Monday, 8 June 2026
NewsFeed

นักลงทุนหวั่น ‘ฟองสบู่ AI’ อาจซ้ำรอยวิกฤตดอทคอม ชี้การใช้จ่ายหลายล้านล้าน!! เสี่ยงผลตอบแทนไม่คุ้มค่า

(6 ต.ค. 68) กระแสความร้อนแรงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังถูกตั้งคำถามถึงความยั่งยืน โดยสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บริษัทยักษ์เทคโนโลยีต่างทุ่มเงินมหาศาลหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและลงทุนในชิปขั้นสูง แต่ยังไม่ชัดเจนว่ารายได้จาก AI จะเพียงพอคุ้มค่าการใช้จ่ายหรือไม่ หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าอาจกำลังเข้าสู่ “ฟองสบู่ AI” ที่คล้ายกับวิกฤตดอทคอม (Dot-com Bubble) ในอดีตช่วงปี 1995-2000

ขณะที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น OpenAI, Meta และ Nvidia ถูกจับตาจากแผนลงทุนระดับ “ล้านล้านดอลลาร์” เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI ได้เปิดตัวโครงการ Stargate มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ และระบุว่าบริษัทอาจใช้เงินถึง “หลายล้านล้านดอลลาร์” ขณะที่ Meta ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็ประกาศทุ่มงบสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดคำถามว่าการทุ่มลงทุนนี้ มากเกินไปหรือไม่

ด้าน นักวิเคราะห์เตือนว่า รายได้จาก AI อาจไม่สามารถชดเชยต้นทุนได้จริง รายงานของ Bain & Co. คาดว่า ภายในปี 2030 บริษัทด้าน AI ต้องทำรายได้ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี แต่มีแนวโน้มขาดเป้ากว่า 800 พันล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน งานวิจัยจาก MIT และ Harvard ชี้ว่าองค์กรจำนวนมากยังไม่ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI แถมยังเกิดปัญหา “Workslop” หรือเนื้อหาที่ดูเหมือนงานคุณภาพแต่ไร้สาระสำคัญจริง

แม้ผู้บริหารเทคโนโลยีหลายรายยอมรับความเสี่ยงของฟองสบู่ แต่ก็ยังเชื่อว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการใช้จ่ายที่ร้อนแรงเกินจริง และการแข่งขันจากจีนที่นำเสนอโมเดล AI ราคาถูกกว่า อาจทำให้บริษัทยักษ์เทคฯ ต้องเจอกับแรงกดดันมหาศาล นักวิเคราะห์บางรายเปรียบเทียบว่า แม้ AI จะมีอนาคต แต่เส้นทางสู่ผลตอบแทนอาจเต็มไปด้วย “ความเจ็บปวดจากฟองสบู่แตก” อีกครั้ง

บุรีรัมย์-คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ชื่นชมทหารไทยรักษาข้อตกลง 

คณะผู้สังเกตการณ์ ชั่วคราว(IOT)ตรวจเยี่ยมพื้นที่ ศปก.ทภ.2 ชายแดนไทย–กัมพูชา ชื่นชมกองทัพของไทยที่ยังยึดมั่นตามข้อตกลงยหยุดยิ่ง ไม่มีการเสริมกำลังทหารไม่มีการเสริมอาวุธ เตรียมรายงานไปลำดับขั้น

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 68 คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team: IOT) โดยมีผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำประเทศไทยเป็นหัวหน้าคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ระหว่างวันที่ 4–5 ตุลาคม 2568

การลงพื้นที่ดังกล่าวได้เข้าไปตรวจสภาพทั่วไปของกองทัพทหารไทยสำรวจแนวเขตชายแดนไทย- กัมพูชา ที่ช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

ซึ่งคือพื้นที่ดังกล่าวไม่ค่อยมีปัญหาด้านเขตแดนมากนักต่างจากพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และจังหวัดสระแก้ว

พล.ต.ซัมซุล ริซัล บิน มูซา ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำประเทศไทย ได้กล่าว โดยมีร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์ เป็นนายทหารหญิงที่ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และเป็น นายทหารล่าม ของกองการภาษาต่างประเทศ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นคนแปล เป็นภาษาไทยว่า

เท่าที่สำรวจเบื้องต้นทหารไทยโดยกองทัพบกยังรักษากติกาหยุดยิง อย่างเคร่งครัดไม่มีการเพิ่มกำลังพลหรือยุทโธปกรณ์แต่อย่างใด

สิ่งที่สำคัญคือการ เสริมสร้างและการร่วมมือทางทวิภาคีที่ตกลงกัน ภายใต้การประชุมRBC GBC และJBC ซึ่งจะต้องมีความจริงใจ ต้องปฎิบัติตามข้อตกลง หยุดยิ่งอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความตึงเครียดของทั้งสองประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่ คาดคิดเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้หวังว่าการ เจรจา JBC จะเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยจะนำข้อมูลส่งไปตามลำดับขั้นต่อไป////////

ธีรยุทธ์  ชำนาญกอง

จ.บุรีรัมย์ รายงาน

“ผบ.ตร.” ดึง “พล.ต.ท.นพศิลป์” คืนรังนครบาล กำกับสืบคดีใหญ่ – ขยับเสริมทัพคุมเข้มงานสืบสวนเมืองหลวง

(6 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. มาช่วยราชการที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. มอบหมาย โดยเฉพาะการกำกับดูแล งานสืบสวนคดีสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

การกลับมาของ “พล.ต.ท.นพศิลป์” ถือเป็นการคืนถิ่นของ นายตำรวจสายสืบมือหนึ่งแห่งนครบาล ที่คร่ำหวอดในวงการสีกากีกว่า 32 ปี มีชื่ออยู่เบื้องหลังการคลี่คลายคดีใหญ่หลายคดี เป็นที่รู้จักในแวดวงตำรวจในฐานะ นักสืบหัวใจแกร่ง มุ่งมั่น ทุ่มเท และยึดมั่นในจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

ตลอดเส้นทางราชการ “พล.ต.ท.นพศิลป์” ไม่เพียงเป็นนักสืบมากประสบการณ์ หากยังเป็น ครูถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการสืบสวน แก่ตำรวจรุ่นใหม่ เพื่อสืบทอดแนวทางการทำงานอย่างมืออาชีพ ปราศจากความหวั่นไหวต่ออิทธิพลใด ๆ

การมาช่วยราชการครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการ เสริมทัพคุมเข้มงานสืบสวนเมืองหลวง ให้เดินหน้าอย่างมีพลังและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อคลี่คลายทุกคดีใหญ่ให้กระจ่าง และคืนความมั่นใจให้กับประชาชน

เมื่อปี 2015 ‘ดร.ถู โหย่วโหย่ว’ กลายเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนแรก คว้ารางวัลโนเบล สาขาวิทย์ฯ จากผลงานคิดค้นยารักษามาลาเรีย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2558 องค์การโนเบลที่ประเทศสวีเดน ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ประจำปี 2015 ให้กับ ดร.ถู โหย่วโหย่ว (Tu Youyou) นักเภสัชศาสตร์ชาวจีน พร้อมกับวิลเลียม ซี. แคมป์เบลล์ นักวิทยาศาสตร์ชาวไอริช และซาโตชิ โอมูระ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น จากผลงานวิจัยด้านการรักษาโรคติดเชื้อปรสิต 

สำหรับ ดร.ถู โหย่วโหย่ว ได้รับรางวัลจากการค้นพบยารักษามาลาเรียชนิดใหม่ “อาร์ทีมิซินิน” (Artemisinin) ถือเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ได้รับรางวัลโนเบลด้านวิทยาศาสตร์ สร้างประวัติศาสตร์สำคัญให้กับวงการแพทย์และการแพทย์แผนจีน

โดยในทศวรรษ 1960–1970 ถู โหย่วโหย่วและทีมงานได้แรงบันดาลใจจากตำราแพทย์แผนจีนโบราณ และสามารถพัฒนายาจากสมุนไพรจนกลายเป็นการรักษาที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยมาลาเรียนับร้อยล้านคนทั่วโลก ซึ่งทุกวันนี้องค์การอนามัยโลกได้บรรจุอาร์ทีมิซินินเป็นยาจำเป็นขั้นพื้นฐานของโลกแล้ว

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานการแพทย์ของจีน แต่ยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาตะวันออกและวิทยาศาสตร์ตะวันตก ดร.ถู โหย่วโหย่ว กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของนักวิจัยหญิง และเป็นแรงบันดาลใจให้วงการแพทย์ทั่วโลกเดินหน้าต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความหวังใหม่

นายกฯ เยอรมนี ยกหูหา ‘ทรัมป์’ ชงแผนยึดทรัพย์รัสเซีย จำนวน 1.4 แสนล้านยูโร ปล่อยกู้ ‘ยูเครน’ เสริมกำลังรบ

(6 ต.ค. 68) นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ทซ์ (Friedrich Merz) ของเยอรมนี ได้โทรศัพท์หารือกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่ออธิบายแผนการใช้ทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดในยุโรป มูลค่าประมาณ 140,000 ล้านยูโร มอบให้ยูเครนในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยศูนย์ เพื่อสนับสนุนกองทัพยูเครน โดยก่อนหน้านี้ แมร์ทซ์ได้เผยแพร่ข้อเสนอนี้ผ่านบทความใน Financial Times ของอังกฤษ

โฆษกรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า ผู้นำทั้งสองยังได้หารือถึงสถานการณ์ในยูเครน และเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันหาทางยุติความขัดแย้งต่อไป นอกจากนี้ยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตในฉนวนกาซา โดยย้ำว่าจำเป็นต้องเร่งเจรจาเพื่อปล่อยตัวตัวประกัน ยุติการสู้รบ และปลดอาวุธฮามาสในการประชุมที่อียิปต์เร็ว ๆ นี้

ปัจจุบัน สหภาพยุโรปและชาติกลุ่ม G7 ได้อายัดทรัพย์สินรัสเซียไว้เกือบ 300,000 ล้านยูโร ซึ่งมากกว่า 200,000 ล้านยูโรถูกเก็บในระบบการเงิน Euroclear ของเบลเยียม ขณะเดียวกัน รัสเซียตอบโต้ด้วยการแช่แข็งสินทรัพย์ของนักลงทุนจากประเทศไม่เป็นมิตร และประกาศว่า หากตะวันตกยึดทรัพย์สินรัสเซียจริง มอสโกก็พร้อมใช้มาตรการตอบโต้เช่นกัน

‘ไทย-อินโดนีเซีย’ กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมผลักดันสันติภาพเมียนมา แก้ปัญหากัมพูชาด้วยสันติวิธี

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 68) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้พบหารือทวิภาคีระหว่างรับประทานอาหารกลางวันกับนายซูกีโยโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-อินโดนีเซีย และยินดีต่อการยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดทำ “แผนปฏิบัติการ” (Plan of Action) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมและมองไปข้างหน้าในระยะยาว พร้อมจะประสานท่าทีในประเด็นยุทธศาสตร์ของภูมิภาคในฐานะประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน โดยได้หารือเกี่ยวกับบทบาทของอาเซียนในการสนับสนุนสันติภาพในเมียนมา และยืนยันว่าประเทศไทยจะดำเนินการแก้ไขปัญหากับกัมพูชาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบที่จะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในหลายสาขา เช่น เกษตรกรรม การประมงอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมฮาลาล พลังงาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอนาคต โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee) ในปี 2569 เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ และได้ขอให้อินโดนีเซียช่วยดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในประเทศด้วย

‘เคนโด้’ แจ้งความเพจอวตาร Rose รับจ้างแขวนคนบริสุทธิ์ หลังพบรับงานโจมตี–สร้างข่าวปลอม–ตบทรัพย์เหยื่อหลายราย

‘เคนโด้’ แจ้งความเอาผิดเพจอวตาร Rose Sharky eye รับจ้างประจาน-ตบทรัพย์ เหยื่อเครียดคิดสั้นเสียชีวิต เตรียมยื่นร้องรมว. ดีอี ‘ไชยชนก’ ดำเนินการต่อ

‘เคนโด้’ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พิธีกรและผู้ประกาศข่าว เข้าแจ้งความเอาผิดเพจอวตาร “Rose Sharky eye” ต่อ บก.สอท. ฐานรับจ้างประจาน-ตบทรัพย์ หลังพบมีเหยื่อจำนวนมากถูกแขวนและเรียกเงินแลกการลบโพสต์ เผยบางรายถึงขั้นคิดสั้นปลิดชีพ เตรียมยื่นเรื่องต่อ รมว.ดีอี เร่งจัดการเพจอวตาร 

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 68) เคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พิธีกร ผู้ประกาศข่าว เข้าแจ้งความเพจอวตาร Rose Sharky eye มีพฤติการรับจ้างประจาน ตบทรัพย์ ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากโดนแขวน และเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หนึ่งในนั้นคือผม ที่โดนผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงจ้างเพจโพสข่าวปลอมบิดเบือนเพราะเคนโด้เป็นโต้โผในการช่วยเหลือผู้เสียหาย หลายครั้งที่เคนโด้ออกมาขับเคลื่อนคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากก็มักจะเจอเพจอวตารสร้างข่าวปลอมเกือบจะทุกครั้ง ล่าสุดโพสว่าผมโดนออกหมายจับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในคดีดิไอคอนเพราะผมช่วยเหลือผู้เสียหายและยังเป็นพยานให้กับคดีนี้ทุกอย่างอยู่ในชั้นศาล และแถลงข่าวชี้แจงจนสิ้นข้อสงสัยไปหมดเป็นปีแล้ว เพจยังเอามาโจมตี เป็นการละเมิดขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก เพจพวกนี้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรในสังคมเลย และไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีผู้เสียหายรายอื่นๆติดต่อผมมา ผมต้องพบกับข้อมูลที่น่าตกใจมาก เพราะเพจ Rose sharky eye คือมิจฉาชีพรับจ้างประจานและตบทรัพย์เหยื่อมาแล้วหลายคน

เคนโด้ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์นี้ทำให้บางคนถึงกับคิดสั้นปลิดชีวิตตัวเองถ้ายังจำกันได้มีเยาวชนตัดสินใจกระโดดน้ำที่ภูเก็ตเพราะโดนแขวนและคุกคามจากเพจRose เพจไม่มีสิทธิ์ไปแขวนประจานผิดถูกว่ากันไปตามกระบวนการ และ เพจนี้ยังไปคุกคามพ่อของน้องที่เสียชีวิตอีกด้วย เพจRose มีเป้าหมายหลักคือตบทรัพย์ผู้เสียหายโดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ ตั้งเพจอวตาร รับงานประจาน โพสขู่ประชาชนให้กลัว (เช่นจะแฉร้าน แฉข้อมูลส่วนตัว) โพสต์ประจาน เหยื่อInbox ไปเจรจา ตบทรัพย์ถ้าไม่โอนโพสต์ต่อ โอนผ่าน payment gateway (เพื่อไม่ให้ขึ้นชื่อบัญชี) สร้างเพจไว้หลอกหลายเพจ เพจไหนโดนแบนก็สร้างใหม่ไม่จบสิ้น และยังท้าทายกฎหมายว่าทำอะไรตนไม่ได้ ขนาดหมายข่าวยังไม่เกรงกลัว

"สังคมไทยมีเพจแบบนี้มากมายที่ทำให้สังคมเสื่อม คนถูกเป็นผิด คนผิดเป็นถูก หลังจากแจ้งความที่ สอท. จะเดินทางไปยื่นเรื่องกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมป้ายแดง นาย ไชยชนก ชิดชอบ เพราะมองว่าท่านเป็นคนรุ่นใหม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโซเชียลมิเดีย เพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันการเปิดเพจต่างๆที่เป็นอวตาร เป็นโจรเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติที่ประเทศไทยต้องเจรจากับFacebook ถึงการละเมิดสิทธิ์มากมายที่เกิดในประเทศไทย มีช่องทางร้องเรียนที่สามารถปิดเพจได้ไวก่อนเกิดความเสียหายและขอวิงวอนสื่อต่างๆอย่าหลงเชื่อเพจเหล่านี้ที่ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ การแชร์หรือนำเสนอข้อมูลอาจมีความผิดตามกฎหมาย ขอให้ลบข้อความและแก้ไขให้ถูกต้อง"

‘อำนาจ รื่นเริง’ อดีตนักมวยทีมชาติ เปิดใจสาเหตุเมาเละเทะ เพราะเครียดตกงาน-แยกทางภรรยา สัญญาจะเลิกเหล้าเริ่มชีวิตใหม่

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 68) นางจันจิรา ไทยบัณฑิตย์ พร้อมคณะจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เดินทางไปเยี่ยมอาการของอดีตนักมวยทีมชาติ “เพชร” อำนาจ รื่นเริง ซึ่งขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยพบว่านายอำนาจสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ตามปกติ

นายอำนาจเล่าว่า สาเหตุเกิดอาการเครียดมาจากการเลิกรากับภรรยา ความเป็นห่วงลูกชายที่อยู่ต่างจังหวัด รวมถึงการตกงานไม่มีรายได้ อีกทั้งยังเสียใจที่ถ้วยรางวัลพระราชทานและเหรียญเกียรติยศที่เคยได้รับสูญหาย หลังขายบ้านและภรรยาเก่าขนของออกไป โดยเมื่อสอบถามกลับถูกปฏิเสธไม่รู้เรื่อง ทำให้เกิดความเครียดและหันไปดื่มสุรา จนเป็นเหตุให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ นางจันจิราเปิดเผยว่า ทางพัฒนาสังคมฯ จะช่วยติดตามหาถ้วยรางวัลและของที่หายไป พร้อมให้คำแนะนำให้นายอำนาจกลับไปอยู่กับญาติหลังรักษาหาย และรีบหางานทำ โดยย้ำให้หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ซึ่งเจ้าตัวก็รับปากว่าจะปรับปรุงตัวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต

‘เซเลนสกี’ รับไม่ได้!! พบชิ้นส่วนในโดรน-ขีปนาวุธรัสเซีย ผลิตโดย ‘อังกฤษ-เยอรมนี-สหรัฐฯ’ ใช้ถล่มยูเครน

(7 ต.ค. 68) ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า อาวุธของรัสเซียที่ใช้โจมตียูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศกว่า 100,000 ชิ้น รวมถึงไมโครคอมพิวเตอร์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบควบคุมโดรน โดยเขาเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียให้ “มีประสิทธิภาพมากขึ้น” และปิดช่องโหว่การส่งออกสินค้าทางอ้อมที่ยังเล็ดลอดเข้าสู่อุตสาหกรรมอาวุธรัสเซีย

เซเลนสกีโพสต์ผ่าน X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่า “พบไมโครคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการบินของโดรน ผลิตในสหราชอาณาจักร” โดยข้อมูลของยูเครนระบุว่า รัสเซียยังใช้อุปกรณ์จากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน และเนเธอร์แลนด์ ขณะเดียวกัน การโจมตีของรัสเซียเมื่อคืนวันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านลาปาอิฟกา 4 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 15 ปี หนึ่งในนั้นด้วย

โฆษกกระทรวงธุรกิจและการค้าของอังกฤษ (DBT) ยืนยันว่ารัฐบาลอังกฤษให้ความสำคัญกับรายงานดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่าได้สั่งห้ามส่งออกสินค้าหลายพันรายการไปยังรัสเซียแล้ว รวมถึงทุกชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาวุธในสนามรบของยูเครน ทั้งนี้ อังกฤษได้คว่ำบาตรธุรกิจกับรัสเซียมูลค่ากว่า 20,000 ล้านปอนด์ และเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอาจถูกลงโทษทางการเงินหรือดำเนินคดีอาญา

กัมพูชาคุยโว!! หางานให้แรงงานกลับบ้านแล้วกว่า 3 แสนคน ย้ำทำงานในประเทศปลอดภัย-สวัสดิการดีเทียบเท่าต่างแดน

(7 ต.ค. 68) กระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพกัมพูชา (MLVT) เผยว่า แรงงานกัมพูชากว่า 300,000 คนจากทั้งหมด 940,000 คน ที่เดินทางกลับจากประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับการจัดหางานทำในประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่บางส่วนทำงานก่อสร้าง เกษตรกรรม หรือเปิดธุรกิจขนาดเล็ก

โฆษกกระทรวง นายซุน เมซา (Sun Mesa) ระบุว่า จำนวนแรงงานที่ได้งานทำดังกล่าวเป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการในโรงงานและสถานประกอบการที่จดทะเบียนกับกระทรวง แต่ยังมีโอกาสการจ้างงานในภาคไม่เป็นทางการอีกมาก ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในข้อมูลอย่างเป็นทางการ และจากแรงงานทั้งหมดที่กลับมา มีแรงงานวัยทำงานราว 700,000–750,000 คน จึงยังคงมีความพยายามช่วยเหลือแรงงานที่เหลือให้เข้าถึงงานต่อไป

นอกจากนี้ นายซุน เมซายังย้ำข้อดีของการทำงานในกัมพูชา เช่น ความปลอดภัย สวัสดิการที่ครอบคลุมทั้งประกันสุขภาพ เงินสมทบกองทุนบำนาญ และค่าชดเชยอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งเทียบเท่าหรือดีกว่าการทำงานในต่างประเทศ พร้อมแนะนำให้แรงงานที่กลับมาขอความช่วยเหลือได้ผ่านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือสายด่วนของกระทรวงโดยตรง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top