้ปฏิบัติตามและได้ละเมิดเงื่อนไขดังกล่าว และต้องมีคำแถลงขอโทษต่อประชาชนชาวไทยในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูมะเขือซึ่งได้ทำให้ทหารของไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะ

4. ผมได้ย้ำว่า รัฐบาลไทยทรงไว้ซึ่งสิทธิและมีอำนาจที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆที่พึงจะกระทำเพื่อปกป้องประเทศและประชาชนให้พ้นจากภัยคุกคามของต่างชาติ

5.  ผมได้เรียกร้องให้ผู้นำของทั้งสองประเทศในฐานะที่เป็นสักขีพยานในปฏิญญาดังกล่าวให้ทำการแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้เคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดและมีความจริงใจต่อประเทศทั้งสี่ที่ได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และได้ขอให้ผู้นำทั้งสองเน้นย้ำต่อผู้นำรัฐบาลกัมพูชาว่า จะต้องไม่มีการขัดขวางใดๆของฝ่ายกัมพูชาต่อการเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกองทัพไทยเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้มีการกำหนดพิกัดและพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

6. ผมได้แจ้งต่อท่าน ปธน. สหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่าการที่กัมพูชาไม่เคารพต่อปฏิญญาและไม่ยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและต้องสูญเสียอวัยวะในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนชาวไทยหมดความมั่นใจและความเชื่อถือต่อรัฐบาลกัมพูชาซึ่งจะยังผลให้การดำเนินการที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพมีความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

7. ผมได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกชาติ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ใดๆต่อไปกับเพื่อนบ้านที่ไม่มีความจริงใจและคอยคุกคามอธิปไตยของไทยอยู่ตลอดเวลา

8. ผู้นำทั้งสองท่านได้รับทราบจากผมว่ารัฐบาลไทยและพี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเสียใจและผิดหวังต่อเหตุร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยก็เคยให้ความช่วยเหลือ ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพหนีภัยสงครามชาวกัมพูชาด้วยความปรารถนาดีและด้วยความมีมนุษยธรรม จึงไม่คาดคิดว่ารัฐบาลกัมพูชาจะกระทำตนเป็นปฏิปักษ์และเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยและยังได้ทำร้ายคนไทยได้ถึงระดับนี้

9. ผมได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยไม่เคยมีเจตนารุกรานกัมพูชา แต่มีความพร้อมที่จะดำเนินการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติและเพื่อสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยในทุกวิถีทาง

10. ประธานาธิบดีสหรัฐได้ถามผมว่าเรื่องการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ มีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งผมได้เรียนท่านไปว่าอยากจะขอให้ท่านได้ลดอัตราภาษีให้กับประเทศไทยมากกว่านี้ ซึ่งท่านได้ตอบมาอย่างอารมณ์ดีว่า ในอัตรา 19% ที่ไทยได้รับ ถือว่าต่ำมากนะ ผมก็ได้พูดกับท่านว่า หากต่ำจริงผมคงไม่เดินไปขอท่านที่เกาหลีใต้ให้ลดลงอีก เพราะประเทศไทยก็ได้ให้ความร่วมมือในทุกๆด้านกับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี ขอให้ท่านได้ให้หน้าผมบ้าง ท่านได้ตอบกลับมาว่า ท่านจะไปคุยกับทางกัมพูชาซึ่งหากกัมพูชาไม่ขัดขวางการถอนทุ่นระเบิดของไทย แล้วฝ่ายไทยสามารถดำเนินการเร่งถอนทุ่นระเบิดได้อย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีสหรัฐจะพิจารณาให้มีการปรับลดภาษีให้มากกว่านี้ ท่านพูดกลับมาในท่วงทำนองเท่าที่ผมจำได้ว่า “If you do the demining works quickly, I’ll consider chopping more percentage for you.” อาจจะไม่ตรงทุกคำศัพท์ แต่ก็อยู่ในโทนนี้ครับ 

11. ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็บอกว่าจะเร่งทำเอกสารในนามประธาน ASEAN เพื่อย้ำความเข้าใจและให้ทั้งสองประเทศได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอย่างเคร่งครัดต่อไป

ก่อนวางสาย ทั้งประธานาธิบดีสหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ขอให้ผมส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งผมได้กล่าวขอบคุณทั้งสองท่านไปในขณะเดียวกัน 

ผมกราบขออภัยพี่น้องประชาชนที่อาจจะส่งข้อความนี้ล่าช้าไปเล็กน้อยเนื่องจากกำลังปฏิบัติภารกิจที่สำคัญยิ่งที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

อยากเคลียร์หนี้เตรียมตัวให้พร้อม!!

เปิดคุณสมบัติ-เงื่อนไขลูกหนี้เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” หลัง ธปท.-กระทรวงการคลัง-สมาคมธนาคารไทย ผนึกกำลังแก้หนี้ประชาชนไม่เกิน 1 แสนบาท ที่จะถูกรับโอนซื้อหนี้และช่วยเหลือต่อผ่านกลไก บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ดีเดย์โอนหนี้ 1 ม.ค. 69

ทัพเรือภาคที่ 1 แสดงกำลังพร้อมรักษาอธิปไตยของชาติแนวเขตทะเลไทย-กัมพูชา

เมื่อวานนี้ (14 พ.ย. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นำกำลังทางเรือ ประกอบด้วย เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เรือหลวงเทพา และเฮลิคอปเตอร์ ลาดตระเวน ตรวจการณ์ รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตามแนวเส้นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ไทย-กัมพูชา มิให้กำลังทางเรือต่างชาติ รุกล้ำอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย 

ทั้งนี้ กำลังทางเรือของทัพเรือภาคที่ 1 มีความพร้อมใช้กำลังตลอดเวลา ในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

‘อี ยองแอ’ ผู้สมบท ‘แดจังกึม’ บริจาคเงิน 10 ล้านวอน ช่วยนักศึกษาไทยกลับบ้าน หลังป่วยโคม่าเลือดคั่งในสมอง

อี ยองแอ นักแสดงดังจากบทบาท แดจังกึม บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือ สิรินยา นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวไทยที่ป่วยจากอาการเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองระหว่างเรียนภาษาเกาหลีในเกาหลีใต้

รายงานจากชมรมอาสา “Rhythm of Hope” มหาวิทยาลัยชอนนัม ระบุว่า สิรินยาซึ่งกำลังเรียนที่สถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย ถูกพบหมดสติในหอพักเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมอง และตั้งแต่นั้นมาเธอก็ยังคงอยู่ในภาวะโคม่า และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาล

เมื่อทราบว่าครอบครัวของเธอประสบปัญหาเรื่องค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศ ทางชมรมและสมาชิกมหาวิทยาลัยจึงร่วมกันเปิดระดมทุน ซึ่งตั้งเป้าไว้ 9 ล้านวอน แต่ยอดเงินกลับพุ่งทะลุเป้ากว่าเท่าตัวจากน้ำใจของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป

อี ยองแอได้ร่วมบริจาคเงิน 10 ล้านวอนให้กับ “Rhythm of Hope” หลังทราบข่าวอาการของสิรินยา

ขณะนี้สิรินยามีกำหนดเดินทางกลับไทยในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยสายการบินโคเรียนแอร์และหลายหน่วยงานจะช่วยประสานงานการเดินทางอย่างเต็มที่

อี ยองแอกล่าวว่า “ฉันต่างหากที่รู้สึกขอบคุณนักศึกษาที่ช่วยกันทำเรื่องดี ๆ แบบนี้”

วธ. - ซีคอนสแควร์ - มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือฯ สร้างสรรค์ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง“ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแม่ของแผ่นดิน

วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ จัดโครงการ “ดอกไม้แห่งความดีถวายพระพันปีหลวง” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินและทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี และมี ดร. อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง” เป็นกิจกรรมที่สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นการแสดงออกในการผสานคุณค่าทางจิตใจ ศิลปวัฒนธรรม และจิตอาสาให้เป็นหนึ่งเดียว ที่สำคัญสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานแห่งความดีงามต่อไป

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้ยังถือเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแท้จริง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความดี และสร้างสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

“ขอเชิญคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วย (๑) ประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” จำลองจากดอกไม้ในพระนามหลวง ได้แก่ กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่า ควีนสิริกิติ์ และมหาพรหมราชินี โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ เช่น เปลือกข้าวโพด ไม้จันทน์หอมใบเตย กระดาษสา ผ้าไหม ทองแดง และทองคำ (๒) บำเพ็ญความดี อาทิ บริจาคอวัยวะ (หัวใจ ไต ดวงตา) ปลูกต้นไม้แห่งความดี สนับสนุนสินค้าศิลปาชีพ ให้บริการประชาชน หรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ (๓) ร่วมอบรมการประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์” นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าว

- - - English Version - - -
Ministry of Culture - Seacon Square - Thai Scouts Promotion Foundation create “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”, honoring the boundless benevolence of the Mother of the Land.

Friday, 14th November 2025, at 2:00 p.m.(Thailand Standard Time, GMT+7), Ministry of Culture, in collaboration with Thai Scouts Promotion Foundation and Seacon Square shopping mall, organized the project “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”. The event takes place from 14 - 23 November 2025 at Seacon Square Srinakarin (Bangkok) to commemorate the boundless benevolence of Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother who is revered as the Mother of the Land for her lifelong dedication to the well-being and happiness of the Thai people. By assignment from Mr. Prasop Riang-ngern, Permanent Secretary for Culture, the Ministry of Culture, Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, presided over the opening ceremony. Dr. Artorn Chandavimol, Chairman of the Thai Scouts Promotion Foundation, delivered a report outlining the project’s objectives. The ceremony was also attended by executives from Seacon Square and members of the media.

Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, stated that the “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother” project reflects the profound loyalty and devotion of the Thai people, who unite in performing good deeds as a tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother. The initiative embodies the harmonious integration of spiritual values, art and culture, and volunteer spirit into one. Most importantly, it serves as an inspiration for all Thais to carry on Her Majesty’s gracious legacy of virtue and goodness for generations to come.

The Director-General of the Department of Cultural Promotion added that this event also serves as a true expression of love, unity, and pride in Thai identity. It aligns with the Ministry of Culture’s policies to promote a culture of virtue and foster a sustainable moral society. 

“I would like to invite Thai people both in Thailand and abroad to participate in activities dedicated as a royal merit to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother, which include: (1) Creating “Queen Sirikit” flowers - replicas of flowers named in Her Majesty’s honor, namely Cattleya “Queen Sirikit”, Queen Sirikit rose, Dona “Queen Sirikit”, and Mahaprom Rachini (Mitrephora sirikitiae Weerasooriya) - crafted from natural and artisanal materials including corn husks, sandalwood, pandan leaves, mulberry paper, silk, copper, and gold. (2) Performing good deeds, such as organ donation (heart, kidneys, eyes), planting “Trees of Virtue”, supporting arts and crafts products under the Royal Initiative, providing public services, or assisting disaster victims. (3) Joining flower-making workshops for the “Queen Sirikit” flowers, held from 14 - 23 November 2025, from 10:00 a.m. to 8:00 p.m. (Thailand Standard Time, GMT+7) at Seacon Square Srinakarin (Bangkok). “These activities are open to everyone wishing to express gratitude and loyalty through good deeds and creativity”, Mrs. Yuthika said.

อุบลราชธานี-ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล  ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
3. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
4. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด 

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top