Monday, 8 June 2026
NewsFeed

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กำชับตำรวจดูแลความปลอดภัยประชาชน 

(8 ต.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และผู้เกี่ยวข้อง ณ สภ.ป่าโมก เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการช่วยเหลือประชาชน

ผบ.ตร. กล่าวว่า จังหวัดอ่างทองได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การเสริมคันดินกันน้ำ และเตรียมเครื่องจักรขนาดใหญ่ มีการถอดบทเรียน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรป่าโมก และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ต่างสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัวและลดลงแล้ว อยู่ในห้วงการฟื้นฟู จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน และดูแลทรัพย์สินของผู้ที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนมาอาศัยอยู่บริเวณริมถนน รวมถึงให้ดูแลจัดการเส้นทางจราจรในพื้นที่ที่ไม่สามารถสัญจรได้ และให้ลาดตระเวนตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ให้มีการก่ออาชญากรรมซ้ำเติมผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อวางแผนให้การช่วยเหลือต่อไป 

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่หมู่ 4 บ้านสวนยายส้ม ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ก่อนมอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค สิ่งของบำรุงขวัญ แก่ประชาชน 108 หลังคาเรือน

‘ทรัมป์’ อ้างสหรัฐฯ ถล่มโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เพื่อหยุดสงคราม ช่วยปูทางทำให้ดีลระหว่าง ‘อิสราเอล–ฮามาส’ สงบศึกเกิดขึ้น

(9 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้เกิดข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยระบุว่า “ขณะนั้น อิหร่านกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ภายใน 1-2 เดือน หากผมปล่อยให้เกิดขึ้น ข้อตกลงนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้”

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากการโจมตีดังกล่าว อิหร่านยอมรับและสนับสนุนข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับฮามาส พร้อมย้ำว่าการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของเตหะรานช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางไม่มั่นคง

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเมื่อ 13 มิถุนายน โดยกล่าวหาอิหร่านว่ามีโครงการนิวเคลียร์ลับ ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันด้วยการยิงข้ามแดนต่อเนื่อง 12 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้าร่วมโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อ 22 มิถุนายน และในวันถัดมา ทรัมป์ประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านได้ตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงคราม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน 'วันนวมินทรมหาราช'

(9 ต.ค. 68) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เป็นประธานกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม โดยมี คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ประกอบด้วย พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพิธีวางพวงมาลาฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพื่อพสกนิกรตลอดพระชนม์ชีพ 

ทั้งนี้ วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานชื่อเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัยมาด้วย โดยใช้ชื่อว่า "วันนวมินทรมหาราช" แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันที่ประชาชนชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ณ ดินแดนพุทธภูมิ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

เมื่อวันที่ (7 ต.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นประธานพิธีปลงผม และมอบเครื่องอัฐบริขาร โครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 45 นาย เพื่อน้อมอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 ณ สโมรสรตำรวจ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า การจัดโครงการอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทั่วประเทศ ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กว่า 5,000 โครงการ ทั้งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม และการส่งเสริมสันติภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ เช่น “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในปี พ.ศ.2549 นอกจากนี้ ข้าราชการตำรวจผู้อุปสมบทจะได้มีโอกาสศึกษา ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม

ผู้เข้าร่วมโครงการได้เริ่มประพฤติปฏิบัติธรรม น้อมจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อเป็นบุญให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง หมู่คณะ และองค์กร และในวันที่ 9 – 23 ตุลาคม 2568 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะเดินทางไปยังดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้ไปปฏิบัติธรรมยัง 4 สังเวชนียสถาน ได้แก่ สถานที่เนื่องด้วยการประสูติ (ลุมพินีวัน), สถานที่เนื่องด้วยการตรัสรู้ (พุทธคยา), สถานที่เนื่องด้วยการปฐมเทศนา (สารนาถ) และสถานที่เนื่องด้วยการปรินิพพาน (กุสินารา)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นบุญเป็นกุศลแก่ตนเอง ครอบครัว หมู่คณะ องค์กร ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนข้าราชการตำรวจและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมอนุโมทนาบุญในโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

(สุรินทร์) กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รอง  ผอ.รมน. จังหวัดสุรินทร์ (ท.)

(9 ต.ค. 68) ที่ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ศาลากลางใหม่ ชั้น4 จังหวัดสุรินทร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ระหว่าง พลตรี จิตรกร จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ส่งมอบการบังคับบัญชาให้แก่ พันเอก อัครสิทธิ์ ปะกิระตา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(1) ณ สำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) 

โดยกระทำพิธีลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ ทั้งนี้ พลตรี จิตรกร จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจในทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีมาโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีความรักความผูกพันธ์กับกำลังพลและหน่วย ได้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้จะดำรงอยู่ในจิตใจตลอดไป อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังพลทุกนายมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เช่นนี้ตลอดไป สำหรับ พันเอก อัครสิทธิ์  ปะกิระตา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ท่านใหม่ หลังเสร็จพิธีรับ – ส่งหน้าที่ ได้ประชุมกำลังพลสังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2569 โดยผลการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน สังคมประมงปลอดภัย ไร้ยาเสพติด ⚓️

(9 ต.ค. 68) พล.ร.ต. อโศก ศรีสวัสดิ์ ผอ.สน.ฝอ.ศรชล.ภาค 1 เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “แรงงานประมงรู้เท่าทัน สร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด” ณ ห้องราชาวดีบอลรูม โรงแรมไอธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจัดโดย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเพชรบุรี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่แรงงานภาคประมง รวมถึงผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ให้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด พร้อมร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

ภายในงานมีพิธีเปิดโดย เรือเอกสาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพร้อมการบรรยายให้ความรู้และกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ด้านการป้องกันยาเสพติดให้แก่พี่น้องชาวประมง

ในโอกาสนี้ ศรชล.ภาค 1 ได้ร่วมจัดบูทนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมเผยแพร่ช่องทางการแจ้งเหตุเมื่อประสบอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางทะเล เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่แรงงานภาคประมงในพื้นที่

เชียงใหม่-CMUBS x MAT ฉลอง 60 ปี เปิดเวทีจุดประกายแรงบันดาลใจ สร้างพลังสู่อนาคต

CMUBS x MAT Exclusive Talk ฉลองครบ 60 ปี ผนึกพลังนักธุรกิจ การตลาด สร้างเวทีจุดประกายกลยุทธ์ฝ่าวิกฤติสู่อนาคต

เมื่อวานนี้ (8 ต.ค. 68) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMUBS) ร่วมกับสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) และสมาคมนักศึกษาเก่าบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาน “CMUBS x MAT Exclusive Talk” เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของสององค์กร ภายใต้แนวคิด “THRIVING IN TURBULENCE: Beyond Survival – พลิกวิกฤติ ปั้นกลยุทธ์ เติบโตสู่อนาคต” ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว

โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กร นักธุรกิจ นักการตลาด นักวิชาการ ตลอดจนนักศึกษาและผู้สนใจ จำนวนกว่า 400 คน ร่วมรับฟัง Talk แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ด้านธุรกิจและการตลาด เพื่อจุดประกายความคิดใหม่ สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกัน 

งานนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Exclusive Dinner Talk ที่ผสมผสานบรรยากาศการเสวนาเชิงวิชาการสะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดจนความสนใจต่อประเด็นใหญ่แห่งยุคว่าด้วยการปรับตัวของธุรกิจในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน 

ไฮไลท์สำคัญคือเวทีเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ครอบคลุม 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ Beyond Disruptions การวิเคราะห์ทิศทางอนาคตโลกธุรกิจ โดย ผศ. ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มช., Beyond Survival การพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยคุณปิยะชาติ อิศรภักดี CEO BRANDi และ Beyond Rivalry กลยุทธ์สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง นำโดยคุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO TARAD.COM 

พร้อมด้วยคุณธานี ตรีวัฒนาวงศ์ เจ้าของ Online Channel “DB ซัวเถา” และคุณกษิดิศ สตางค์มงคล เจ้าของเพจ “DataRockie” ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการตลาดเชิงข้อมูล (Data Marketing) โดยให้ข้อคิดเชิงลึกจากกูรูผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนมุมมอง การสร้างเครือข่าย(Networking) และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด

ผศ. ดร.ก้องภู นิมานันท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า คณะบริหารธุรกิจ มช. มุ่งเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างและพัฒนาความรู้ทางธุรกิจและการจัดการ ที่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่ได้อย่างรอบด้าน โดยไม่จำกัดเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่โลกธุรกิจจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ภาคธุรกิจ ชุมชน และสังคมโดยรวม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงบริบทของโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ 

แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือระหว่างคณะฯ สมาคมนักศึกษาเก่าฯ และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ในการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย เลขาธิการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ตรงกับการครบรอบ 60 ปีของสมาคมเช่นกัน ซึ่ง MAT ในฐานะศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้และแรงบันดาลใจของวงการตลาดไทย มีความมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสด้านการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองใหญ่ เพราะการตลาดคือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในทุกพื้นที่ 

ความร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของสมาคมในการส่งต่อองค์ความรู้สมัยใหม่และแนวคิดเชิงกลยุทธ์แก่นักการตลาดไทยทุกระดับ พร้อมกล่าวเสริมว่า นักการตลาดยุคใหม่ต้องพร้อมปรับตัว เรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใดของประเทศเพื่อสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ MAT ยึดมั่นมาโดยตลอด

ด้านคุณบุญรัตน์ ตรีวัฒนาวงศ์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่าบัญชีและบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงความภูมิใจที่ CMUBS สามารถสร้างโอกาส และสร้างอาชีพให้กับบัณฑิตมาแล้วกว่า 60 ปี ซึ่งการรวมพลังในครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในพันธกิจของสมาคมในการร่วมต่อยอดความรู้ ส่งต่อโอกาสให้กับศิษย์ปัจจุบันของคณะต่อไป โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากงานนี้จะถูกนำไปเป็นทุนการศึกษาแก่รุ่นน้องคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นการส่งต่อพลังและโอกาสจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

สำหรับงานครบรอบ 60 ปีของ CMUBS และ MAT ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นงานแห่งความยินดี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการบูรณาการพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการตลาดไทย สู่การเติบโตที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

พิษณุโลก มทบ.39 จับมือกับบริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ลงพื้นที่ อ.กงไกลาศ จ.สุโขทัย มอบถุงยังชีพช่วยน้ำท่วม 

(9 ต.ค. 68) เวลา 1400 พ.อ.ชุติชัย อาทิตย์ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 , คุณอิงอร สร้อยสุวรรณ ผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 พร้อมคณะ ลงพื้นที่  ม.7 ม.8 และ ม.11 ณ วัดเนินหว้าวนา ต.กง อ.กงไกลาศ จว.สุโขทัย 

เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จำนวน 150 ชุด และได้พบปะประชาชนเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤตอันนี้ไปด้วยกัน “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่39 ปรีชา นุตจรัส รายงาน ข่าวพิษณุโลก

ลาวจับมือเวียดนาม เปิดช่องทางนำเข้า ‘เชื้อเพลิง’ เส้นทางใหม่ งีเซิน-เชียงขวาง-หัวพัน ดันเศรษฐกิจภูมิภาค

(9 ต.ค. 68) บริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงลาว (Lao State Fuel Company) เปิดเส้นทางนำเข้าเชื้อเพลิงสายใหม่ผ่านท่าเรืองีเซินของเวียดนาม เพื่อเสริมแกร่งความมั่นคงด้านพลังงานและรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องในลาว

เส้นทางใหม่นี้เชื่อมต่อท่าเรือในเขตเศรษฐกิจพิเศษงีเซิน จังหวัดทัญฮว้าของเวียดนาม มายังลาว โดยผ่านด่านตรวจระหว่างประเทศน้ำคัง ในแขวงเชียงขวางตอนเหนือของลาว และด่านตรวจระหว่างประเทศน้ำโสยในแขวงหัวพันทางตอนเหนือ ซึ่งเชื้อเพลิงที่นำเข้าจะถูกเก็บไว้ที่คลังนาทองในแขวงหัวพัน

เส้นทางข้างต้นช่วยสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลลาวในการรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงที่มั่นคงทั่วประเทศ และตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมในตอนเหนือของลาว

โครงการนี้ยังไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดหาเชื้อเพลิงมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างลาวและเวียดนาม การเปิดเส้นทางใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

อนึ่ง ปัจจุบันลาวนำเข้าเชื้อเพลิงส่วนใหญ่จากไทย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top