Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการรับ–ส่งทหารใหม่ มทบ.26 จังหวัดบุรีรัมย์

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการ รับ–ส่งทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/258 ณ มณฑลทหารบกที่ 26 จังหวัดบุรีรัมย์

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะ พูดคุย และให้กำลังใจกับญาติและครอบครัวของน้อง ๆ ทหารกองประจำการ พร้อมกล่าวสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า “กองทัพจะดูแลลูกหลานของทุกคนอย่างดีที่สุด เพราะเราทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน”

ทั้งนี้ การรับ–ส่งทหารกองเกินในครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้ความร่วมมือของทุกส่วน เพื่อเตรียมกำลังพลเข้ารับการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ตามระเบียบของกองทัพบก โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำให้หน่วยฝึกให้ความสำคัญกับการดูแลน้องทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นทหารที่มีความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ     

            

สตม. จัดพิธีแสดงความอาลัยและลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (3 พ.ย.68) เวลา 11.00 น. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้จัดพิธีแสดงความอาลัยและลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร. (เมืองทองธานี) โดยมี พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประกอบด้วย พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ สตม., ผบก.ตม.1-3, ผบก.อก.สตม., ผบก.สส.สตม., ผบก.ศท.ตม. และ ผบก.ศฝร.ตม., รอง ผบก., ผกก. และข้าราชการตำรวจในสังกัด สตม. เข้าร่วมพิธีดังกล่าว เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับทุกหน่วยดูแลประชาชนช่วงเทศกาลลอยกระทง ป้องกันอันตรายต่อทรัพย์และชีวิต

(4 พ.ย. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นี้ เป็นวันลอยกระทง ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนไทย เป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำให้คงอยู่ ซึ่งในปีนี้พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยังคงจัดงานประเพณีลอยกระทง โดยปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานประเพณีวันลอยกระทงในสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาชญากรรม ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายต่างๆ รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงาน 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้หน่วยต่างๆ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยให้เพิ่มความเข้มในการกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทช่วงก่อนวันลอยกระทง, จัดทำแผน/มาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้สอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์มากที่สุด ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ทั้งทางบกและทางน้ำ พร้อมให้กวดขัน ตรวจตรา ตรวจสอบ สถานบริการและสถานบันเทิง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนใช้บริการ ไม่มีอาวุธ สารเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย อย่างเด็ดขาด และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา รักษาความปลอดภัยในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก 

นอกจากนี้ ให้กวดขันจับกุมผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน, กวดขันไม่ให้มีผู้ลักลอบผลิต และจำหน่ายดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด หากพบให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทันที เพื่อป้องกันเหตุร้าย และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดการจราจรเป็นประจำ ในบริเวณสถานที่ที่คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก และเส้นทางที่คาดว่าจะมีปัญหาจราจร พร้อมจัดเส้นทางรองรับการจราจรที่หนาแน่น

พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ไม่สวมเครื่องประดับ สิ่งของมีค่า หรือนำทรัพย์สินติดตัวไปจำนวนมาก เพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสประทุษร้ายต่อทรัพย์ได้ และให้ระมัดระวังการใช้บริการโป๊ะ ท่าเทียบเรือ หรือพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย สำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะต้องเมาไม่ขับ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองในการกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังเพื่อมิให้ถูกหลอกลวงไปในทางมิชอบ หรือประพฤติตนไม่สมควร รวมถึงไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเที่ยวงานโดยลำพัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตลอดเทศกาลลอยกระทงนี้

ตำรวจภาค 1 ผนึกกำลัง ปปส. ทลาย “แก๊งนักขนตะวันออก” ไล่ล่าข้ามจังหวัด ยึดคีตามีน 300 กก. ค่ากว่า 150 ล้าน บนวงแหวนกทม.

ตำรวจภูธรภาค 1 ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการสกัด “เครือข่ายนักขนยาเสพติดตะวันออก” หลังสืบสวนเชื่อมโยงจากคดีจับยาบ้า 60,000 เม็ด เมื่อกลางปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่การไล่ล่าข้ามจังหวัดและการยึดคีตามีนล็อตมหึมากว่า 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท

การสืบสวนเริ่มจากข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มของ นายภาณุวัฒน์ หรือ “น๊อต” อายุ 28 ปี และ นายดนุพล หรือ “มอส” อายุ 25 ปี ชาว อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสายลำเลียงของเครือข่ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งค่ำวันที่ 2 พ.ย. 68 ชุดสืบสวนพบผู้ต้องหาขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก สีขาว ออกจากที่พัก มุ่งหน้า จ.สุพรรณบุรี ก่อนวกไป อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับยาเสพติดล็อตใหญ่ และกำลังลำเลียงกลับมายังเส้นทางฝั่งตะวันออก

เวลา 01.30 น. วันที่ 3 พ.ย. 68 เจ้าหน้าที่ไล่ตามมาจนทันบนถนน วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งใต้ กม.11+900 เขตบางขุนเทียน จึงเข้าปิดล้อมสกัดจับ พบคีตามีนบรรจุกระสอบรวม 300 กก. อยู่ท้ายรถ พร้อมโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติดอีก 2 เครื่อง

สองผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ไปรับของจาก จ.กาญจนบุรี และกำลังจะนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย เพื่อการค้าและแพร่ระบาดในหมู่ประชาชน”

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ ภ.1, ภ.จว.สระบุรี, บก.สส.ภ.1, ขกท., ศปก.นสศ., และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 นำโดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาหลายหน่วย ที่ร่วมขยายผลอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า คีตามีน 300 กก. หากถูกปล่อยสู่ตลาด จะสร้างความเสียหายมหาศาล มูลค่าสูงกว่า 150 ล้านบาท เตรียมเดินหน้าขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ตัวการสั่งการ และเส้นทางฟอกเงินทั้งหมด เพื่อตัดวงจรเครือข่ายให้สิ้นซาก

สตาร์บัคส์จับมือโปยู่!! ตั้งบริษัทร่วมทุน ขยายธุรกิจสินค้าปลีกที่จีน บุกเมืองรอง–เร่งสเกล ขยายสาขาในจีน 20,000 แห่ง

(5 พ.ย. 68) สตาร์บัคส์ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Boyu Capital ในจีน เพื่อขยายธุรกิจกาแฟอย่างเป็นระบบ โดยตั้งเป้าขยายสาขารวมเป็น 20,000 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีราว 8,000 สาขา พร้อมตั้งสำนักงานใหญ่ร่วมที่นครเซี่ยงไฮ้

ไบรอัน นิคโคล ซีอีโอ สตาร์บัคส์กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญและเครือข่ายในพื้นที่ของโปยู่จะช่วยให้เราขยายสู่เมืองระดับรองและภูมิภาคใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้น” ขณะที่อเล็กซ์ หว่อง หุ้นส่วน Boyu Capital ระบุว่า “แบรนด์สตาร์บัคส์มีสายสัมพันธ์แข็งแกร่งกับผู้บริโภคจีนตลอด 26 ปี การร่วมทุนครั้งนี้จะต่อยอดนวัตกรรมและความสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น”

ข้อตกลงนี้เปิดทางให้ Boyu Capital ถือหุ้นได้สูงสุด 60% ในกิจการค้าปลีกของสตาร์บัคส์ในจีน ขณะที่สตาร์บัคส์ถือ 40% และยังคงควบคุมสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด เพื่อรักษาคุณภาพแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้า

มูลค่ากิจการค้าปลีกสตาร์บัคส์ในจีนได้รับการประเมินที่ราว 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความร่วมมือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการปรับโครงสร้างเจ้าของเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการแข่งขันและกฎระเบียบเฉพาะของจีน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบร้านที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่น รวมถึงบริการดิจิทัลเพื่อรองรับผู้บริโภคจีน

สตาร์บัคส์เริ่มดำเนินธุรกิจในจีนตั้งแต่ปี 1999 ขณะที่ Boyu Capital ก่อตั้งในปี 2011 ทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนทางเลือกที่มีเครือข่ายแข็งแกร่ง และการร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผสานแบรนด์สากลกับทุนท้องถิ่นเพื่อเร่งการเติบโตในอนาคต

บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเริ่มเลิกจ้างคน งานหลังบ้าน–คอลเซ็นเตอร์ โดนก่อน ซีอีโอดังยืนยัน AI คือผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้ยึดครอง แต่บางตำแหน่งงานจะหายไปจริง!!

บริษัทยักษ์ใหญ่ “ลดพึ่งคน หันพึ่ง AI” คลื่นเปลี่ยนงานครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น ทั่วโลกกำลังขยับจาก “คนทำงานทุกขั้นตอน” ไปสู่ “คนกำกับ แต่ใช้ AI ลงมือ” งานที่โดนก่อนคือหลังบ้าน (เอกสาร การเงิน HR) งานบริการลูกค้า งานสรุปข้อมูล และการเขียนโค้ดบางส่วน เพราะ AI ทำได้เร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง ทำงานได้ 24/7 ไม่มีวันหยุด และยังได้ความสม่ำเสมอของคุณภาพ

ทำไมบริษัทถึงเร่งใช้ AI 
เหตุผลหลักมีทั้งเรื่องประสิทธิภาพและการแข่งขัน โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทำให้บริษัทขยายบริการได้ทันทีข้ามประเทศ โดยผู้บริหารจำนวนมากยอมรับว่าบางบทบาท “ถูกออกแบบใหม่” หรือ “ถูกแทนที่บางส่วน” แล้ว 

ตัวอย่างชัดคือ IBM บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่ชะลอการจ้างงานหลังบ้านและประเมินว่างานกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งสามารถใช้ AI ทำแทนได้ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

เสียงจากซีอีโอ “AI คือผู้ช่วย…และบางงานจะหายไป”
อาร์วินด์ คริชนา (Arvind Krishna) ประธานและซีอีโอของ IBM เคยให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า “ผมมองเห็นว่างานหลังบ้านราวส่วนหนึ่งจะถูกแทนที่ด้วย AI และระบบอัตโนมัติภายในห้าปี” 

สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsoft กล่าวว่า “Copilot (ผู้ช่วย AI ที่ขับเคลื่อนโดย Microsoft) คือหมวดใหม่ของคอมพิวเตอร์…มันจะเปลี่ยนวิธีที่เราทำงานและคุยกับคอมพิวเตอร์โดยตรง แนวคิดคือเพิ่มผลิตภาพทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่ลดคนในทีมใดทีมหนึ่ง”

ซันดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ประธานบริหารของบริษัท Google กล่าวว่า “AI จะยังไม่มาแทนนักพัฒนา มันเป็นแค่ตัวเร่งให้ทีมทำงานได้มากขึ้นดีขึ้น และเรายังต้องจ้างวิศวกรต่อไป”

เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nvidia กล่าวว่า “ภาษาที่ใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์กำลังกลายเป็น ‘ภาษามนุษย์’…ทุกคนจึงเป็นโปรแกรมเมอร์ได้”

ข้อดี–ข้อเสียที่ต้องรับมือ 
ด้านบวกคือความเร็ว ต้นทุนต่อชิ้นงานที่ลดลง และคุณภาพที่สม่ำเสมอในชิ้นงาน แต่ความเสี่ยงก็ชัด ข้อมูลอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ถ้าไม่มีคนตรวจ ความลับองค์กรมีโอกาสรั่วไหล ตลอดจนแรงงานบางกลุ่มที่ต้อง “รีสกิล” ไปสู่การเพิ่มค่าจ้าง เช่น กำกับคุณภาพโมเดล ออกแบบพร็อมพ์ และวางเวิร์กโฟลว์ที่ปลอดภัย

ผลกระทบกับไทย 
โครงสร้างพื้นฐานมา งานใหม่มา กติกากำลังตาม ไทยกำลังได้ฐานรองรับ AI ระดับโลก 

AWS เปิดรีเจียนในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (ม.ค. 2025) พร้อมแผนลงทุนมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ และคาดหนุนการจ้างงานช่วยจีดีพีเพิ่มขึ้น

Microsoft ประกาศลงทุนคลาวด์และศูนย์ข้อมูลในไทย พร้อมโครงการอัปสกิลคนไทยกว่า 100,000 คน (พ.ค. 2024)

Google ประกาศลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์รีเจียนในไทยวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ (ก.ย. 2024) เสริมความสามารถด้าน AI ของประเทศ

TikTok เตรียมลงทุนโครงการโฮสติงข้อมูลในไทยราว 126.8 พันล้านบาท หนุนดีมานด์ดาต้า–AI เพิ่มขึ้นอีกระลอก (อนุมัติโดยบีโอไอ ม.ค. 2025)

ผลลัพธ์คือ องค์กรไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ง่ายขึ้น เห็นการนำไปใช้จริงในธนาคาร โทรคมนาคม อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับเร่งวางแนวทางใช้ AI อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและข้อมูลสำคัญ

มองไปข้างหน้า 
ทิศทางที่เป็นจริงที่สุดตอนนี้คือ “คนกับ AI ทำงานร่วมกัน” บริษัทที่ได้เปรียบคือบริษัทที่เลือกโจทย์ถูก (งานรูทีน วัดผลได้เร็ว) วางรั้วกำกับตั้งแต่วันแรก และลงทุนรีสกิลทีมให้สั่งงาน–ตรวจทาน–เชื่อม AI เข้ากับเวิร์กโฟลว์เดิม เมื่อโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกกำลังลงหลักในไทย หน้าต่างโอกาสก็เปิดกว้าง—คำถามจึงไม่ใช่ “จะใช้ AI ไหม” แต่คือ “จะเริ่มตรงไหนและกำกับอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ไวที่สุด”

ปตท. คว้า 3 รางวัล!! Best CEO, Best CFO และ Best IR เวที IAA Awards for Listed Companies 2025 จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ยกย่องการบริหารงานในอุตสาหกรรมเป็นเลิศ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลาง) พร้อมด้วยนางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (ขวา) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับรางวัลซีอีโอยอดเยี่ยม (Best CEO) และ รางวัลซีเอฟโอยอดเยี่ยม (Best CFO) ตามลำดับ 

นอกจากนี้ ปตท. รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best IR) ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียม จากงาน IAA Awards for Listed Companies 2025 จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association) ณ Eastin Grand Hotel Phayathai 

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลโหวตของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพโดดเด่น มีความรู้ความสามารถในการบริหารงานในอุตสาหกรรมของตนที่เป็นเลิศ นำองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน และตรงประเด็นแก่นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนอย่างสม่ำเสมอ

ถึงเวลาชาติยุโรปกลาง จะไปทางไหน 'เป็นกลาง' ผลลัพธ์แบบฮังการี-สโลวาเกีย 'เลือกข้าง' ผลลัพธ์แบบยูเครน ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรง

อาจารย์รุสตัม หวันสู โพสต์
"สะพานหรือสนามรบ? จุดยืนสโลวาเกีย-ฮังการี กับทางเลือกของชาติยุโรปกลาง"

ในวันสัมมนาที่มอสโก ทางเจ้าภาพได้จัดให้ทานมื้อเที่ยงบนเรือที่จอดริมฝั่งแม่น้ำมอสควา มีเพื่อนร่วมสัมมนาสองคนมาร่วมโต๊ะด้วย เป็นคู่สามีภรรยาจากประเทศสโลวาเกีย ทราบว่าทั้งสองเป็นนักศึกษาปริญญาโท

ผมชวนคุยไปเรื่องประเทศสโลวาเกีย เรื่องการเดินทาง เรื่องผู้คน ภาษา วัฒนธรรม ผมสังเกตว่าทั้งสองสื่อสารเป็นภาษารัสเซียกับพนักงานเสริฟได้อย่างดีเยี่ยม จึงได้ทราบว่า ภาษาสโลวัก กับ ภาษารัสเซีย มีความใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากทั้งสองภาษาต่างก็จัดอยู่ในตระกูลภาษาเดียวกันคือ กลุ่มภาษาสลาฟ

ผมถามพวกเขาต่อเรื่องท่าทีนโยบายต่างประเทศของสโลวาเกียต่อความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ผมพอจะทราบเบื้องต้นว่า มีสองประเทศในยุโรปกลางคือฮังการีและสโลวาเกีย มีนโยบายที่ค่อนข้างเป็นกลางต่อความขัดแย้งครั้งนี้

เพื่อนชาวสโลวักอธิบายจุดยืนประเทศเขาได้อย่างน่าสนใจว่า "พวกเราต้องการสันติภาพผ่านการเจรจา" แม้สโลวาเกียจะเป็นสมาชิกทั้ง EU และ NATO แต่พวกเขา 'ไม่เห็นด้วย' กับท่าทีของประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปที่กำลัง 'บรรลุสันติภาพผ่านสงคราม' และการมุ่งเป็นปฏิปักษ์กับรัสเซีย ความเกลียดชังไม่อาจแก้ปัญหาได้

เมื่อทบทวนท่าทีของประเทศในยุโรป พบว่ามีสองประเทศที่มีจุดยืนที่น่าสนใจนั่นคือ ฮังการีและสโลวาเกีย

ฮังการีภายใต้รัฐบาลนายวิคเตอร์ ออร์บัน รักษาจุดยืนต่อรัสเซียที่มุ่งเน้นความร่วมมือด้านพลังงาน ไม่ต่อต้านรัสเซีย ดำเนินนโยบายที่ประนีประนอมและเป็นมิตรกับรัสเซีย หลายฝ่ายมองว่าท่าทีเช่นนี้จะทำให้รัสเซียเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ในขณะที่สโลวาเกียภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี โรเบิร์ต ฟิโก ได้เปลี่ยนแปลงจุดยืนและนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน ฟิโกยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน สนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติสงคราม เปลี่ยนจุดยืนจากสนับสนุนยูเครนมาเป็นจุดยืนที่เป็นกลางและประนีประนอม

แน่นอนว่าท่าทีนโยบายต่างประเทศดังกล่าวเป็นผลจากปัจจัยภายในประเทศเป็นสำคัญ ทั้งฮังการีและสโลวาเกียเป็นประเทศขนาดปานกลางถึงเล็ก ทั้งสองประเทศเป็นประเทศ landlock ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ทั้งสองประเทศพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย และได้รับการผ่อนปรนจาก EU จากมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย ยังคงนำเข้าพลังงานจากรัสเซียต่อไปด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงด้านพลังงาน

ในกรณีของสโลวาเกีย ผู้นำประเทศที่เปลี่ยนนโยบายจากผู้นำคนก่อนชนิด 360 องศา จากสนับสนุนยูเครนมาเป็นยกเลิกให้ความช่วยเหลือยูเครน คงตระหนักรู้แล้วว่า...ยุโรปกำลังเดินผิดทาง

ยุโรปตกอยู่ภายใต้วาทกรรมที่ว่าหากยูเครนแพ้ เราแพ้ด้วย วาทกรรมนี้ตกอยู่ภายใต้ความเชื่อที่ว่ารัสเซียมีแนวคิดขยายดินแดนและต้องการยึดครองยูเครนกระทั่งยุโรป ทั้งๆ ที่เมื่อดูความเป็นจริงในหน้าสนามรบแล้ว เราจะเห็นข้อจำกัดของรัสเซียที่สู้รบมาสามปีเก้าเดือนพื้นที่ยึดครองแทบไม่เปลี่ยนไปมากในปีหลังๆ

ด้วยวาทกรรมเช่นนี้ทำให้บรรดาชนชั้นนำทางการเมืองของยุโรปหันไปจับมือกันต่อต้านรัสเซีย และสนับสนุนยูเครน แต่ถ้าเราสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่า ชาติที่ออกตัวแรงทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี ล้วนแต่เป็นชาติขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากยูเครนไปไกล 

ภายใต้แรงกดดันให้ต้องเลือกข้าง เราเห็นสโลวาเกียและฮังการีกลับเลือกที่จะเป็นกลาง แม้อาจมีเหตุผลจากการต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย แต่พวกเขาได้แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจนว่า ประเทศขนาดกลาง-เล็กแบบพวกเขา ที่อยู่ติดยูเครน ไม่ควรเลือกข้างความขัดแย้ง และตลอดสามปีที่ผ่านมา การเลือกข้างความขัดแย้งของยุโรปได้แสดงผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ มีแต่จะยิ่งเติมเชื้อไฟความขัดแย้งในล้นเกิน 

สโลวาเกียและฮังการีได้แสดงการตัดสินใจทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวอย่างแก่อีกหลายๆประเทศว่า ประเทศขนาดกลาง-เล็ก มีทางเลือกที่จะตัดสินใจว่าอยากเลือกข้างความขัดแย้งหรือรักษาความเป็นกลาง 

ท่ามกลางความขัดแย้งและการแข่งขันระหว่างชาติ NATO (ที่นำโดยสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นคนนอกภูมิภาคยุโรปที่ไม่เคยเดือดร้อนอะไรด้วย ในยามที่ยุโรปเกิดสงคราม) และรัสเซีย ประเทศในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลางที่เป็นจุดปะทะของความขัดแย้งสามารถเลือกได้ว่าจะเป็น 'สะพาน' เชื่อมสองมหาอำนาจ หรือ เลือกข้าง แล้วกลายเป็นเห็นสนามรบของมหาอำนาจ 

ถ้าคิดจะเลือกข้าง ผลลัพธ์ที่ได้ก็ให้ดูยูเครน
ถ้าคิดจะเป็นกลาง ผลลัพธ์ที่ได้ให้ดูสโลวาเกียและฮังการี  

สโลวาเกียประเทศของเพื่อนใหม่ที่พบเจอ เป็นประเทศที่ พัฒนาแล้ว และมี รายได้สูง ในยุโรปกลาง โดยมีเศรษฐกิจแบบตลาดที่ก้าวหน้าอย่างมาก และเป็น ผู้ผลิตรถยนต์ต่อหัวประชากรรายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งคิดเป็น 44% ของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดในปี 2023 นอกจากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจแล้ว สโลวาเกียยังให้ความสำคัญกับสวัสดิการสังคม เช่น การดูแลสุขภาพและการศึกษาฟรี รวมถึงการให้สิทธิ์ลาคลอดโดยได้รับค่าจ้างยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่ม OECD

สโลวาเกียสามารถก้าวหน้าได้โดยไม่ต้องแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายใด นี่ควรเป็นต้นแบบของประเทศขนาดกลาง-เล็กทั้งหลายภายใต้การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างเข้มข้นของเหล่ามหาอำนาจในทุกภูมิภาค

‘ไอซ์ รักชนก’ โพสต์ตอบ ‘ไผ่ ลิกค์’ ยอมรับระดมเพื่อนปั่นกระแส อ้างเปิดโปงทุจริตเงินนักกีฬา – งบซีเกมส์ที่น่าสงสัยมันไม่ดีตรงไหน?

เมื่อวันที่ (4 พ.ย.68) หลังจากที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊กเป็นแชตหลุด ที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ สส.พรรคประชาชน ระดมเพื่อน สส.ในพรรคเพื่อปั่นข่าวปัญหาการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เพื่อโจมตีไปถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ พร้อมกับแท็กหา น.ส.รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork และระบุข้อความว่า "ปั่นไม่ปั่นครับ มันเป็นกระบวนการทำเพื่อคะแนนเสียงของพรรคหรือสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนกันแน่"

ทำให้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ได้โพสต์ตอบกลับนายไผ่ ลิกค์ ว่า อันนี้คุณไผ่แหกใคร แหกดิฉันหรือแหกรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนร่วมพรรค ? 

ทีแรกดิฉันกะว่าจะยังไม่รับ เพราะอยากเก็บไว้ดำเนินคดีกับคนที่เผยแพร่ แต่โพสต์มาแล้วก็เอาค่ะ การเปิดโปงข้อสงสัย เรื่องการทุจริตเงินนักกีฬาที่รู้กันทั่วว่าได้ไม่ครบ ประเด็นงบประมาณที่น่าสงสัยในซีเกมส์ที่กำลังจะมาถึง โดยร่วมกับเพื่อนๆที่เชี่ยวชาญด้านกีฬา มันไม่ดียังไงนะคะ ?

ดิฉันยอมรับว่าต้องการจะปั่น 
เพราะยิ่งประชาชนหูตาสว่างมากขึ้น ยิ่งประชาชนรู้ว่าใครทำอะไรกับเงินภาษี แล้วจับตาดูว่ามีหน้าใครหน้าไหนที่เป็นเห็บหมัดกัดกินภาษีของพวกเค้า มันไม่ดีตรงไหน ? ทำไมกันนะคุณไผ่ถึงเป็นเดือดเป็นร้อนกับการเปิดโปงการทุจริตนักหนา ?

ท่านใดเห็นว่าการปั่นของดิฉันมีประโยชน์ อยากเอาด้วย มาช่วยกันปั่นนะค้าาา 

ทำเพื่อคะแนนเสียงหรือสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ? อ่านดูแล้วคิดไม่ออกด้วยตัวเองไม่ออกจริงๆหรือคะ ว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ยังไง ถ้าการ โ ก ง เปิดโปง แล้วถ้าประชาชนจะสนับสนุนดิฉันเพิ่มขึ้น เพราะการทำงานที่เอาจริง นั่นก็เป็นสิ่งที่ดิฉันใฝ่ฝันเลยล่ะ

เป็นนักการเมือง จะเขินอายทำไมว่าอยากได้รับการสนับสนุน ดิฉันอยากได้จริงๆค่ะ ได้โปรดขอการสนับสนุนให้พวกเราเถอะ ขอเวลาแค่ 4 ปี พรรคประชาชนจะทำให้เห็นว่าประเทศที่ไม่มีทุจริตคอร์รัปชันมันน่าอยู่ขึ้นขนาดไหน ลูกหลานเราจะมีอนาคตที่ดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร แล้วประเทศเราจะเหลือเงินไปทำประโยชน์ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อีกมหาศาล

มีพรรคประชาชน ไม่มีสแกมเมอร์
มีพรรคประชาชน ไม่มีทุนสีเทากินรวบประเทศ
มีพรรคประชาชน ไม่มีทุจริตนมโรงเรียน/อาหารกลางวันลูกหลานเรา
มีพรรคประชาชน ไม่มีใครหน้าไหนโยกงบลงพื้นที่ได้อีก
มีพรรคประชาชน ไม่มีหมูเถื่อน ปลาหมอคางดำ
มีพรรคประชาชน ไม่มีโกงโควตาหวยคนพิการ
มีพรรคประชาชน ไม่มีโกงเงินนักกีฬาทีมชาติ

มีพรรคประชาชน มีการศึกษาที่ดีให้ลูกหลาน
มีพรรคประชาชน มีสวัสดิการให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุ
มีพรรคประชาชน ทุกที่มีแต่ความโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน
มีพรรคประชาชน เราจะแก้ปัญหาที่ต้นตอ ถอนรากถอนโคนพวกโกงกิน
มีพรรคประชาชน แล้วเรามาสร้างประเทศแบบที่เราฝันกันเถอะค่ะ

ยังไงก็ขอขอบคุณที่โปรโมทผลงาน โฆษณาให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง และการทำงานเป็นทีมของพรรคประชาชน

ปล. เผื่อไม่รู้ว่าย่อมาจากอะไร ธมน = ธรรม มะย่อมชนะอธรรม นะ

‘ณวัฒน์’ แจงนางงามวอล์กเอาต์ จากปมงานสปอนเซอร์กดดัน และศักดิ์ศรีผู้เข้าแข่งขัน Miss Universe 2025

(5 พ.ย. 66) เหตุการณ์วอล์กเอาต์ของผู้เข้าแข่งขัน Miss Universe 2025 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยสร้างความสนใจและวิจารณ์ในวงกว้าง เมื่อกลุ่มนางงามบางส่วนเดินออกจากกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยสาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดเกี่ยวกับงานกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ถูกมองเป็นแรงกดดันและอาจกระทบต่อศักดิ์ศรีของผู้เข้าแข่งขัน

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดงาน เปิดเผยผ่าน X ว่า "ความตึงเครียดเกิดจากบางประเทศไม่ร่วมทำภารกิจสปอนเซอร์/คอนเทนต์ตามที่กำหนด" พร้อมประกาศแนวทางว่า "จะไม่บังคับ" ให้ผู้เข้าประกวดเข้าร่วมกิจกรรมเชิงพาณิชย์หากไม่ได้สมัครใจ เพื่อรักษาบรรยากาศให้การประกวดเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

ด้านประธานองค์กรแม่ MUO "ราอูล โรชา" ออกแถลงการณ์ตำหนิพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความอับอายต่อผู้เข้าแข่งขันต่อสาธารณะ และได้จำกัดบทบาทของณวัฒน์ในการดำเนินกิจกรรมทางการ ล่าสุด MUO ยังย้ำว่าการตัดสินรางวัลปีนี้จะยึดหลักมาตรฐาน 4 รอบ ได้แก่ สัมภาษณ์ส่วนตัว ชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำโดยไม่มีอภิสิทธิ์ใด เพื่อความยุติธรรมและโปร่งใส

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดเวทีประกวดในยุคปัจจุบันที่ต้องผสมผสานระหว่างธุรกิจสปอนเซอร์และการรักษาศักดิ์ศรีของผู้เข้าแข่งขันอย่างสมดุล รวมถึงความจำเป็นที่ฝ่ายจัดงานต้องสื่อสารอย่างชัดเจนและยืดหยุ่น เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและรักษาภาพลักษณ์อันทรงเกียรติของเวที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top