Monday, 8 June 2026
NewsFeed

ทีมเจรจา กาตาร์ สูญเสีย!! 3 นักการทูตดับที่อียิปต์ ก่อน!! ประชุมสันติภาพ ตะวันออกกลาง

(12 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ผู้เจรจาสันติภาพชาวกาตาร์ 3 รายเสียชีวิตจากเหตุรถชนในอียิปต์

อุบัติเหตุทางรถยนต์อันน่าสยดสยองใกล้เมืองชาร์มเอลชีค ประเทศอียิปต์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่การทูตกาตาร์เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย
รายงานเบื้องต้นระบุว่าเหยื่อเป็นสมาชิกทีมเจรจาของนายกรัฐมนตรีกาตาร์ในภูมิภาคเพื่อเจรจาเกี่ยวกับความพยายามสร้างสันติภาพในฉนวนกาซาที่กำลังดำเนินอยู่

เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันสาเหตุของการตกดังกล่าว

โศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ผู้นำโลกหลายคน รวมถึงทรัมป์และมาครง จะเดินทางมาถึงเมืองชาร์มเอลชีค เพื่อหารือเรื่องสันติภาพตะวันออกกลางที่สำคัญ

เมื่อผู้นำเหล็กกลายเป็นเกมเมอร์ ‘อัสซาด’ ในหอคอย ‘มอสโก’ ท่ามกลาง!! เสียงเรียกร้องปูติน ให้ส่งตัวขึ้นศาลอาชญากรสงคราม

(12 ต.ค. 68) จากผู้นำเหล็กแห่งดามัสกัสที่ครองอำนาจเกือบ 25 ปี สู่ชายวัย 63 ที่ใช้เวลาว่างเล่นเกมวางแผนกลยุทธ์ในคอนโดหรู “City of Capitals” กลางมอสโกซิตี้ เมืองหลวงแห่งทุนและหรูหราของรัสเซีย

หลังเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อกลุ่มฮายัต ตาห์รีร์ อัชชาม (HTS) ยึดกรุงดามัสกัส อัสซาดและครอบครัวถูกขนย้ายออกจากซีเรียด้วยเครื่องบินทหารรัสเซียจากฐานคมเมมิม—ตรงสู่รัสเซีย ภายใต้ “ข้อตกลงมนุษยธรรม” ที่มอสโกยืนยันว่าเป็นการ “ช่วยเหลือเพื่อนเก่า” มากกว่าการให้ที่ลี้ภัยทางการเมือง

รายงานของ Die Zeit ผ่าน Ynet News เผยว่า อัสซาดกับอัสมา ภรรยาผู้ป่วยมะเร็ง (ที่ข่าวระบุว่ากลับมาอีกครั้ง) และลูกสามคน พักอยู่ในหอคอยสูง 76 ชั้น มีคอนโดถึง 20 ยูนิตในชื่อครอบครัว ใช้ชีวิตเงียบหรูใต้การคุ้มกันของบอดี้การ์ดส่วนตัวที่รัสเซียจัดให้ “อัสซาดชอบเล่นเกมออนไลน์แนววางแผนสงคราม ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์” แหล่งข่าวอดีตนายทหารซีเรียผู้ใกล้ชิดเปิดเผยกับ Die Zeit

สื่อรัสเซียรายงานเสริมว่า “มาเฮอร์ อัล-อัสซาด” น้องชายของเขาก็อาศัยอยู่ในกรุงมอสโกเช่นกัน พักที่โรงแรม Four Seasons ดื่มไวน์ สูบบุหรี่ และติดต่อกับเครือข่ายนายทหารซีเรียราว 1,200 นายที่ยังคงมีฐานอยู่ในรัสเซีย ซึ่งบางคนร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตาจาก “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่”

ฝั่งตะวันตกไม่ปล่อยผ่าน—สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเรียกร้องให้รัสเซียส่งตัวอัสซาดขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในฐานะ “อาชญากรสงคราม” จากความสูญเสียกว่า 5 แสนชีวิตในสงครามซีเรีย ขณะที่กลุ่ม HTS เองก็แถลงขอให้ “ส่งตัวอัสซาดคืนประเทศเพื่อรับโทษ”

แต่เครมลินยืนยันเสียงแข็งว่า “นี่คือการคุ้มครองด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม” พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอธิบายว่า “อดีตประธานาธิบดีซีเรียไม่มีบทบาททางการเมืองอีกต่อไป และใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างสงบ”

แต่ในสายตาประชาคมโลก เขายังคือเงาของสงครามที่ยังไม่จางจากดินแดนซีเรีย…
เกมอาจเปลี่ยน แต่ “คนเล่น” อาจยังเป็นคนเดิม

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเป็นครั้งแรก หลังไม่ได้รับ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่เพิ่งประกาศไป

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ...

"The person who actually got the Nobel Prize called today, called me and said, I'm accepting this in honor of you because you really deserved it. A very nice thing to do. I didn't say then give it to me though. I think she might have. She was very nice. . They've they need a lot of help in Venezuela. It's a basic disaster.. But I don't take, I'm happy because I saved millions of lives."

“คนที่ได้รับรางวัลโนเบลตัวจริงโทรมาหาผมแล้วเธอก็บอกว่าขอมอบรางวัลนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ผมเพราะจริง ๆ แล้วผมสมควรได้รับมัน ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก แต่ผมไม่ได้พูดนะว่างั้นเอาให้เลยสิ แต่ผมคิดว่าเธออาจจะทำแบบนั้นก็ได้และธอเป็นคนดีมาก ผมว่าเวเนซุเอลาต้องการความช่วยเหลืออย่างมากเพราะที่นั่นคือหายนะขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว แต่อย่างไรผมไม่ถือสาผมมีความสุขแล้ว เพราะผมได้ช่วยชีวิตผู้คนนับล้านไว้” 

-ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์-

นับเป็นคำกล่าวครั้งแรก หลังไม่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพที่เพิ่งประกาศไป ซึ่งรางวัลกลับตกเป็นของ ‘มารีอา โครินา มาชาโด’ ผู้นำฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวจากเวเนซุเอลา ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อย่างไม่ย่อท้อ และไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อประชาชนชาวเวเนซุเอลาทุกคน 

เผย “ฮุน เซน” อารมณ์ร้อน คาดเวียดนามยังครองอิทธิพลในกัมพูชา

(12 ต.ค. 68) หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ (CIA) เคยระบุไว้ตั้งแต่ปี 1986 ว่า สมเด็จฮุน เซน ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในปัจจุบัน เป็นคน “คาดเดาได้ยาก อารมณ์ร้อน และระแวดระวังคนแปลกหน้า” พร้อมคาดการณ์ว่าแม้เวียดนามจะถอนทหารออกจากกัมพูชา แต่ก็จะยังคงมีอิทธิพลเหนือลูกศิษย์การเมืองของตนต่อไป

เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า “Cambodia: How Viable the Heng Samrin Regime?” จัดทำขึ้นในปี 1986 และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในปี 2017 ภายหลังซีไอเอเปิดคลังข้อมูลกว่า 12 ล้านหน้าออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยเข้าถึงได้เฉพาะที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติของสหรัฐฯ ในรัฐแมรีแลนด์

วิเคราะห์โดยซีไอเอ: เวียดนามยังคงครอบงำกัมพูชา
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้น 7 ปีหลังจากที่กองทัพเวียดนามและกองกำลังกัมพูชากลุ่มเล็ก ๆ รวมถึงฮุน เซน ได้ร่วมกันโค่นล้มระบอบโพล พต ซีไอเอวิเคราะห์ว่า เวียดนามไม่มีความพร้อมจะ “ส่งมอบอำนาจอย่างแท้จริง” ให้แก่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา (PRK) ที่นำโดยผู้นำซึ่งต่อมากลายเป็นพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ในปัจจุบัน

รายงานระบุว่า การถอนกำลังของเวียดนามที่ประกาศไว้เมื่อปี 1985 จำนวนประมาณ 130,000–140,000 นายภายในปี 1990 นั้น “ไม่อาจเป็นไปได้จริง” เนื่องจากรัฐบาลและกองทัพกัมพูชายัง “ไร้ประสิทธิภาพและพึ่งพาเวียดนามอย่างมาก”

> “สถาบันของ PRK พัฒนาได้ช้าและไม่มั่นคง รัฐบาลยังอยู่ภายใต้การครอบงำของที่ปรึกษาชาวเวียดนาม กองทัพก็ยังไร้ประสิทธิภาพทางการเมืองและยุทธวิธี”

ซีไอเอยังระบุว่า เวียดนามอาจต้องใช้ “มาตรการลับ” เพื่อปกปิดอิทธิพลที่แท้จริงของตน เช่น การสอดแทรกทหารเวียดนามเข้าไปในหน่วยรบของกัมพูชา เพื่อแสร้งทำเป็นว่ากัมพูชาปกครองตนเองได้

> “ฮานอยเข้าใจดีว่าความอ่อนแอของ PRK ทำให้กำหนดเวลาถอนทัพไม่เป็นจริง และเราคาดว่าเวียดนามจะใช้เล่ห์กล เช่น ผนวกทหารของตนเข้าไปในหน่วยกัมพูชา เพื่อคงการปรากฏตัวหลังปี 1990”

ความเกลียดชังเวียดนามในหมู่กัมพูชาฝังรากลึก
รายงานของซีไอเอระบุว่า “ความรู้สึกต่อต้านเวียดนามฝังแน่นในหมู่ชาวกัมพูชาและในรัฐบาล PRK เอง” ซึ่งเป็น “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ของผู้นำประเทศ เพราะหากเวียดนามถอนตัวเร็วเกินไป อาจเปิดทางให้เขมรแดงกลับมาก่อการอีกครั้ง

เอกสารยังกล่าวถึงการอพยพของชาวเวียดนามเข้าสู่กัมพูชา ว่าแม้จะไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลเวียดนามมีนโยบายส่งผู้อพยพอย่างเป็นทางการ แต่ “ฮานอยก็ไม่ได้พยายามหยุดยั้งอย่างจริงจัง และชาวเวียดนามบางส่วนยังได้รับสิทธิพิเศษ เช่น การไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของ PRK บางข้อ”

การประเมินผู้นำกัมพูชา: ฮุน เซน และเฮง สัมริน
ในภาคผนวกของรายงาน ซีไอเอให้ข้อมูลประเมินผู้นำรัฐบาลกัมพูชาในขณะนั้น

ฮุน เซน ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานสภารัฐมนตรี (ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 1985) ถูกมองว่า “น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรัฐบาล PRK” แต่ก็ได้รับการประเมินเชิงลบจากฝ่ายอเมริกันว่าเป็น “บุคคลที่คาดเดาไม่ได้ อารมณ์ร้อน และไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า”

เฮง สัมริน ประธานาธิบดีในนาม ถูกมองว่าเป็นผู้นำ “ตามตำแหน่งมากกว่าความจริง”
บู ถัง ผู้ว่าราชการจังหวัดราตานักคีรี ถูกเรียกว่า “รถไถ” (the bulldozer) เพราะมีสไตล์การบริหารที่แข็งกร้าว

ผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์
เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการในปี 1989 เปิดทางให้มี ข้อตกลงสันติภาพกรุงปารีสปี 1991 และ การเลือกตั้งทั่วไปปี 1993 ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่าง ฮุน เซน และ เจ้าชายโนโรดม รณฤทธิ์
แต่ในปี 1997 ฮุน เซนได้ขับฝ่ายพันธมิตร “ฟุนซินเปก” ออกจากอำนาจ และกลับมาครองอำนาจแต่เพียงผู้เดียวจนถึงปัจจุบัน

มุมมองนักประวัติศาสตร์
เดวิด แชนด์เลอร์ นักประวัติศาสตร์ชื่อดังด้านกัมพูชา กล่าวในอีเมลว่า หากซีไอเอรู้ถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในอีกสามปีต่อมา รายงานฉบับนั้นคงจะต่างออกไปอย่างมาก

> “ในปี 1986 ไม่มีใคร—including CIA—คาดการณ์ได้ว่าสหภาพโซเวียตจะล่มในอีกสามปีต่อมา” แชนด์เลอร์กล่าว
“แต่ก็จริงที่ว่า เวียดนามในเวลานั้นหวังจะคงอิทธิพลทางการเมืองในกัมพูชาไว้ให้ได้ เหมือนที่เคยมีต่อประเทศลาว”

‘นายกฯ อนุทิน’ ปฏิเสธ!! กรณีตำหนิ ‘รองณัฎฐ์’ ขอเงินวัด 15 ล้าน เตรียม!! ดำเนินคดีผู้เผยแพร่

(13 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า …

ข่าวนี้เป็นข่าวลวงนะครับ ขอยืนยันเพื่อให้ผู้ที่ได้อ่านอย่าได้หลงเชื่อเนื้อข่าวชิ้นนี้ ผมจะให้นักกฎหมายดำเนินคดีต่อผู้นำเสนอข้อมูลนี้ด้วยครับ

ทั้งนี้ ข่าวปลอมดังกล่าวระบุ อนุทินตำหนิพล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขอเงินบริจาคจากวัด 15 ล้าน

ศาลยกฟ้อง!! ‘ณวัฒน์’ คดีหมิ่น ‘อนุทิน’ ปมวิจารณ์โควิด ฝ่ายนายกฯ ยังไม่จบ!! เดินหน้ายื่นอุทธรณ์ ขอสู้ต่อ!!

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค. 68) นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ Executive Director องค์กรมิสยูนิเวิร์ส ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์กรณีถูก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) ยื่นฟ้องในคดีหมิ่นประมาทจากการวิจารณ์สถานการณ์และมาตรการรับมือโรคระบาดโควิด-19 โดยระบุว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้อง แต่ฝ่ายโจทก์ได้ใช้สิทธิ์ยื่น อุทธรณ์ต่อ

ทั้งนี้คดีหมิ่นประมาทดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้มอบหมายทนายความยื่นฟ้อง ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

มูลเหตุของการฟ้องร้องมาจากการที่ นายณวัฒน์ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับร่าง พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 โดยฝ่ายโจทก์ระบุว่า การแสดงความคิดเห็นและการสอดแทรกถ้อยคำตำหนิให้ร้ายของคุณณวัฒน์ มีเจตนาทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า นายอนุทิน เป็นผู้เสนอ พ.ร.ก. ดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเป็นการนิรโทษกรรมตนเองและพวกพ้อง ซึ่งไม่เป็นความจริง และทำให้เสียชื่อเสียง

ล่าสุด!! นายณวัฒน์ได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดี โดยระบุว่า ศาลชั้นต้นได้พิจารณาและมีคำสั่ง ยกฟ้อง ไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่าคำวิจารณ์เหล่านั้นเป็นไปตามสิทธิ์ของพลเมืองในการตรวจสอบและวิจารณ์การทำงานของบุคคลสาธารณะและรัฐบาลโดยสุจริต ซึ่งมูลเหตุแห่งการฟ้องร้องไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม นายณวัฒน์ได้ระบุในโพสต์ว่า "ศาลยกฟ้องแต่นายกอุทธรณ์ต่อ" พร้อมแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิว่า "คนสาธารณะวิจารณ์ก็ไม่ได้ศาลบอกมูลเหตุไม่เพียงพอท่านนายกก็สั่งให้ทีมอุทธรณ์ จนศาลรับเข้าสู่ขบวนการสืบสวน เรื่องแค่นี้เองอยากให้ท่านเอาเวลาไปช่วยประชาชนให้มากที่สุดดีกว่าครับ"

ปธน.เกาหลีใต้ สั่งลุย!! 'กัมพูชา' หลังคนเกาหลี ‘ถูกล่อลวง - ฆาตกรรม’ เดินหน้ายกระดับ!! ปกป้องประชาชน พลเมือง จากอาชญากรรมข้ามชาติ

(13 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า ‘เมืองอาชญากรรมกัมพูชา’ ซึ่งก่อให้เกิดอาชญากรรมรุนแรงหลายรูปแบบที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชา รวมถึงการหลอกลวงงาน การลักพาตัว การจำคุก การทรมาน และการฆาตกรรม

เจ้าหน้าที่จากทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) ว่า "ประธานาธิบดีอีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศใช้ความพยายามทางการทูตอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องพลเมืองของเราจากอาชญากรรมของกัมพูชา"

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า "กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินมาตรการต่างๆ รวมถึงการขอความร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชา และวางแผนที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมที่จำเป็น"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โช ฮยอน ยังได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ ควน พรรัตนัค เข้าพบกระทรวงการต่างประเทศ และแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ฉ้อโกงการจ้างงานและการกักขังพลเมืองของเราในกัมพูชาที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันที่ประเทศกัมพูชา นักศึกษาชาวเกาหลีวัย 22 ปี ถูกพบเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม

พบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงโดยบริษัทอาชญากรที่ลักลอบเปิดบัญชีธนาคาร และเดินทางไปกัมพูชา ก่อนจะถูกฉ้อโกงในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่พบเหยื่อมีร่องรอยการถูกทรมานทั้งรอยฟกช้ำและคราบเลือดอยู่ทั่วร่างกาย และได้รับการยืนยันว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย 

ตำรวจและสมาชิกในครอบครัวรายงานว่า เหยื่อเดินทางออกจากบ้านในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. โดยบอกกับครอบครัวว่าจะไปชมงานนิทรรศการที่กัมพูชา

ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลีว่า “นักศึกษารายดังกล่าว ก่อเหตุวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวไว้ ส่งเงิน 50 ล้านวอน หรือ 38,500 ดอลลาร์สหรัฐ (1.15 ล้านบาท) แล้วเราจะปล่อยตัวเขา”

ครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน การติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัวถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน

อีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 ส.ค. ศพของเหยื่อ ถูกพบใกล้ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกกักขังไว้ จากการสืบสวนของตำรวจท้องถิ่น อาชญากรชาวจีน 3 คนถูกจับกุมและนำตัวขึ้นศาล เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งล่อลวงนักศึกษาวิทยาลัยก็ถูกจับกุมในเกาหลีใต้เช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ คดีหลอกลวงเรื่องงาน การกักขัง และการทรมานที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า จำนวนคดีลักพาตัวชาวเกาหลีในกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 10-20 คดีต่อปี ระหว่างปี 2022-2023 แต่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 220 คดีในปีที่แล้ว และ 330 คดีในเดือนสิงหาคมปีนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าเหยื่อส่วนใหญ่ถูกลักพาตัวโดยองค์กรอาชญากรรมหลังจากถูกหลอกให้ "ทำงานในต่างประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูง"

สหรัฐอเมริกา ต้องการช่วยเหลือจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ปธน.ทรัมป์ #สหรัฐฯ ดูเหมือนจะกำลังพิจารณามาตรการภาษีนำเข้าสินค้า #จีน 100% อีกครั้ง ซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 

ล่าสุดทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ว่า 

“อย่ากังวลเรื่องจีน ทุกอย่างจะเรียบร้อย!! ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้เป็นที่เคารพนับถือเพิ่งประสบช่วงเวลาเลวร้าย เขาไม่ต้องการให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และผมก็เช่นกัน สหรัฐอเมริกาต้องการช่วยเหลือจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!”

คุณคิดว่าทรัมป์ ‘ช่วยจีน’ จริง หรือแค่หาเสียง?? 🤔 คอมเมนต์มุมมองของคุณด้านล่างได้เลย!!

‘นิพนธ์’ ไม่หันหลังกลับไป ‘ประชาธิปัตย์’ เปิดดีลย้ายซบ ‘ภูมิใจไทย’ ลุย!! ดูแล 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่แคร์ข่าวลือช่วย ‘อภิสิทธิ์’ ฟื้นพรรค

(13 ต.ค. 68) แม้จะยังมีคนพยายามปล่อยข่าวว่า ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ จะยังอยู่ประชาธิปัตย์ เพื่อช่วย ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

แต่ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ “ผมเดินทางมาไกลแล้ว” นิพนธ์ กล่าวย้ำ

คำว่าเดินทางมาไกลแล้ว หมายถึงการติดต่อพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในรายละเอียดมันลึก และยาวนานมาแล้ว ยากที่จะทบทวนเพื่อกลับไปประชาธิปัตย์

ค่ำของวันที่ 10 ตุลาคม ก่อนฟุตบอลการกุศลระหว่างทีมบุรีรัมย์ยูไนเตท กับทีม BG ปทุมธานี ยูไนเตท จะเริ่มขึ้นที่สนามติณสูลานนท์ ในวันที่ 11 ตุลาคม

เนวิน ชิดชอบ ผู้ขนทีมบุรีรัมย์ไปสงขลา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เดินทางเข้าบ้านเขารูปช้างทานอาหารมื้อเย็น โดยมีจุรี นุ่มแก้ว ร่วมวงสนทนาด้วย

ในแง่ของจำนวนผู้เข้าชมฟุตบอล อาจจะผิดหวังกับตัวเลข 5000 คน ซึ่งจริงๆควรจะไม่ต่ำกว่า 20000-30000 คน น่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการประชาสัมพันธ์ และการประสานงาน

แต่ในเงินการเมืองถือว่าประสบความสำเร็จ 
1.ยืนยันว่า นิพนธ์ไปอยู่ภูมิใจไทย 
2.ตกลงกันได้ว่า ไม่ทิ้งจุรี แต่ให้จุรีไปลงในระบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ลงเขต 2 ส่วนลำดับก็ไม่เกิน 20 หรือดีกว่านั้น 
3 นิพนธ์ รับผิดชอบสงขลา ปัตตานี ยะลา

เช้าขึ้นมา 12 ตุลาคม นิพนธ์ปฏิบัติหน้าที่ทันที เดินทางเข้าพื้นที่ยะลา แวะปัตตานี เพื่อสานต่อภารกิจ

ช็อกเอเชีย!! พบ ‘พาสปอร์ต’ เพียบในถังขยะ ‘กัมพูชา’ สะท้อนวิกฤต!! ค้ามนุษย์ข้ามชาติ รุนแรงขึ้นทุกวัน

(13 ต.ค. 68) มีการพบหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มากกว่า 30 เล่มในถังขยะที่ประเทศกัมพูชา (ส่วนใหญ่เป็นของประเทศไทย) เป็นการเตือนถึงปัญหาการค้ามนุษย์ที่กำลังอยู่ในระดับวิกฤต  

ภาพถูกแชร์โดยคนเกาหลีใต้ 

ขอบคุณภาพ JH의메모

เกาหลีใต้ ซึ่งกำลังมีข่าวดังเรื่อง พลเมืองเกาหลี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์
หลอกในกัมพูชา ถูกกักขัง เรียกค่าไถ่ ทรมาน และเสียชีวิต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top