Monday, 8 June 2026
NewsFeed

‘ฐาปนีย์’ โพสต์ให้กำลังใจ ‘อังคณา’ นักสิทธิมนุษยชน หลังถูกกระแสโจมตี ‘ล่าแม่มด’ ปมดราม่ากัมพูชา

(16 ต.ค. 68) ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ผู้สื่อข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้กำลังใจ อังคณา นีละไพจิตร สว.และนักสิทธิมนุษยชน หลังถูกกระแสเรียกร้องให้ปลดจากตำแหน่งกรณีให้ความเห็นเรื่องกัมพูชา โดยฐาปนีย์ย้อนเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนทำข่าวโรฮิงญา จนถูกเรียกว่า 'โรฮิงแยม' ทำให้ถูกโจมตีในลักษณะเดียวกัน

เธอย้ำว่า การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนหรือการพูดเรื่องความเป็นมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่รักชาติ” หรือ “ขายชาติ” แต่คือการยืนหยัดในหลักการ เพื่อเปิดมุมมองที่ต่างจากกระแสหลัก พร้อมยอมรับว่าทุกฝ่ายผู้มีเจตนาดีอย่างคุณ “กัน จอมพลัง” ต่างมีสิทธิ์เห็นต่างกันได้ แต่ไม่ควรตัดสินใครแบบสุดโต่ง

นอกจากนี้ ฐาปนีย์ระบุว่า เธอเคยผ่านช่วงเวลา “ถูกล่าแม่มด” และเข้าใจดีว่าการถูกโจมตีเพียงเพราะยืนหยัดในความเชื่อมั่นหนักหนาเพียงใด จึงอยากให้กำลังใจอังคณาและทุกฝ่ายที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทหาร และประชาชน พร้อมขอให้ทุกคนอย่าลืม “ความเป็นมนุษย์” ของกันและกัน

ท้ายที่สุด เธอเรียกร้องให้สื่อมวลชนหยุดกระพือดราม่า แล้วหันมานำเสนอสาระสำคัญของปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา รวมถึงการแก้ปัญหาสแกมเมอร์และสร้างสันติภาพร่วมกัน โดยย้ำว่า “เราต่างรักชาติได้ โดยไม่ต้องเกลียดกันเอง”

‘ฮุนเซน’ ลั่น!! ปิดชายแดน 100 ปี เขมรก็ไม่ตาย ขอบคุณไทยที่ช่วยให้สินค้าในประเทศได้โอกาสเติบโต

(16 ต.ค. 68) สมเด็จเตโช ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกแถลงการณ์กล่าวถึงกรณีไทยปิดชายแดนว่า การปิดด่านฝ่ายเดียวของไทยกลับส่งผลให้สินค้าที่ผลิตในประเทศกัมพูชาเติบโตอย่างมาก พร้อมยืนยันว่าประเทศไม่ได้เดือดร้อนจากการขาดสินค้าจากไทยแม้แต่น้อย

ฮุนเซนระบุว่า กัมพูชาไม่เคยเรียกร้องให้ไทยเปิดชายแดนอีกครั้ง เพราะถือว่า “ไทยเป็นฝ่ายปิด ก็มีสิทธิจะเปิดเอง” และหากไทยจะปิดต่ออีก 100 ปีก็ไม่เป็นไร พร้อมกล่าวขอบคุณไทยที่ช่วยให้สินค้าในประเทศได้โอกาสเติบโต โดยชาวกัมพูชาหันมาสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นมากขึ้นจนตลาดภายในประเทศเข้มแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ฮุนเซนย้ำว่า แม้จะไม่มีสินค้าจากไทยมานานกว่า 3 เดือน แต่ตลาดกัมพูชายังมีเสถียรภาพ มีสินค้าบริโภคเพียงพอ อัตราเงินเฟ้อต่ำ และเศรษฐกิจมหภาคยังบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นที่ต้องการขนส่งสินค้าผ่านด่านไทย–กัมพูชา ควรติดต่อฝ่ายไทยโดยตรง เพราะกัมพูชาอนุมัติไปแล้ว

ทั้งนี้ ท้ายแถลงการณ์ ฮุนเซนขอให้ประชาชนชาวกัมพูชามีความอดทน และเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งกับไทยได้ด้วยสันติวิธี โดยย้ำว่า “ไทยจะปิดต่ออีกนานแค่ไหนก็ตาม กัมพูชาจะไม่ตาย” และจะเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจของตัวเองต่อไป

‘ดี้ นิติพงษ์’ ซัดแรง!! นักสิทธิมนุษยชน เห็นใจคนทั้งโลกแต่ลืมคนในชาติตัวเอง

(16 ต.ค. 68) ‘ดี้’ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nitipong Honark กรณี เห็นกรณีนักสิทธิมนุษยชน..ที่มักพูดจาสวยงามในเวลาที่คนทั่วไปไม่รู้สึกสวยงามด้วย…เอื้อเฟื้อคนเดือดร้อนทั่วโลกยกเว้นคนในประเทศตัวเอง เอื้อเฟื้อคนร้ายมากกว่าเหยื่อที่ถูกกระทำ….

บางทีฉันก็นึกไม่ออกว่า…คนเหล่านี้กินอาหารอะไร เติบโตมาอย่างไร มีอายุมาจนป่านนี้ได้อย่างไร ถึงได้มีต่อมอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนทั่วไป…

แล้วเป็นแบบสม่ำเสมอด้วยนะ…แบบว่ากูนึกแล้ว เดี๋ยวยัยนี่ หมอนี่ ต้องโผล่มาแสดงท่ารำเดิม ๆ ในจังหวะแบบนี้….

การอยู่ในสังคมโลก….ฉันว่าการเหลือบมองเพื่อนร่วมโลก ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก ว่าเขาจะคิดยังไงกับการดำเนินชีวิตของเรากับเพื่อนร่วมโลก….นั่นเป็นเรื่องที่ดีงามของผู้เจริญแล้ว….

แต่การเหลือบมองสายตาเค้าว่า…เค้าจะคิดยังไงกะเราหนอ ถ้าเราทำยังงี้ยังงั้น ตลอดเวลา อายเค้า กลัวเค้ามองไม่ดี จนไม่กล้าทำอะไรที่เรารู้สึก ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง โดยที่ไม่เห็นว่าจริง ๆ แล้ว มันไม่เห็นมีอะไรผิดสักหน่อย……การคิดแบบนั้น มันเป็นวิธีคิดของเด็กขี้แพ้ ใครถุยน้ำลายใส่ ก็ไม่กล้า…จะต่อว่า หรือด่ากลับก็กลัวเพื่อน ๆ หาว่านิสัยไม่ดี….

แถมไอ้เพื่อนเหล่านั้น…ที่จริงมันก็ไม่ได้สนใจไยดีอะไรนักหรอก… มันก็ยุ่งกับชีวิตของมันเองในโลกฝั่งโน้น แต่แค่ชอบเสือกบ้านโน้นบ้านนี้…ด่านั่นวิจารณ์นี่ ถ้าบ้านไหนหงอก็หงอไปตลอดชีวิต บ้านไหนไม่หงอ ถึงจะเป็นบ้านเล็ก ๆ มันก็ไม่ได้จ้ำจี้จ้ำไชอะไร…

ยกเว้น….มันเห็นว่า เป็นประโยชน์ของมัน….นั่นแหละ มันถึงจะมาเสือกจริงจัง…ทั้งฝรั่งอเมริกา ฝรั่งยุโรป และจีนด้วยแหละ ก็เท่านั้น…

พวกคนไทยที่เอาแต่มาเตือนว่า ให้คอยมองดูสายตาฝรั่ง….อย่าทำอะไรตามใจ…ต้องเหลือบดูสายตาฝรั่ง ให้มันคอยชี้นำชีวิต…ว่าเราควรจะทำอะไร ถึงจะดูเป็นเด็กดี แม่งน่าเบื่อชะมัดเลยจ้ะ…

แค่ปฏิบัติการยุทธศาสตร์เชิงจิตวิทยา….เปิดเสียงรบกวนเพื่อไล่ให้ออกจากพื้นที่ ก็แลดูจะเกรงใจสายตาฝรั่ง…อ่านสัญญาประชาคมห่านหอยอะไร…ว่าระวังเราจะผิดนะ เดี๋ยวเพื่อนไม่คบ…

เคยได้ยินว่า ทหารอเมริกาก็เคยเอาลำโพง ไปเปิดเพลงร็อคหนัก ๆ ใส่ประเทศอาหรับที่ไหนสักแห่งก็จำไม่ได้…ไม่ยืนยันนะ

แต่ที่เห็นชัดคือ เกาหลีใต้ก็ทำแบบนี้ รบด้วยเสียงเพลงดัง เอาลำโพงหันไปหาเกาหลีเหนือ….เกาหลีเหนือก็เอาลูกโป่งใส่ขยะ ให้ลอยมาตกฝั่งเกาหลีใต้…

รบแบบหน่อมแน้มนี่แหละ…ไม่มีใครตาย แต่มันเป็น ปจว. (ปฏิบัติการจิตวิทยา) ของการรบ…..ถ้าไม่รู้จักคำนี้ ก็จงรู้จักเสีย…

เรื่องแค่นี้….พวกมึงนั่นแหละ สะดุ้งกลัวฝรั่งอะไร ด้วยผลประโยชน์ หรือด้วยนิสัยเห่อฝรั่ง….
ประเทศเล็ก ๆ ในแอฟริกา ในเอเชียกลาง หรือแม้กระทั่งล่าสุด เกาหลี….มันจะทำอะไร มันไม่เห็นต้องเหลือบตาคอยดูพี่ฝรั่งขนาดนี้…..

มันแค่มองแบบ เห็นเป็นเพื่อนรุ่นพี่….เกรงใจพอสมควร….ไม่ใช่มองเป็นญาติผู้ใหญ่ว่าจะดุเราไหม…
เมื่อไหร่จะเลิกเกรงใจฝรั่งจีนจามจนตัวซี้ตัวสั่นขนาดนี้….ทั้ง ๆ ที่อยู่ในยุทธภูมิที่มีเสน่ห์ และมีอำนาจต่อรองมาก….ถ้าเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง….สาวไทยชี้นิ้วให้พวกมันเอาใจได้เลยนะ….หายใจลึก ๆ หน่อย….

ไทยนี้รักสงบ…แต่ถึงรบไม่ขลาด ตบเขมรแม่งสักฉาดสองฉาด หรือมากกว่านั้นก็ได้ ถ้ามันตอแยขนาดนี้

โดยไม่ต้องเหลือบตาดูใครอีกแล้ว…. เมื่อไหร่ที่ได้เปรียบ….เดี๋ยวพวกแม่งก็มาเอาใจเองแหละ….. ความเข้มแข็งเด็ดขาดที่มีเหตุผลและสามัญสำนึก….ย่อมสมควร..

ความสุภาพ อ่อนโยน อ่อนแอ เกรงใจไปหมด ในเวลาอันควรจะเข้มแข็ง….เป็นอันตรายกับตนเองที่สุด

ไทยยันไม่เสียเทคโนโลยี หลังโดรนลาดตระเวนร่วงฝั่งกัมพูชา

(16 ต.ค. 68) โซเชียลมีเดียกัมพูชาเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอทหารเขมรยืนล้อมโดรนไทยที่ตกในเขตประเทศกัมพูชา ใกล้บริเวณปราสาทตาควาย โดยมีการแสดงท่าทีสนุกสนาน พร้อมโชว์ปืนยิงโดรนต่อหน้ากล้อง ทำให้กลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์ทั้งสองประเทศ

ด้านอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต และประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า โดรนที่ตกดังกล่าวเป็นโดรนลาดตระเวนของมูลนิธิฯ ซึ่งนักบินใหม่กำลังฝึกบินใกล้พื้นที่ชายแดน แต่ถูกเทคโนโลยีจากฝั่งกัมพูชาหลอกพิกัดจนหลุดเข้าไปในเขตกัมพูชาประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถูกยึดไว้

อาจารย์ปานเทพยืนยันว่า แม้โดรนจะถูกยึด แต่ฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถถอดหรือใช้ซอฟต์แวร์ได้ เพราะระบบทั้งหมดพัฒนาโดยคนไทย และไม่เชื่อมโยงกับระบบภายนอก พร้อมมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ไทยได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่อต้านโดรนที่กัมพูชาใช้ในพื้นที่ชายแดน

‘ทรัมป์’ รับ ‘ยูเครน’ อยากบุกใส่รัสเซีย ชั่งใจส่ง ‘โทมาฮอว์ก’ หวั่นยกระดับสงคราม

(16 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามกับรัสเซีย โดยระบุว่ายูเครนต้องการ 'เปิดเกมรุก' และตนจะตัดสินใจในภายหลังว่าจะอนุมัติการส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ก (Tomahawk) ให้หรือไม่

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกเขาอยากบุก ผมจะต้องพิจารณาเรื่องนี้” พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจจะเกิดขึ้นหลังการหารือกับผู้นำยูเครน ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเร็ว ๆ นี้

ด้านรัสเซียออกมาเตือนว่า การส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้ยูเครน จะไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ในแนวรบได้ แถมยังอาจยกระดับความขัดแย้ง เนื่องจากการใช้งานอาวุธดังกล่าวจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

วันหยุด ทัพเรือภาคที่ 1 ไม่หยุด ยังคงลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงเวลาแห่งวันหยุด เมื่อ 10 – 13 ต.ค.68 และในทุกๆ วัน ทัพเรือภาคที่ 1 ยังคงปฏิบัติการลาดตระเวนตลอดตามแนวเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย-กัมพูชา โดยส่งกำลังทางเรือและอากาศยาน ลาดตระเวนในอาณาเขตทางทะเลของไทย ตั้งแต่หลักเขตที่ 73 ถึงแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติจัสมิน โดยได้ตรวจสอบเรือต่างๆ ในพื้นที่เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฏหมาย และสินค้าต้องห้าม ตลอดจนดูแลความปลอดภัยให้เรือไทย และแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติของไทย

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ต้องสงสัยว่าจะผิดกฏหมายทางทะเล เช่น เรือประมงต่างสัญชาติลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตไทย เรือลำเลียงขนถ่ายน้ำมันเถื่อนและสิ่งผิดกฎหมาย หรือพบเห็นเรือหรือบุคคลที่ประสบภัยในทะเล สามารถแจ้งเหตุทัพเรือภาคที่ 1 สายด่วน! โทร.1696  โทร. 038-438-008 ได้ตลอด 24 ชม.

ผบช.ตชด. สดุดี ตชด.ผู้กล้า 'ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน' พลีชีพในปฏิบัติการปิดล้อมสายบุรี พร้อมดูแลสวัสดิการเต็มที่

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) แสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจ กรณี ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD ร้อย ตชด.444 เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจปิดล้อมเป้าหมาย บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.สายบุรี จว.ปัตตานี เมื่อช่วงเย็น วันนี้

เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อช่วงเย็นวันนี้ หลังจากที่ เวลา 13.30 น. ร้อย ตชด.444 ได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จว.ปัตตานี ทำการเข้าบังคับใช้กฎหมายปิดล้อมตรวจค้น ในพื้นที่ ม.4 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จว.ปัตตานี ซึ่งการปฏิบัติและเข้าพิสูจน์ทราบระหว่างปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย และขณะกำลังเคลียร์พื้นที่ ได้เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มคนร้ายขึ้นจนเป็นเหตุทำให้ ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้าย 1 ราย จับกุม 1 ราย พร้อมตรวจยึด อาวุธปืนพกสั้น พร้อมด้วยลูกกระสุนปืน 

ผบช.ตชด.กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอสดุดี ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน เป็นตำรวจที่เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา เป็นตำรวจมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด ขอยกย่องในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็น ตชด.ผู้กล้า ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ทุ่มเท ไม่หวั่นต่อภัยอันตราย เสียสละ เพื่อประโยชน์สุขของชาติบ้านเมืองจนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยได้สั่งการให้ดูแลสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มกำลังความสามารถ และได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ รอง ผบช.ตชด. ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ ด.ต.สมศักดิ์ฯด้วย

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 059696

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 955 , 531

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 889 , 476

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 61

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 059695 , 059697 

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
128154 162002 682686 122579 900683

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
626340 581115 258578 331208 035294
520988 909135 520909 653010 232638

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
386120 733483 138533 061998 249376
125382 944269 543434 220290 588743
213198 781407 427382 599367 660548
524868 230962 794084 432251 732485
297369 107130 856766 961292 209956
961383 355712 616676 119998 715480
428086 565140 201495 150733 924140
227683 227359 221569 677274 273253
763118 229201 002789 139994 690684
584896 255671 319360 581331 937360

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
474724 519400 041158 736771 779790
251736 832537 356063 039686 778141
342744 897762 172315 551624 695477
467387 051152 353406 548277 366408
721572 942551 457865 432156 017642
206216 506835 857330 615792 005419
100291 798063 837309 552374 749797
452022 137506 775018 014301 461425
696009 388123 090692 208934 474094
161317 884912 440698 060497 018964
277401 715521 996578 882838 086490
747493 398705 187835 258859 305386
598541 008137 466608 550515 413692
980830 032482 080594 482166 235300
886335 794638 345632 369721 479129
690359 420854 468988 925245 656224
945441 686230 919491 563034 686955
219697 686420 833448 479700 259463
480311 426198 226211 504003 854378
561055 043508 008600 782976 979823

การยกเลิกการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาหรับ 2025 สะท้อนบทบาทอิทธิพลรัสเซียลดลงในตะวันออกกลาง

การยกเลิกการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาหรับ (Russia-Arab Summit) ที่มีกำหนดจัดขึ้นในกรุงมอสโก ในวันที่ 15 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2025 ที่จะถึงเป็นสัญญาณชัดเจนของการเสื่อมถอยอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง การประชุมดังกล่าวถูกวางแผนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียกับประเทศอาหรับหลายชาติ แต่กลับถูกยกเลิกอย่างกะทันหัน เนื่องจากผู้นำประเทศสำคัญหลายประเทศไม่สามารถเข้าร่วมได้ โดยมีเหตุผลหลักจากความร่วมมือของพวกเขาในการเจรจาสันติภาพฉนวนกาซา ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลาง การล้มเหลวของการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความจำกัดของรัสเซียในการดึงดูดและกำหนดวาระทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค ตลอดจนความสามารถในการเป็นผู้เล่นหลักทางการเมืองและความมั่นคงในตะวันออกกลางลดลงอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันบทบาทของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอาหรับกลับเพิ่มขึ้น ทำให้รัสเซียต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาอิทธิพลและความน่าเชื่อถือในภูมิภาคนี้

การประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาหรับ 2025 เป็นความพยายามครั้งสำคัญของรัสเซียในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับประเทศอาหรับหลายชาติ โดยมีแผนจัดขึ้นที่กรุงมอสโก เป็นครั้งแรกที่รัสเซียพยายามรวบรวมผู้นำประเทศอาหรับในการประชุมระดับสูง จุดประสงค์หลักของการประชุมคือการสร้างเวทีเจรจาและความร่วมมือในประเด็นความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ และการลงทุน รวมถึงการแสดงบทบาทของรัสเซียในตะวันออกกลางและฐานะเป็นผู้มีอิทธิพลในภูมิภาค รัสเซียได้เชิญผู้นำจากประเทศสมาชิกสันนิบาตอาหรับเข้าร่วม ซึ่งรวมถึงประเทศสำคัญอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์และซีเรีย รัสเซียคาดหวังว่าจะสามารถใช้เวทีนี้เสริมบทบาทในการกำหนดวาระภูมิรัฐศาสตร์ สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเพิ่มความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะในซีเรียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

รัสเซียพยายามเสริมบทบาทในตะวันออกกลางด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และความมั่นคง ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
1) การสร้างสมดุลอำนาจและลดการพึ่งพาสหรัฐฯ หลังสงครามเย็น สหรัฐอเมริกามีบทบาทโดดเด่นในตะวันออกกลาง รัสเซียจึงมองว่าการเข้าไปมีบทบาทในภูมิภาคนี้เป็นวิธีหนึ่งในการสร้าง สมดุลอำนาจ ลดการพึ่งพาและอิทธิพลของสหรัฐฯ รวมทั้งแสดงศักยภาพของตนในเวทีระหว่างประเทศ

2) รักษาฐานทัพและความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ตะวันออกกลางโดยเฉพาะ ซีเรียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับรัสเซีย ฐานทัพเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนช่วยให้รัสเซียควบคุมเส้นทางการค้าและการเคลื่อนย้ายทางทหาร อีกทั้งยังใช้เป็นฐานสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาค

3) ผลประโยชน์ด้านพลังงานและเศรษฐกิจ ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีทรัพยากรพลังงานสำคัญ เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รัสเซียต้องการสร้าง พันธมิตรทางเศรษฐกิจและพลังงาน เพื่อรักษาตลาดส่งออกและเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีโลก รวมถึงลดความเสี่ยงจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ
4) เสริมภาพลักษณ์และอิทธิพลทางการเมือง การเข้าไปมีบทบาทนำในตะวันออกกลางช่วยให้รัสเซียสร้าง ภาพลักษณ์ของผู้เล่นสำคัญ ที่สามารถเป็นตัวกลางแก้ไขความขัดแย้ง เช่น การสนับสนุนซีเรียและการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพบางโครงการ การแสดงบทบาทนี้ทำให้รัสเซียสามารถเจรจาในเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น

5) การป้องกันการสูญเสียอิทธิพลต่อภูมิภาคใกล้บ้าน รัสเซียมองว่าการละทิ้งตะวันออกกลางอาจทำให้สหรัฐฯ หรือชาติตะวันตกอื่น ๆ กำหนดวาระภูมิรัฐศาสตร์และสร้างพันธมิตรที่เป็นภัยต่อผลประโยชน์ของรัสเซียในภูมิภาคใกล้เคียง เช่น เอเชียกลางและคอเคซัส

อย่างไรก็ตาม การประชุมต้องเผชิญอุปสรรคหลายประการ ผู้นำหลายประเทศอาหรับไม่สามารถเข้าร่วมเนื่องจากมีพันธกิจอื่น โดยเฉพาะการเข้าร่วมเจรจาสันติภาพฉนวนกาซาที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบจากสงครามยูเครนทำให้รัสเซียมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและอิทธิพล ทำให้ความสำเร็จของการประชุมตกอยู่ในความเสี่ยงสูง และท้ายที่สุดการประชุมต้องถูกยกเลิก ซึ่งสะท้อนถึงการเสื่อมถอยอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลางอย่างชัดเจน

การยกเลิกการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาหรับ 2025 สะท้อนถึงข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสื่อมถอยของอิทธิพลรัสเซียในภูมิภาค เหตุผลสำคัญสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
1) ความพ่ายแพ้ของรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาดในซีเรียเมื่อปลายปี 2024 หลังจากสงครามกลางเมืองยืดเยื้อกว่า 14 ปี ฝ่ายกบฏสามารถยึดกรุงดามัสกัสได้โดยแทบไม่พบการต่อต้าน ประธานาธิบดีอัสซาดหลบหนีออกจากประเทศ และรัฐบาลของเขาล่มสลาย มีผลกระทบโดยตรงต่อ อิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง รัสเซียเคยพึ่งพารัฐบาลอัสซาดในซีเรียเป็นฐานในการแสดงอิทธิพลในตะวันออกกลาง ทั้งทางทหาร การเมือง และเศรษฐกิจ การล่มสลายของรัฐบาลอัสซาดทำให้รัสเซีย สูญเสียพันธมิตรสำคัญและฐานยุทธศาสตร์ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  

ก่อนหน้านี้ รัสเซียสามารถใช้ซีเรียเป็นจุดค้ำยันในการมีบทบาทในภูมิภาค เช่น การเจรจาสันติภาพ การจัดซัมมิตรัสเซีย-อาหรับ หรือการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรอาหรับ การพ่ายแพ้ของอัสซาดทำให้ ความสามารถในการกำหนดวาระทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัสเซียในภูมิภาคลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้การที่พันธมิตรสำคัญล่มสลายสะท้อนถึงความอ่อนแอของรัสเซียในฐานะผู้สนับสนุนเพราะรัสเซียสูญเสียความน่าเชื่อถือและความสามารถในการสร้างแรงจูงใจทางการเมือง ทำให้ประเทศอาหรับอื่น ๆ ไม่มั่นใจในการพึ่งพารัสเซีย และเริ่มหันไปสนับสนุนหรือร่วมมือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่น ๆ แทน สหรัฐฯ และพันธมิตรอาหรับ กลายเป็นผู้กำหนดวาระสำคัญในตะวันออกกลางแทนรัสเซีย ส่งผลให้รัสเซียต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์

2) สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง ซึ่งเดิมรัสเซียถือเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาคผ่านการสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการ เช่น กรณีซีเรีย และการมีฐานทัพทหารสำคัญเช่นที่ท่าเรือตาร์ตูสและฐานทัพอากาศคูเมอิมิม โปรแกรมการทหารและการทูตของรัสเซียในภูมิภาคได้รับความสำเร็จในอดีต แต่การรุกรานยูเครนในปี 2022 ทำให้รัสเซียต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศอย่างหนักและการสูญเสียทรัพยากรอย่างมาก ส่งผลให้ความสามารถในการรักษาอิทธิพลของตนในภูมิภาคเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว​ 

นอกจากนี้ ความล้มเหลวในการให้การสนับสนุนทางทหารที่มีนัยสำคัญในการสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลยิ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายและการมีอำนาจต่อรองของมอสโกในภูมิภาค​ ในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง รัสเซียยังคงพยายามขยายบทบาทผ่านความร่วมมือด้านการค้าและพลังงานกับประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่สมดุลความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอิหร่านและกลุ่มประเทศในกลุ่มความร่วมมืออ่าว (GCC) เป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้น ทำให้รัสเซียถูกจำกัดบทบาทและสถานะทางการทูตในภูมิภาค​สงครามยูเครนจึงเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้อำนาจและอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลางลดลงอย่างชัดเจน ภายใต้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและการทูต รัสเซียต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อรักษาผลประโยชน์ในภูมิภาคที่ซับซ้อนและแข่งขันสูงนี้ แต่ความสามารถในการทำเช่นนั้นถูกจำกัดอย่างมากจากภาระในสงครามยูเครนและความสัมพันธ์กับตะวันตก

3) ความล้มเหลวของรัสเซียในการให้การสนับสนุนทางทหารต่ออิหร่านในความขัดแย้งกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อ การเสื่อมถอยอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง ทำให้รัสเซียไม่สามารถให้การสนับสนุนทางทหารที่มีนัยสำคัญต่ออิหร่านได้ เนื่องจากต้องเผชิญกับปัญหาภายในประเทศ ทั้งสงครามยูเครน การคว่ำบาตร และข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ การดำเนินยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอ่อนแอ เมื่อรัสเซียไม่สามารถสนับสนุนอิหร่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค 

รวมถึงประเทศอาหรับหลายประเทศ จึงสูญเสียความเชื่อมั่นต่อรัสเซีย และเริ่มหันไปสนับสนุนสหรัฐฯ หรือพันธมิตรอื่น ๆ แทน ทำให้รัสเซียไม่สามารถกำหนดวาระสำคัญในภูมิภาคได้ ความล้มเหลวนี้ทำลาย ภาพลักษณ์ของรัสเซียในฐานะผู้สนับสนุนพันธมิตรสำคัญ ส่งผลให้ประเทศในตะวันออกกลางเห็นว่ารัสเซียไม่สามารถให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องพันธมิตรได้อย่างแท้จริง การเสื่อมความน่าเชื่อถือและข้อจำกัดทางยุทธศาสตร์นี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ ผู้นำอาหรับหลายประเทศไม่เข้าร่วมซัมมิต 2025 การประชุมจึงถูกยกเลิก และกลายเป็นสัญญาณชัดเจนของการลดบทบาทและอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาค

4) บทบาทของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอาหรับ ประเทศอาหรับหลายประเทศมีพันธกิจสำคัญเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพในฉนวนกาซา โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ซึ่งทำให้ผู้นำเหล่านี้ ไม่สามารถให้ความสำคัญกับเวทีรัสเซีย ได้ การมีบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดอิทธิพลรัสเซีย

5) การตอบรับจากประเทศอาหรับไม่เพียงพอ เป็นความล้มเหลวของการทูตในเชิงปฏิบัติ เริ่มจากผู้นำหลายประเทศอาหรับสำคัญ เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ ไม่สามารถเข้าร่วมซัมมิตได้ การไม่เข้าร่วมนี้สะท้อนถึงความไม่มั่นใจหรือความไม่เต็มใจที่จะยอมรับรัสเซียเป็นผู้กำหนดวาระ และทำให้การประชุมไม่สามารถเกิดผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญทางการเมืองหรือความร่วมมือได้

6) ความไม่แน่นอนและความเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค ภูมิภาคตะวันออกกลางมีความซับซ้อนและมีหลายฝ่ายที่มีอิทธิพล เช่น สหรัฐฯ อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มพันธมิตรอื่น ๆ รัสเซีย ไม่สามารถเป็นตัวกำหนดวาระหรือบังคับทิศทางความร่วมมือ ได้เต็มที่ ทำให้ความพยายามของรัสเซียต้องเผชิญกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ​ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินได้เสนอให้เลื่อนการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาหรับ 2025 ออกไปโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากไม่ต้องการขัดขวางความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเจรจาสันติภาพในฉนวนกาซา โดยกล่าวว่า "หากทรัมป์ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้... มันจะเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์" อย่างไรก็ตาม การยกเลิกการประชุมแสดงถึงความยากลำบากของรัสเซียในการดึงดูดความสนใจจากผู้นำอาหรับหลายประเทศที่มีความสนใจในความริเริ่มของสหรัฐฯ มากกว่า การยกเลิกการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาหรับ ครั้งนี้ และการที่รัสเซียไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมสันติภาพในอียิปต์ที่นำโดยทรัมป์ สะท้อนถึงการเสื่อมอิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น ความสนใจของประเทศอาหรับที่หันไปสนับสนุนความริเริ่มของสหรัฐฯ มากขึ้น และการที่รัสเซียมีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในยูเครนที่ทำให้ทรัพยากรและความสนใจของรัสเซียถูกจำกัด

​บทสรุป ความเสื่อมอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลางเกิดจากปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ การสูญเสียพันธมิตรสำคัญ ความล้มเหลวในการสนับสนุนพันธมิตร การแข่งขันจากสหรัฐฯ และพันธมิตรอาหรับ รวมถึงความจำกัดทางทรัพยากรและยุทธศาสตร์ภายในประเทศ ผลลัพธ์คือรัสเซียไม่สามารถเป็นผู้กำหนดวาระสำคัญในภูมิภาคได้อีกต่อไป ขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตรอาหรับกลายเป็นผู้กำหนดสมดุลอำนาจและบทบาทหลักในตะวันออกกลางแทน

เชียงใหม่-เตรียมจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ 'ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน' ครั้งที่ 12

แม่โจ้ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดยิ่งใหญ่! การประชุมวิชาการและนิทรรศการ “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ชวนร่วมเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรไทยผ่านกาลเวลา ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) เวลา 18.00 น. ณ.ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันแถลงการเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน The 12th Academic Conference and Exhibition on Thai Resources: Thai Treasures Through Time  ระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2568  ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568ภายใต้แนวคิดหลัก “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายได้ตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของทรัพยากรไทย ผ่านแนวคิด “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เฉลิมฉลองในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ครบรอบ 90 ปี อันเป็นหมุดหมายแห่งความภาคภูมิใจและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดนิทรรศการพิเศษ “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้” ภายใต้แนวคิด “รากแก้วมั่นคงมั่งคั่ง” สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรที่เก่าแก่และมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 จากโรงเรียนครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ จนพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัย ยังดำเนินงานสืบสานพระราชปณิธานในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ โดยเฉพาะ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ซึ่งได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำหน้าที่เป็น “ขุมคลังปัญญาคู่ผืนถิ่น” ประสานงานและพัฒนาบุคลากร พร้อมจัดเก็บข้อมูลฐานทรัพยากรท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และชุมพร

กว่า 3 ทศวรรษของการดำเนินงาน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537) มหาวิทยาลัยได้สั่งสมองค์ความรู้ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ และได้นำเสนอผลงานเด่นภายใต้หัวข้อ “ของขวัญล้ำค่าจากแผ่นดิน” ได้แก่ เอื้องคำ สารสายใยให้คุณค่า เพาะพันธุ์เพาะภูมิปัญญา ผลิบานสร้างคุณค่าสู่มหาชน

เห็ด จากป่าท้องถิ่นไทย สู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน แตงไทย รักษ์พืช รักษ์พันธุ์ คัดสรรสู่แผ่นดิน พุทธศิลป์ล้านนา จากลายพันธุ์สู่พันลายสู่งานนวัตกรรมสร้างสรรค์ มะเกี๋ยง ผลไม้ไทยอันเป็นที่หนึ่ง หวนดูอดีต ศึกษาปัจจุบัน เพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร ความหลากหลายของทรัพยากรจากยอดเขาถึงใต้ทะเล

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ยังได้ขับเคลื่อนแนวทาง “คาร์บอนคลีนอย่างยั่งยืน” ตามแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะที่ 8 (พ.ศ.2570–2574) ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “IWA : การเกษตรอัจฉริยะเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน” โดยผลการวิจัยชี้ว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 84,750 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะเดียวกันสามารถดูดซับคาร์บอนได้จากป่าไม้และพื้นที่สีเขียวมากถึง 88,996.56 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนศักยภาพในการก้าวสู่สังคมคาร์บอนสมดุลอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การประชุมวิชาการและนิทรรศการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 98 โรงเรียน การประชุมและนิทรรศการงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น 38 หน่วยงานนิทรรศการหน่วยงานสนองพระราชดำริฯ 126 หน่วยงาน การประชุมชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ.แปลงสาธิตและฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร 

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ “งานเกษตรแม่โจ้” มหกรรมต้นไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตร สินค้าชุมชน ร้านอาหาร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม จากสถานศึกษาและศิลปินรับเชิญ ตลอด 7 วัน 7 คืน

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เที่ยวชมงาน “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรไทย อิ่มเอมทั้งองค์ความรู้และความบันเทิงครบครัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top