Monday, 8 June 2026
NewsFeed

‘ดร.เพิ่มศักดิ์’ ยกคำอธิบายสีแดงในธงชาติไทย ของ ร.6 ชี้ชัด หมายถึงเลือดเนื้อและชีวิตคนไทยที่พร้อมสละเพื่อชาติ

ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ อาจารย์ประจำ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Phermsak Chariamphan’ ระบุว่า ช่วงนี้ไปไหนก็เห็นคนประดับธงชาติไทยที่บ้านหรือติดธงชาติไทยตามรถ เห็นแล้วเจอคนรักชาติอย่างน้อยก็รู้สึกดีกว่าไปเจอคนขายชาติหรือคนชังชาติบ่อนทำลายชาติ 

ช่วงนี้ครบรอบ 108 ปี วันพระราชทานธงชาติไทย เลยได้มีโอกาสเห็นเนื้อหาในบทความเรื่องวิวัฒนาการชาตินิยมของประชาชน ที่คุณ Vee Chirareshtha แชร์มา เข้าไปอ่านแล้วก็งงว่ามีข้อเสนอแบบนี้ได้ยังไง

บทความนี้มีข้อสรุปว่า การเติมคำว่าประชาชนให้ท้ายคำขวัญ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ของกองทัพบกนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่า ในความหมายตั้งต้นของชาติก่อน 2475 ไม่ได้นับรวมถึงประชาชน?

ผมยิ่งอ่านแล้วก็ยิ่งมึนเข้าไปอีก ว่าสรุปแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่ตอนต้นของบทความนี้เองก็มีการยกคำอธิบายแนวคิดเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเอาไว้ในโอกาสพระราชทานธงไตรรงค์ ในปี พ.ศ 2460 ว่า

"สีแดง หมายถึงชาติ ซึ่งในที่นี้คือเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชนชาวสยามที่พร้อมจะสละเพื่อรักษาไว้ซึ่งเอกราชของชาติ"

ซึ่งจริง ๆ แล้วประชาชนมันก็อยู่ในชาติอยู่แล้ว และ ร.6 ท่านก็อธิบายชัดเจนอยู่แล้วว่าหมายถึงเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชนชาวสยาม  แล้วจะสรุปว่าชาติก่อน 2475 ไม่มีประชาชนได้ยังไง? 

ยุคก่อน 2475 ที่ทำสงครามกับชาติอื่นเสียเลือดท่วมท้องช้าง ถ้าไม่ใช่เลือดของประชาชนที่เสียไป นี่มันจะเป็นเลือดแมวที่ไหน? 

ผมเคยเสนอไว้ทั้งในงานเสวนาที่ ม.ราม และในรายการ ฤาcovery ว่าการที่กองทัพบกเพิ่มคำว่าประชาชนเข้าไป ก็เนื่องจากการทำสงครามวาทกรรมช่วงชิงมวลชนของฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์ รวมไปถึงพวกสาธารณนิยม ที่ตั้งใจกล่าวหาโจมตีว่าคำขวัญ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่มีประชาชนอยู่ด้วย ทั้ง ๆ ที่ ร. 6 ก็อธิบายชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้ว

แต่ก็อาศัยเป็นช่องในการโจมตีว่าไม่มีประชาชนอยู่ด้วย เพราะไม่มีคำว่าประชาชน กองทัพบกก็เลยต้องเพิ่มคำว่าประชาชนเข้าไปด้วยจะได้หมดข้อครหาทั้งๆที่ประชาชนก็คือชาติตั้งแต่ต้น 

นี่พอเพิ่มประชาชนเข้าไปด้วยก็ดันมาสรุปว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีประชาชนเข้าไปอีก ไม่ทราบว่านี่ไม่รู้จริงๆ (สติปัญญาไม่ดี) หรือรู้แต่ทำเป็นไม่รู้ (นิสัยไม่ดี) ก็ไม่ทราบ

และถ้าวิเคราะห์ลงไปลึก ๆ ก็จะพบว่าคำอธิบายแบบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากการวิพากษ์แนวคิดราชาชาตินิยมของธงชัย วินิจจะกูล ที่แกก็ยอมรับเองว่าแกเป็นคอมมิวนิสต์

ข้อเสนอผมก็คือแนวคิดราชาชาตินิยมไม่ได้เป็นปัญหากับสังคมไทย  เพราะสอดคล้องกับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่ชาติไทยนั้นร่วมกันสร้างโดยสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 

ในทางกลับกัน แนวคิดที่เป็นปัญหาก็คืออุดมการณ์ประชาชาตินิยม หรือประชาสากลนิยม (ถ้าไม่เอาชาติเลย) ซึ่งเป็นอุดมการณ์ชาตินิยมแบบพลเมือง (civic nationalism) ได้รับอิทธิพลมาจากตัวแบบฝรั่งเศสและอเมริกา ของธงชัย วินิจจะกูลต่างหากที่เป็นปัญหา เนื่องจากมีข้อบกพร่องทางประวัติศาสตร์สองเรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกัน

เรื่องแรกคือ ผิดบริบท เพราะแนวคิดประชาชาตินิยมมีพัฒนาการมาจากยุโรปจากความขัดแย้งระหว่างสถาบันกษัตริย์ในยุโรปที่อ้างอิงกับทฤษฎีเทวสิทธิ์จึงเกิดการต่อสู้เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ขึ้นภายใต้ตัวแบบสาธารณรัฐ ในขณะที่บริบทของสังคมไทยไม่ได้เป็นแบบนั้น

อีกเรื่องนึงก็คือ เป็นแนวคิดที่มีลักษณะที่ไร้รากเหง้า และอกตัญญู คือไม่รู้ว่าใครมีบุญคุณแก่ตัวและบรรพบุรุษ โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์ที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการสร้างเอกราชร่วมกันกับบรรพบุรุษไทย ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง พระนเรศวร พระเจ้าตากสิน หรือการรักษาเอกราชไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5  ให้คนไทยในปัจจุบันไม่ตกเป็นขี้ข้าใครจนถึงทุกวันนี้  

แต่คนที่ใช้แนวคิดนี้ก็ยังประยุกต์ใช้ทฤษฎีอย่างนักตำราว่าหากเป็นสถาบันกษัตริย์หรือสถาบันศักดินาจะไม่ดีหรือเป็นศัตรูกับประชาชนเหมือนกับสถาบันกษัตริย์ในยุโรปหรือตามทฤษฎีมาร์กซิสต์ไปเสียหมด

สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นปัญหาก็คือ อุดมการณ์ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ไร้รากเหง้า เข้ากันไม่ได้กับบริบททางสังคมวัฒนธรรมของสังคม จะสามารถเป็นอุดมการณ์ที่เติบโตและสถาปนาอำนาจนำในสังคมได้อย่างไร

‘รัสเซีย’ เตือน ‘ยูเครน’ อย่าเมินการร่วมโต๊ะเจรจา ย้ำยิ่งคุยกันช้า…ยิ่งทำให้เคียฟเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง

(29 ก.ย. 68) รัสเซียยืนยันว่ายังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ จากยูเครนเกี่ยวกับการกลับมาเจรจาสันติภาพ โดย ดมิตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกประจำทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ฝ่ายรัสเซียยังคงเปิดกว้างต่อการพูดคุย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีท่าทีจากเคียฟเลยแม้แต่น้อย

สำหรับการเจรจารอบล่าสุดเกิดขึ้นที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนเชลยที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บร้ายแรง และรัสเซียยังได้เสนอให้ยูเครนตั้งคณะทำงานด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารเพื่อหารือออนไลน์ แต่ยูเครนยังไม่ตัดสินใจ ต่อมาในเดือนกันยายน รัสเซียยอมรับว่ากระบวนการเจรจาอยู่ในภาวะชะงักงัน

เปสคอฟระบุว่า ยูเครนอาจจงใจไม่ขยับ เพื่อแสดงต่อผู้สนับสนุนในยุโรปว่ายังพร้อมสู้ต่อไป แต่เปสคอฟย้ำว่า “ยิ่งปล่อยให้การเจรจาล่าช้า ตำแหน่งต่อรองของยูเครนก็จะยิ่งแย่ลง”

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลเทพารักษ์ เปิดอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่น แจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ พร้อมให้บริการประชาชน

(29 ก.ย. 68) นายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือกฤษ์ดีไหว้สักการะศาลพระพรหม ศาลเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ เนื่องในโอกาสเปิดอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเทพารักษ์ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยได้รับเกียรติจากท่าน ประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธี โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาร่วมประกอบพิธีทางศาสนา โดยได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์ 

พร้อมทั้งเจิมอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเทพารักษ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายอิม แพหมอ นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษา นายชยกร ตั้งยิ่งยง ท้องถิ่นอำเภอเมืองสมุทรปราการ และนายเลิศศักดิ์ เนียมรักษา ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสมุทรปราการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่และใกล้เคียงร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดอาคารครั้งนี้

ด้านนายวชิรเชษฐ์ รุ่งธวัฒน์วงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยเทศบาลตำบลเทพารักษ์ ได้ดำเนินการจัดตั้งอาคารสำนักทะเบียนท้องถิ่นขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้บริการประชาชนในด้านงานทะเบียนราษฎร รวมถึงงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น 

รวมทั้งเพื่อรองรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการด้านงานทะเบียนราษฎร ยื่นขอบ้านเลขที่ แจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ คัดและรับรองสำเนารายการเอกสารทางทะเบียนราษฎร แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารทะเบียนราษฎร และเตรียมความพร้อมในการให้บริการด้านงานบัตรประจำตัวประชาชนในอนาคตต่อไป 

ทั้งนี้ เทศบาลดำบลเทพารักษ์ พร้อมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30 น. - 16.30 น.(หยุดวันเสาร์-วันอาทิตย์ วันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สน.สามเสน มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายหลังเหตุถนนทรุดตัว

(29 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว สน.สามเสน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัว ซึ่งทำให้ต้องโยกย้ายไปพักอาศัยยังที่พักชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังนิชาดาแมนชั่น เขตดุสิต เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ครอบครัวตำรวจที่เข้าพัก พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น โดยย้ำว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับสวัสดิการและความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง”

จากนั้น รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังกองอำนวยการร่วม วชิรพยาบาล เพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัว พร้อมกล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอย่างเข้มแข็งและเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งตำรวจในพื้นที่ หน่วยสนับสนุน บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างรอบด้าน แสดงถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดูแลบุคลากรและประชาชนทุกระดับอย่างใกล้ชิด

 ชาวรามัน 500 ชีวิต "ปฏิเสธกระท่อมเสรี"- "แม่เลี้ยงเดี่ยว- วอนช่วยลูก 2 คนติด "น้ำกระท่อม" ขอเงินวันละ 20 บาท - ศอ.บต." รับคำสั่งตรง "จุฬาราชมนตรี" นั่งแกนกลางแก้ปัญหา 

(30 ก.ย. 68) การเคลื่อนไหวภาคประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังร้อนระอุ! ล่าสุด ที่สนามหญ้าเทียมเทศบาลตำบลบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ประชาชนกว่า 500 ชีวิต ได้รวมพลังประกาศ ปฏิญานตน "ปฏิเสธกระท่อมเสรี" เพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณา ทบทวนนโยบาย และเดินหน้า นำกระท่อมกลับเข้าบัญชียาเสพติดอีกครั้ง ตามที่เคยมีการผลักดันในวาระ "นโยบาย 120 วัน วาระพืชกระท่อม"

การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในกิจกรรม “เสวนาบทบาทผู้นำและเยาวชนต่อการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาพืชกระท่อมในพื้นที่” ซึ่งจัดขึ้นโดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธาน โดยมี นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมฯ (กสม.) พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำสตรี และเยาวชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ พืชกระท่อม จะมีสถานะเป็นพืชพื้นบ้าน แต่เมื่อมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างกว้างขวาง ก็ได้กลายเป็น "ภัยเงียบ" ที่คุกคามอนาคตของเยาวชนและสร้างปัญหาสังคมอย่างหนัก

ชาวบ้านยืนยันว่า การแก้ไขปัญหานี้จะสำเร็จได้ ไม่สามารถพึ่งพาแค่ฝ่ายความมั่นคงหรือหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัย "พลังของผู้นำชุมชน ครอบครัว และเยาวชน" ร่วมมือกัน โดยมีมุมมองที่ชัดเจนว่า "ถ้าเราเปลี่ยนความคิดเยาวชนได้ ก็จะเปลี่ยนอนาคตของชุมชนได้เช่นกัน"

ขณะที่การเสวนาเพื่อหาทางออกปัญหากระท่อมในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ดำเนินไปอย่างเข้มข้น เสียงสะท้อนจากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงได้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องเล่าของ ยายวัย 60 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับ "ภัยเงียบ" จากกระท่อมเสรีภายในครอบครัวของตนเอง

ยายวัย 60 ปี ซึ่งเป็น แม่เลี้ยงเดี่ยว กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน โดยเป็นคนดีและประกอบอาชีพสุจริต 2 คน แต่มีลูกอีก 2 คนที่ติดน้ำกระท่อม อย่างหนัก

"ทุกๆ วัน พวกเขาสองคนนี้ จะขอเงิน วันละ 20 บาท เพื่อเอาไปซื้อน้ำกระท่อม" ยายกล่าว พร้อมเผยถึงความลำบากในชีวิตประจำวันว่า "ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่ค่อยมีเงิน แต่พวกเขาจะขอเงินแบบนี้ทุกๆ วัน รายได้ ของตนในทุกๆ วันก็มาจาก การ ขายขนมโบราณ วันละไม่กี่บาท ต้องมาเจอปัญหานี้ รู้สึกไม่ไหวแล้ว"

ยายวัย 60 ปี จึงได้วอนขอความเห็นใจและเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการทำลายอนาคตของเยาวชนและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เป็นแม่และครอบครัวในชุมชน.
    ด้านการขับเคลื่อนของภาครัฐในพื้นที่ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เปิดเผยถึงที่มาและความสำคัญของการทำงานครั้งนี้ โดยย้ำว่า เลขาธิการ ศอ.บต. (พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรัตน์) ได้รับมอบหมายภารกิจโดยตรงจากผู้นำศาสนาสูงสุด

 "ต้องเรียนว่า ท่านได้รับการมอบหมายเรื่องยาเสพติด มาตั้งแต่ระดับสูงสุดของผู้นำศาสนา ก็คือ ท่าน จุฬาราชมนตรี และได้รับความคาดหวัง จากผู้นำศาสนาของพวกเราทั้งหมดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้...ว่าปัญหายาเสพติดนี่คือ ปัญหาใหญ่ ของพื้นที่ อยากให้ ศอ.บต. เข้ามาเป็นเจ้าภาพ เป็นโซ่ข้อกลาง เป็นแกนกลาง...เพื่อ รวมพลังทุกภาคส่วน มาช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ ให้สำเร็จให้ได้" นายนันทพงศ์กล่าว

นายนันทพงศ์ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ศอ.บต. ในการ "รวมพลังภาครัฐทั้งหมด" อย่างเข้มแข็งและเข้มข้น เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการแก้ปัญหา โดยแบ่งภารกิจออกเป็น 5 มิติหลัก งานป้องกันและสร้างความตระหนัก เด็กและเยาวชน ในโรงเรียนต้องได้รับการสอนสั่งเรื่องพิษภัยยาเสพติด

สร้างภูมิคุ้มกันในชุมชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และ ผู้นำสตรี/แม่บ้าน ต้องร่วมกันสื่อสารให้เห็นถึงพิษภัยเพื่อปกป้องลูกหลาน การบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ดูแลผู้ทำผิดกฎหมาย ขณะที่ ศาลและราชทัณฑ์ ดำเนินการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม การบำบัดฟื้นฟู หน่วยงานด้านสาธารณสุข ดูแลลูกหลานที่ตกเป็นเหยื่อ ทั้งอาการปกติและผู้ที่มีอาการทาง จิตเวช และ การสร้างชีวิตใหม่ ผู้ผ่านการบำบัดต้องได้รับ โอกาสทางอาชีพและรายได้ ผ่านการพัฒนาอาชีพที่หลากหลาย

"อันนี้คือบทบาทของหน่วยงานที่เราทำอยู่แล้ว แต่ต้อง เข้มแข็งและเข้มข้นมากขึ้น...อันนี้ผมเรียนว่าคือการรวมพลังส่วนที่หนึ่ง ที่เราเรียกว่า หน่วยงานภาครัฐ" รองเลขาธิการ ศอ.บต. สรุป

การประกาศความมุ่งมั่นของ ศอ.บต. ในการเป็น "แกนกลาง" ประสานงานตามความคาดหวังของผู้นำศาสนาสูงสุด ควบคู่ไปกับการรวมพลังปฏิญานของชาวบ้านกว่า 500 ชีวิตครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาพืชกระท่อมที่ถูกใช้ในทางที่ผิดได้กลายเป็น "วาระหลักของพื้นที่" ที่จำเป็นต้องได้รับการทบทวนและแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากทุกระดับ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

‘ทรัมป์-เนทันยาฮู’ จับมือเห็นชอบแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ รอการตัดสินใจของฮามาส

เมื่อวันที่ (29 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำเสนอ “แผนสันติภาพกาซา 20 จุด” ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู โดยแผนดังกล่าวมีข้อเสนอให้ อิสราเอลหยุดยิงทันทีและถอนกำลังเป็นระยะ พร้อมกับให้ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่อิสราเอลยอมรับแผนดังกล่าว

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ การนิรโทษกรรมแก่สมาชิกฮามาสที่ยอมมอบตัวพร้อมปลดอาวุธ และห้ามไม่ให้ฮามาสมีบทบาทในการปกครองกาซาอีกต่อไป แทนที่ด้วยการจัดตั้ง “คณะผู้บริหารเทคนิค” ภายใต้การดูแลของหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น “Board of Peace” ที่ทรัมป์จะเป็นประธานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ เช่น เซอร์แอนโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (Sir Anthony Blair)

แผนยังระบุด้วยว่าจะมีการส่ง กองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force หรือ ISF) เข้าไปควบคุมความมั่นคงภายในกาซาโดยตรง โดยที่ฮามาสจะไม่มีบทบาทในการจัดการภายในพื้นที่

ส่วนด้าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจของทรัมป์ ระบุว่าจะฟื้นฟูเมืองกาซาภายใต้แนวคิด “New Gaza” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคมาดำเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) และโครงการรายใหญ่หลายโครงการร่วมทุน (public-private partnerships)

ทั้งนี้แผนเก่าที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ ยังเคยเสนอชื่อ “GREAT Trust” ซึ่งมีแนวคิดฟื้นฟูกาซาเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี และอาจมีการย้ายถิ่นชั่วคราวหรือจูงใจให้ชาวกาซาย้ายออกบางส่วนในระหว่างการก่อสร้าง

‘เจี้ยบ อมรัตน์’ ประณาม ‘จุลพงศ์’ สส. พรรคส้ม ขี้ขลาดตาขาว ปมทำหนังสือขอโทษ ‘เนวิน’ อภิปรายเขากระโดงด้วยข้อมูลเท็จ

เมื่อวานนี้ (29 ก.ย. 68) นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ขอประณามความขี้ขลาดตาขาว ของนายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส. บัญชีรายชื่อผู้สร้างความน่าอับอายให้กับพรรคประชาชน ในเหตุการณ์นี้

นายจุลพงศ์ ได้เคยอภิปรายเรื่องเขากระโดงเอาไว้ประมาณต้นปี 68 ทางพรรคไม่มีใครทราบว่าต่อมาถูกนายเนวินฟ้องหมิ่นประมาท

ความหวาดกลัว หรือจะความรู้สึกอื่นใดอีกไม่ทราบได้ ทำให้นายจุลพงศ์ตัดสินใจแอบไปทำหนังสือขออภัยต่อนายเนวินเงียบๆ ไม่บอกกล่าวใคร พร้อมทั้งบริจาคเงินให้ รพ.บุรีรัมย์ 1 หมื่นบาท

สิ่งเลวร้ายที่รับไม่ได้คือ ในหนังสือขอโทษมีเนื้อหาโยนความผิดให้ทีมงานพรรค อ้างว่าตัวเองเป็นสส.ใหม่ไม่รู้เรื่อง ประมาณไร้เดียงสา ตนเพียงแสดงไปตามบทที่ทางพรรคจัดสรรมาให้เท่านั้น 

ซึ่งข้อเท็จจริงคือ เนื้อหาต่าง ๆ ที่ทีมงานช่วยเตรียมให้กับสส.เป็นเพียงส่วนสนับสนุนข้อมูล เพื่อทุ่นแรงให้กับผู้อภิปราย เช่น ลำดับเหตุการณ์ วันเวลาวันที่ ความคืบหน้าของประเด็นที่อภิปรายเท่านั้น (เป็น fact) คือทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนในประเด็นที่สส.ต้องการนำไปใช้ประกอบการอภิปรายของตนเองเท่านั้น 

ผู้อภิปรายเลือกประเด็นที่สนใจจะตรวจสอบเองไม่มีใครบังคับ นำข้อมูลต่างๆ ไปประมวลผลเพื่ออภิปรายด้วยความคิดและดุลยพินิจส่วนตัว ใส่ความถูก/ผิดเอาเองตามจริต อารมณ์และความเชื่อ เลือกใช้ลีลาถ้อยความหนักเบาในการอภิปรายเองทั้งสิ้น 

แย่ไปกว่านั้นคือทำหนังสือขอโทษเงียบๆ ไม่แจ้งกับพรรค แล้วยังมากล้าอภิปรายซ้ำด้วยข้อมูลเดิมอีก ให้ถูกฉีกหน้ากลางสภา เสียศักดิ์ศรีและทุเรศมากมาย

เพจดัง!! ขุดงบ NED หนุน 38 องค์กรในไทย ตั้งแต่ปี 2016-2020 ทะลุ 14 ล้านเหรียญ

เมื่อวันที่ (29 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก 'Vee Chirasreshtha' ได้โพสต์ข้อความ…ถึงประเด็นเมื่อปี 2016- 2020 ที่ผ่านมา NED ให้เงินสนับสนุน 38 องค์กรในไทยรวมกว่า 14 ล้านเหรียญสหรัฐไปทำไม องค์กรเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ? อ๋อ ไม่ใช่สภากาชาดหรอกครับ

ยกตัวอย่างแล้วกันว่ามีองค์กรใดบ้าง Internet Law Reform Dialogue ไม่คุ้นล่ะสิ iLaw ไง รับเงินจาก NED มาสร้างคอนเทนต์และป่วนประเทศไทยตั้งแต่ปี 2016 ปีล่ะราว ๆ 3 หมื่น ถึง 5 หมื่นเหรียญ ตกปีล่ะ ล้านกว่า ถึง เกือบ 2 ล้าน

แล้วสหรัฐได้อะไรจากการลงทุนนี้ ? ก็ลองสังเกตคอนเทนต์ของไอลอว์ดู คือแทรกแซงกระทั่งการเลือกตั้ง นี่เท่ากับ สหรัฐ จ้างวานคนไทยในการเข้ามาวุ่นวายกับการเลือกตั้งนะครับ อันนี้คือ ยอมรับได้ ?

องค์กรอื่นๆ มีอะไรบ้างที่รับเงินจาก NED ของสหรัฐ 101 World จากปี 2017 ได้ 5 หมื่นเหรียญ ปี 2020 ได้ 9 หมื่นเหรียญ แหม่ ทำไมทุ่มทุนไม่หยุด ลองถามตัวเองสิครับว่าเขาจ่ายเงินแล้วเขาได้อะไรจากการที่ 101 world ทำคอนเทนต์ต่าง ๆ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็รับจาก NED ปี 2020 รับไป 1 แสน 2 หมื่นเหรียญ อีสานเรคคอร์ดนี่ก็ได้ทุกปีนาจาปีล่ะหลายหมื่นเหรียญ มีแม้แต่งบให้กลุ่ม Youth Activist's Capacity to Promote DEMOCRACY อูววววว ได้ไป 4 หมื่นเหรียญต่อปี

ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มก็ลองหาจากเว็บ National Endowment for Democracy แล้วกัน ถถถ "สหรัฐเขาจะมาแทรกแซงทำไม ทำแล้วได้อะไร"

ก็ตอบมาครับว่าที่จ่ายๆ ให้องค์กรเหล่านี้แล้วเขาได้อะไร ?

ศาลจีนเมืองเหวินโจว ตัดสินประหาร 11 สมาชิก ‘ตระกูลหมิง’ ฐานเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์-พนันออนไลน์ ในเมียนมา

(30 ก.ย. 68) ศาลกลางเมืองเหวินโจว ประเทศจีน มีคำพิพากษาประหารชีวิตสมาชิกตระกูล 'หมิง' จำนวน 11 คน จากข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมที่ตั้งฐานอยู่ในโคกาง เขตปกครองตนเองชาวโกก่างของเมียนมา โดยกลุ่มดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจพนันออนไลน์และศูนย์สแกมเมอร์มูลค่ากว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการสังหารแรงงานที่พยายามหลบหนีหรือไม่เชื่อฟังคำสั่ง

นอกจากนั้น ศาลยังตัดสินลงโทษประหารชีวิตอีก 5 คน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งโดยปกติมักถูกเปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิตในภายหลัง ขณะที่จำเลยอีก 12 คนถูกตัดสินโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 24 ปี โดยทางการจีนได้ออกหมายจับสมาชิกตระกูลหมิงตั้งแต่ปี 2023 ฐานฉ้อโกง ฆาตกรรม และกักขังโดยมิชอบ

รายงานของศาลระบุว่า ขบวนการดังกล่าวอาศัยกำลังติดอาวุธเพื่อควบคุมพื้นที่และจัดตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์หลายแห่ง โดยถูกกล่าวหาว่าสังหารผู้คนอย่างน้อย 14 คน หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2023 ที่คนของกลุ่มเปิดฉากยิงใส่แรงงานในศูนย์สแกมเมอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกส่งตัวกลับไปจีน ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่ากลุ่มดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจาก “ผู้อุปถัมภ์ทางการเงิน” และมอบการคุ้มครองด้วยอาวุธเป็นการตอบแทน

สำหรับ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ และการพนันผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นประเด็นร้อน โดยองค์การสหประชาชาติประเมินว่าอุตสาหกรรมอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคนี้มีมูลค่ากว่า 40 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จีนจึงเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ทั้งการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านและการบุกทลายค่ายต่าง ๆ ล่าสุดเมื่อต้นปีนี้ จีน เมียนมา และไทย ได้ร่วมกดดันขบวนการดังกล่าวตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีแรงงานกว่า 7,000 คนถูกปล่อยตัว ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงเหล่านี้

‘ทรัมป์’ ยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนหลัง ‘อิสราเอล’ ลุยเต็มสูบ หาก ‘ฮามาส’ ปัดแผนสันติภาพในฉนวนกาซา

(30 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐจะให้การสนับสนุนอิสราเอลแบบเต็มที่ หากฮามาสปฏิเสธแผนสันติภาพกาซาที่เขานำเสนอ และถ้าฮามาสไม่ยอมรับ “บีบี (เนทันยาฮู) จะได้รับการหนุนหลังจากเราเต็มที่ในการทำสิ่งที่จำเป็น” โดยทรัมป์กล่าวต่อหน้าผู้นำอิสราเอลในการแถลงร่วมที่ได้รับความสนใจจากสื่อระหว่างประเทศ

สำหรับแผนที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เป็นเอกสารประมาณ 20 ข้อ มีแกนหลักคือให้หยุดยิงทันที แลกการปล่อยตัวตัวประกัน–แลกนักโทษ, การถอนกำลังของอิสราเอลเป็นระยะ และส่งกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (ISF) ควบคุมความมั่นคงควบคู่กับการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนเศรษฐกิจในกาซา พร้อมทั้งเสนอการนิรโทษกรรมสำหรับสมาชิกฮามาสที่ยอมปลดอาวุธและยอมเข้ากระบวนการสันติภาพ

เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่าเขาสนับสนุนแผนของทรัมป์และมองว่าเอกสารดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายสงครามของอิสราเอลที่จะนำตัวประกันกลับมาและยุติความสามารถทางทหารของฮามาส แต่ก็เตือนว่าหากฮามาสปฏิเสธหรือยอมรับเพียงผิวเผินและยังต่อต้าน อิสราเอลจะ “จัดการเอง” ไม่ว่าจะเป็นทางง่ายหรือทางยาก

อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ของแผนยังถูกตั้งคำถามเพราะฮามาสยังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการและการโจมตีทางทหารยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ นักวิเคราะห์เตือนว่าการนำแผนไปปฏิบัติจริงต้องอาศัยการประสานจากหลายฝ่ายในภูมิภาคและความเชื่อใจที่ยังขาดอยู่ ซึ่งอาจทำให้แผนเดินหน้าได้ยากแม้จะมีการประกาศสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลแล้วก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top