Monday, 8 June 2026
NewsFeed

การเปิดเสียงหลอนกลางดึก เป็นการทำสงครามจิตวิทยา รบทางเสียง ยังดีกว่า ทำสงครามฆ่ากันตาย และไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

(13 ต.ค. 68) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า กัน จอมพลัง หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ช่วยเหลือประชาชนเปิดเสียงซาวด์ผีหลอนใส่กัมพูชากลางดึกนั้น กัมพูชาย่อมมีสิทธิ์เปิดเสียงหลอนใส่ไทยได้เช่นกัน

“การเปิดเสียงหลอนกลางดึกเป็นการทำสงครามจิตวิทยารบทางเสียง ยังดีกว่าทำสงครามฆ่ากันตาย และไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนกันตรงไหน”

ส่วนจังหวัดสระแก้วซ้อมแผนอพยพประชาชนใน 4 อำเภอ คือ ตาพระยา โคกสูง วัฒนานคร และคลองหาด เพื่อเตรียมพร้อมยามฉุกเฉิน สะท้อนว่า สถานการณ์ผลักดันกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว อาจขยายผลไปถึงขั้นต้องทำสงครามต่อกัน

อย่างไรก็ตาม การให้ชาวบ้านเตรียมความพร้อมอพยพจึงไม่เกินความจริงไปได้ เพราะถ้ารบกันแล้ว คงไม่ได้อยู่แค่ดินแดนไทยถูกรุกล้ำเท่านั้น แต่จะขยายไปในพื้นที่ส่วนอื่น ตั้งแต่ชายแดนกองทัพภาค 1 ถึงกองทัพภาค 2 ด้วย คงหนีกันไม่พ้นการปะทะกันทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

‘ไทย – จีน’ ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูต ผูกพันแน่นแฟ้น อัครราชทูตจีน ร่วมปล่อยคาราวานรถยนต์ ‘กรุงเทพฯ – ปักกิ่ง’

เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 68) สมาคมมิตรภาพไทย-จีน ได้จัดพิธีขบวนคาราวานรถยนต์“ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย” โดยมี ท่านอู่ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าร่วมในพิธี

ขบวนคาราวานรถยนต์ประกอบด้วยรถยนต์ยี่ห้อจีนที่ผลิตในประเทศไทยมีกำหนดเดินทางถึงปักกิ่งจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 ถึง 25 ตุลาคม

รัฐบาลทรัมป์ ไล่ออก!! พนักงาน หลายพันคน พิษการเมือง!! ทำราชการ อัมพาตทั่วประเทศ

(12 ต.ค. 68) ทำเนียบขาวภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปลดพนักงานรัฐบาลกลางหลายพันรายทั่วประเทศ ท่ามกลางภาวะ “ชัตดาวน์” ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10 พร้อมโยนความรับผิดชอบให้พรรคเดโมแครตเป็นต้นเหตุ หลังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณและมาตรการขยายสิทธิประกันสุขภาพ

โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่าการปลดครั้งนี้เริ่มมีผลในหลายหน่วยงานหลัก ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) โดยเฉพาะในแผนกความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยที่ทรัมป์ไม่พอใจอย่างหนัก หลังอดีตผู้อำนวยการออกมาชี้ว่า “ไม่มีหลักฐานโกงเลือกตั้ง” ในปี 2020

ตามเอกสารของกระทรวงยุติธรรม มีพนักงานกว่า 4,200 คน ได้รับหนังสือแจ้งเลิกจ้างจากอย่างน้อย 7 หน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงการคลังที่ได้รับผลกระทบกว่า 1,400 ตำแหน่ง และกระทรวงสาธารณสุขอีกกว่า 1,100 ตำแหน่งทั้งนี้สหภาพแรงงานได้ยื่นฟ้องต่อศาลกลางเพื่อระงับคำสั่งดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าการเลิกจ้างระหว่างช่วง “ชัตดาวน์” อาจขัดต่อกฎหมายแรงงานกลาง ศาลมีกำหนดไต่สวนคดีในวันที่ 15 ตุลาคมนี้

ทรัมป์ระบุระหว่างแถลงในทำเนียบขาวว่า “พวกเขา (เดโมแครต) เป็นคนเริ่มเรื่องนี้เอง” พร้อมอ้างว่าการปลดพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “ลดขนาดภาครัฐ” ที่เขาผลักดันมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกว่า 300,000 คน เตรียมออกจากตำแหน่งอยู่แล้วตามแผนปรับโครงสร้างของฝ่ายบริหาร

ในขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตยังคงยืนยันไม่ยอมถอย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต่ออายุเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันสุขภาพภายใต้กฎหมาย Affordable Care Act ซึ่งเป็นสิทธิสำคัญของประชาชนกว่า 24 ล้านคน ที่พึ่งพาระบบประกันสุขภาพภาครัฐ โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในวุฒิสภา ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า

“ตราบใดที่รีพับลิกันยังไม่จริงจังกับการแก้ปัญหา พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของตัวเอง ทั้งงานที่หายไป ครอบครัวที่ลำบาก และบริการสาธารณะที่ถูกตัดงบ”

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อมีรายงานว่าทรัมป์ได้สั่ง “อายัดงบโครงสร้างพื้นฐาน” กว่า 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับโครงการในรัฐนิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย และอิลลินอยส์ ซึ่งล้วนเป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครตและพื้นที่ที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่งบประมาณประจำทำเนียบขาวเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า “RIFs had begun” ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นกระบวนการ “ลดกำลังคน (Reduction in Force)” อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าการปลดครั้งนี้จะเป็น “ขนาดใหญ่” แม้ยังไม่เปิดเผยตัวเลขทั้งหมด

ในกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สื่อสารยืนยันว่ามีพนักงานราว 41% ถูกสั่งพักงานและเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับหนังสือเลิกจ้าง ซึ่งกระทบต่อการติดตามโรคระบาด การวิจัยทางการแพทย์ และโครงการสาธารณสุขหลายด้าน ส่วนกระทรวงการคลังเองก็เริ่มปลดพนักงานในหน่วยจัดเก็บภาษี (IRS) ที่ถูกระบุว่าอาจถูกตัดตำแหน่งกว่า 1,300 ราย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการปลดยังลามไปถึงกระทรวงที่ทรัมป์เคยประกาศจะ “ปิดให้หมด” อย่างกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีภารกิจสำคัญด้านข้อมูลเศรษฐกิจ การพยากรณ์อากาศ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกฝ่ายในพรรครีพับลิกันจะเห็นด้วยกับแนวทางนี้ โดย ซูซาน คอลลินส์ ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภา ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยว่า

“ไม่ว่าจะทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือถูกพักงาน พนักงานรัฐบาลเหล่านี้ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการให้บริการแก่ประชาชน พวกเขาไม่ควรถูกลงโทษเพราะความขัดแย้งทางการเมือง”

ความตึงเครียดทางการเมืองในสหรัฐฯ ครั้งนี้กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบราชการและเศรษฐกิจอย่างหนัก พนักงานหลายแสนคนทั่วประเทศต้องรอรับเงินเดือนที่ลดลง หรือไม่ได้รับค่าจ้างเลย ขณะที่กองทัพกว่า 2 ล้านนายอาจไม่ได้รับเงินเดือนวันที่ 15 ตุลาคม หากรัฐบาลยังไม่สามารถกลับมาเปิดทำการได้ทันเวลา

ปัตตานี - “ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวัน 'นวมินทรทรมหาราช'

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 68) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  กำลังพลจากศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมกิจกรรม บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน "วันนวมินทรมหาราช" 13 ตุลาคม 2568 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย กองพลทหารราบที่ 15 โดยมี พันเอก รุ่งโรจน์ อนันตโท รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 พร้อมด้วย คุณ สุภัทรา ตันติสิทธิพร ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารราบที่ 15 เเละสมาชิกฯ เดินทางมาพบปะให้กำลังใจแก่กำลังพลและผู้ร่วมบริจาคโลหิต พร้อมกล่าวชื่นชมในความเสียสละเพื่อส่วนรวม และการสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งมั่นสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน

การบริจาคโลหิตในครั้งนี้ มีข้าราชการ ทหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงจิตสำนึกแห่งการให้ การแบ่งปัน และการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณประโยชน์ และร่วมสร้างสังคมแห่งการ “ให้” ตามรอยพระบาทอย่างแท้จริง

‘กัมพูชา’ หลอน!! ‘เสียงผี - หมาหอน’ ขวัญอ่อนกลางดึก ชี้!! ‘ปชช. - คนป่วย - คนชรา’ ตกใจขวัญผวา เครียดหนัก

(12 ต.ค. 68) พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ประสานคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ( IOT) ลงพื้นที่หมู่บ้านซุกค์ และหมู่บ้านเปรยจันของจังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อสังเกตการณ์ ตรวจสอบ และรายงาน หลังจากได้รับข้อมูลว่ามีลำโพงเสียงดังคล้ายเสียงผี เสียงหมาเห่า และเสียงหอน จากฝั่งไทย ทำให้ชาวกัมพูชา โดยเฉพาะคนป่วย คนชรา เด็กและผู้พิการ ได้รับผลกระทบ แต่ยังสงบนิ่งกับเสียงดังกล่าว

ด้านนายเนตร ภักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Neth Pheaktra” พร้อมภาพประกอบ ระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมสังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ของกัมพูชาได้เดินทางไปยังหมู่บ้านซุกค์ (บ้านหนองจาน) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดน เพื่อตรวจสอบกิจกรรมของฝ่ายไทย

รัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า ทางฝ่ายไทยได้มีการแพร่ภาพและเปิดเสียงดัง (เสียงผี) ในช่วงเวลากลางคืน จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา เห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็น “การข่มขู่และคุกคามทางจิตใจต่อพลเมืองกัมพูชา”

การโพสต์ของนายเนตร ภักตรา ได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนทั้งสองประเทศ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความตึงเครียดเล็กน้อยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอยู่ในช่วงที่ทั้งสองฝ่าย กำลังพยายามสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างกัน

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว รับฟังสถานการณ์ และให้กำลังใจกำลังพล ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(13 ต.ค. 68) เวลา 08.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจสถานการณ์ไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว และตรวจเยี่ยมกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนที่จุดตรวจบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง 

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ประชุมรับฟังสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมกองร้อยควบคุมฝูงชนจากตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.อก.ภ.2 พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, หัวหน้าสถานีตำรวจ, ผู้แทนฝ่ายทหาร, ฝ่ายปกครอง, ป่าไม้ ร่วมประชุม ณ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน 3 รอ.) ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการภายใต้ยุทธการของกองทัพในการปกป้องแผ่นดินไทยและอธิปไตยของชาติ โดยแนวหน้าได้ส่งกำลังพลคือตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจควบคุมฝูงชน สนับสนุนการปฏิบัติ ส่วนแนวหลังได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชน หากเกิดสถานการณ์ให้เร่งเคลื่อนย้ายประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ดูแลการปฏิบัติในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ การลงพื้นที่วันนี้เพื่อตรวจดูสถานการณ์และให้ขวัญกำลังใจกำลังพลทุกนาย ซึ่งได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งในส่วนของเครื่องมือยุทโธปกรณ์ต่างๆ ด้วย ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมบูรณาการสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มที่ และพร้อมดำเนินการด้านกฎหมาย เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย

‘กระทรวงอุตฯ’ หนุน!! ‘คนละครึ่งพลัส’ 44,000 ล้าน เสริมแกร่ง SME ผ่าน Digital Payment ขยายฐานลูกค้า

(13 ต.ค. 68) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมดำเนินการตามแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 'คนละครึ่งพลัส' วงเงิน 44,000 ล้านบาท ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 โดยมอบให้ น.ส.ณัฐฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในเครือข่าย มากกว่า 30,000 ราย เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Payment และขยายฐานลูกค้า

นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับนักธุรกิจรายย่อยในเครือข่าย DIPROM เช่น นักธุรกิจใหม่ นักธุรกิจ และวิสาหกิจชุมชน ร้านอาหารถิ่น และ SME รายย่อย กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 

1. เชิญชวน โดยประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจรายย่อยในเครือข่ายดีพร้อม สมัครและใช้งานแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' เพื่อรับชําระค่าสินค้าและบริการ กระตุ้นยอดขายและกระแสเงินสด ผ่านกําลังซื้อที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ 

2. กลั่นกรองโดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบนิเวศดีพร้อม (DIPROM Ecosystem) เพื่อนําดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เน้นการทําตลาดออนไลน์ (Online Marketing) และการบริหารจัดการ ร้านค้าผ่านระบบ e-Payment เพื่อขยายช่องทางการตลาดหลังสิ้นสุดโครงการรัฐ และ 

3.สนับสนุน โดยเชื่อมกลไกสนับสนุนต่อเนื่องให้ธุรกิจที่เข้าสู่ ระบบดิจิทัล สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

"กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยการเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) อํานวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และช่วยเหลือผ่านโครงการยกระดับผลิตภาพ (Productivity Improvement) อาทิ ระบบบริหารจัดการธุรกิจ ระบบบัญชีการเงิน และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งนี้ เพื่อมาตรฐานกระบวนการผลิตที่ดี และยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย

ประเทศไทย ครองแชมป์!! ประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025

(13 ต.ค. 68) ไทยครองแชมป์ ‘ประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลก’ ประจำปี 2025 ด้วยคะแนนสูงสุด 98.33 จากผลโหวตของผู้อ่านทั่วโลก มีร้านอาหารในกรุงเทพฯ ถึง 7 แห่งติดอันดับท็อป 35 ของโลก ไทยมีความหลากหลายรังสรรค์รสชาติแปลกใหม่ไม่ซ้ำ และตลาดกลางคืนที่คึกคักทำให้การลิ้มรสแบบไม่มีวันหยุด ไทยโดดเด่นในการรังสรรค์อาหารรสเลิศที่เรียบง่ายแต่น่าประทับใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนอาหารไทยหรือไม่ ชามก๋วยเตี๋ยว แกง และซุป ทำให้คุณตกหลุมรัก โดยเฉพาะเมื่อเสิร์ฟโดยคนท้องถิ่นที่เป็นมิตร

พนักงาน BHV ชุมนุมต้าน Shein บุกห้างดัง จี้!! หยุดทำลาย!! แบรนด์ฝรั่งเศส

(13 ต.ค. 68) เกิดกระแสคัดค้านครั้งใหญ่กลางกรุงปารีส เมื่อพนักงานห้างสรรพสินค้า BHV ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ Société des Grands Magasins หรือ SGM ออกมาชุมนุมประท้วงหน้าห้างเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารงานและข้อตกลงทางธุรกิจระหว่าง BHV กับ Shein แพลตฟอร์มค้าปลีกแฟชันจากประเทศจีน

ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้ Shein เข้ามาเช่าพื้นที่ถาวรบนชั้น 7 ของห้าง BHV เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าโดยตรง ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในฝรั่งเศส โดยเฉพาะจากหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ที่มองว่าความร่วมมือนี้ไม่สอดคล้องกับแนวทางการค้าที่ยั่งยืนและขัดกับคุณค่าดั้งเดิมของแบรนด์ฝรั่งเศส

การชุมนุมครั้งนี้มีพนักงานและตัวแทนสหภาพแรงงานร่วมถือธงเรียกร้องสิทธิแรงงานและความโปร่งใสในการบริหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลร่วมสังเกตการณ์และกล่าวแสดงจุดยืนข้างแรงงาน

สหภาพแรงงานเปิดเผยว่า ปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าให้แก่แบรนด์ภายในห้าง ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนสินค้า ยอดขายลดลง และสร้างความกังวลต่อความมั่นคงในอาชีพของพนักงาน สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังมีข่าวว่าแบรนด์แฟชันฝรั่งเศสหลายรายเตรียมถอนตัวออกจาก BHV เพื่อต่อต้านดีลกับ Shein

แรงงานจำนวนมากสะท้อนความไม่พอใจว่า ลูกค้าประจำของห้างเริ่มลดลงเนื่องจากสินค้าไม่เพียงพอ และรู้สึกไม่สบายใจกับการเข้ามาของ Shein ซึ่งถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่เป็นประเด็นถกเถียงในระดับโลก

ด้าน SGM เจ้าของห้าง BHV ยืนยันว่าความร่วมมือกับ Shein เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโฉมห้างให้ทันสมัย และเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่เข้าสู่ห้างได้มากขึ้น

ในขณะเดียวกัน โฆษกของ Shein ระบุว่าการเปิดร้านภายใน BHV จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมให้กับห้าง และสร้างประโยชน์ต่อผู้ค้ารายอื่นในพื้นที่ โดยย้ำว่าบริษัทมุ่งพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Shein ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง จากข้อกล่าวหาเรื่องสภาพการทำงานในโรงงาน ปริมาณการปล่อยคาร์บอนสูง และการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ไม่เพียงพอ นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทถูกปรับรวมกว่า 191 ล้านยูโร โดยหน่วยงานกำกับดูแลของฝรั่งเศสและอิตาลี ซึ่งทำให้ Shein ต้องเร่งปรับปรุงระบบภายในและกระชับมาตรฐานการกำกับดูแลเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค 

เพลงพระราชนิพนธ์ ในมุมมอง ‘3 ลุง เฉลียง’ พบกับความงดงาม!! ที่มากกว่า ‘เสียงดนตรี’

(13 ต.ค. 68) 🎶 เปิดรายการตอนแรกอย่างอบอุ่นใจ... กับ “ถูกทุกข้อ”
ชวนคุณมานั่งฟังเรื่องราวสุดพิเศษจาก ‘3 ลุงเฉลียง’

พี่แต๋ง พี่เจี๊ยบ และพี่ดี้ ที่จะพาเราย้อนรำลึกถึง

‘เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๙’

ผ่านสายตา...และหัวใจของคนทำดนตรีมืออาชีพ
🎹✨
เรื่องราวของพระราชอัจฉริยภาพทางดนตรีที่ไม่ได้แค่ ‘ไพเราะ’ 
แต่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ

📌 พรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) | เวลา 19.00 น.
อย่าพลาด! รายการ “ถูกทุกข้อ” ตอนแรก
รับชมพร้อมกัน ที่ ‘เฉลียง 3 ลุง’ ตามลิงก์ข้างล่างนี้  

https://www.youtube.com/@Chaliang3Lung  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top