Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

มิสยูนิเวิร์สกัมพูชาฟาดแรง “ไม่ใช่หลานใครทั้งนั้น” สวนข่าวปลอม–การตีตรา พร้อมแฉ ถูกปฏิบัติไร้ความเคารพระหว่างเก็บตัวในไทย


(14 พ.ย. 68) ฟิยาตา หรือ ไท เนียรี โสเจียตา มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา 2025 ร่ำไห้ในอินสตาแกรม เปิดเผยว่ารู้สึกถูกเหยียดและกลั่นแกล้งระหว่างเก็บตัวที่ประเทศไทย เจ้าภาพการประกวด Miss Universe 2025

เธอโพสต์ในไอจีว่า "นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ฉันต้องทนทุกข์กับเรื่องนี้..." พร้อมเล่าว่าถูกสตาฟให้ถอดรองเท้าขึ้นบ้านเรือนไทยตามธรรมเนียม แต่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมและรู้สึกว่าเหมือนถูกกลั่นแกล้ง นอกจากนี้ยังถูกสื่อไทยถ่ายวิดีโอเปิดแฟลชใส่หน้าและพูดจาข่มเหงโดยคิดว่าเธอไม่เข้าใจภาษาไทย

ฟิยาตายังปฏิเสธข่าวปลอมเรื่องเป็นหลานโฆษกกลาโหมกัมพูชาอย่างเด็ดขาด พร้อมระบุว่าไม่เคยพบหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวเลย เหตุการณ์นี้ทำให้กองประกวด Miss Universe รับทราบและเตรียมตรวจสอบ ณ เมืองพัทยา

ดราม่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่กัมพูชาถอนตัวจากการส่งตัวแทน Miss Universe อย่างเป็นทางการ แต่ฟิยาตากลับเดินทางมาเดี่ยวด้วยทุนตัวเอง พร้อมกับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนนางงามอย่างมิสยูนิเวิร์สเม็กซิโกและสิงคโปร์ ปัญหานี้จึงกลายเป็นบททดสอบภาพลักษณ์และมาตรฐานการเป็นเจ้าภาพเวทีใหญ่ระดับโลกของไทย

TREASURE วงบอยแบนด์แดนกิมจิ จากค่ายดัง YG Entertainment เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่สนามศุภชลาศัย คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดเกือบ 200 ล้าน

(15 พ.ย. 68) บอยแบนด์จากค่าย YG Entertainment อย่าง TREASURE เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่สนามกีฬาแห่งชาติ (ศุภชลาศัย) ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. งานนี้ไม่เพียงเป็นวันรวมพลของแฟนคลับ Treasure Maker แต่ยังสะท้อนพลัง Soft Power และเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมบันเทิงเคป็อปในไทยอย่างชัดเจน

ศุภชลาศัยถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตรายใหญ่หลายครั้ง ด้วยโครงสร้างและระบบคมนาคมที่รองรับผู้ชมหลักหมื่นคนได้ ในทัวร์ "2025–26 TREASURE TOUR PULSE ON IN BANGKOK" กรุงเทพฯ ถูกปักหมุดเป็นหนึ่งในโชว์ใหญ่ของเอเชีย เพราะฐานแฟนคลับที่ใหญ่พอและระบบจัดอีเวนต์ที่ผ่านมาตรฐาน

ราคาบัตรของคอนเสิร์ตถูกตั้งไว้ในช่วง 2,800-7,800 บาท โดยเฉลี่ยประมาณ 5,000 กว่าบาท จำนวนความจุราว 35,000 ที่นั่ง ทำให้คาดว่าจะมีรายได้จากการขายบัตรในกรณีฟูลเฮาส์มากถึง 180 ล้านบาท นอกจากนี้ แฟนเพลงยังใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และขนส่งโดยรอบสนาม สร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจหลายร้อยล้านบาท

แม้ว่าคอนเสิร์ตจะจบภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่การจัดงานครั้งนี้สะท้อนว่าการบริหารและการต่อยอดอย่างมีประสิทธิภาพจะนำพาประสบการณ์และภาพลักษณ์ของไทยในฐานะ "ฮับเคป็อปของเอเชีย" ให้อยู่กับประเทศไปอีกนาน "คอนเสิร์ตหนึ่งคืนของ TREASURE อาจจบลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าเราบริหารจัดการและต่อยอดได้ดี เม็ดเงิน ประสบการณ์ และภาพลักษณ์ของไทยในฐานะ ‘ฮับเคป็อปของเอเชีย’ จะอยู่กับเราไปอีกนานกว่านั้นมาก"

ปธน. สีจิ้นผิงกราบบังคมทูล ต่อหน้าพระพักตร์ในหลวง จีนซื้อข้าวไทยห้าแสนตัน

นายกฯ อนุทิน โพสต์ข่าวดีประเทศไทย เผย ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กราบบังคมทูล ต่อหน้าพระพักตร์ในหลวง จีนซื้อข้าวไทยห้าแสนตัน

‘ดร.หิมาลัย’ เดือด!! ซัด ‘กัมพูชา’ สร้างสถานการณ์บิดเบือน หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด แต่ไร้คำขอโทษ ซ้ำยังใส่ร้ายไม่หยุด ลั่น "สู้กับคนพาล อย่าใช้วิถีของบัณฑิต"

‘ดร. หิมาลัย’ ซัด กัมพูชา สร้างสถานการณ์บิดเบือน หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด แม้ขาขาด!! ก็ยังไม่สำนึกและขอโทษ ซ้ำยังใส่ร้ายไทยไม่หยุดหย่อน ลั่น "สู้กับคนพาล อย่าใช้วิถีของบัณฑิต"

(14 พ.ย. 68) "เสธ.หิ" หิมาลัย ผิวพรรณ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ในที่สุดเราก็ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยม ความกลิ้งกลอกของกัมพูชา หลังจากทหารไทยเหยียบกับระเบิด จนขาขาด แทนที่จะสำนึกและขอโทษตามมารยาทของเพื่อนบ้านที่ดี และแสดงความจริงใจในการร่วมกันแก้ปัญหา 

กลับสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยให้ทหารของตนเองยิงใส่ทหารไทย เมื่อทหารไทยตอบโต้ก็เก็บหลักฐานว่าเราโจมตีก่อน ทหารเจ็บก็เอาไปใส่ชุดพลเรือน แล้วอ้างว่าเรายิงพลเรือน ทั้ง ๆ ที่วิธีการของฝั่ง “ตระกูลฮุน” ล้วนเป็นวิธีการของคนขี้ขลาด มีภาพหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะตั้งฐานยิงจรวดในหมู่บ้าน ในชุมชน ในกลุ่มประชาชน หรือแม้แต่ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งอาวุธ เพื่อใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ในขณะเดียวกัน เมื่อโจมตีมายังฝั่งไทย ไม่เคยกำหนดเป้าหมาย หรือจำกัดวงให้อยู่ในพื้นที่สู้รบหรือพื้นที่ทางทหาร กลับโจมตีพื้นที่พลเรือน เพื่อมุ่งสร้างความเสียหายให้มากที่สุด 

อาจจะถึงเวลา ที่เราจะเลิกทำตัวเป็นบัณฑิตหรือผู้ดี เพราะเรารบกับกองโจรที่มุดใต้กระโปรงของสตรีและเด็ก กองโจรที่แอบยิงเราอยู่หลังประชาชน กองโจรที่ลอบกัดวางกับระเบิดโดยไม่สนใจข้อตกลงสากลใดๆ ทั้งสิ้น ที่เรียกเช่นนี้เพราะพฤติกรรมไร้มนุษยธรรมที่ผ่านมาของคนพวกนี้ ไม่อาจเรียกว่าเป็นทหารหรือนักรบได้ ถึงเวลาหรือยังครับ ที่เราจะต้องกำราบความกำแหงของลูกหลานพระยาละแวกพวกนี้ ให้เข็ดหลาบ 

เมื่อมันละเมิดข้อตกลง ก็ถือว่าข้อตกลงไม่มี เมื่อมันอยากจะรบ ก็รบให้รู้กันไปเลย ที่ผ่านมาทำตัวเจ้าเล่ห์ เจรจาต่อหน้าเวทีโลก แต่ลับหลังกลับเสริมกำลัง อาวุธหนักและทันสมัยตลอดเวลา วิธีการกำราบเด็กเกเรบางที่ครูแนะแนวพูดไม่ได้ผลนะครับ ต้องใช้ไม้เรียวของครูฝ่ายปกครอง รบเถอะครับ การเจรจาครั้งต่อไป กำหนดแบ่งเขตประเทศกันใหม่ที่บ้านตระกูลฮุนในพนมเปญดีไหมครับ

‘ในหลวง–ราชินี’ เสด็จเยือนจีน ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ‘สี จิ้นผิง’ ถวายการต้อนรับสมพระเกียรติ ธงชาติไทย โบกสะบัดกลางกรุงปักกิ่ง เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้อง

(14 พ.ย. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และมาดามเผิง ลี่หยวน จัดพิธีต้อนรับถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระราชินี ในการเสด็จเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ เยือนกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. 2568 ทรงพระเจริญ

ธงชาติไทย โบกสะบัดกลางกรุงปักกิ่ง เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องจัตุรัสเทียนอันเหมิน 

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้ถวายการต้อนรับ ในหลวง-พระราชินี อย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาคม ซึ่งอยู่ในบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง 

เมื่อในหลวงเสด็จฯ ถึงมหาศาลาประชาคม กองทหารเกียรติยศได้จัดแถวถวายความเคารพ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง พร้อมด้วยในหลวงของเราได้เสด็จขึ้นสู่แท่นตรวจพล วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีของไทย และเพลงชาติจีนพร้อมกันนั้น มีการยิงปืนใหญ่เกียรติยศ 21 นัด ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน 

ในการนี้ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้กล่าวถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง และชี้ว่าราชวงศ์ไทยมีความผูกพันใกล้ชิดกับจีนมายาวนาน และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ซึ่งจีนขอยกย่องและชื่นชมอย่างสูง 

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย หรือที่เรียกว่า "ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย 50 ปี" ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง แต่จีนและไทยก็ยังคงยืนเคียงข้างกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันตลอดมา

ในหลวง ได้ตรัสว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากไม่ได้มาหลายปี พบว่าจีนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของจีนที่ทันสมัยและสวยงาม ขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของจีนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม”

พระองค์ทรงชี้ว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนนั้นใกล้ชิดและเป็นมิตร มีการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประชาชนอย่างใกล้ชิด และความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในหลากหลายด้านมีความลึกซึ้ง การร่วมมือระหว่างไทยกับจีนเปรียบเสมือนความร่วมมือระหว่างพี่น้อง ฝ่ายไทยพร้อมที่จะศึกษาและเรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนาของจีนอย่างแข็งขัน เสริมสร้างความร่วมมือกับจีนในทุกด้าน เพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรม เพื่อให้มิตรภาพไทย-จีนแผ่ไพศาลและประทับลึกในใจประชาชนมากยิ่งขึ้น”

ไทยยกขบวนซีเกมส์ขึ้นจอ ครอบคลุม 31 ชนิดกีฬา ตอกย้ำศักยภาพเจ้าภาพดิจิทัล ประเดิมบอลชายดวลติมอร์ฯ 3 ธ.ค.

(15 พ.ย. 68) ประเทศไทยประกาศพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2568 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมทั้งเตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาถึง 31 ชนิด ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์ของซีเกมส์ ชูคุณภาพระดับ HD 1080i เพื่อให้แฟนกีฬาทั่วประเทศและภูมิภาคได้รับชมแบบเต็มอรรถรส

ฝ่ายเทคนิคด้านการถ่ายทอดสดเผยว่า "การเตรียมงานครั้งนี้ถูกวางแผนมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งด้าน งบประมาณ บุคลากร และมาตรฐานภาพเสียง" โดยช่องทางรับชมภายในประเทศประกอบด้วยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ในฐานะแม่ข่ายหลัก ร่วมกับ T Sports 7 และพันธมิตร ขณะที่แพลตฟอร์มดิจิทัล OTT คือ TrueVisions NOW จัดเต็มการถ่ายทอดออนไลน์ เพื่อให้แฟนกีฬาสามารถเลือกชมได้หลายสนามพร้อมกัน

ฟุตบอลชายเป็นชนิดกีฬาแรกที่เริ่มถ่ายทอดสด ในแมตช์เปิดสนามระหว่างทีมชาติไทยและติมอร์ เลสเต วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับกัมพูชาและติมอร์ เลสเต ฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันว่าทุกนัดการแข่งขันฟุตบอลชายจะถ่ายทอดสดครบทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์

การยิงสด 31 ชนิดกีฬามีความหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างมากต่อภาพลักษณ์เจ้าภาพไทย ทั้งยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและการถ่ายทอด เปลี่ยนกีฬาที่เคยเป็น "กีฬารายการรอง" ให้ได้รับโอกาสสร้างฐานแฟนใหม่ อีกทั้งขยายบรรยากาศการเชียร์สู่คนทั้งประเทศ และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางสื่อกีฬาภูมิภาคอย่างมั่นคง

ซีเกมส์ 2025 จึงถือเป็นเวทีสำคัญที่มากกว่าการแข่งขันกีฬา เพราะยังเป็นการแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระดับนานาชาติของไทย ที่พร้อมให้แฟนกีฬาทั่วประเทศและอาเซียน "เห็นทุกโมเมนต์สำคัญแบบสด ๆ" ที่คาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจและเชียร์ข้างสนามในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ

‘ธนกร’ ยืนยัน!! ไม่เคยสั่งถอนอายัดฝุ่นแดง มอบปลัดกระทรวงอุตฯเร่งสอบสวน หลังพบข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ชี้ ยังอยู่ภายใต้คำสั่งหยุดประกอบกิจการ

“ธนกร” ยัน ไม่เคยสั่งถอนอายัดฝุ่นแดง มอบปลัดกระทรวงเร่งสอบสวน หลังพบข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน เผย กรอ. - กองกฎหมาย (กม. สปอ.) ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ - อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ขอให้ทบทวนมติถอนอายัดแล้ว แจงยังนำออกนอกโรงงานไม่ได้ เพราะยังอยู่ภายใต้คำสั่งหยุดประกอบกิจการ 

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตนไม่ได้สั่งการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถอนอายัดฝุ่นแดงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที พร้อมทั้งกำชับให้ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีนี้มีจุดเริ่มต้นจากอัคคีภัยภายในโรงงานเหล็กของบริษัทซินเคอหยวน เมื่อปลายปี 2567 ซึ่งนำไปสู่การตรวจพบว่ามีการจัดเก็บฝุ่นโลหะไม่ปลอดภัย และระบบควบคุมมลพิษไม่เป็นไปตามมาตรฐาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน สั่งหยุดกิจการและอายัดเหล็กและฝุ่นจากระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ (ฝุ่นแดง) ทั้งหมดในพื้นที่โรงงาน จากนั้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2568 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และ กรอ. ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องโดยพบว่า ฝุ่นและของเสียสะสมยังมีจำนวนมาก รวม 77,723.47 ตัน และระบบบำบัดมลพิษก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ จึงจำเป็นต้องคงคำสั่งหยุดกิจการต่อไป อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 บริษัทได้ยื่นขอถอนอายัด โดยอ้างว่าฝุ่นทั้งหมดมาจากกระบวนการผลิตภายในโรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัดระยองจึงตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งถอนอายัดในเบื้องต้น

นายธนกร กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทางปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย โดยพบว่า ล่าสุด กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขอให้ทบทวนมติถอนอายัดฝุ่นแดง เพราะคดียังอยู่ระหว่างการสืบสวนของ DSI จึงยังไม่สามารถสรุปสถานะของกลางได้ และกรมยังไม่ได้เห็นชอบการปลดอายัดด้วย เช่นเดียวกับกองกฎหมาย สปอ. มีหนังสือไปถึงอุตสาหกรรมจังหวัดระยองขอให้ทบทวนมติ เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่า พยานหลักฐานครบถ้วน และไม่จำเป็นต้องใช้ของกลางในกระบวนการอื่นต่อไป

"ยืนยันว่า หากผลสอบพบว่าการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีผู้เกี่ยวข้องในทางมิชอบ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองจะมีคำสั่งถอนอายัดฝุ่นแดง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกนอกโรงงานได้ เนื่องจากโรงงานยังอยู่ภายใต้คำสั่งหยุดประกอบกิจการ ตามกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม การเคลื่อนย้ายจะทำได้ก็ต่อเมื่อคำสั่งหยุดกิจการถูกยกเลิก หรือได้รับอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจการตามปกติจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของโรงงาน รวมถึงระบบกำกับดูแลของกลางให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม" นายธนกร กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับความคืบหน้ากรณีการถอนอายัดเหล็กเส้นนั้น นายธนกร กล่าวว่า ตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อรายงานความเห็นมาให้ตนภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เน้นการตรวจกำกับที่เข้มข้นเพื่อจัดระเบียบอุตสาหกรรมให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามโรงงานเถื่อนและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้กระทำผิด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า ได้สั่งการให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดอย่างเข้มงวด และจะจัดระเบียบอุตสาหกรรมตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่ง นโยบายเชิงรุกภายใต้กรอบ ฝ่า ฟัน ดึง ดัน จะปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

'สวิตเซอร์แลนด์' กับบทบาท ชาติเป็นกลาง ที่มี 'กองทัพ' ที่ยืนหยัดความเป็นกลางกว่า 200 ปี ท่ามกลางความขัดแย้งมหาอำนาจโลก

ทำไม? สวิตเซอร์แลนด์จึงรักษาความเป็นกลางได้อย่างยาวนานและยั่งยืน

ประเทศที่เป็นกลางคือ รัฐอธิปไตยที่เป็นกลางต่อคู่สงคราม ในสงครามเฉพาะหรือยึดมั่นในความเป็นกลางอย่างถาวรในทุกความขัดแย้งในอนาคต (รวมถึงการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมพันธมิตรทางทหารเช่น NATO) ในสถานะที่ไม่ใช่คู่สงคราม ซึ่งแต่ละประเทศมีการให้นิยามของความเป็นกลางของตนแตกต่างกันออกไป โดยที่สวิตเซอร์แลนด์ยึดมั่นในหลักการ "ชาติเป็นกลางที่มีกองทัพ" เพื่อป้องกันและยับยั้งการรุกรานด้วยกำลังทหารจากต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ห้ามมิให้ส่งกำลังทหารออกไปปฏิบัติการนอกประเทศอีกด้วย

“ชาติเป็นกลาง” กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ที่สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้รับการยอมรับในปี 1815 โดยชาติมหาอำนาจในการประชุมใหญ่แห่งเวียนนา สำหรับการวางรากฐานรัฐธรรมนูญของสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1848 ได้ยึดถือเอาความเป็นกลาง เพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาเอกราชของประเทศ ในปี 1907 อนุสัญญาเฮกได้กำหนดสิทธิและหน้าที่ของรัฐที่เป็นกลางไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรก เพื่อแลกกับการไม่ละเมิดดินแดนของตน ประเทศเหล่านี้จึงมีหน้าที่ที่จะต้องอยู่ห่างจากสงคราม ปฏิบัติต่อคู่สงครามทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์หรือกำลังพลให้แก่คู่สงครามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สวิตเซอร์แลนด์เองก็ไม่ได้เข้าร่วมสหประชาชาติจนกระทั่งปี 2002 โดยเลือกที่จะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างแข็งขันและมักมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพทั่วโลก

สวิตเซอร์แลนด์ถือว่า รัฐที่เป็นกลางจะต้องสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วย ซึ่งอธิบายได้ว่า เหตุใดสวิตเซอร์แลนด์จึงพยายามรักษาระดับกำลังทหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเสมอมา กำลังพลส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาสาสมัคร เนื่องจากทหารอาชีพถูกจำกัดจำนวน ตามรัฐธรรมนูญของสวิตเซอร์แลนด์การเป็นทหารเป็นข้อบังคับสำหรับพลเมืองชาย ในขณะที่พลเมืองหญิงสามารถเลือกเป็นทหารได้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของทหารอาสาสมัครเป็น 10% ภายในปี 2030 หลังจากได้รับการฝึกขั้นพื้นฐานแล้ว ทหารจะต้องพัฒนาทักษะของตนด้วยการเข้ารับการอบรมทบทวนความรู้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ในแต่ละปี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นทหารหนุ่มในเครื่องแบบพกพาอาวุธประจำกายทั้งในเมืองต่าง ๆ และบนรถไฟ พวกเขาอาจนำอาวุธปืนเล็กยาวประจำกายกลับบ้านด้วย ซึ่งมักจะก่อให้เกิดข้อถกเถียง เนื่องจากอาวุธปืนของกองทัพมักเข้าไปบทบาทเกี่ยวข้องในการฆาตกรรมและการฆ่าตัวตาย

สำหรับชายชาวสวิสที่ปฏิเสธที่จะเข้าเป็นทหารด้วยเหตุผลทางศีลธรรม อาจเลือกปฏิบัติหน้าที่ด้านพลเรือนได้ โดยต้องทำงานเพื่อสังคมเป็นระยะเวลานานกว่าการเป็นทหารหนึ่งเท่าครึ่ง ผู้ที่ถือว่า ไม่เหมาะสมที่จะเป็นทหารในระหว่างกระบวนการคัดเลือกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นทหาร และต้องเสียภาษีการเกณฑ์ทหาร แต่ความเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ขัดขวางการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง และแม้ว่าสวิตเซอร์แลนด์จะไม่สามารถเข้าร่วม พันธมิตรทางทหารของ NATO ได้ แต่สวิตเซอร์แลนด์ก็ให้ความร่วมมือกับ NATO โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านโครงการหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพ ในปี 1920 สวิตเซอร์แลนด์ได้เข้าร่วมสันนิบาตชาติ ซึ่งเป็นองค์กรยุคก่อนหน้าของสหประชาชาติ และประสบความสำเร็จในการทำให้นครเจนีวาเป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กร หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สวิตเซอร์แลนด์มุ่งมั่นที่จะสร้างภารกิจระดับโลกของตนเอง โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการทูตและมนุษยธรรม

ทั้งนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สวิตเซอร์แลนด์เกือบถูกฝ่ายอักษะ นำโดยเยอรมนีรุกรานตามแผนปฏิบัติการ Tannenbaum (ต้นเฟอร์) หรือก่อนหน้าในชื่อของปฏิบัติการ Grün (สีเขียว) ซึ่งเป็นแผนการบุกสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ แต่ปฏิบัติการถูกยกเลิกหลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรบุกฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเย็น ได้มีการตอกย้ำแนวคิดที่ว่า เพื่อรักษาความเป็นกลางโดยสมบูรณ์ สวิตเซอร์แลนด์ไม่ควรลงนามในพันธมิตรระหว่างประเทศใด ๆ โดยสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เข้าร่วมสหประชาชาติจนกระทั่งปี 2002 ซึ่งนานกว่า 50 ปีหลังจากก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ แต่ถึงอย่างไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเป็นตัวแทนในองค์กรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นสมาชิกขององค์การยูเนสโก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) สภายุโรป และองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) และอื่น ๆ ปัจจุบันนครเจนีวายังเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศมากมายหลายแห่ง

การส่งเสริมสันติภาพและสิทธิมนุษยชนถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ในนโยบายต่างประเทศของสวิตเซอร์แลนด์ โดยยินดีให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การจัดหาผู้ส่งสารทางการทูต ทั้งนี้การทูตของสวิตเซอร์แลนด์มีประเพณีอันยาวนานในการพยายามพูดคุยกับทุกฝ่าย "เพื่อสร้างความไว้วางใจ" นอกจากนี้แล้วยังมีส่วนร่วมในภารกิจรักษาสันติภาพทั้งทางทหารและพลเรือนที่นำโดยองค์กรระหว่างประเทศ โดยได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนกระบวนการสันติภาพหรือติดตามการเลือกตั้ง และยังให้การสนับสนุนแก่ฝ่ายที่ขัดแย้งในการหาทางออก และทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยอย่างสม่ำเสมอ

ความเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์ถูกถกเถียงและถูกตั้งคำถามเป็นอย่างมากและหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับบทบาทของสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ICRC (คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ) ทองคำของนาซีที่ถูกปล้น ในช่วงเวลาดังกล่าว สวิตเซอร์แลนด์ได้มีการละเมิดหลักการนี้หลายครั้ง เช่น การจัดหายุทโธปกรณ์และสินค้าสงครามให้กับคู่สงครามทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการปฏิเสธที่จะรับผู้ลี้ภัยชาวยิว และการเก็บเงินของเหยื่อจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไว้ในธนาคารสวิสจนถึงปลายทศวรรษ 1990 ธนาคารสวิสจึงตกลงที่จะชดเชยให้กับเหยื่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สำหรับทรัพย์สินที่สูญเสียไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง 

ยังมีเรื่องที่ค่อนข้างอื้อฉาวอื่น ๆ อีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์ อาทิ ปฏิบัติการกลาดิโอ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับระบอบการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ คดีจารกรรม Crypto AG และล่าสุดความช่วยเหลือของสวิตเซอร์แลนด์ต่อยูเครนหลังจากการรุกรานของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ยิ่งไปกว่านั้น สวิตเซอร์แลนด์ยังผลิตและส่งออกอาวุธไปยังหลายประเทศ ซึ่งหลายคนมองว่าขัดกับความเป็นกลางและความปรารถนาที่จะส่งเสริมสันติภาพของสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม มีข้อโต้แย้งว่าความเป็นกลางทางอาวุธของสวิตเซอร์แลนด์ควรทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีความเป็นอิสระจากรัฐอื่น ๆ มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในด้านยุทโธปกรณ์ ทำให้มีการตั้งคำถามว่า สวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นกลางอย่างสมบูรณ์อีกต่อไปหรือไม่ จากผลการสำรวจชาวสวิสในปี 2024 แสดงให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 91% ยังปรารถนาที่จะรักษาความเป็นกลาง โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาเชื่อว่า ความเป็นกลางของประเทศนั้นเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ในความเป็นสวิตเซอร์แลนด์

สสส. สานพลัง 100 องค์กร จัดงาน “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Conference” สู้วิกฤต ‘คนไทย’ เหงา-โดดเดี่ยวสูง 83% พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังตลอดเดือนพฤศจิกายน

เมื่อวานนี้ (14 พ.ย. 68) ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. เผยถึงสาเหตุส่วนหนึ่งของภาวะเครียด กังวล จนถึงซึมเศร้า มาจากการขาดพื้นที่รับฟังที่มีคุณภาพ เมื่อวิเคราะห์ตามกลุ่มอาชีพก็พบว่า พนักงานออฟฟิศเป็นกลุ่มที่มีความเหงาสูงที่สุด

ข้อมูลยังชี้ให้เห็นการขาดการเชื่อมโยงทางสังคมและจิตใจ เมื่อพบว่าคนไทย 1 ใน 5 รู้สึกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความเห็นอกเห็นใจ และสามารถให้คำปรึกษาได้ดีกว่าคนในครอบครัวหรือเพื่อน สะท้อนถึงผู้คนกำลังขาดพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก และขาดความสัมพันธ์ทางสังคมที่ลึกซึ้ง

ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา เน้นย้ำว่า ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมมีรากฐานมาจากการที่ผู้คนไม่ได้ฟังกันอย่างแท้จริง ทั้งการฟังตัวเองและฟังผู้อื่น จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “#ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง” ซึ่งเชื่ออย่างจริงใจว่าไม่มีปัญหาเดียวในชีวิตที่จะไม่ดีขึ้นด้วยการฟัง

ในงาน “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Conference” มีการจัดกิจกรรมเสวนาที่เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายและสร้างความตระหนักรู้ โดยได้รับเกียรติจาก วิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟัง โดยเฉพาะการ “ฟังให้เยอะ” ตามหลักการ “มี 2 หู 1 ปาก ควรเลือกใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์” พร้อมทั้งเล่าว่า การฟังทำให้คนมีสติและฝึกจิตใจได้ โดย ธปท. ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของพนักงานและผู้มาเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กร

และกิจกรรมสำคัญคือเวทีเสวนา “เปลี่ยนโลกทั้งใบด้วยการฟังด้วยใจ” โดยภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งรวมถึงตัวแทนเยาวชนอย่าง น้องนีน่า-นภัทชพร ก้อนกลีบ ประธานกลุ่ม Listen Hearts โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ที่มาเล่าประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงในครอบครัวเมื่อเธอหันมา “ทำความรู้จักกับการฟัง” อย่างลึกซึ้ง ทำให้เข้าใจสิ่งที่บิดาพูดมากขึ้น และเกิดความสุขทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องราวของผู้อื่นจนจบ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเธอในการเป็นนักจิตวิทยาที่ดีในอนาคต

มีการสรุปสั้นๆ ว่า การฟังที่มีคุณภาพ หรือ “การฟังอย่างลึกซึ้ง” ที่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ทุกระดับนั้น เป็นสิ่งที่ต้องผ่านการฝึกฝน และอาศัยองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ อยู่กับคนตรงหน้า 100%: ใส่ใจกับคนตรงหน้า ไม่เล่นมือถือ ไม่ทำงานไปด้วย เพื่อแสดงความเคารพและความตั้งใจอย่างเต็มที่, เท่าทันกับเสียงความคิดในหัวของตัวเอง: รับรู้เสียงความคิดภายใน ไม่ตัดสิน ไม่คุยกับเสียงในหัวจนลืมใส่ใจกับผู้พูด, ให้ความสำคัญกับความรู้สึก: ไม่ใช่แค่ฟังเนื้อหาถ้อยคำ แต่ต้องรับรู้และใส่ใจว่าคนพูดรู้สึกอย่างไร เขาอยากสื่อสารอะไร และสามารถฟังระหว่างบรรทัดได้

วาระเดือนการฟังแห่งชาติปี 2568 นี้ นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เมื่อ สสส. และธนาคารจิตอาสา สามารถสานพลังกับภาคีเครือข่ายและองค์กรกว่า 100 องค์กร เกินจากเป้าหมายเดิมที่ 75 องค์กร อาทิ กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา สังคมเปลี่ยนสุข มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กลุ่มโรงเรียน กลุ่มโรงพยาบาล  กลุ่มสถาบันระดับอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐอย่างเช่น กลุ่มขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศฯ (ป.ย.ป.) เป็นต้น เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “ร่วมสร้างพื้นที่แห่งการรับฟัง” ในสังคม

ความพิเศษของปีนี้คือการเปิดตัว “การ์ดฟังสร้างสุข (Listenian Card)” นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยธนาคารจิตอาสาร่วมกับ สสส. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำเครื่องมือนี้มาใช้ในการฝึกทักษะการฟังเบื้องต้น การรู้เท่าทันความคิด และการใส่ใจความรู้สึกอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้องค์กรและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้ในการพัฒนากิจกรรมสร้างพื้นที่รับฟังภายในหน่วยงานและชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการเชิญชวนประชาชนให้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เดือนการฟังแห่งชาติ เพื่อทำแบบทดสอบสังเกตพฤติกรรมการรับฟังของตัวเอง และเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นผ่านเนื้อหาในรูปแบบ e-Learning และ เกมฝึกฟัง (Listenian Game) ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาตลอดเดือนพฤศจิกายน เช่น งานเสวนา “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Dialogue” ที่มีผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วม อาทิ เอ๋ นิ้วกลม, โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ และงาน “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Summit” เพื่อแลกเปลี่ยนความสำเร็จและขยายผลการสร้างสังคมแห่งการรับฟังให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคมไทย

สมุทรปราการ-เปิดโปงกลางกองเพลิง! โรงงานโลหะบางพลีถูกต่างชาติแอบใช้ผลิตยางรีเคลม “เต็มเหนี่ยว” สั่งดำเนินคดีทันที!

เมื่อวันที่ (12 พ.ย. 68) เวลา 04.58 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารโรงงานของ นางสาวอัจฉรา ศรีศุภชัยทา ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทำแบบพิมพ์โลหะและชิ้นส่วนอุปกรณ์เกี่ยวกับโลหะ ทะเบียนโรงงานเลขที่ 20110102325498 ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/9 ม.12 ถ.ธนสิทธิ์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก อบต.บางปลา และสถานีดับเพลิงใกล้เคียง ได้นำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ขณะนี้ควบคุมเพลิงได้แล้ว ด้านนายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่ากากระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าชุดเต็มเหนี่ยว ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ โดย นายธัญญารัตน์ พรหมสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ฯ ภายใต้ชุดปฏิบัติการ “เต็มเหนี่ยว” ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

โดย นายฐาปกรณ์ หัวหน้าชุดเต็มเหนี่ยว กล่าวว่า “สาเหตุที่ดับเพลิงใช้เวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากภายในบริเวณโรงงานดังกล่าว มีกองเศษยางรีเคลมและวัตถุดิบอื่นๆ เป็นจำนวนมาก และกองเป็นชั้นสูง ต้องใช้รถแบ็คโฮตักแล้วฉีดน้ำดับเพลิงดับตลอดเวลา

ผมได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ช่วยสนับสนุนให้ข้อมูลพนักงานดับเพลิงว่าวัตถุดิบภายในโรงงานมีอะไรบ้าง และติดต่อเจ้าของโรงงาน เพื่อร่วมดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้วย” 

อย่างไรก็ตาม พนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และทราบจากผู้ดูแลว่า ได้มีนักลงทุนต่างชาติมาเช่าพื้นที่ เพื่อประกอบกิจการคัดแยก บดสับยางรีเคลม มาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เข้าข่ายเป็นโรงงานประเภท 106 ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโรงงานไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจะได้มีการออกคำสั่งฯ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top