Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ หลัง รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนโซลไม่กี่วัน จรวดพุ่งไกล 700 กิโลเมตร ตกในทะเลญี่ปุ่น ‘คิม จองอึน’ ยังปฏิเสธเจรจา แต่จับมือรัสเซียแน่น พร้อมส่งทหารอีก 5,000 นาย ช่วยเครมลิน

(8 พ.ย. 68) เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้เข้าสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังการเยือนของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) ที่เดินทางมาเกาหลีใต้เพื่อหารือความมั่นคงประจำปี โดยกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่าขีปนาวุธลูกดังกล่าวบินได้ราว 700 กิโลเมตร ก่อนตกลงในน่านน้ำสากล ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าจรวดตกนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน และไม่พบความเสียหาย

การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่กว่า 10 นัดลงน่านน้ำตะวันตกเมื่อไม่กี่วันก่อน พร้อมกันนั้นยังเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุญาตให้เกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านกลาโหมของเกาหลีใต้ในระดับภูมิภาค โดยเกาหลีใต้มีแผนจะขอรับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจากสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโครงการดังกล่าว

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ยังคงปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ หลังการพูดคุยในปี 2019 ล้มเหลว โดยคิมย้ำว่าเกาหลีเหนือเป็น “รัฐนิวเคลียร์ที่ไม่อาจหวนกลับ” พร้อมเปิดทางหารือก็ต่อเมื่อวอชิงตันยอมถอยจากข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ของตน ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างเปียงยางและมอสโกกลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของทั้งสองประเทศเพิ่งพบกันในกรุงเปียงยางในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้รายงานว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังสรรหาทหารเพิ่มเติมเพื่อส่งไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน โดยคาดว่ามีทหารราว 15,000 นาย ถูกส่งไปร่วมรบแล้ว และอีกราว 5,000 นาย ถูกส่งไปปฏิบัติงานด้านก่อสร้างและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พันธมิตร ซึ่งสะท้อนถึงการขยายบทบาทของเกาหลีเหนือในความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียที่ลึกซึ้งมากขึ้น

อาจารย์สกลเปิดใจ พา “หมอนทองวิทยา” เข้าชิง จากโรงเรียนประจำหมู่บ้านหัวใจแกร่ง ปลื้มสองข้างทางบีบแตร-ตะโกนให้กำลังใจ ภูมิใจในเด็กทุกคน ตอนนี้มาเกินฝันของทีม

(8 พ.ย. 68) เวลา 12.00 น. ที่หน้าสนามศุภชลาศัย ทีมหมอนทองวิทยา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ม้ามืดจากโรงเรียนเล็ก เดินทางด้วย “รถสองแถวขนฝัน” ท่ามกลางแฟนบอลมารอต้อนรับแน่นหน้าสนาม ต่างขอถ่ายรูปให้กำลังใจ ก่อนชิงฟุตบอล 7 คนกับโรงเรียนอบจ.ชัยนาท ในช่วงเวลา 16.15 น. โดยตลอดทางมีตำรวจทางหลวงนำขบวนเข้ากรุงเทพฯ

อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชทีมหมอนทองฯ เผยขับรถคู่ชีพพาเด็กๆ มาถึงสนาม แม้รถเก่าแต่ “ไม่เคยทิ้งความฝัน” ย้ำเด็กทุกคน “สู้ด้วยชีวิต” ทั้งที่เป็นแค่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน งบทำทีมจำกัด ต่างช่วยกันออกค่าที่พักค่าน้ำไฟ “มาถึงตรงนี้เกินเป้าหมายแล้ว” พร้อมเล่าวินาทีซึ้ง ระหว่างขับรถเข้ากรุง ถนนสองฝั่งมีประชาชนบีบแตรและตะโกนให้กำลังใจต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โค้ชสกลเล่าประสบการณ์จากโรงเรียนใหญ่ ก่อนเลือกมาทำทีมหมอนทองวิทยาและปรับตัวอยู่ร่วมกับชุมชนมุสลิมได้อย่างกลมกลืน ตั้งเป้าแรกแค่เข้ารอบ 32 เพื่อเป็นมือวาง แต่ทีมไล่ล้มเต็ง รวมถึงทีมระดับมีแข้งทีมชาติ จนทะลุชิงวันนี้ “ผมภูมิใจเด็กทุกคน เงินอัดฉีดมองเป็นเรื่องสมมติ สิ่งสำคัญคือพาเด็กๆ มาถึงสนามอย่างปลอดภัย และให้พวกเขาเชื่อว่าความฝันไปต่อได้”

‘แบงค์ วงแคลช’ รำลึก วันรองแชมป์กรมพละ 2538 ขอบคุณ ‘อ.สกล’ ครูผู้ให้โอกาส จากเด็กตัวสำรอง สู่นักสู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ ส่งแรงใจถึงน้องๆ ฟุตบอล 7 สี วันนี้!!

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) 'แบงค์ ปรีติ' โพสต์ย้อนเล่าความทรงจำสุดประทับใจถึง 'อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ' ผู้ปลุกปั้นทีมฟุตบอลโรงเรียนราชวินิตบางแก้วในยุค 90 ระบุว่า..

ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นรูป อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่ผมคุ้นชินอยู่เต็มหน้าเพจไปหมด...มาครับผมจะเล่าให้ฟัง

ตอนผมอายุ 12 ปี ผมมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะสอบเข้า รร.ราชวินิตบางแก้วให้ได้ในโควต้านักฟุตบอล ซึ่งผมเข้าร่วมทดสอบทั้งฝีเท้า ร่างกาย และรวมถึงเข้าสอบวิชาการแบบคนอื่นๆ ผมยังจำวันประกาศผลสอบได้ว่าคุณแม่ผมดีใจมากที่สอบวิชาการติด แต่ผมไม่ได้ยินดีอะไรมากนัก เพราะผมสอบโควต้านักฟุตบอล “ไม่ติด”

แต่ผมยังไม่หมดหวัง ตอนมัธยมหนึ่งระหว่างที่เรียนไปในปีนั้นผมพยามคุยกับอาจารย์หลายๆ ท่านเพื่อขอเข้าร่วมทีมเผื่อจะมีโควต้าเหลือ เอาตรงๆ คือขอให้ผมเป็นตัวแถมก็ได้ สรุปผมก็ได้เข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียนจนได้

ด้วยอายุ...จริงๆ ผมควรจะต้องอยู่ในทีมรุ่นอายุ 12 ปี แต่ด้วยส่วนสูง 172 cm ของผมในตอนนั้น ทำให้ผมต้องขึ้นไปอยู่ในรุ่นอายุ 14 ปีแทน และนั่นทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าแทบจะไม่มีโอกาสเล่นตัวจริงได้เลย แม้จะดูเก่งอยู่บ้างในฟุตบอลพลาสติกสนามเล็ก แต่มันคนละเรื่องกับฟุตบอลสนามใหญ่ที่มีรุ่นพี่มากประสบการณ์ ร่างกายแข็งแรง กล้ามขากล้ามเนื้อน่องเต่งๆ เป็นมัด รุ่นพี่หลายคนผ่านแชมป์กทม. และเเชมป์กรมพละมาแล้วทั้งสิ้น

ผมยังจำวันที่ได้รองแชมป์กรมพละปี 2538 (ตามภาพ) ที่ทีมราชวินิตบางแก้วพ่ายเทพศิรินทร์ไป 0-2 ภาพจำเต็มไปหมด เราเห็นรถบัสของนักฟุตบอลโรงเรียนต่างๆ เช่นอัสสัมศรีราชาที่เป็นรถโค้ชคันใหญ่ติดแอร์ รถของเทพศิรินทร์ก็สวยงาม เราได้แต่คิดในใจว่า “รร.เหล่านี้รวยจัง เท่ว่ะ”

ตัดภาพมาเรามีรถกระบะ 1 คัน และพวกเราอยู่ในรถตู้ Isuzu Buddy คันเก่าๆที่ถูกดัดแปลงโดยการถอดเบาะทั้งหมดออกและใส่เบาะยาว 2 ข้างเหมือนรถสองแถว ผมนั่งบนพื้นตรงกลางกับกระติกน้ำ ในฐานะตัวสำรองและน้องคนเล็กเลยโดนแกล้งตลอดทางทั้งขาไปและขากลับเป็นเรื่องธรรมดาเฮฮากันไป....ไม่ต้องเดาครับ อาจารย์สกลนี่เเหละที่เป็นคนขับพาเด็กๆ ไปแข่งด้วยตัวเอง

สรุปในวันนั้นผมได้ลงเล่นใน 10 นาทีสุดท้าย ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ(ถ้าผมจำไม่ผิด) คำว่า “แบงค์..มึงไปวอร์ม” ยังติดหูผมอยู่จนถึงวันนี้ เพราะเป็นครั้งแรกในนามจริงและเป็นในรอบชิงถ้วยใหญ่ที่สุดของฟุตบอลนักเรียนอีกต่างหาก ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสครับ 🙏🏼

ผมอยู่ในทีมโรงเรียนจนถึงมัธยมสาม หลังจากนั้น อิทธิพลของดนตรีก็เข้าสิงร่างผมอย่างเต็มตัวเลยต้องขอออกจากทีมไป...ทิ้งไว้ด้วยความทรงจำดีๆ ที่โหด มัน ฮา ในทีมฟุตบอลราชวินิตบางแก้ว ที่บอกว่าผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นอาจารย์สกลตามหน้าเพจมากมายในวันนี้ก็เพราะว่าอาจารย์สกลผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำทีมคว้าถ้วยรางวัลมานักต่อนัก หลายต่อหลายโรงเรียน แม้ผมจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งกาจของอาจารย์ในวันนั้น แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนอาจารย์สกลคือผมไม่ยอมแพ้และไม่หยุดทำในสิ่งที่รัก ล้ม 8 ครั้ง ลุก 9 ครั้งแล้วจะมีวันของเราสักวัน....ขอบคุณอาจารย์สกลครับ 🙏🏼

ขอให้น้องๆ ทั้ง 2 ทีมโชคดีในนัดชิงฟุตบอล 7 สีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ครับ
“จารย์ครับ...ผมอยากเห็นอาจารย์คุมสโมสร”

ผบ.ตร.ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับเข้ม 8 ข้อ ดูแลประชาชนเข้าถวายความอาลัยฯ รุกปราบสแกมเมอร์ ต่างด้าวผิดกฎหมาย ย้ำแนวทางแต่งตั้งวาระ 68 ยึดกฎหมายและข้อวินิจฉัย ก.พ.ค.ตร. พัฒนางานสอบสวนเร่งด่วน

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับในที่ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2568 ซึ่งมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., ผู้บัญชาการหน่วยต่าง ๆ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ผบ.ตร.ย้ำนโยบายเร่งด่วนและนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ทุกหน่วยป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการปฏิบัติร่วมกันหน่วยงานอื่น เพื่อการปราบปรามอาชญากรออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ผบ.ตร.มีข้อสั่งการและกำชับ 8 ข้อ ในการขับเคลื่อนภารกิจการดูแลความสงบเรียบร้อย บริการประชาชนที่เข้าถวายถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, การปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุก, การพัฒนางานสอบสวน, การแต่งตั้งตำรวจ วาระปี 2568 รวมถึงการดูแลสวัสดิการตำรวจและครอบครัว ฯลฯ ดังนี้

1 .ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติภารกิจในการดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในกรณีที่ประชาชนจะเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และให้ความช่วยเหลือ ดูแลประชาชนด้วยความเป็นมิตร

2. ให้คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการบริหารราชการ ผบ.ตร. ประจำปีงบประมาณ 2569 กำหนดกรอบการติดตาม และขับเคลื่อน นโยบาย "6 เร่งรัด" อาทิ ขับเคลื่อนส่งเสริมโครงการพระราชดำริ พัฒนางานสอบสวน กวดขันเสริมสร้างวินัยจราจร ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจและครอบครัว ฯลฯ ให้เห็นความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แล้วรายงานทุก 3 เดือน

3. ให้ศูนย์พัฒนางานสอบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 458/2568 รวบรวมติดตามประเด็นจากคณะกรรมการ คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุง พัฒนางานสอบสวน ที่มีอยู่หลายคณะ เพื่อนำข้อสังเกตมาปรับปรุง เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ กำหนดไทม์ไลน์ เป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
 
4. ให้ศูนย์อำนวยการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เป็นกลไกหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการขับเคลื่อนงาน โดยกำหนดแผน มาตรการ ให้ทุกหน่วยปฏิบัติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่รัฐบาลกำหนดเป็น "วาระแห่งชาติ"  โดยรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล ทุก 7 วัน และ 1 เดือน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนทราบว่า “ตำรวจไทย แก้ไขปัญหา สแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง"

5. ให้ศูนย์อาชญากรรมพิเศษ จัดทีมรวบรวมผลการปฏิบัติงานของแต่ละศูนย์ฯ ที่สามารถนำไปใช้ในการกำหนด ทิศทางการทำงานของศูนย์และรายงานผลการปฏิบัติงาน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ ทุก 7 วัน 
 
6. ให้ศูนย์อำนวยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาบุคคลต่างด้าวทำผิดกฎหมาย กำหนดแผนให้ทุกหน่วยบูรณาการกำลังในการปฏิบัติร่วมกัน พร้อมรายงานผลการปฏิบัติทุก 7 วัน และ 1 เดือน 
 
7. การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในวาระประจำปี 2568 ให้หัวหน้าหน่วยซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการไว้ รวมถึงให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการพิจารณาให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย และแนวทางที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ได้เคยวินิจฉัยในประเด็นต่าง ๆ ไว้ อย่างเคร่งครัด
 
8. ให้เร่งรัดการพิจารณาให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจและหน่วยงานตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และสาธารณภัยอื่น ๆ โดยเร็ว

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมรักษ์ทะเลไทย เปิดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด 10 แห่ง สู่วันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2569 สานต่อความงามแห่งท้องทะเลไทย

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) พลเรือตรี ไพฑูรย์ เส็งเจริญ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เก็บขยะชายหาด” เนื่องในวันทะเลโลก ประจำปี 2569 ณ ชายหาดอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมกันฟื้นฟูความสะอาดและความงดงามของชายฝั่งทะเล พร้อมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 60 คน ประกอบด้วยกำลังพลจากกองพันรักษาฝั่งที่ 12 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง บุคลากรจากองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร และข้าราชการจากทัพเรือภาคที่ 1

ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 มีเป้าหมายจัดกิจกรรมเก็บขยะต่อเนื่องจำนวน 10 ครั้ง ใน 10 ชายหาด ตั้งแต่จังหวัดตราดถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการ “มุ่งสู่วันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2568” เพื่อร่วมกันลดขยะทะเล ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ทะเลให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคม

ทัพเรือภาคที่ 1 ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยทางทะเล ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อให้ “กองทัพเรือเป็นกองทัพที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ” อย่างแท้จริง

แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เยือน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประสานความร่วมมือกับกองทัพประชาชนลาว เพื่อสร้างความมั่นคง และการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย - ลาว

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว และหน่วยความมั่นคง (ฝ่ายไทย) เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ กระทรวงป้องกันประเทศ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้เข้าเยี่ยมคำนับ/พบปะพัฒนาสัมพันธ์ (แบบเป็นทางการ) กับ พลตรี วันทอง  บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว, หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และได้ถือโอกาสหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดน, ปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด, การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, สินค้าหนีภาษี และการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน รวมถึงมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ (Scammer) เพื่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของทั้งสองประเทศ

โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสานต่อการส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาชายแดน และขยายความร่วมมือในทุกมิติ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือน การหารืออย่างสม่ำเสมอ ยกระดับความร่วมมือในประเด็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่มิตรภาพอันดี และการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศให้ มั่นคง ยั่งยืน สืบไป

ผบช.ภ.7 ฝ่า 399 โค้ง ถึง "สภ.ปิล็อก"ชี้ต้องให้ความสำคัญของโรงพักชายแดน มอบถุงยังชีพเป็นขวัญกำลังใจ

เมื่อวันที่ (5 พ.ย.68) เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7,​ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการตำรวจ สภ.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยมี พ.ต.ท.ชัยภัฎ พัวพงษ์พันธ์ สว.สภ.ปิล็อก พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดอยู่ปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์โดยทั่วไปปกติ 

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผบช.ภ.7 ได้มอบถุงยังชีพ  พูดคุยและให้กำลังใจกับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสถานีตำรวจ เดินตรวจความเรียบร้อยทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเน้นย้ำในเรื่องของการสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกประเทศทั้งในส่วนของคนไทยและคนต่างด้าว รวมไปถึงสิ่งของผิดกฎหมาย และได้กำชับมาตรการการสกัดกั้นการใช้เสาสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและเสาสายสัญญาณแนวชายแดนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ครอบครัวเหยื่อกล่าวหา ChatGPT ชี้นำสู่การปลิดชีพตัวเองและหลอนทางจิต หลังเร่งปล่อย GPT-4o ทั้งที่รู้ว่าเสี่ยง องค์กรเตือน “อย่ามองยอดใช้เหนือความปลอดภัย”

(8 พ.ย. 68) บริษัท OpenAI กำลังเผชิญคดีความ 7 คดีในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ หลังครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบกล่าวหาว่า ChatGPT ทำให้ผู้ใช้บางรายเกิดอาการหลอน ติดการสนทนา จนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ทั้งที่ก่อนหน้าไม่มีปัญหาทางจิต คดีทั้งหมดถูกยื่นโดย Social Media Victims Law Center และ Tech Justice Law Project ในนามของผู้ใหญ่ 6 ราย และเยาวชน 1 ราย โดยอ้างว่า OpenAI ปล่อยโมเดล GPT-4o ออกมาเร็วเกินไป ทั้งที่มีคำเตือนภายในเรื่องความเสี่ยงทางจิตใจของผู้ใช้

หนึ่งในคดีคือกรณีของ อะมอรี เลซี เด็กชายวัย 17 ปี ที่เริ่มใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำ แต่กลับถูกชี้นำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และถึงขั้นได้รับ “คำแนะนำในการทำอันตรายตนเอง” ขณะที่อีกคดีคือ อลัน บรูกส์ ชาวแคนาดา วัย 48 ปี ที่อ้างว่า ChatGPT ทำให้ตนเริ่มเชื่อสิ่งหลอนและเกิดความสับสนทางจิตใจจนชีวิตพังพินาศ โดยด้าน OpenAI ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้

แมตธิว พี. เบอร์กแมน (Matthew P. Bergman) ทนายความผู้ยื่นฟ้องระบุว่า “ChatGPT ถูกออกแบบให้สร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้ใช้ เพื่อให้คนคุยต่อไปเรื่อยๆ มากกว่าจะคำนึงถึงความปลอดภัย” พร้อมชี้ว่า OpenAI เร่งเปิดตัว GPT-4o เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด โดยละเลยการทดสอบด้านจริยธรรมและผลกระทบทางจิตใจ “นี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นระบบที่เข้าไปแตะอารมณ์มนุษย์โดยตรง” ทนายความ กล่าว

และในอีกคดีหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กชายวัย 16 ปีชื่อ อดัม เรน ก็ยื่นฟ้อง OpenAI เช่นกัน โดยอ้างว่า ChatGPT มีส่วนช่วย “วางแผน” ให้ลูกชายฆ่าตัวตาย เหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีเข้มงวดขึ้นในการควบคุม AI ที่เปิดให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย

ขณะที่ องค์กร Common Sense Media เตือนว่า คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายจากเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบเพื่อ “ดึงดูดมากกว่าปกป้อง” พร้อมเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของผู้ใช้” มากกว่าการแข่งขันด้านยอดผู้ใช้งาน

นราธิวาส-มทภ.4 ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49 เน้นย้ำ กำลังพลปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท เตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ในพื้นที่ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมประชุมและรับฟังชี้แจงการปฏิบัติงานที่สำคัญ พร้อมรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี พันเอก ณัฏฐพล สุนทรนนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 พร้อมด้วยผู้บังคับกองร้อยฯ และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและร่วมการประชุม

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหารือแนวทางแก้ไขการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้มีการปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งได้นำนโยบายการปฏิบัติ 8 กิจสำคัญตามนโยบายกรอบของแนวทางขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ เพื่อยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน 

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึง ปฏิบัติภารกิจเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่ชุมชนต่อไป

ตำรวจไทยเร่งประสานญี่ปุ่น กรณีเด็กหญิงวัย 12 ปี ถูกบังคับทำงานในร้านนวดแอบแฝงที่โตเกียว ตามนโยบาย ผบ.ตร. ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองเด็กและปราบปรามการค้ามนุษย์

(8 พ.ย. 68) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วานนี้ (7 พฤศจิกายน 2568)  พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เชิญกงสุลตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, ผู้แทนกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม

การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กหญิงชาวไทยอายุ 12 ปี ที่ถูกมารดาพาเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และถูกบังคับให้ทำงานในร้านนวดแอบแฝงในกรุงโตเกียว ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นได้ให้การช่วยเหลือและรับผู้เสียหายไว้ในความคุ้มครองแล้ว 

ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นและกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจอยู่เบื้องหลัง เพื่อขยายผลไปยังขบวนการที่อาจล่อลวงเด็กหรือหญิงไทยไปทำงานในลักษณะเดียวกัน

นอกเหนือจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการแก้ไขปัญหาคนไทยพำนักและทำงานผิดกฎหมายในญี่ปุ่น เนื่องจากการที่คนไทยทำงานโดยผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่นนั้นนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง ข่มขู่ และบังคับใช้แรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาการค้ามนุษย์เช่นกัน  

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้กำหนดให้ “การคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการปราบปรามการค้ามนุษย์” เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุก ทั้งในด้านการสืบสวน ป้องกัน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างทันท่วงที และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างเด็ดขาด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเตือนประชาชนและผู้ปกครองให้เพิ่มความระมัดระวัง หากมีผู้ใดชักชวนให้เด็กหรือเยาวชนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยอ้างว่าเป็นงานบริการ ร้านนวด หรืออาชีพที่ไม่ชัดเจน ขออย่าหลงเชื่อ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ได้ หากพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 191, ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) 1599, กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) 1191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top