Monday, 8 June 2026
NewsFeed

พังงา กองพันรักษาฝั่งที่ ๑๑ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเนื่องใน 'วันนวมินทรมหาราช'

(10 ต.ค. 68) เวลา ๐๙.๓๐ น. นาวาโท เมธาวี หิรัญมูล ผู้บังคับกองพันรักษาฝั่งที่ ๑๑ นำกำลังพลกองพันรักษาฝั่งที่ ๑๑ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์ของหาดบ่อดาน เก็บขยะ และทำความสะอาดชายหาดให้มีความเรียบร้อยสวยงาม โดยมี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ ปลัดจังหวัดพังงา เป็นประธานในกิจกรรม ณ หาดบ่อดาน ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘

สมุทรปราการ-ครอบครัว 'กุลรัตนจินดา' เปิดโรงรับจำนำแห่งใหม่ ธนเพิ่มพูนทรัพย์ สาขา 3 อดีตผู้ว่าสมุทรปราการประเดิมรายแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ทางครอบครัวกุลรัตนจินดา นำโดย นายชัยรัชต์พงษ์ พร้อมด้วย นางสาวพัชรากร กุลรัตนจินดา อดีตปลัดเทศบาลเมืองบางแก้ว ถือฤกษ์ดี วันที่ 10 ตุลาคม ทำการเปิดกิจการใหม่ โรงรับจำนำแห่งใหม่ “ธนเพิ่มพูนทรัพย์” สาขา 3 ภายในซอยวัดด่านสำโรง ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 20 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง สมุทรปราการ

โดยได้รับเกียรติจาก นายวันชัย คงเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีตัดริบบิ้น ตลอดจนญาติสนิท ลูกหลาน ร่วมในพิธีครั้งนี้ 

ซึ่งทางเจ้าภาพได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดสลุด ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี สมุทรปราการ มาประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้ง เจิมแป้งปิดทองโรงรับจำนำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวกุลรัตนจินดา

นอกจากนี้ ในการเปิดโรงรับจำนำแห่งใหม่ สาขา 3 ธนเพิ่มพูนทรัพย์ ในวันนี้นั้น ทางด้าน นายวันชัย คงเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้นำแหวนมาใช้บริการจำนำประเดิมเป็นรายแรก 

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น มีบรรดาญาติสนิทต่างเดินทางมาร่วมในพิธี พร้อมทั้งได้นำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีและอวยพรให้กับทางครอบครัวกุลรัตนจินดา ในการเปิดโรงรับจำนำแห่งใหม่ สาขา 3

ทั้งนี้ ทางโรงรับจำนำ ธนเพิ่มพูนทรัพย์ จะทำการเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. หยุดทุกวันพุธ ประชาชนทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่สามารถมาใช้บริการได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของโรงรับจำนำธนเพิ่มพูนทรัพย์คอยดูแลให้บริการประชาชนอย่างเป็นกันเองและให้ราคาที่สูงที่สุด

ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนต่างชาติบนเกาะพะงัน-เกาะสมุย ดำเนินการ 4 ด้านเข้มงวด จัดการนอมินี 

(10 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีข้อสังเกตถึงการถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติบนเกาะพะงัน และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกรณีการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ หรือ นอมินี ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและอาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานด้านความมั่นคง ตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด

จากข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกลุ่มชาวอิสราเอลในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน มีข้อมูลการจับกุมดำเนินคดีผู้ทำผิดในข้อหาต่างๆ หลายข้อหา อาทิ ประกอบธุรกิจรถเช่า ทำงานนอกเหนือสิทธิที่จะทำได้ ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ

โฆษก ตร. กล่าวว่า การปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามาทำผิดกฎหมายก่ออาชญากรรมสร้างความเสียหายให้คนไทยในประเทศไทย เป็นนโยบายที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ โดยกรณีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ 

1. ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินโดยนิติบุคคลต่างด้าวและการดำเนินธุรกิจที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย

2. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์การถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัทที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุน

3. เข้มงวดการอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย

4. ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้กระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติ

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ห่วงใยชุมชนรอบสนามบิน สนับสนุนกองทุนช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบงบประมาณสนับสนุน “กองทุนช่วยเหลือประชาชนรอบสนามบิน” เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากการดำเนินงานของท่าอากาศยาน โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแม่เหียะร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบงบประมาณดังกล่าว ให้แก่ชุมชนหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 รวมจำนวน 45,000 บาท และชุมชนหมู่ที่ 5 จำนวน 50,000 บาท 

เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนของกองทุนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ถือเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2567 ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดสรรงบประมาณตั้งต้นกองทุนละ 50,000 บาท เพื่อเป็นการเริ่มต้นกลไกช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากอากาศยาน และเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานกับชุมชนโดยรอบ 

กองทุนช่วยเหลือประชาชนรอบสนามบินจัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมรับฟังประเด็นปัญหาชุมชนรอบสนามบิน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองแม่เหียะ ภายใต้กรอบมาตรการเยียวยาเบื้องต้นจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้การดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของสนามบินเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยในระยะยาว ท่าอากาศยานเชียงใหม่จะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมภายหลังจากการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จสมบูรณ์  

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้ความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบบนพื้นฐานของความเข้าใจ ความร่วมมือ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยจะดำเนินกิจกรรมสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของท่าอากาศยานเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึก 'วันนวมินทรมหาราช' 13 ตุลาคม

พลเรือตรี กิติศักดิ์ สายนุช ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วยกำลังพล ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร "วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ของกองทัพเรือ 

โดยในส่วนของพื้นที่สัตหีบ มอบหมายให้กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดกิจกรรมฯ ซึ่งประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร พิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์เรือของพ่อ “เรือ ต.๙๑” และสโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทย ที่ประชาชนชาวไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

วันดังกล่าว ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันนวมินทรมหาราช” เพื่อถวายความอาลัยและรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม รวมถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่ทรงอุทิศตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ

ส.ธุรกิจกลางคืนพัทยา ยื่นหนังสือ สว. ทบทวน พรบ. ดื่มแอลกอฮอล์มีโทษ

สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เข้าพบ สว. ดร.ประทุม วงศ์สวัสดิ์ รองประธานกรรมมาธิการท่องเที่ยวกีฬาวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด ชลบุรี ขอให้ภาครัฐทบทวน เกี่ยวกับข้อกฎหมายมาตราที่ 32 ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่หรือบริเวณที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่ที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ในเวลาห้ามขายแอลกอฮอล์ 

แบบนี้ ไม่ใช่กระทบเฉพาะผู้ประกอบการ ในภาคกลางคืนแต่ยังกระทบถึงผู้ประกอบการร่วมเตียงชายหาดและอีกหลายๆ ท่านทั่วประเทศ อาจได้รับผลกระทบด้วย คณะ สว. ได้รับหนังสือแล้ว กล่าวว่า จะเร่งนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมโดยด่วน

ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมปกป้องอธิปไตยทางทะเล พิทักษ์อ่าวไทยให้มั่นคงปลอดภัย

เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์พื้นที่ทางทะเลในเขตรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 1 โดยนำกำลังทางเรือ ได้แก่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเฮลิคอปเตอร์  และเรือตรวจการณ์หมายเลข 265 ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ทางทะเลของไทย บริเวณเกาะกูด จังหวัดตราด และเส้นแนวเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย–กัมพูชา

การนี้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมประชุมวางแผนและติดตามความพร้อมตามแผนป้องกันชายแดนทางทะเล พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติแก่กำลังพลให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยทางทะเลของชาติ และป้องกันมิให้มีการรุกล้ำอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทยโดยเด็ดขาด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงกรณีข่าวการปรับโครงสร้างหน่วยงานตำรวจ และการถ่ายโอนภารกิจ ต้องส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อ และต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการ

(11 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบรายงานในการประชุมเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหน่วยงานตำรวจ และการถ่ายโอนภารกิจไปให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น 

ขอเรียนว่ารายงานการพิจารณาศึกษาดังกล่าวเป็นการดำเนินการของคณะกรรมาธิการฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ความเห็นและข้อเสนอเหล่านี้จะถูกส่งไปยังฝ่ายบริหาร คือ คณะรัฐมนตรีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จะต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ ทั้งในด้านโครงสร้างการปกครอง ระบบราชการ ปัจจัยการบริหาร รวมทั้งข้อกฎหมาย 

ผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าว มีข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ข้อเสนอแนะในบางเรื่องจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ทั้งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มีการพิจารณาในรายละเอียด ความพร้อมของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะใดที่สามารถจะดำเนินการได้และเป็นประโยชน์แก่สังคมและพี่น้องประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปพิจารณาดำเนินการทันที รวมทั้งหากนายกรัฐมนตรีมีการสั่งการ หรือคณะรัฐมนตรีมีมติเป็นประการใด สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมปฏิบัติต่อไป

ผบช.ตชด.ห่วงใยอธิปไตยของชาติ สนองนโยบาย ผบ.ตร. สั่งเสริมกำลังบูรณาการร่วม ทหาร-ตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน สระแก้ว พร้อมดูแลประชาชน ปกป้องอธิปไตย

(11 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาชายแดน ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนและกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จัดกำลังพลบูรณาการร่วมการปฏิบัติกับ ทหาร และตำรวจภูธรภาค 2 โดยได้ส่งกำลังพลเดินทางเข้าสนับสนุนในพื้นที่ จ.สระแก้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลและควบคุม สถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจาน  

โดยได้มีการเน้นย้ำกับ กำลังพลทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ กล้าหาญและอดทน ปฏิบัติการทางยุทธวิธีตามหลักสากล อดทน อดกลั้น ต่อการยั่วยุ และเน้นการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการซึ้งรักษาอธิปไตยของขาติ

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ยังเปิดเผยอีกว่า ตชด.ได้ตรึงกำลังหน้าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ 7 จังหวัด เต็มอัตรา 100%  ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน สำหรับพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ตชด.ได้ร่วมปฏิบัติการกับเหล่าทัพ และประสานการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนชุด EOD และ K-9 ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กำลังพลทุกนายปลอดภัยดี ทั้งนี้ ขอยืนยันและขอให้เชื่อมั่นว่า ตชด.จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ให้ใครมารุกรานอย่างแน่นอน

‘จีน’ ย้ำ!! บทบาทคนกลาง วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยินดีให้คำปรึกษา!! ส่งเสริมสันติภาพ ผ่านกลไกอาเซียน

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 68) หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Wang Wenbin Chinese Ambassador to the Kingdom of Cambodia 汪文斌 โดยระบุว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุความขัดแย้งชายแดนระหว่างกัมพูชาและ ประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของทั้งสองประเทศ จีนได้ยึดมั่นในตําแหน่งที่ยุติธรรมและเป็นธรรมและพยายามอย่างกระตือรือร้นเพื่อส่งเสริมการเจรจาเพื่อความสงบสุข

รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กัมพูชา และประเทศไทย ได้บรรลุผลใน Anning มณฑลยูนนานของจีน ทั้งสามประเทศให้คําปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ และทูตพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศของจีนสําหรับกิจการเอเชียได้เดินทางไปรับส่งทางการทูตหลายแห่งเพื่อสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย ด้วยความพยายามอย่างกระตือรือร้นของจีน มาเลเซีย และพรรคต่าง ๆ กัมพูชา และประเทศไทย บรรลุข้อตกลงการหยุดยิงและทั้งสองฝ่ายกําลังสื่อสารผ่านกลไกทวิภาคี พรรคที่เกี่ยวข้องได้กล่าวถึงประเทศจีนอย่างมากสําหรับการเล่นบทบาทที่ไม่อาจแทนที่ในกระบวนการนี้

จีนสนับสนุนกัมพูชา และประเทศไทย ในการระงับข้อพิพาทผ่านการสนทนาและการให้คําปรึกษา และสนับสนุนมาเลเซียในฐานะเก้าอี้หมุนเวียนของอาเซียนในการส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานทางการเมืองของประเด็นผ่านวิถีอาเซียน จีนพร้อมที่จะอยู่ ท่ามกลางเจตจํานงของกัมพูชา และประเทศไทย ส่งเสริมการเจรจาต่อไป เพื่อสันติภาพในแบบของเราและการเล่นบทบาทที่สร้างสรรค์ในการรวมข้อตกลงการหยุดยิงและพัฒนาข้อพิพาทอย่างสันติภาพ

จีนดําเนินความร่วมมือป้องกันปกติกับทุกประเทศในอาเซียน รวมถึงกัมพูชา และประเทศไทย สื่อตะวันตกของแต่ละบุคคลพยายามที่จะใช้ความร่วมมือดังกล่าวเพื่อหว่านความขัดแย้งระหว่างจีนและประเทศที่เกี่ยวข้อง ความพยายามเช่นนี้จะไม่ประสบความสําเร็จ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top