Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

“รวมพลังคนไทย ต้านภัยสแกมเมอร์” แผลงฤทธิ์ทันที ตำรวจภูธรภาค 4 ยึด Sim box กลางเมืองมุกดาหาร

(11 พ.ย. 68) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากงาน “รวมพลังคนไทย ต้านภัยสแกมเมอร์” United Thailand Against Scammers นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมเพื่อยกระดับภาครัฐและเอกชนในการปราบสแกมเมอร์ โดยมีวอร์รูม (Warroom) สู้ภัยออนไลน์

ล่าสุดวันนี้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 (ศปอส.ภ.4) มีผลการปฏิบัติทันที จากการประสานข้อมูลจาก Warroom ให้ตรวจสอบจุดมีพฤติกรรมน่าจะติดตั้ง SIM Box (เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นสถานที่ดังกล่าว โดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4)/ผอ.ศปอส.ภ.4 สั่งการให้ พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4/รอง ผอ.ศปอส.ภ.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุด ศปอส.ภ.4, กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4, กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร, สส.สภ.เมืองมุกดาหาร และพิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.200/2568 ลงวันที่ 10 พ.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 33/127 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

ผลการตรวจค้น ตรวจยึดของกลาง ได้หลายรายการ ได้แก่ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) จำนวน 4 เครื่อง (32 ช่อง/เครื่อง), เครื่องกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย (Router wifi) จำนวน 2 เครื่อง, เครื่องสำรองไฟ (UPS) จำนวน 1 เครื่อง และกล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึด จัดทำบันทึกร่วมกับชุดพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้ยกระดับดำเนินการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ และมิจฉาชีพทางออนไลน์ ซึ่ง ศปอส.ภ.4 สามารถตรวจพบ SIM Box สามารถหยุดยั้งการกระทำความผิดของคนร้ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยปฏิบัติการในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4,  กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ที่ได้ทำงานเชิงรุก รวดเร็ว และจะเร่งขยายผลจับกุมคนร้ายทั้งหมดที่นำ SIM Box มาติดตั้งทั้งขบวนการ โดยให้ประสานการทำงานกับ Warroom สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เข้มแข็ง และทุ่มเท เพื่อคุ้มครองประชาชนจากภัยอาชญากรรมออนไลน์ และขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันเฝ้าระวัง หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย หรือตกเป็นผู้เสียหายถูกหลอกลวงออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแส หรือขอความช่วยเหลือ ได้ที่สายด่วนศูนย์ 1441 หรือแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง

กระบี่-ภัยเงียบ ที่ชาวสวนปาล์มต้องระวัง !! หลังชาวสวนปาล์มกระบี่ พบโรคลำต้นเน่าในต้นปาล์ม พบเชื้อราในดิน เกษตรกระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทำลายเห็ด และแนะนำวิธีป้องกันและรักษา

(11 พ.ย. 68) เกษตรจังหวัดกระบี่ ลงพื้นตรวจสอบ พื้นที่แปลงสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.คลองท่อมจ.กระบี่ พบโรคลำต้นเน่าในปาล์ม ในพื้นที่แปลงปลูกปาล์มของนายมโนธรรม ใจหาญ เป็นเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งได้ไปแจ้ง นส.ชวนคนึง วัจฉวียกุล เกษตรอำเภอคลองท่อม ได้ประสานงานไปยัง สนง.เกษตรจังหวัดกระบี่ โดยมี นายวงศกร เอียดเอื้อ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มอารักขาพืช ได้เดินทางพร้อม จนท มาตรวจสอบในพื้นที่ ม.9 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่  ได้พบเชื้อรา โรคลำต้นเน่าในปาล์ม ซึ่งมีสภาพลำต้นโคนหักโค่นลงมา เป็นจำนวน 2 ต้น และ 1 ต้นพบดอกเห็ดมีสภาพลำต้นมีดอกเห็ดแล้ว ซึ่งเป็นเชื้อ  Ganoderma sp. พร้อมได้แนะนำทำลายเห็ด โดยวิธีการเผา และแนะนำวิธีป้องกันและรักษา 

โรคดังกล่าว มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาศัตรูพืช โดยเฉพาะโรคลำต้นเน่าสาเหตุจากเชื้อ Ganoderma sp. พบแพร่กระจายในสวนเป็นบางจุด ปาล์มน้ำมันโดยเฉพาะในทางภาคใต้ โดยเชื้อราจะเข้าทำลายจากรากสู่ลำต้นผ่านทางท่อลำเลียงอาหารและน้ำ ทำให้เนื้อเยื่อภายในลำต้นเกิดแผลเน่าสีน้ำตาล อาการผิดปกติภายนอกที่พบคือ ใบมีสีซีดจางกว่าปกติ ทางใบแก่ล่างจะหักพับทิ้งตัวห้อยลงรอบๆ ลำต้น ยอดที่ยังไม่คลี่มีสีเหลือง หรือมีจำนวนมากกว่าปกติ ในระยะรุนแรงเชื้อราจะพัฒนาและเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดบริเวณโคนต้น รากและเนื้อเยื่อภายในลำต้นจะเปื่อยแห้งเป็นผง จนเกิดเป็นโพรงในที่สุด ทำให้ต้นปาล์มน้ำมันยืนต้นตายหรือหักล้มลง การระบาดเกิดจากการแพร่กระจายทางลมของสปอร์ดอกเห็ดที่เกิดบริเวณโคนต้น ตอหรือซากปาล์มเก่า หรือจากการสัมผัสกันของรากต้นที่เป็นโรคและรากของต้นปกติในดินที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกันจึงทำให้การควบคุมโรคยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร

นายวงศกร เอียดเอื้อ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มอารักขาพืช เกษตรจ.กระบี่ การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดการโรคลำต้นเน่าของปาล์มน้ำมัน  และให้คำแนะนำโดยเปรียบเทียบการควบคุมด้วยสารเคมี การควบคุมด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา 2 สายพันธุ์ จากหน่วยงานรัฐ และเอกชน ว่าหากพบดอกเห็ดบนต้นปาล์ม ให้ถากเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นโรคออกเพราะเชื้อราก่อโรคจะอยู่ที่บริเวณเนื้อตายและใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการจัดการเชื้อก่อโรค จะให้ผลดีที่สุด แต่เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถทำลายได้เฉพาะส่วนที่สัมผัส ถ้าไม่ถากเนื้อเยื่อที่เป็นโรคออกก็จะทำให้การทำลายเชื้อก่อโรคไม่ได้ผล

นอกจากนี้  กล่าวว่า เพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่จะเกิดขึ้น จึงขอแนะนำดังนี้ ในการเตรียมพื้นที่ปลูกปาล์มใหม่ ให้กำจัดซากต้นปาล์มเก่า และทำความสะอาดเพื่อป้องกันกำจัดเชื้อเห็ดที่ติดอยู่กับซากพืช และพื้นที่ควรจัดการให้มีการระบายน้ำให้ดี ซึ่งวิธีการป้องกันกำจัด คืออย่าเคลื่อนย้ายต้นปาล์มน้ำมันที่เป็นโรคผ่านไปในแปลงปาล์มน้ำมัน ขุดร่อง หรือคูรอบบริเวณต้นปาล์มน้ำมันที่เป็นโรคเพื่อป้องกันการสัมผัสของราก

“นอกจากนี้ ยังแนะนำเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคพืช โดย 1. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมกับรำละเอียด 4 กิโลกรัม และปุ๋ยอินทรีย์ 50 กิโลกรัม หว่านรอบทรงพุ่มในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น และใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20-100 ลิตร กรองเอาเฉพาะน้ำนำไปฉีดพ่นอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคในส่วนบนของต้นปาล์มน้ำมัน”

รรท.พตร. นำบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงพลัง ประกาศเจตนารมณ์ เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม พร้อมปฎิญานตน ความจงรักภักดี อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ 

เมื่อวานนี้ (10 พ.ย. 68) ที่บริเวณลานจอดรถ อาคารศรียานนท์ รพ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาตื พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นพ.(สบ 8) รพ.ตร. รรท.พตร.เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยพล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์ รอง พตร.พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ รอง พตร.,พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ  รอง พตร.พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน รอง พตร.พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์พยาบาล สหวิชาชีพ ข้าราชการตำรวจ และบุคลากร รพ.ตร. 

โดยบุคลากรทางการแพทย์ ได้เปล่งว่าจาในการร่วมแสดง พลังแห่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมกล่าวอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ และ “ประกาศเจตนารมณ์เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” อย่างพร้อมเพียง เสียงดังสนั่นบริเวณ บริเวณดังกล่าว ”รรท.พตร.กล่าว“

สำหรับ อุดมคติตํารวจ 9 ข้อคือ จริยธรรม แนวทางการปฏิบัติตนที่ตำรวจต้องพึงระลึก ยึดมั่น และนำไปใช้ในอาชีพตำรวจ เพื่อให้มีพื้นฐานในการเป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี มีวินัย เที่ยงธรรมในอาชีพ และการรับใช้ประชาชน โดยอุดมคติตํารวจ มีที่มาจากบทร้อยกรองที่นิพนธ์ในพ.ศ. 2499 โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฎฐายีมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 16  ซึ่งได้กลายมาเป็น อุดมคติตํารวจ 9 ข้อที่ประกอบด้วย เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่, กรุณาปรานีต่อประชาชน, อดทนต่อความเจ็บใจ, ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก, ไม่มักมากในลาภผล, มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน, ดำรงตนในยุติธรรม, กระทำการด้วยปัญญา และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต เราจะมาอธิบายอุดมคติตํารวจ 9 ข้อ พร้อมความหมาย ดังต่อไปนี้

1.เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
เพราะหน้าที่ของตำรวจมีหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามให้เกิดความสงบสุขในสังคม บ้านเมือง ให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีปลอดภัย เมื่อดำรงอาชีพตำรวจก็คือข้าราชการคนหนึ่งที่รับเอางานของพระราชามาทำ ซึ่งการรับงานเหล่านี้มาทำต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่มีความรับผิดชอบเท่ากับมีความเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่

2.กรุณาปราณีต่อประชาชน
ตำรวจเป็นอาชีพที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาก รับรู้ความทุกข์ยากของประชาชนจากการเผชิญเรื่องเดือดร้อนต่างๆ ในทุกวัน เช่น ขโมยขึ้นบ้าน ถูกจี้ ถูกชิง ถูกทำร้าย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่ประชาชนพบเจอเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความทุกข์ เมื่อเราเป็นตำรวจไม่ควรมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เราควรที่จะช่วยเหลือ และแก้ไขความทุกข์ เพื่อความเป็นอยู่อาศัยของประชาชน

3.อดทนต่อความเจ็บใจ
อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องเจอกับความเหนื่อยในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะคำพูดไม่ดี คำบ่น คำว่าร้าย เพราะคำพูดจาทั้งหลายเหล่านี้จะทำให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพนี้ต้องรู้สึกแย่ เกิดความเจ็บใจ ฉะนั้นต้องมีความอดทนอดกลั้นให้มากกับสิ่งที่ต้องเผชิญในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่

4.ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ความยากลำบากในที่นี้คือความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะหน้าที่ทั้งหลายในอาชีพนี้มีทั้งหนัก ทั้งเบา ซึ่งเมื่อเริ่มต้นเส้นทางในอาชีพตำรวจแล้ว เริ่มต้นด้วยความตั้งใจมักจะทำสิ่งต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ได้ดี ฉะนั้นจงอย่าย่อท้อต่อความยากลำบากที่เผชิญในหน้าที่

5.ไม่มักมากในลาภผล
คนที่เป็นตำรวจต้องยึดมั่นในความพอดี ไม่สร้างเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เช่น การกลั่นแกล้งประชาชนเพื่อรีดไถ หรือหวังผลประโยชน์ของประชาชน เป็นต้น ฉะนั้นการห้ามใจตัวเองไม่ได้ และเปราะบางต่อความโลภไม่ควรเป็นสิ่งที่มีในคนที่ดำรงอาชีพตำรวจ

6.มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
การทำประโยชน์ สร้างความอบอุ่น ความสงบสุขให้ประชาชนคือหน้าที่ของตำรวจที่ปฏิบัติ ซึ่งหน้าที่เหล่านั้นก็เปรียบได้ว่าเป็นการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

7.ดำรงตนในยุติธรรม
ตำรวจคือผู้รักษากฎหมาย เป็นผู้ที่ทำดำรงให้เกิดความยุติธรรมในสังคม ซึ่งต้องรักษาทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย กติกาที่สังคมกำหนด และที่สำคัญตำรวจไม่ควรทำตัวเองเป็นกฎหมาย

8.กระทำการด้วยปัญญา
อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องพิสูจน์ความจริง ต้องอยู่กับความจริงเสมอ ทำอะไรต้องใช้ปัญญา ฉะนั้นตำรวจต้องหมั่นหาความรู้ให้ตัวตลอดเวลา เรียนรู้เพิ่มเติม เรียนรู้อยู่เรื่อยๆ เสมอ และไม่ควรทำอะไรด้วยการคาดเดา หรือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์

9.รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ข้อสุดท้ายคนที่ดำรงอาชีพตำรวจต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ควรเป็นคนกล้าบ้าบิ่นในการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะคนที่กล้าบ้าบิ่นคือคนที่มีความประมาท ขอให้ยึดมั่นไว้ว่าการเป็นตำรวจต้องมีความไม่ประมาทให้ชีวิตอยู่รอดอย่างปลอดภัย อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความรับผิดชอบ และยังทำให้เป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆ คนอยากที่จะเลือกเดินเส้นทางนี้ ใครที่มุ่งมั่นตั้งใจย่อมเป็นไปได้ เมื่อเป็นได้ และได้ดำรงอาชีพนี้แล้วก็อย่าลืมที่จะยึดมั่นในอุดมคติตํารวจ 9 ข้อด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากใครมีความต้องการอยากจะเป็นตำรวจและต้องการคำปรึกษาในการเตรียมตัวสอบตำรวจ หรือมีความสนใจติวสอบตำรวจเพื่อพิชิตความฝัน 

ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(11 พ.ย. 68) เวลา 08.00 น. ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมเพรียงกันเข้าแถวเคารพธงชาติ และยืนถวายน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที พร้อมร่วมกล่าวอุดมคติ 9 ข้อ และกล่าวคำปฏิญาณตนว่า “พวกเราจะจงรักภักดี ปกป้อง เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างเคร่งครัด พวกเราเป็นตำรวจของประชาชน และพวกเราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม”

การปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปด้วยความพร้อมเพรียง เต็มเปี่ยมด้วยจิตสำนึกแห่งความจงรักภักดี และปฏิบัติด้วยความจริงใจจากข้าราชการตำรวจทุกนาย เพื่อแสดงออกถึงอุดมการณ์ ความสามัคคี และความมุ่งมั่นในการเป็น “ตำรวจของประชาชน” อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และร่วมเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง

(สุรินทร์) มทบ.25 ร่วมงาน "ชาวช้างร่วมใจ ถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน"เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก บุญส่ง พรมนิล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมงาน "ชาวช้างร่วมใจ ถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน"เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรม "ชาวช้างร่วมใจ ถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน" เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บริเวณปะรำพิธี หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีช้างร่วมกิจกกรมดังกล่าวกว่า 300  เชือก  

โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง และนางธัญพร มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย 

Google Maps อัปเกรด ใส่มันสมองและพลังจาก Gemini พูดคุยถามเส้นทางได้จริงแบบไม่ต้องแตะจอ บอกทางด้วยจุดสังเกต ไม่ใช่ตัวเลขระยะทาง เริ่มใช้แล้วในสหรัฐฯ ก่อนขยายสู่หลายประเทศ

Google Maps เปิดตัวระบบใหม่ที่ใช้พลังจาก “Gemini” ปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุดของกูเกิล เปลี่ยนประสบการณ์นำทางให้ “พูดคุยได้จริง” แบบไม่ต้องแตะโทรศัพท์ ผู้ใช้สามารถพูดถามได้เลย เช่น “มีร้านกาแฟระหว่างทางไหม” หรือ “แถวนี้มีที่จอดรถไหม” ระบบจะตอบกลับทันทีและเข้าใจคำถามต่อเนื่องแบบเป็นธรรมชาติ

สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือรูปแบบการบอกทาง จากเดิมที่พูดว่า “เลี้ยวซ้ายอีก 500 เมตร” กลายเป็น “เลี้ยวขวาหลังร้านอาหารไทย” ฟังง่ายกว่าและใกล้เคียงภาษาที่คนใช้ในชีวิตจริง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนแบบอัตโนมัติ เช่น อุบัติเหตุ น้ำท่วม หรือถนนปิด แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมดนำทางก็ตาม ขณะเดียวกัน “Lens with Gemini” ยังให้ผู้ใช้ยกโทรศัพท์ขึ้นส่องอาคารหรือร้านอาหาร แล้วถามได้ทันทีว่า “นี่ที่ไหน ทำไมถึงดัง”

ในสหรัฐฯ ฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดให้ใช้เดือนนี้ (พ.ย.) และจะเชื่อมต่อกับ Android Auto เร็ว ๆ นี้ โดยทางกูเกิลยืนยันว่าการพูดคุยกับ Gemini ใน Maps จะไม่ถูกนำไปใช้ทำโฆษณาเจาะจงผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นประเด็นความเป็นส่วนตัวสำคัญที่หลายคนกังวล

นอกจากนี้ กูเกิลยังเริ่มขยายระบบ Gemini Maps ไปยังอินเดีย โดยปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการพูดและการขอเส้นทางของคนท้องถิ่น รองรับ 9 ภาษา พร้อมฟีเจอร์เตือนจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และแสดงจำกัดความเร็วขณะขับรถ โดยร่วมมือกับหน่วยงานทางหลวงของอินเดียเพื่อรับข้อมูลปิดถนนและซ่อมแซมแบบเรียลไทม์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งคำถามว่า AI ตัวนี้จะแก้ปัญหา “แผนที่ไม่ตรงจริง” ในบางประเทศได้หรือไม่ เช่น แอฟริกา ที่ข้อมูลถนนยังไม่ครบหรือภาพถ่ายล้าสมัย ซึ่งกูเกิลยอมรับว่า Gemini จะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อมีข้อมูลพื้นฐานที่แม่นยำ แต่ไม่สามารถสร้างข้อมูลที่ยังไม่มีอยู่จริงได้

สำหรับนักพัฒนา กูเกิลยังเปิดตัวเครื่องมือใหม่ “Builder Agent” และ “MCP Server” ที่ใช้ Gemini ช่วยสร้างโปรเจกต์แผนที่จากคำสั่งข้อความธรรมดา เช่น การสร้างแผนที่จุดท่องเที่ยวหรือเส้นทางปลอดภัยในเมือง พร้อมระบบตกแต่งแผนที่ให้เข้ากับแบรนด์หรือดีไซน์ของผู้ใช้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Google Maps ก้าวสู่ยุค “แผนที่อัจฉริยะ” ที่เข้าใจคำพูดและคิดตอบได้เหมือนผู้ช่วยส่วนตัว

คณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ครั้งที่ 15/2568 

(12 พ.ย. 68) เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม CB311  ชั้น 3 อาคารรัฐสภา โดยมีนายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะอนุกรรมาธิการ 
มีเรื่องพิจารณา 2 เรื่อง ดังนี้ 

1. พิจารณาปรึกษาหารือประเด็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงและการพิจารณาหน้าที่และอำนาจของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกระทรวงมหาดไทย  มาร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ โดยที่ประชุมได้ให้ข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกสาบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรวบรวมข้อมูลต่างและจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเพื่อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาในลำดับถัดไป 

2. พิจารณากรอบการดำเนินการของคณะอนุกรรมาธิการ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้จัดทำแผนงานและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานด้านความมั่นคง โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา

สตูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานต่าง ๆ ของทัพเรือภาคที่ ๓ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓

(11 พ.ย.68) พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓ พร้อมด้วย พลเรือตรี บรรณวิตร์ เฉลิมทอง รองผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค ๓ และคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับกำลังพล รวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของหน่วยงานใน ศรชล.ภาค ๓ พื้นที่จังหวัดสตูลโดยมีน.อ.รัฐพล แก้วกระจาย ร.น. หัวหน้าศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสตูล พร้อมศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล,นาวาโท คงฤทธิ์ บุญทอง ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝังที่ 452,นาวาตรีปรัชญ์ ขำเจริญ หัวหน้าสถานีเรือละงู/รองผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลเกาะหลีเป๊ะ,เรือ ต.273 ,เรือ ต.994ที่ออกปฏิบัติราชการในพื้นที่ทะเลฝั่งอันดามัน,พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานใน ศรชล.จว.สตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

พลเรือโท วีรุดม  ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับกำลังพลและท่านพูดคุยถามความเป็นอยู่ของกำลังพลและถามถึงการเดินทางของกำลังพลด้วยความหว่งใยและรวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของหน่วยงานใน ศรชล.ภาค ๓ พื้นที่จังหวัดสตูล และตรวจเยี่ยมชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยเฉพาะกิจพื้นที่ตอนใต้ ศรชล.ภาค ๓ และดูความพร้อมของเรือ ท่าเทียบเรือ และสถานที่ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ณ ท่าเทียบเรือตำมะลัง ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล จังหวัดสตูล 

ทั้งนี้พื้นที่จังหวัดสตูลนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๓ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มที่อาจจะเกิดภัยธรรมชาติต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ อาทิเช่น อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม นอกจากนี้ยังมีภัยที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ เช่น ภัยจากการคมนาคม ภัยจากการขนส่ง และภัยจากการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งล้วนจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการเตรียมพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ของทัพเรือภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ในพื้นที่จังหวัดสตูล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
 

LINK เปิดตัวสายโซลาร์รุ่นใหม่ “LINK Solar Cable PV Series” พัฒนาเพื่อทุกระบบพลังงานแสงอาทิตย์ กับงานสัมมนา NEW Pro Tech : LINK Solar Cabling “ไขความลับสายโซลาร์ เลือกของดี มีครบทั้ง Solution งานติดตั้งไม่มีพลาด”

รุ่นใหม่ที่โดดเด่นกว่า LINK Solar Cable “PV Series” วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2568) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา NEW Pro Tech : Product Highlight LINK Solar Cabling เพื่อไขความลับ เลือกของดี มีครบทั้ง Solution พร้อมอัปเดตเทคโนโลยี และแนวโน้มของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ วิศวกร และช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เกี่ยวกับการเลือกใช้สายโซลาร์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน ในงานครั้งนี้ ได้เปิดตัวสายโซลาร์รุ่นใหม่ LINK Solar Cable “PV Series” เปลี่ยนผ่านจาก CB Series สู่ PV Series เพิ่มความทนทาน และเสถียรภาพของวัสดุ โดดเด่นด้วยฉนวน XLPO สองชั้น ปลอดภัย ไม่ลามไฟ ทน UV กันน้ำระดับ AD8 ใช้งานได้ทั้งบนหลังคา และโซลาร์ลอยน้ำ พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 30 ปี นับว่าสายโซลาร์รุ่นใหม่ จึงไม่เพียงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คืออีกก้าวของนวัตกรรมที่สะท้อนการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

แม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดชายแดน

(11 พ.ย. 68) พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมอาการและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 4 นาย ได้แก่

- จ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บ ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด
- พลทหาร วชิระ พันธนา ได้รับบาดเจ็บ จากแรงอัดจากระเบิด มีอาการแน่นหน้าอก
- พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย ได้รับบาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิด บริเวณขาขวาท่อนล่าง
- พลทหาร อนุชา สุจารี ได้รับบาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิด ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ถนัด

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบเงินบำรุงขวัญจากกองทัพบก และมอบเงินบำรุงขวัญในนามกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจแก่กำลังพลและครัว

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมดูแลกำลังพลและครอบครัวอย่างดีที่สุด พร้อมย้ำชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้วิธีการที่ไร้มนุษยธรรม ไม่สนใจข้อตกลงที่ให้ไว้ และได้สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top