Monday, 8 June 2026
NewsFeed

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา

(30 ก.ย. 68) ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 'พลเรือโท อาภา ชพานนท์' ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ท่านเก่า) ได้ทำการส่งมอบหน้าที่การบังคับบัญชาให้กับ 'พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว' ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ท่านใหม่)

ภายในพิธีมีการลงนามเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ของผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะมีการส่งมอบธงประจำตำแหน่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านการบังคับบัญชาอย่างเป็นทางการ กำลังพลของทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีด้วยความพร้อมเพรียง…

พลเรือโท อาภา ชพานนท์ กล่าวขอบคุณผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฯ

ตม.จว.กาญจนบุรี สกัดจับ 90 เมียนมา โดยลักลอบขนแรงงานต่างด้าว เลี่ยงจุดตรวจถาวรไทรโยค

 

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่เพื่อก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด   

วันที่ (29 ก.ย.68) เวลา 23.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.ตฤณธวัช  ปัญญาธร รอง ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ธนพงษ์ พลายเพชร สว.ตม.จว.กาญจนบุรี สั่งการให้จุดตรวจถาวรไทรโยค บูรณาการร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี, สภ.ไทรโยค, เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า จว.กาญจนบุรี, เจ้าหน้าที่ ตชด.136, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ไทรโยค ร่วมจับกุม นายวัชรพงษ์ อายุ 27 ปี สัญชาติไทย และ นายต้นรัก อายุ 20 ปี บุคคลไม่มีสัญชาติไทย ผู้ถูกจับกุมที่ 1-2 (ผู้ขับรถ) โดยกล่าวหาว่า “ช่วยเหลือซ่อนเร้นด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ให้พ้นจากการจับกุม” และจับกุมบุคคลต่างด้าว รวม 90 ราย โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ของกลางรถยนต์ จำนวน 4 คัน โดยขับหลบหนี เลี่ยงเส้นทางผ่านจุดตรวจถาวรไทรโยค ก่อนถูกสกัดจับ สถานที่จับกุมบริเวณหมู่บ้านเขาโทน ม.3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี    

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวไปยังจุดตรวจถาวรไทรโยค เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สมาคมท่องเที่ยวไทย-อาหรับ (ประเทศไทย) เจาะตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมูลค่าสูง

TA-TA ตอกย้ำศักยภาพตลาดตะวันออกกลาง "เปิดเส้นทางสู่อาชีพสำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาอาหรับ และผู้ประกอบการไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ เร่งผลักดันนโยบาย Muslim Friendly Destination Hub ชวนผู้ประกอบการและผู้สนใจอาชีพไกด์ภาษาอาหรับเข้าร่วมเป็นสมาชิก เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โอกาสเปิดโครงการครั้งแรกได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้สมัครสมาชิกสมาคมฯ เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 3 เท่า

นางสาวสวรรยา พาลีเขต นายกสมาคมท่องเที่ยว ไทย-อาหรับ (ประเทศไทย) หรือ Tourism Association [TA-TA] นำคณะเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ ในงาน  เปิดเส้นทางสู่อาชีพสำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาอาหรับ" ครั้งที่ 2 เมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ณ ห้อง Grand Meroz 1 ชั้น 3 โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพฯ 

ซึ่งกิจกรรมนี้ จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  กับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากตะวันออกกลาง รวมถึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอาหรับ ให้มีโอกาสพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนแนวทางในการเข้าสู่อาชีพมัคคุเทศก์ และโอกาสทางธุรกิจด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อร่วมต้อนรับกลุ่ม นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็น ตลาดขนาดใหญ่ มีคุณภาพ และมีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง เป็นอันดับต้นๆ ของโลก 

ข้อมูลสถิติยืนยันถึงความเติบโตที่น่าจับตาของตลาดนี้ โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางที่เดินทางมายังประเทศไทย เติบโตขึ้นถึง 17.9% ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว การเติบโตนี้ ส่งผลสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของ GDP ของประเทศไทยในภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน 

ทางสมาคมฯ เล็งเห็นและตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรฐาน การต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้าง ความไว้ใจ ความมั่นใจ เชื่อใจ และความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ สมาคมฯ ได้ผลักดันและเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ามาร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Muslim Friendly Destination Hub สำหรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

ขอเชิญชวน ผู้ที่มีความรู้ภาษาอาหรับ ที่สนใจต่อยอดทักษะสู่อาชีพการเป็นมัคคุเทศก์มืออาชีพและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พร้อมเปิดรับตลาดตะวันออกกลาง ให้เข้ามาสมัครเป็น สมาชิกสมาคมท่องเที่ยว ไทย-อาหรับ (ประเทศไทย)เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมาตรฐานและเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มอาหรับได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim Friendly Destination Hub) อย่างยั่งยืนต่อไป ติดต่อและสมัครสมาคมฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 611279587 และ ไลน์ไอดี @565seqic หรือ สมัครสมาชิกผ่านการสแกน QR code นี้

‘สี จิ้นผิง’ นำคณะผู้นำจีนร่วมพิธีสดุดีวีรชน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนวันชาติจีน 1 ต.ค. นี้

เมื่อเช้าวันที่ (30 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมด้วยคณะผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาล เข้าร่วมพิธีรำลึก 'วันสดุดีวีรชน' ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เพื่อวางพวงดอกไม้สดุดีเหล่าวีรชนผู้เสียสละ ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้นก่อนวันชาติหนึ่งวัน และปีนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 80 ปีชัยชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

โดยผู้นำจีนที่ร่วมพิธี ได้แก่ นายกรัฐมนตรีหลี่ เชียง, จ้าว เล่อจี้, หวัง หูหนิง, ไช่ ฉี, ติง เสวี่ยเสียง, หลี่ ซี และหาน เจิ้ง รวมทั้งตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทุกคนได้ร่วมกันร้องเพลงชาติและยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึงผู้ที่พลีชีพเพื่อการปลดปล่อยประชาชนและการสร้างสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในพิธีได้มีการวางพวงดอกไม้ขนาดใหญ่ 9 ชุด บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชนประชาชน โดยมี ‘สี จิ้นผิง’ และผู้นำคนอื่น ๆ เดินขึ้นไปหน้าสถานที่เพื่อจัดริบบิ้นบนพวงดอกไม้ และเดินรอบอนุสรณ์เพื่อถวายความเคารพ ริบบิ้นบนพวงดอกไม้เขียนข้อความ “เกียรติยศนิรันดร์แด่วีรชนประชาชน”

พวงดอกไม้ถูกจัดถวายในนามขององค์กรและสถาบันสำคัญของจีน ทั้งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์, สภาประชาชนแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรี, สภาที่ปรึกษาการเมือง, คณะกรรมาธิการทหารกลาง, พรรคการเมืองอื่น ๆ, สหพันธ์อุตสาหกรรมและการค้า, องค์กรภาคประชาชน ตลอดจนทหารผ่านศึก ข้าราชการอาวุโสที่เกษียณอายุ ญาติของผู้เสียสละ และเยาวชนจีน โดยพิธีครั้งนี้มีหยิน ลี่ สมาชิกโปลิตบูโรและเลขาธิการพรรคฯ ประจำกรุงปักกิ่ง เป็นผู้ดำเนินการ

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธี รับ – ส่ง หน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 3

(30 ก.ย. 68) ที่ สนามกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ได้กระทำพิธีรับส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 3 ระหว่าง พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พลตรี วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 โดยได้มีพิธีการลงนามเอกสาร รับ - ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 3 และได้กระทำพิธีส่งมอบการบังคับบัญชา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 4 กันยายน 2568 พร้อมกันนี้ พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวว่า สำหรับแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านใหม่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ และปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 อย่างแท้จริง จึงเชื่อมั่นได้ว่าภายใต้การบังคับบัญชาและการบริหารงานของท่านจะสานต่อภาระหน้าที่อันสำคัญนี้ได้อย่างดี ซึ่งจะทำให้กองทัพภาคที่ 3 ได้รับการพัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น 

ขณะที่ พลตรี วรเทพ  บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า จะทุ่มเทในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของกองทัพภาคที่ 3 ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง ชอบทำ บนพื้นฐานแห่งคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งจะปกครองผู้ใต้บัพงคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ตลอดจนร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างสรรค์ความมั่นคง ความสงบสุข และความรักความสามัคคี ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ สำหรับ พลตรี วรเทพ  บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และเป็นแม่ทัพคนที่ 43 ของกองทัพภาคที่ 3

ปรีชา นุตจัรส รายงานข่าวพิษณุโลก

ปธน.มาดากัสการ์ สั่งยุบรัฐบาล!! หลังกลุ่ม Gen Z ลุกฮือประท้วง จากปัญหาความยากจน-ขาดแคลนน้ำ-ไฟดับ เสียชีวิตแล้ว 22 ศพ

(30 ก.ย. 68) มาดากัสการ์เผชิญวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดีอังดรี ราเจอลินา (Andry Rajoelina) ประกาศยุบรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ หรือเรียกว่ากลุ่ม Gen Z ปะทุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน ตามรายงานของสหประชาชาติ สาเหตุหลักคือความไม่พอใจต่อความยากจน การขาดแคลนน้ำ และไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง

ราเจอลินา กล่าวในแถลงการณ์ทางทีวีว่า ขอยุติบทบาทของนายกรัฐมนตรีคริสเตียน นทเซย์ (Christian Ntsay) และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด แต่จะให้ทำงานชั่วคราวจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ภายใน 3 วัน โดยเขายืนยันว่าเขารับฟังเสียงของประชาชน พร้อมขอโทษที่รัฐบาลบางคนทำงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

การประท้วงครั้งนี้มีเยาวชนหลายพันคนออกมาเดินขบวน โดยใช้สัญลักษณ์ธงโจรสลัดจากการ์ตูนดัง One Piece พร้อมชูคำปลุกใจ “เราต้องการมีชีวิต ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด” 

ทั้งนี้ ประเทศมาดากัสการ์มีประชากรเกือบ 30 ล้านคน แต่กว่า 75% อยู่ใต้เส้นความยากจน และเพียง 36% ที่เข้าถึงไฟฟ้า แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก UN ระบุที่ 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 คน แต่รัฐบาลมาดากัสการ์ปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว โดยยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงจำนวนมากยังคงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะถอยออกจากตำแหน่ง

“นิตินัย” ส่งไม้ “รุ่งโรจน์” นำทัพ ตชด.  โชว์ผลงาน 1 ปี รบพิทักษ์ชายแดน ปราบยาเสพติดเข้ม

(30 ก.ย. 68) ตชด.ไร้รอยต่อ “นิตินัย” ส่ง “รุ่งโรจน์” รับ มอบหน้าที่แม่ทัพ “ช้างศึก 1” สมเกียรติ 1 ปี ตชด.กล้าแกร่งพิทักษ์ชายแดนไทย รบ ปราบปราม ดูแลประชาชน ครบเครื่อง โชว์ผลงานจับยาเสพติดรวบนักค้า 8,651 ราย ยึดยาบ้า 250 ล้านเม็ด ไอซ์ 10 ตัน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดย พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) ให้แก่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบช.ตชด.คนใหม่ 

โดยมีพิธีลงนามเอกสารส่งมอบหน้าที่  พิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ พิธีส่งมอบธงประจำตำแหน่ง ผบช.ตชด. และแสดงมุทิตาจิตแก่ พล.ต.ท.นิตินัย และ คุณสุวรรณยา หลังยาหน่าย ประธานชมรมแม่บ้าน ตชด.  โดยมี รอง ผบช.ตชด., ผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี

พล.ต.ท.นิตินัย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่รับราชการในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคภูมิใจ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน และร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อน ตชด. ซึ่งเปรียบเสมือนญาติพี่น้องที่พร้อมใจกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละจนทำให้ภารกิจต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จตามที่มุ่งหมายทุกประการ โดยเฉพาะตลอดปีที่ผ่านมาขอบคุณ ตชด.ทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ทุ่มเล เสียสละท่ามกลางความท้าทายทุกรูปแบบ 

“ตลอดปีที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ว่าเราคือ ตชด. ตำรวจที่มี 3 คุณลักษณะ 1.เราสามารถทำการรบได้อย่างทหาร เป็นกำลังสำคัญแนวหน้าพิทักษ์อธิปไตยชายแดนไทย – กัมพูชา ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เรามีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “นเรศวร 261” ที่มีความเชี่ยวชาญการปฏิบัติในระดับยอดเยี่ยมเป็นกำลังสำคัญในหลายสถานการณ์ 2.เราเป็นตำรวจที่สามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมมีผลงานการปราบปรามจับกุมเป็นที่ประจักษ์ สกัดกั้นจับกุมยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมทุกรูปแบบได้จำนวนมาก และ 3. เราสามารถดูแลให้บริการประชาชนได้อย่างข้าราชการพลเรือน ตชด.เป็นตำรวจแนวหลังดูแลพี่น้องประชาชนชายแดนไทย กัมพูชา เรามีครู ตชด. หมอ พยาบาล ที่ดูแลชาวบ้านตามแนวชายแดนทั่วประเทศ เรามีกำลังพล ตชด.จิตอาสาที่ออกดูแลประชาชนในทุกภัยพิบัติ” ผบช.ตชด.กล่าว และย้ำว่า เชื่อมั่นว่าพล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ผบช.ตชด.คนใหม่จะนำ ตชด.ก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคงและสง่างามด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์และภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความเสียสละจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ตชด.
 
นอกจากนี้ พล.ต.ท.นิตินัย เปิดเผยผลการปราบปราบยาเสพติดของ ตชด. ว่า ตชด.สืบสวนจับกุมยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเด็ดขาด สกัดกั้นการนำเข้าลำเลียงยาเสพติดผ่านแนวชายแดนทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาลทั้ง Seal Stop Safe ต่อเนื่องนโยบาย No Drugs No Dealers โดยเป็นทั้งหน่วยหลักและหน่วยร่วมปฏิบัติในการสืบสวนจับกุม โดยในปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 29 กันยายน 2568 จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 7,936 คดี ผู้ต้องหา 8,651 คน ยึดของกลางยาบ้า 249,879,510 เม็ด ไอซ์ 10,209 กิโลกรัม ฝิ่น 48 กิโลกรัม เฮโรอีน 542 กิโลกรัม 

“ตชด.สามารถสืบสวนจับกุมขบวนการยาเสพติดรายสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ “ตชด.ภาค 2” โดย ร้อย ตชด.246 จับกุมผู้ต้องหา พร้อมยึดไอซ์ 504 กิโลกรัม เมื่อเดือนมิถุนายน 2568  “ตชด.ภาค 3”  โดย ร้อย ตชด.334 ตรวจยึดยาบ้า 4.2 ล้านเม็ดได้ที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 และ “ตชด.ภาค 4” จับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 4.6 ล้านเม็ด ได้ที่ จว.นครศรีธรรมราช เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตชด.ยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมที่เล็ดลอดตามแนวชายแดนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติด การค้ามนุษย์ เพื่อความผาสุกของบ้านเมือง” ผบช.ตชด.กล่าว

เรือหลวงปิ่นเกล้า ยิงสลุตครั้งสุดท้าย ในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผบ.กองเรือยุทธการ ก่อนปลดระวางประจำการ 1 ต.ค.นี้

(30 ก.ย. 68) กองเรือยุทธการ ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ระหว่าง พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ท่านเดิม) และ พลเรือโท กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ท่านใหม่) โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง และกำลังพลกองเรือยุทธการร่วมพิธีอันทรงเกียรตินี้ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในพิธีสำคัญนี้ เรือหลวงปิ่นเกล้า ได้ทำการยิงสลุตจำนวน 15 นัด เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการท่านใหม่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของนักรบทางเรือ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครั้งสุดท้ายก่อนปลดระวางประจำการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงเกียรติยศและประวัติศาสตร์อันยาวนานของเรือ โดยกองเรือยุทธการยังคงมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตยทางทะเลของชาติ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยด้วยหัวใจแห่งเกียรติยศ

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมลงคำสั่งให้ปลดเรือของกองทัพเรือออกจากระวางประจำการ เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากเรือดังกล่าวมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน การซ่อมบำรุงต้องใช้งบประมาณสูง ไม่คุ้มค่าในการซ่อมเพื่อใช้งานต่อไป จึงเห็นสมควรให้ปลดเรือออกจากระวางประจำการ ดังนี้
    •    เรือหลวงปิ่นเกล้า (413) ประเภทเรือฟริเกต อายุ 66 ปี
    •    เรือหลวงภูเก็ต (333) ประเภทเรือเร็วโจมตีปืน อายุ 42 ปี
    •    เรือหลวงสมุย (832) ประเภทเรือบรรทุกน้ำมัน อายุ 78 ปี
    •    เรือหลวงสุริยะ (821) ประเภทเรือวางเครื่องหมายทางเรือ อายุ 46 ปี
    •    เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ล.14 อายุ 56 ปี, ล.110 อายุ 54 ปี, ล.111 อายุ 54 ปี, ล.136 และ ล.144

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

‘ตั้ม จิรวัฒน์’ นักวาดการ์ตูน โดนคดี 112 โพสต์เริ่มงานใหม่ หลังเผชิญชีวิตไร้งาน – ไร้เงิน – ไร้โอกาสมาหลายปี

เมื่อวันที่ (30 ก.ย. 68) ตั้ม จิรวัฒน์ นักวาดการ์ตูนล้อการเมือง แอดมินเพจ 'คนกลมคนเหลี่ยม' ซึ่งถูกดำเนินคดี มาตรา 112 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรุ่งนี้ผมจะได้เริ่มงานใหม่แล้วนะครับ หลังจากไม่ได้ทำงานอยู่ในระบบมาหลายปี

มีประวัติคดี 112 การหางานทำ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย

สมัครเป็นไรเดอร์วิ่งส่งอาหาร ส่งผู้โดยสารก็ไม่ได้

ทั้งสมัคร ทั้งสัมภาษณ์ ไปหลายที่กว่าจะได้

แม้จะมีอาการซึมเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็ต้องทำครับ เพราะไม่มีเงินติดตัวแล้ว

เริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่อีกครั้งครับ

สำหรับ ตั้ม จิรวัฒน์ ถูกดำเนินคดี มาตรา 112 กรณีวาดภาพเสียดสีสถาบันรวม 4 โพสต์ โดยแบ่งเป็นรัชกาลที่ 10 รวม 2 โพสต์ และรัชกาลที่ 9 อีก 2 โพสต์ ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2565

และเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ได้พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษตามมาตรา 112 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 4 กระทง รวมโทษจำคุก 12 ปี คดีนี้ จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือกระทงละ 1 ปี 6 เดือน คงจำคุกรวม 4 ปี 24 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปีและให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 1 ครั้ง ใน 3 เดือน เป็นเวลา 2 ปี และให้ทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง พร้อมริบโทรศัพท์ของกลาง

‘เมืองปอร์โต้’ โปรตุเกส เสน่ห์เงียบที่คนรวยแห่จับจอง ชนะใจเศรษฐีที่เบื่อความหรูหราใน ‘ลอนดอน-ปารีส-สิงคโปร์’

(1 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก Annabel - Your Wealth Architect โพสต์แชร์เรื่องราวของ…ปอร์โต้ (Porto) เมืองริมแม่น้ำโดรู (Douro) ของโปรตุเกส กำลังกลายเป็นจุดหมายใหม่ของเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ต้องการความหรูหราแบบไม่ต้องประกาศ ต่างจากเมืองใหญ่อย่างลอนดอน ปารีส หรือสิงคโปร์ ซึ่ง Porto ดึงดูดด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่สงบ และความเป็น “discreet luxury” ความหรูที่ซ่อนอยู่ 

เสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้อยู่ที่ตึกสูงหรือห้างแบรนด์เนม แต่คือศิลปะและวิถีชีวิต เช่น สถานีรถไฟ São Bento ที่เต็มไปด้วยกระเบื้อง Azulejos เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ หรืออาหารท้องถิ่นอย่าง Francesinha ที่เกิดจากความขาดแคลนหลังสงคราม แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับชาติ เมืองนี้สะท้อนว่า “ข้อจำกัดสร้างวัฒนธรรม” ได้จริง

ในมุมเศรษฐกิจ Porto ถูกจัดให้เป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บ้านริม Douro ราคาไม่กี่ล้านยูโรแต่ได้วิวแม่น้ำและไร่องุ่น ขณะที่คุณภาพชีวิตสูงกว่าหลายเมืองใหญ่ โปรตุเกสยังติดอันดับประเทศที่ปลอดภัยและเหมาะกับการเกษียณ ทำให้เศรษฐีจากยุโรปเหนือและอเมริกาเหนือแห่ย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่

มากกว่านั้น Porto ยังถูกมองว่าเป็นเมืองอนาคตด้านพลังงานสะอาด เพราะโปรตุเกสเป็นผู้นำในยุโรปด้าน offshore wind ใครถือครองที่ดินริมมหาสมุทรแอตแลนติกวันนี้ ไม่ได้ถือแค่บ้าน แต่ถือ “อนาคตพลังงานโลก” ด้วย Porto จึงไม่ใช่เพียงเมืองไวน์ แต่กำลังจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเศรษฐีที่เข้าใจว่า ความสงบและความจริงใจมีค่ามากกว่าทองคำ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top