Monday, 8 June 2026
NewsFeed

ผบ.ตร.ประชุมเคาะแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแต่งตั้งวาระ 65 เปิด 36 ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ - สารวัตร รองรับ 

(14 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมแนวทางการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจ รองรับการเยียวยาข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากการแต่งตั้งหมุนเวียน ในการแต่งตั้งวาระประจำปี 2565 ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 40 นาย ให้เสร็จสิ้นภายในวาระปี 2568 ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการดำเนินการเพื่อเยียวยาให้แก่ผู้ร้องทุกข์มาโดยตลอด มีผู้ได้รับการเยียวยาไปแล้วหลายราย อย่างไรก็ตาม จากข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งไว้แตกต่างจากเดิม ทำให้ปัจจุบันยังมีผู้ที่ไม่ได้รับการเยียวยาจำนวน 36 นาย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดตำแหน่งรองผู้บังคับการถึงสารวัตร รวม 36 ตำแหน่ง ในสังกัดกองบัญชาการต่างๆ โดยเป็นตำแหน่งสายงานป้องกันปราบปราม หรือสายงานอำนวยการและสนับสนุน แล้วแต่กรณี ตามสายงานที่ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิต่าง ๆ ทั้งนี้การดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดหลักกฎหมาย และหลักนิติธรรม 

สื่อท่องเที่ยวชื่อดังยกย่อง ‘ประเทศไทย’ ติดท็อป 5 ประเทศที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025

(14 ต.ค. 68) ประเทศไทยคว้าอันดับที่ 5 “ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025” จากผลโหวตผู้อ่านนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก Condé Nast Traveller ซึ่งเผยแพร่ในหมวด The Best Countries in the World: 2025 Readers’ Choice Awards นับเป็นการตอกย้ำชื่อเสียงของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก

สื่อท่องเที่ยวชื่อดังได้ยกย่อง “เสน่ห์อันยั่งยืนของประเทศไทย” ที่เกิดจากความหลากหลายทางภูมิประเทศ วัฒนธรรม และอาหารการกิน รวมถึงระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อได้สะดวกทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ เครื่องบินภายในประเทศ เรือโดยสาร หรือรถบัสข้ามคืน ทำให้การเดินทางจากเหนือจรดใต้ของไทยเป็นเรื่องง่ายและเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

นอกจากนี้ Condé Nast Traveller ยังชี้ว่า จุดขายของไทยคือความมีชีวิตชีวาของตลาดกลางคืน อาหารพื้นเมืองที่หลากหลาย และชายหาดที่สวยงามระดับโลก โดยเฉพาะหลังจากซีรีส์ดัง The White Lotus ซีซันล่าสุดเลือกใช้โรงแรม Four Seasons Resort เกาะสมุย เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก ทำให้ประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกครั้ง

สำหรับรายชื่อ “20 ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025” อันดับหนึ่งได้แก่ อิตาลี ตามมาด้วย 2.กาตาร์ 3.ญี่ปุ่น 4.ภูฏาน 5.ไทย 6.โมร็อกโก 7.กรีซ 8.นิวซีแลนด์ 9.เวียดนาม 10.โอมาน 11.โครเอเชีย 12.สเปน 13.เม็กซิโก 14.ฝรั่งเศส 15.มัลดีฟส์ 16.เอสโตเนีย 17.แอฟริกาใต้ 18.โปรตุเกส 19.ศรีลังกา 20.ชิลี

‘บุ๋ม ปนัดดา’ ชวน ‘อังคณา’ ลงพื้นที่จะได้รู้ความจริง ซัด ควรเป็นปากเสียงให้คนไทยที่ไร้ที่ดินทำกินนับสิบปี

จากกรณีที่ นางอังคณา นีละไพจิต สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกมาเตือนรัฐบาลว่าปล่อยให้บุคคลทั่วไปเข้าไปกดดันฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ ด้วยการนำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงผี เพื่อกดดัน และข่มขวัญชาวกัมพูชาที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่นั้น อาจเข้าข่ายยั่วยุและเป็นการทรมานทางจิตวิทยา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเวทีการทูตที่ไทยทำได้ดีมาตลอด

ล่าสุด วันนี้ (14 ต.ค. 2568) นักแสดง และพิธีกรชื่อดัง 'บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี' ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึง นางอังคณา นีละไพจิตร ว่าชวนให้ลงพื้นที่ด้วยกัน จะได้รู้ว่าคนไทยต้องสูญเสียมากมาย จวกนิ่มๆ ท่านควรใช้ตำแหน่ง และอำนาจที่มีในมือตอนนี้ เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนคนไทย

“อยากจะขอเรียนเชิญคุณอังคณา มาลงพื้นที่ด้วยกันค่ะ จะได้เห็นความจริงว่าประเทศไทยเราสูญเสียและเสียหายไปมากแค่ไหน จำนวนประชากร ที่ไม่ใช่ทหาร ของเราเสียชีวิตมากกว่าของเขา ส่วนพื้นที่ภาค 1 ก็มีประชาชนที่สูญเสียแขนขาและดวงตาจากทุ่นของกัมพูชามากมาย ไม่มีที่ดินทำกินมานับเป็นสิบๆ ปี ท่านเคยรับทราบเรื่องนี้บ้างมั้ยคะ? ในฐานะ สว. ท่านควรใช้ตำแหน่งและอำนาจที่มีในมือตอนนี้ เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนคนไทยมากกว่าไหมคะ”

ตร.ท่องเที่ยว บุกจับ 4 ทหารอิสราเอล ปาร์ตี้ยาเสพติด!! กลางวิลล่าหรูเกาะพะงัน

(14 ต.ค. 68) ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันสนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกจับ 4 ชาวอิสราเอลภายในวิลล่าหรู หลังได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติว่ามีการจัดปาร์ตี้เสียงดังรบกวนชาวบ้านกลางดึก ตรวจค้นพบของกลาง “ยาอี” และ “โคเคน” รวมกว่า 1.9 กรัม ขณะตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด 4 คน 

ผู้ต้องหาทั้ง 4 ให้การว่า จัดปาร์ตี้ฉลองหลังทราบข่าว “ฉนวนกาซาประกาศยุติสงคราม” โดยร่วมกันสั่งซื้อยาเสพติดจากเพื่อนชาวอิสราเอลที่มาร่วมงาน แต่ไม่ทราบชื่อจริง ก่อนจะถูกจับได้ขณะกำลังนั่งคุยและเสพยาอยู่ในวิลล่า เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 และ 2 ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย”

ด้าน พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 เปิดเผยว่า จากกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวอิสราเอลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตำรวจเข้มงวดเป็นพิเศษ พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ทั้งนี้ได้ส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีต่อไป

ผบช.ปส.ยกระดับปราบยาเสพติดข้ามชาติตามนโยบายรัฐบาล นำคณะไปจีน ร่วมประชุม 3 ฝ่าย ไทย-จีน-อเมริกา  แลกเปลี่ยนข้อมูล จับมือเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเอเชียแปซิฟิก 

เมื่อวานนี้ (14 ต.ค.2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมคณะเดินทางไปร่วมประชุมสามฝ่ายระหว่างประเทศไทย จีน และสหรัฐอเมริกา ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 9-11 ต.ค.2568 

โดยมีนายเว่ย เสี่ยวจุน เลขาธิการบริหาร สำนักงานคณะกรรมธิการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติจีน (National Narcotics Control Commission: NNCC) และ นายจอห์น พี. สก๊อต ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกไกล สำนักงานปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม แห่งสหรัฐอเมริกา (Drug Enforcement Administration : DEA) เข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้หาความร่วมมือ 3 ฝ่ายร่วมกันปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่เอเชียแปซิฟิคอย่างจริงจังทุกมิติ  รวมทั้งมีการหยิบยกประเด็นการจับกุมเรือชื่อ จีเช็ง สัญชาติเซียราเลโอน บรรทุกไอซ์จำนวน 5ตัน ลูกเรือทั้งหมด7 คน ที่ได้มีการขนยาเสพติดจากฝั่งอันดามัน ข้ามช่องแคบมะละกา  ผ่านมายังน่านน้ำสากลฝั่งอ่าวไทย ก่อนมุ่งสู่ทะเลจีนใต้  ได้มีการส่งข้อมูลการติดตามไปยังหลายประเทศ  จนมาโดนจับโดย chinese coastguard ที่น่านน้ำทะเลจีนใต้ 

ซึ่งการประชุมความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือ 3 ประเทศครั้งแรก  และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้มีการแบ่งปันข้อมูลการสืบสวนทั้งสามฝ่ายที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อจะขยายผลสืบสวนจับกุมขบวนการดังกล่าวต่อไป และยังได้พูดคุยแผนงานความร่วมมือในอนาคตอีกด้วย

จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังท่าเรือเพื่อตรวจสอบเรือลำดังกล่าว ได้รับทราบรายละเอียดของการดัดแปลงเรือ การเก็บยาเสพติด การติดต่อสื่อสารในทะเล ยังได้รับทราบถึงรายละเอียดคดีของขบวนการอื่นที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอีกส่วนหนึ่งเพื่อนำมาวางแผนป้องกันปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่จะลำเลียงผ่านประเทศไทย 

การประชุมกระชับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญจริงจังในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งไม่สามารถทำสำเร็จเพียงประเทศเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือที่จริงจังและเหนียวแน่น ระหว่างประเทศ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบงานยาเสพติด  จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และคณะ เดินทางเข้าร่วมประชุมดังกล่าว ซึ่งจะช่วยยกระดับการทำงานปราบปรามยาเสพติดของไทยในการบูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของนานาประเทศ  

จีนฟันโทษประหารชีวิต!! อดีตนักการเมืองมองโกเลียใน รอลงอาญา 2 ปี ฐานรับสินบนมโหฬารกว่า 2 พันล้าน

(15 ต.ค. 68) ศาลประชาชนเมืองอี้ชาง มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน มีคำพิพากษาให้ 'หวัง ป๋อ' (Wang Bo) อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการถาวรสภาประชาชนเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มีความผิดฐานรับสินบนกว่า 449 ล้านหยวน (ราว 2.3 พันล้านบาท) ลงโทษประหารชีวิตแต่ให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมยึดทรัพย์ทั้งหมดและตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

ศาลระบุว่า หวัง ป๋อ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้บุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2023 ถึง 2024 ทั้งในด้านธุรกิจ การจัดจ้างโครงการ และการเลื่อนตำแหน่ง โดยแลกกับเงินสินบนจำนวนมหาศาล ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สร้างความเสียหายอย่างยิ่งต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน

ทั้งนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพและคืนทรัพย์สินบางส่วน ศาลจึงลงโทษสถานเบาประหารชีวิตให้รอลงอาญา แต่ระบุชัดว่าจะไม่มีสิทธิ์ลดโทษหรือพักการลงโทษใด ๆ หมายความว่า 'หวัง ป๋อ' จะต้องใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดอยู่ในเรือนจำจนตาย

คำถามนี้มีคำตอบประจักษ์ชัด ด้วยโครงการพระราชดำริกว่า 4,600 โครงการ ตลอดรัชสมัย

ในวันที่เราทุกคนร่วมกันระลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รักของเรา ผมมีบทความหนึ่งที่เคยเขียนลงในหน้าเพจ Facebook ส่วนตัวที่ชื่อ Kavil Navanugraha และพบว่ามีคนแชร์ออกไปพอสมควร เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านใดๆ Digestทุกท่าน เลยขออนุญาตนำมาแบ่งปันกันอ่านในที่นี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ในวันนี้ความเศร้าโศกเสียใจจากการพลัดพรากอันเป็นธรรมดาของโลกได้จางหายไปตามกาลเวลาแล้ว แต่ความระลึกถึงและความตระหนักรู้ในมรดกอันล่ำค่าที่พระองค์ท่านฝากไว้ให้กับพวกเราไม่เคยเลือนหายไปไหนเลยครับ ยังคงอยู่ในหัวใจเสมอ ความดีงามใดๆ ในบทความนี้หากมีอยู่ เป็นของพระองค์ท่านแต่เพียงพระองค์เดียวครับ

“พระราชาของยูเก่งแค่ไหน ยิ่งใหญ่เพียงใด ยูเล่าให้ไอฟังแบบไม่ใส่อารมณ์อ่อนไหว หรือเล่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติได้มั้ย ขอเป็นข้อเท็จจริงให้ไอเห็นภาพที” (How smart and great was your late King? Could you tell me with emotion-free, no supernatural and fact-based explanation?) 

ผมโดนลูกค้าฝรั่งท่านหนึ่ง ที่มีพื้นเพมาจากประเทศที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตยยุคใหม่ ทั้งชีวิตคุ้นเคยแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีและเปลี่ยนผู้นำทุกๆ 4ปีหรือ8ปี ยิงคำถามนี้ใส่แบบตรงๆ ในขณะที่เรากำลังนั่งทานข้าวเย็นด้วยกันเมื่อวาน หลังจากที่บทสนทนาบนโต๊ะอาหารประกอบไปด้วย สภาพเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ การเมือง และแนวโน้มการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ลูกค้าท่านนี้ทำอยู่ แล้วจู่ๆ ลูกค้าที่น่ารักของผมก็ถามประโยคนี้ขึ้นมาดื้อๆ แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวมาตอบคำถามที่ลึกซึ้งแต่ตรงเข้าแสกหน้าแบบนี้ แต่ก็รู้สึกว่าในฐานะประชาชนของพระองค์ท่าน ผมอยากที่จะตอบคำถามนี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจถึงพระอัจฉริยภาพและพระเมตตาที่มีให้กับพวกเรามาตลอดรัชสมัยเพิ่มมากขึ้นอีกแค่คนเดียวก็ยังดี ผมนั่งนึกอยู่สักพักถึงเรื่องที่ได้เคยรับรู้ เคยศึกษามาเกี่ยวกับพระองค์ท่าน แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดตัวเลขคำนวณง่ายๆ ให้ลูกค้าฝรั่งท่านนี้ดู 

คิดง่ายๆว่าพระราชาของผม ครองราชย์มา 70ปี x 365 = 25,550วัน 
โครงการพระราชดำริมีทั้งหมด (จากที่เคยศึกษามา 4,600 กว่าโครงการ คิดง่ายๆ ตัวเลขกลมๆ ที่ 4,600) 25,550 หาร 4,600 เท่ากับ 5.554 

นั่นแปลว่าทุกๆ 5วันครึ่ง พระราชาของผมต้องทำโครงการออกมา 1 โครงการ ตลอดรัชสมัยอันยาวนาน 70ปี ซึ่งนับได้เป็นชั่วชีวิตของคนหนึ่งคน แล้วแต่ละโครงการที่พระองค์ท่านทำออกมาล้วนแต่เป็นโครงการที่ต้องอาศัยความพยายาม ความอดทน และสติปัญญาอย่างสูงในการที่จะพัฒนาออกมาให้สำเร็จ ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นฝนเทียม ปลานิล กังหันชัยพัฒนา การพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ดินเพาะปลูก เขื่อนต่างๆ เปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นทั้งภาคเหนือให้เป็นพืชเศรษฐกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ พระราชาของผมไม่ได้ให้แค่เงินหรือสิ่งของแล้วก็ไป แต่สิ่งที่ทรงให้ประชาชนมาคู่กับสิ่งของเงินทองก็คือองค์ความรู้ แนวคิด แนวทางปฏิบัติและการสนับสนุนทุกวิถีทางในการที่จะทำให้ประชาชนพึ่งตัวเองไปได้ตลอดชีวิต จากรุ่นสู่รุ่น และเหลือแบ่งปันต่อๆ กันไปได้อีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

ที่สำคัญคืองานของพระราชาของผมนั้นไม่มีวันจบสิ้น ยิ่งทำยิ่งเพิ่ม ยิ่งพระราชาของผมอายุเพิ่มมากขึ้น งานและภาระของพระองค์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก ทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ และการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว แต่พระราชาของผมก็ไม่เคยท้อถอย ไม่เคยล้มเลิก แม้จะเจ็บป่วยหนักหนาสาหัสเพียงไหน แม้จะโศกเศร้าเสียใจจากการสูญเสียบุคคลในครอบครัวอันเป็นที่รักครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะโดนกดดันจากหลายทาง แม้จะโดนเข้าใจผิด โดนด่าว่าโดนใส่ร้ายอย่างไร พระราชาของผมก็ไม่เคยหยุดทำงานให้ประชาชน เรียกว่าทำงานอย่างหนักจนเลยวัยเกษียณไปไกลโข และคงไม่เกินเลยแต่อย่างใดเลยที่จะบอกว่าพระราชาของผมทำงานอย่างหนักเพื่อประชาชนที่พระองค์ท่านรักเหมือนลูกจนลมหายใจสุดท้าย ชีวิตของพระองค์ท่านทั้งชีวิต คือชีวิตที่ทุ่มเทและเสียสละ เพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง

นอกจากที่เล่ามานี้แล้ว พระราชาของผมยัง…………
…เก่งดนตรี เป็นนักดนตรีแจ๊สและนักแต่งเพลงที่เก่งมากๆ แต่งเพลงฮิตอมตะนิรันดร์กาลไว้มากถึง 48เพลง หนึ่งในนั้นถูกใช้เป็นเพลงประกอบละครบรอดเวย์มาอย่างยาวนาน
…เล่นกีฬาเก่ง เป็นนักกีฬาเรือใบระดับเหรียญทองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
…เป็นนักเขียน เป็นตากล้อง เป็นศิลปินวาดรูปที่มีผลงานมากมายในระดับมืออาชีพ เป็นที่ยอมรับอย่างสูงทั้งในและต่างประเทศ
…เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักคิด นักทดลอง นักประดิษฐ์ 
…เป็นนักปกครอง นักการทูต จอมทัพ นักปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์ นักการศึกษา และนักบริหารจัดการชั้นเซียน 
…เป็นครู ที่ให้ความรู้กับผู้คนต่างๆ มากมาย มาอย่างยาวนาน
…เป็นลูกกตัญญูที่ดูแลแม่ได้เป็นอย่างดีทั้งร่างกายและจิตใจแม้ว่าจะมีพระราชภารกิจมากมายเพียงใดก็ตาม 
…เป็นคนมีอารมณ์ขันแบบลึกซึ้งและคมคาย
…เป็นคนมีมารยาทและเสียสละ คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ 
…รักเดียวใจเดียว ยึดมั่นกับรักแท้มาตลอดชีวิต เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของการมีชีวิตคู่ และการมีครอบครัว
…มีวิถีการดำรงชีวิตที่งดงาม เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ง่ายแต่งาม น้อยแต่มาก 
…และอื่นๆ อีกมากมาย
…………………………………
หลังจากทานข้าวเสร็จ ผมขับรถไปส่งลูกค้าที่ที่พัก เราไม่ได้คุยอะไรกันอีกตั้งแต่ออกจากร้านอาหารจนมาติดไฟแดงอยู่ใกล้ๆ กับป้ายไว้อาลัยขององค์กรหนึ่งที่มีรูปขาวดำของพระราชาของผมอยู่บนนั้น ลูกค้าของผมก็มองไปที่ป้ายนั้นอย่างไม่ละสายตา จนกระทั่งไฟเขียว จังหวะที่ผมกำลังออกตัว อยู่ๆ ลูกค้าก็ถามขึ้นมาอีกว่า ……

“แล้วยูเคยคิดมั้ยว่าพระราชาของยูต้องการอะไรจากการทุ่มเททำงานหนักขนาดนี้ แล้วความสุขของพระองค์ท่านล่ะ คืออะไร?” (Have you ever thought of the reasons why he had to dedicate himself at this level for his works? What was his happiness, really?) 

ผมก็ตอบไปตรงๆ อย่างที่คิดว่า พระราชาของผมนั้นจะทรงคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาทรงงานอันยาวนานผมก็ไม่อาจรู้ได้ แต่สิ่งที่เป็นความจริง (fact) ที่คนไทยทุกคนรับรู้มาตลอดก็คือ พระราชาของผมใส่ใจเรื่องความสุขของพระองค์เองอยู่ในลำดับท้ายๆ เสมอ ความสุขเล็กๆ น้อยที่พระองค์ท่านพอจะมีก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่างที่สุด เช่น การทรงดนตรีบ้าง การได้เล่นผ่อนคลายกับสุนัขทรงเลี้ยงบ้าง แต่ความสุขที่สุดของพระองค์ท่านก็น่าจะเป็นการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของพระองค์ ได้ทรงรับรู้ว่าพวกเรารักท่านเพียงไร ความต้องการของพระองค์ท่านก็น่าจะมีเพียงอย่างเดียว คือการทำให้ประชาชนที่รักของพระองค์ท่านมีความสุขเท่านั้น

หลังจากส่งลูกค้าถึงที่พักเรียบร้อย ก่อนจากกันคืนนั้น ผมก็ออกตัวกับลูกค้าว่าผมก็ไม่รู้ว่าผมตอบคำถามได้ดีแค่ไหน เพราะจริงๆ ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จำเป็นต้องตอบในเวลาจำกัด แต่ถ้าจะพอทำให้เข้าใจพระราชาของผมมากขึ้นได้แม้จะแค่เล็กน้อย ผมก็จะดีใจมาก ลูกค้าตอบมาแค่สั้นๆ ครับว่า “Thank you for your explanation. Now I know how great he was. I’ll surely be one of millions people somewhere on Rajadamnoen road on the big day to experience all the love you mentioned”

รักในดวงใจนิรันดร์
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไม่เคยลืมเลือน
กวิล นาวานุเคราะห์

‘นริศ-ร่มธรรม’ แพ็คคู่กอดคอลุยเขต 3 พัทลุง แต่ยังรอประเมินก่อนตัดสินใจเข้าพรรคไหน

“ผม และร่มธรรม ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปอยู่พรรคไหน ต้องรอประเมินสถานการณ์สักระยะ แต่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง” นริศ ขำนุรักษ์ อดีต สส. เขต 3 พัทลุง กล่าว

นริศ ได้ตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งปี 2566 เพื่อเปิดทางให้ 'ร่มธรรม ขำนุรักษ์' น้องหวาย ลูกชายลงสมัครแทน และเมื่อไม่นานมานี้นริศ ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเหตุผลทางการเมืองบางประการ

เมื่อปี่กลองทางการเมืองรัวขึ้น น่าจับตามองสำหรับสนามการเมืองพัทลุงว่านริศ ขำนุรักษ์ อดีตสส.พัทลุงหลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ในพัทลุงอย่างถี่ยิบ คาดกันว่าในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้คงมาเพื่อประเมินสถานการณ์ในทางการเมือง และทำพื้นที่แน่นอนจะเป็นอื่นไปไม่ได้เพียงแต่อาจจะต้องตอบคำถามมากหน่อยว่า ตกลงจะอยู่พรรคไหน ในขณะที่คู่ต่อสู้ทยอยเปิดตัวกันต่อเนื่อง ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย รวมถึงพรรคกล้าธรรม

กล่าวสำหรับนริศคนนี้ไม่ธรรมดาแม้ในวันที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ให้กับภูมิใจไทยทั้งจังหวัดก็ยังเหลือเขาที่แข็งแกร่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 แม้ในวันที่เขาหยุดการเมืองในพัทลุงและพรรคประชาธิปัตย์ เลือกให้ร่มธรรม ลงแทนเขาก็ชนะคู่แข่งห่างกันมาก

นริศไม่ใช่นักเลงหรือผู้ยิ่งใหญ่ที่คนอื่นต้องกลัว และไม่ใช่คนเล็กตัวน้อยที่ใครจะเหยียบย่ำได้

เขาอยู่แบบถูกใจถูกจริตคนพัทลุง เขาจึงอยู่ยงคงกระพันอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ แม้ต้นทุนทางเศรษฐกิจของเขามีไม่มาก แต่ทุนทางสมองเขามีมากมาย เขาเฉลียวฉลาดที่หาตัวจับยากคนหนึ่งในสังคมการเมือง

แม้เขาจะลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ แต่เขายังไม่สมัครเป็นสมาชิกหรือปรากฏตัวในพรรคการเมืองใด การเฝ้ารอและการประเมินสถานการณ์ของเขาเป็นที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่พรรคใหญ่เริ่มขยับกันหมดแล้ว

ส่วนลูกชาย สส.ร่มธรรม ก็ไม่น้อยกว่าคุณพ่อทั้งงานในสภาที่มีการอภิปรายสม่ำเสมอ และงานพื้นที่ที่ไม่เคยขาด เป็นดาวรุ่งในทางการเมืองที่น่าจับตาอีกคนหนึ่ง หลังโหวตนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ภายในหนึ่งชั่วโมงเขาโพสต์ว่า ที่เขาโหวตสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเขาไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล แต่อยากให้เป็นฝ่ายค้านจึงโหวตเหมือนพรรคประชาชน 

ทุกโพลและทุกวงวิจารณ์ในพัทลุงยังให้เป็นตัวเต็งในเขต 3 พัทลุง แม้จะมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งก็ตาม แน่นอนว่า ร่มธรรมจะต้องชนกับผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย กล้าธรรม

หรือร่มธรรมอาจจะยังอยู่ประชาธิปัตย์ช่วยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟื้นฟูพรรคในฐานะคนรุ่นใหม่ ก็เป็นไปได้

DOJ สหรัฐฯ ลุยยึด ‘บิตคอยน์’ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลล์ จาก ‘เฉิน จื้อ’ นักธุรกิจจีน!! ชักใยขบวนการสแกมเมอร์ในกัมพูชา

(15 ต.ค. 68) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยการดำเนินคดีทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยฟ้องร้องและยึดทรัพย์บิตคอยน์กว่า 127,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 550,000 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลประโยชน์จากขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันบิตคอยน์เหล่านี้อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว

คดีนี้มีผู้ต้องหาหลักคือ 'เฉิน จื้อ' (Chen Zhi) หรือ 'วินเซนต์' ชาวจีน แต่ถือสัญชาติอังกฤษและกัมพูชา วัย 37 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group ซึ่งถูกตั้งข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและฟอกเงิน โดยมีการบังคับใช้แรงงานในคอมพาวด์ต่าง ๆ ทั่วกัมพูชา เพื่อหลอกเหยื่อทั่วโลกให้ลงทุนในคริปโตภายใต้กลโกงที่เรียกว่า 'Pig Butchering'

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า เฉินและผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ใช้บริษัทบังหน้าในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริการด้านการเงิน แต่เบื้องหลังกลับขยายอิทธิพลกลายเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ในเอเชีย ทำรายได้มหาศาลจากการหลอกลงทุนและบังคับแรงงานต่างชาติ

ทั้งนี้ 'เฉิน จื้อ' ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามตัวผู้ต้องหาและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยคดีนี้ถือเป็นการยึดทรัพย์จากคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และเป็นสัญญาณชัดเจนถึงการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ทั่วโลก

‘หมอชเนษฎ์’ ชี้ มนุษยชาติอาจต้องทบทวนบทเรียนอีกครั้ง หลังผลข้างเคียงวัคซีน mRNA ทยอยโผล่ไม่หยุด

เมื่อวันที่ (14 ต.ค.68) นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว 'ชเนษฎ์ ศรีสุโข' แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลข้างเคียงวัคซีนชนิด mRNA ว่า สมัยโควิด ผมยก อาจารย์ ยง เป็นปราชญ์ เหนือ กาลเวลา

เวลาผ่านไปปรากฏชัดแล้ว ทุกวันนี้วัคซีน mRNA ผลข้างเคียงเยอะ ไม่ปลอดภัยเท่าหลักการวัคซีนเชื้อตายในอดีต ข้อมูลทยอยออกมาเป็นระยะ ถึงผลข้างเคียงมากมาย

วันนี้ขอมองลักษณะเพิ่มว่า กระแสรณรงค์วัคซีน mRNA ในสมัยก่อนนั้น หากทบทวนแล้ว มีความคล้ายกับ กระบวนการ lobotomy (จิ้มสมอง) ในสมัยก่อนที่ได้รับความนิยม คือกระบวนรักษาคนไข้จิตเวช ด้วยการเอาเหล็กแหลมทิ่มผ่านจมูกหรือดวงตาไปยังสมองส่วนหน้า เพราะเชื่อว่าจะรักษาคนไข้จิตเภทได้ คนคิดได้โนเบล ปี ค.ศ. 1949 ทำแพร่หลายในอเมริกาและตะวันตกอยู่ 20 ปี

หรือเหมือนกับการแพทย์โบราณ blood letting ที่เจาะระบายเลือดจากหัว เชื่อว่ารักษาโรคได้ ตอนหลังพบว่ากระบวนการพวกนี้ ไม่ได้ช่วยอะไรแถมทำร้ายมนุษย์ หลายเรื่อง มนุษยชาติเรามารู้ทีหลัง ด้วยการทบทวนบทเรียน ที่แน่ ๆ บริษัทผู้ผลิตร่ำรวยไปแล้ว จากความกลัวตายของคนทั่วโลกในสมัยๆหนึ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top