Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับตำรวจทุกหน่วย ดูแลช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมซ้ำเติม

(13 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอุบลราชธานี ซึ่งบางจังหวัดมีน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจากเหตุพนังกั้นน้ำเสียหาย ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน บางจุดมีน้ำทะเลหนุน และฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง  

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ ออกมาตรการดูแลช่วยเหลือ รักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยออกตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพิ่มกำลังสายตรวจ, ปรับแผนการตรวจจัดกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่และห้วงเวลา โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข้อมูล และการปฏิบัติกับฝ่ายปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และอาสาสมัคร ออกตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพิจารณาเปิดพื้นที่สถานีตำรวจ จุดตรวจ ตู้ยาม เป็นสถานที่พักพิงของผู้ประสบภัยชั่วคราว

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสภาพการจราจรในจุดวิกฤต และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอำนวยความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรของประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และหมั่นตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด ตำรวจหน่วยต่างๆ ระดมกำลังออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งการช่วยเหลืออพยพและขนย้ายสิ่งของไปอยู่ที่ปลอดภัย การดูแลความปลอดภัย การอำนวยการจราจร และการช่วยฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ในทุกมิติ โดยเน้นการปรากฏกายชัดเจนเพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือได้โดยสะดวก รวดเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ แจ้งเบาะแสอาชญากรรม ได้ทางสายด่วน 191 หรือ 1599 หรือช่องทางการสื่อสารกับสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ จากการแจ้งเตือนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับอุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่รับการตรวจประเมินด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนจาก ICAO

(13 พ.ย. 68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ในการตรวจประเมินภาคสนาม (On-site Audit) ภายใต้โครงการตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยการบินสากล (Universal Security Audit Programme – USAP) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2568 โดยมีพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เป็นประธานเปิดการตรวจประเมิน ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานท่าอากาศยานเชียงใหม่ และมีนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ คณะผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ที่ปรึกษา 10 รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานมาตรฐานท่าอากาศยานและการบิน) ผู้แทนศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ผู้แทนสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การตรวจประเมินในครั้งนี้ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติการท่าอากาศยาน (Airport Operations) การรักษาความปลอดภัยของอากาศยานและในเที่ยวบิน (Aircraft and In-flight Security) การรักษาความปลอดภัยผู้โดยสารและสัมภาระ (Passenger and Baggage Security) รวมถึงการรักษาความปลอดภัยสินค้า อาหารและเครื่องดื่มสำหรับการบริการบนเครื่องบิน และไปรษณียภัณฑ์ (Cargo, Catering and Mail Security) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและมาตรฐานการตรวจคัดกรอง เพิ่มความเข้มแข็งของมาตรการควบคุมการเข้า–ออก พัฒนาศักยภาพด้านการฝึกอบรม และเสริมประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วย ให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อพึงปฏิบัติขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO Standards and Recommended Practices)

ทั้งนี้ การตรวจประเมิน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ถือเป็นสถานที่สุดท้ายของกระบวนการตรวจสอบในรอบนี้ หลังจาก ICAO ได้ดำเนินการตรวจประเมินในองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘เดชอิศม์’ เบนเข็มอาจไม่ไป ‘กล้าธรรม’ จ่อซบ ‘ลุงป้อม’ หลังร่วมโต๊ะอาหาร แต่ขอนั่งตำแหน่ง ‘เลขาธิการพรรค’ ขณะ ‘อนุมัติ อาหมัด’ หวน พปชร.อีกครั้ง

อย่าเพิ่งเชื่อว่า นายกฯชาย เดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะไม่ย้ายไปไหนจะยังอยู่ประชาธิปัตย์ และก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวกำลังเจรจาจะย้ายมาอยู่กับพรรคกล้าธรรม (กธ.) 

แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง หลังจาก ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางไปร่วมบุญกฐิน ที่วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี มีนักการเมืองหลายคนเข้าร่วมด้วย

ประเด็นสำคัญ หลังเสร็จงานบุญกฐิน ลุงป้อมเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ท่าเรือใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา

รับประทานอาหารมื้อไม่ธรรมดา เพราะมีนายกฯชาย ร่วมวงด้วย แค่นั้นยังไม่พอยังมี ‘อนุมัติ อาหมัด’ อดีต สว.สงขลา เจ้าของท่าเรือร่วมอยู่ด้วย

แน่นอนว่าวงอาหารมื้อนี้เป็นวงการเมืองอย่างแน่ชัด ลุงป้อมขอให้อนุมัติกลับมาช่วยพลังประชารัฐอีกครั้ง หลังจากเคยร่วมมือกันเมื่อปี 2562 สร้างความสำเร็จในระดับน่าพอใจให้พลังประชารัฐ

แต่อนุมัติได้เฟดตัวเองออกไปหลังจาก รอ.ธรรมนัส เข้าร่วมงานกับพลังประชารัฐ แต่วันนี้ไม่มี รอ.ธรรมนัสในพลังประชารัฐแล้ว ลุงป้อมจึงขอให้อนุมัติกลับมา ซึ่งอนุมัติก็ไม่ขัดข้องยินดีเข้ามาช่วยงาน

มีการทาบทาม เจรจากับนายกฯชายด้วยให้มาอยู่กับพลังประชารัฐ แต่นายกฯชายมีเงื่อนไขขอเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งยังเป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่ หลังจากสันติ พร้อมพัฒน์ ถอยออกไปอยู่ภูมิใจไทย ซึ่งลุงป้อมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ขอหารือกับสมาชิกคนอื่นก่อน

เป้าหมายของสองคนนี้ จะจับมือกันดัน ‘สุภาพร กำเนิดผล’ (ภรรยานายกฯชาย) สู้เพื่อชนะน้องโบ๊ต อนุกูล พฤกษาศักดิ์ และเล็งไกลไปถึงการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นย่านชายแดนสะเดาด้วย

ทั้งนี้ ‘อนุมัติ’ ได้รับมอบหมายให้ดูแลสงขลา เขต 6 เป็นหลัก และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย

ถึงเวลานี้จึงอย่าเพิ่งสรุปถึงทิศทางที่แน่ชัดของนายกฯชาย จนกว่าจะหลุดออกมาจากปากของเจ้าตัวเอง

บทเรียนราคาแพง!! กรณี ‘พี่จอง-คัลแลน’ ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ถูกแม่ค้าโกงราคากางเกงช้าง 500 บาท ส่อซ้ำเติมวิกฤตภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย อาจทำลายอุตสาหกรรมนี้นับหมื่นล้าน

บทเรียนจากกรณี "พี่จอง-คัลแลน" ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก: เมื่อความโลภของคนเดียวทำลายอุตสาหกรรมทั้งประเทศ

กรณีที่ Yoo Jung (พี่จอง) และ Cullen นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกแม่ค้าที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเรียกเก็บเงินกางเกงช้าง 500 บาท (จากราคาปกติ 150-200 บาท) จนกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ ของการโกงราคา แต่เป็น "กรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการกระทำของคนเพียงคนเดียวสามารถทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศทั้งประเทศได้อย่างไร"

ต้องยอมรับว่าในปีนี้ การท่องเที่ยวไทย มีข่าวเชิงลบ ที่สร้างผลกระทบมากมาย ซึ่งได้ผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกรณีล่าสุดที่แม่ค้าขายกางเกงช้างให้กับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่สูงเกินจริง และเกิดเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้ดูแย่ลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็น

1. ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
ทำลาย "Land of Smiles" และ "Amazing Thailand" สร้างความรู้สึกว่านักท่องเที่ยวถูกมองเป็นเป้าที่จะหาประโยชน์ กางเกงช้างเป็นสัญลักษณ์ความเป็นไทย เมื่อถูกใช้โกง มันทำลายความหมายของสัญลักษณ์วัฒนธรรมทั้งหมด

2. การแข่งขันระดับภูมิภาค
ประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อาจใช้โอกาสนี้ชี้ว่าประเทศพวกเขา "จริงใจกว่า" และ "ราคาโปร่งใสกว่า" โดยสื่อเวียดนามรีบเผยแพร่ว่ากางเกงแบบเดียวกันที่ประเทศพวกเขาถูกกว่าและไม่มีการโกง

3. เศรษฐกิจและรายได้
นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้กว่า 2.3 ล้านล้านบาทต่อปี หากภาพลักษณ์เสียหายทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเพียง 1-2% = สูญเสียรายได้ 23,000-46,000 ล้านบาท ส่งผลต่อทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านของฝาก และมัคคุเทศก์ 

4. อุตสาหกรรมสินค้าที่ระลึก
กางเกงช้างมีมูลค่าตลาดหลักพันล้านบาท เหตุการณ์นี้ทำให้:
- นักท่องเที่ยวไม่กล้าซื้อเพราะกลัวโดนโกง
- แม่ค้าซื่อสัตย์ต้องลดราคาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
- ผู้ผลิตท้องถิ่นได้รับออเดอร์น้อยลง

5. Viral Effect บน Social Media
ข่าวแพร่กระจายผ่าน TikTok, Instagram, Twitter มีคนเห็นมากกว่า 100 ล้านครั้ง ทั่วโลก ใช้ hashtag เช่น #ThailandScam #TouristTrap สื่อต่างประเทศใช้หัวข้อ "Thailand's 'Land of Smiles' Turns Sour" ข่าวเหล่านี้จะอยู่ในโลกออนไลน์ต่อไปนานหลายปี

6. ตลาดน้ำและแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม
ทำลายความน่าเชื่อถือของตลาดน้ำทั้งหมด ไม่เฉพาะดำเนินสะดวก แต่รวมถึงอัมพวา บางน้ำผึ้ง และแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมอื่นๆ 

7. ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ
แม่ค้าคนอื่นที่ซื่อสัตย์ยอดขายลดลง 30-50% ชุมชนรอบตลาด ผู้ผลิตกางเกงช้างท้องถิ่น ต้องรับผลกระทบจากการกระทำของคนเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม ทางออกที่จะแก้ไขในเรื่องนี้ให้ภาพลักษณ์กลับมาดีขึ้นนั้น อาจจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน 

1. กำหนดราคามาตรฐาน - สร้างป้ายราคาแนะนำและ QR Code ให้นักท่องเที่ยวเช็คราคาได้
2. ระบบรับรอง - สร้าง "Fair Trade Thailand" ร้านที่ผ่านมาตรฐานได้ตราสัญลักษณ์
3. ใช้เทคโนโลยี - แอป "Thailand Price Check" ให้สแกนราคาและรีวิวร้านค้า
4. บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด - โกงร้ายแรงต้องเพิกถอนใบอนุญาตและปรับหนัก
5. ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว - สายด่วน 1155 ตอบสนองเร็ว แก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง

ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องตระหนักว่า: เราอยู่บนเรือลำเดียวกัน หากใครสักคนเจาะรู ทุกคนจะจมด้วยกัน วันนี้กระแสในโลกออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายและแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นภาพลบยิ่งเกิดเป็นไวรัลได้ง่าย ดังนั้น กรณี กางเกงช้าง 1 ตัวที่ถูกโกงราคา แม่ค้าอาจจะได้กำไรเพิ่มขึ้นหลักร้อย แต่ความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยนับหมื่นล้านบาท

"Amazing Thailand" ไม่ควรหมายถึง "น่าแปลกใจว่ากางเกงช้างแพงได้ขนาดนี้" แต่ควรหมายถึง "ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจนอยากกลับมาซื้อกางเกงช้างอีกครั้ง" 

‘ฮัดสัน’ กล้าใช้เลือดใหม่–ตัวเก๋านำหน้า เปิดเกมเฉือนสิงคโปร์ 3-2 ก่อนเปิดการบ้านเกมรับไทย แสดงศักยภาพก่อนลุยคัดเอเชียนคัพ 2027

(14 พ.ย. 68) ทีมชาติไทยภายใต้การนำของแอนโธนี ฮัดสัน เปิดตัวด้วยชัยชนะเหนือสิงคโปร์ 3–2 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ ที่สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความหวังจากแฟนบอลที่มองว่าทีมชาติไทยคือศักดิ์ศรีชาติบนเวทีอาเซียนและเอเชีย

ฮัดสันจัดทีมผสมผสานระหว่างแกนหลักผู้มีประสบการณ์ และผู้เล่นหน้าใหม่ โดยมีชนาธิป สรงกระสินธ์ รับบทกัปตันก่อนจะยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 15 ครึ่งหลังธีราทร บุญมาทันและเสกสรรค์ ราตรี แจ้งเกิดยิงประตูเพิ่มเป็น 3-1 แต่เกมรับยังแสดงจุดอ่อน เมื่อสิงคโปร์ตีคืนสองประตู ทำให้แฟนบอลและกุนซือต้องหันมาดูแล

ฮัดสันกล่าวว่า "ถ้าจะไปสู้ชาติระดับญี่ปุ่น–เกาหลี–ซาอุ เกมรับไทยต้องแข็งกว่านี้" พร้อมชี้ว่าศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ที่ไทยมีคิวบุกเยือนศรีลังกา จะเป็นสนามจริงทดสอบแท็กติกและความพร้อมของทีมชาติไทย

ชัยชนะในครั้งนี้ไม่เพียงเสียงเฮในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าทีมชาติไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผสมผสานเกมรุกทรงพลังกับเกมรับที่ต้องปรับปรุง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของชาติบนเวทีใหญ่ในอนาคต

ทบ. แจงสื่อมาเลเซียลงข่าวพลาด ปมระบุทุ่นระเบิดล่าสุดเป็นของเก่า แต่รายงาน AOT ทั้งในไทย – กัมพูชา ยืนยัน “ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเป็นระเบิดใหม่”

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า ทุ่นระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นทุ่นระเบิดเก่า ล่าสุดพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เป็นการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดของสำนักข่าว Bernama จนทำให้สื่อไทยและสื่อกัมพูชา นำมาเสนอข่าวจนเกิด ความผิดพลาด ซึ่งปัจจุบันได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบจากเอกสารรายงานของ AOT ก็พบว่า มีการระบุว่าเป็น ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ผิดพลาดดังกล่าวเป็นเรื่องของการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน

จีนแสดงความห่วงใย หลังไทยระงับข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ ใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ย้ำพร้อมเป็นสะพานเชื่อมสันติภาพ

กระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ หลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ

เมื่อวันที่ (13 พ.ย. 68) กระทรวงการต่างประเทศจีน แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา หลังจากที่ไทยประกาศระงับข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา ภายหลังเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดของกับระเบิด

โดย นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นไทย–กัมพูชาว่า ในฐานะที่เป็นมิตรและประเทศเพื่อนบ้านของไทยและกัมพูชา จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยและกัมพูชาจะยับยั้งชั่งใจ เดินหน้าเข้าหากัน ยึดมั่นในการปรึกษาหารืออย่างเป็นมิตร ใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เพื่อหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้โดยเร็วที่สุด และหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น 

พร้อมระบุว่า "จีนจะยังคงมีบทบาทสร้างสรรค์เพื่อสันติภาพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป"

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก เชียงใหม่ แจ้งข่าวดี พบ “นกกก หรือ นกกาฮัง” หากินในอุทยานฯ ในรอบหลายสิบปี สะท้อนระบบนิเวศป่าต้นน้ำยังคงอุดมสมบูรณ์

(14 พ.ย. 68) นายอัศนัย นิลพุดซา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก พบ “นกกก” หรือ “นกกาฮัง” อวดโฉมเป็นครั้งแรกในเขตอุทยาน บริเวณหน้าสำนักงานบ่อน้ำพุร้อนฝาง โดยพบต่อเนื่องมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว และจนถึงวันนี้นกตัวดังกล่าวยังคงเกาะหากินอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สร้างความตื่นเต้นให้เจ้าหน้าที่อย่างมาก เนื่องจากในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีรายงานการพบนกชนิดนี้ในพื้นที่มาก่อน นับเป็นสัญญาณสำคัญว่าระบบนิเวศป่าต้นน้ำของภาคเหนือกำลังฟื้นคืนความสมบูรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าผืนป่าดอยผ้าห่มปกยังคงเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด

สำหรับ “นกกก” จัดเป็นนกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลำตัวยาว 120 ถึง 140 เซนติเมตร และในตัวผู้บางตัวอาจยาวได้ถึง 1.5 เมตร 

จุดเด่นคือโหนกบนจะงอยปากสีเหลืองปลายส้ม ปีกดำสลับขาว และหางขาวมีแถบดำพาดปลาย ตัวผู้มีม่านตาสีแดง ส่วนตัวเมียมีม่านตาสีขาว นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นนกที่มีคู่เดียวตลอดชีวิต จนได้รับสมญา “สัญลักษณ์แห่งรักแท้ของผืนป่า” นกกกมักเกาะหากินตามเรือนยอดไม้สูง ชอบผลไม้ป่าอย่างลูกไทร ยางโอน และตาเสือใหญ่ รวมถึงสัตว์ขนาดเล็กอย่างงู หนู และแมลง โดยมักพบในป่าดงดิบชื้นหรือป่าเบญจพรรณ ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 ถึง 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งตรงกับลักษณะพื้นที่ของดอยผ้าห่มปกอย่างพอดี

กลุ่มพันธมิตร AI  อนุรักษ์พลังงาน นวัตกรรม AI Transformer Low Carbon “อนุรักษ์พลังงาน ลดค่าไฟ ลดโลกร้อน” นวัตกรรม NIA หนุน โรงแรมและอาคารพาณิชย์ ยุค Net Zero  

เมื่อวันที่ (8 พ.ย. 68) ที่ผ่านมา สมาคมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ กลุ่มพันธมิตรจัดสัมมนา AI Transformer Green Technology และการลงทุน 0 บาท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจบริการโรงแรม และอาคารพาณิชย์ สู่ยุค Net Zero ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่แนวทางการจัดการพลังงานยุคใหม่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ โดยไม่ต้องมีเงินลงทุนเริ่มต้น

คุณสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าว ธุรกิจโรงแรม พลังงานต้องไปต่อ Net Zero โลกของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ภาคธุรกิจบริการ โดยเฉพาะโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงไม่ใช่เพียงแค่ "ทางเลือก" แต่เป็น "ความจำเป็น" และเป็น "โอกาส" ครั้งใหญ่ การจัดสัมมนา AI Transformer Green Technology เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจบริการโรงแรมและอาคารพาณิชย์ สู่ยุค Net Zero ถือเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงาน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม และประชาชน ด้านความปลอดภัย, ด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า  

นายอรรณนิตย์ อุตสาหะ นายกสมาคมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ กล่าว การสัมมนาครั้งนี้ตอบโจทย์กลุ่มโรงแรมและอาคารพาณิชย์เป็นอย่างมาก ทำให้เห็นถึงเทคโนโลยีนวัตกรรม ที่ทันสมัย AI Transformer Management Platform เป็นการจัดการพลังงานสะอาดสูงสุด ด้วยหม้อแปลง IoT (Low Carbon) และระบบ Platform AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ระดับสากลอันเป็นส่วนหนึ่ง ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นการสนับสนุนแนวนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการรองรับความต้องการใช้พลังงานของไทยที่เพิ่มขึ้น ในอนาคต โดยเฉพาะการคำนึกถึงการลดภาวะโลกร้อน และพลังงานคาร์บอนต่ำ 

คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด กล่าว ขอขอบคุณ กลุ่มพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการจัดสัมมนาครั้งนี้ สัมมนาครั้งนี้เป็นโครงการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมและอาคารพาณิชย์สามารถปรับตัวสู่ยุค Net Zero ด้วยแนวทางการลงทุน 0 บาท  ผ่านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์พลังงาน ลดค่าไฟ ลดคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก ลดอุณหภูมิโลก ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด และเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า 20% เพิ่มปริมาณการผลิตพลังงาน Solar (เก่า) 30% (Research & Use Case) และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และมีระยะเวลาคืนทุนภายในเวลา 1 – 5  ปีอีกทั้งยังเป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและการลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นก้าวสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของกลุ่มโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เพื่อรองรับพลังงานสะอาดอย่างมั่นคง Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Response”

สุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ผู้พยายามยกระดับ “เมืองปากน้ำ” ในทุกมิติ สร้างเศรษฐกิจ–คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ประชาชน

“สมุทรปราการ” เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ติดกรุงเทพฯ มีทั้งย่านอุตสาหกรรม ท่าเรือ สนามบิน และชุมชนหนาแน่น ทำให้การพัฒนาท้องถิ่นต้องจับทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตควบคู่กันไป

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2568 ในการเลือกตั้งนายก อบจ. สมุทรปราการได้ผลว่า “สุนทร ปานแสงทอง” ชนะการเลือกตั้ง และได้แถลงนโยบายต่อสภา อบจ. ในเวลาต่อมา

สำหรับประวัติและการศึกษา “สุนทร ปานแสงทอง” จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (พ.ศ. 2540) จากนั้นทำงานการเมืองท้องถิ่นต่อเนื่องยาวนานในจังหวัดสมุทรปราการ

ในส่วนของเส้นทางการทำงาน เคยเป็นรองนายก อบจ. สมุทรปราการ หลายสมัย (พ.ศ. 2546–2547, 2549–2550, 2564–2565) และรองประธานสภา อบจ. (พ.ศ. 2548–2549) ต่อมาปี 2565 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนจะกลับมาลงสมัครและชนะเลือกตั้งนายก อบจ. สมุทรปราการ ในปี 2568

ทิศทางนโยบายหลักที่ประกาศต่อสภา อบจ. มี 5 ด้าน ได้แก่ 

(1) เศรษฐกิจท้องถิ่น 
(2) สวัสดิการและคุณภาพชีวิต 
(3) โครงสร้างพื้นฐาน-สาธารณูปโภค-ผังเมือง 
(4) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
(5) ธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วม 

โดยย้ำมาตรการที่ประชาชนสัมผัสได้ เช่น สนับสนุนการใช้รถเมล์ไฟฟ้า (EV) ดูแลผู้สูงอายุ แก้ปัญหาปลาหมอคางดำ และการจัดการหมา-แมวจรจัด

ในปี 2568 ได้มีผลงานการขับเคลื่อนที่มีการรายงานต่อสาธารณะ ดังนี้

• ด้านความปลอดภัยและยั่งยืนชุมชน เปิดประชุมพิจารณาแผนพัฒนาท้องถิ่น (ครั้งที่ 2/2568) ครอบคลุมงาน เช่น แก้ปัญหายาเสพติด จัดการขยะอันตรายและมูลฝอย ซ่อมแซมอาคาร และก่อสร้างสะพานทางเดินเท้า (คสล.) เพื่อความปลอดภัยประชาชน

• ด้านป้องกันยาเสพติดในพื้นที่การศึกษาและชุมชน เปิดโครงการ “อบจ. บ้าน-วัด-โรงเรียน ร่วมต้านภัยยาเสพติด” เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันในพื้นที่

• ด้านสิ่งแวดล้อมและขยะพลาสติก จังหวัดสมุทรปราการมีการขยายความร่วมมือกับภาคี เช่น Seven Clean Seas ภายใต้ Bangkok Impact Project เพื่อจัดการมลพิษพลาสติกในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของ อบจ. ที่ประกาศไว้

• ด้านสัตว์เลี้ยงจรจัด มีโครงการทำหมัน-ฉีดวัคซีนควบคุมประชากรสุนัขและแมวจร ปี 2568 

เรียกได้ว่าปีแรกของวาระ นายก อบจ. “สุนทร ปานแสงทอง” เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนตามกรอบยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และเริ่มทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อพา “เมืองปากน้ำ” สมุทรปราการไปสู่เมืองน่าอยู่และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนอย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top