Monday, 8 June 2026
NewsFeed

‘ไพศาล’ ตั้งคำถามแรง!! ‘สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ มีสิทธิ์อะไร ไปร่วมประชุม UN ก่อนแถลงนโยบาย หวั่น!! ขัดรัฐธรรมนูญ

(28 ก.ย. 68) นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า…

นายสีหศักดิ์ ไปประชุมสหประชาชาติในฐานะอะไร?

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน!!

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างแจ้งชัดว่า คณะรัฐมนตรีที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว จะเข้ารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ซึ่งกำหนดการแถลงนโยบายดังกล่าวคือวันที่ 30 กันยายนนี้

แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ ได้แสดงตนและกระทำการในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น ยังไม่อาจปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ได้ เพราะยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ดังนั้น การไปประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการ แสดงบทบาทในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศก่อนเวลาอันควร อันสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดรัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง

คำถามก็คือ… แล้วเราจะปล่อยให้ประเทศเดินไปในลักษณะนี้หรือ?

• ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป โดยไม่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยใช่หรือไม่?

• ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับปล่อยให้การใช้อำนาจที่อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญดำเนินต่อไป โดยไม่มีใครรับผิดชอบ และ ภาษีของราษฎรทั้งประเทศก็ต้องถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์

• ส่วน พรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแบกรัฐบาล จะมีท่าทีอย่างไรต่อเรื่องนี้? จะเลือกปกป้องพรรคอุ้มชูบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือจะยืนหยัดต่อหลักการและความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ?

นี่คือคำถามสำคัญที่สังคมไทยจำเป็นต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน!!

ประกาศลาออก!! จากตำแหน่ง ทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา

(28 ก.ย. 68) กากัน มาลิก นักแสดงภาพยนตร์อินเดียที่รับบทในซีรีส์พระพุทธเจ้า ประกาศลาออกจากตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา เพื่อแสดงความจริงใจต่อประชาชนและประเทศไทยเขากล่าวว่า ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สองของเขา และเขาจะซื่อสัตย์ต่อประเทศไทยเสมอ

*หมายเหตุ: เขาเพิ่งถ่ายรูปที่สนามบินเตโชเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ และมีการโพสต์ลาออกกะทันหัน

อนุทิน จุดชนวนร้าว!! ‘ภูมิใจไทย – ประชาชน’ สร้างความสั่นคลอน!! เสถียรภาพรัฐบาล

(28 ก.ย. 68) การลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงเป็นภารกิจเชิงสัญลักษณ์ในการเปิดตัวรัฐบาล แต่กลับกลายเป็นการโยนฟืนเข้ากองไฟการเมืองที่คุกรุ่นอยู่แล้ว

คำพูดบนเวทีที่ว่า “เลือก ส.ส. พรรคส้ม…แล้วได้หนูเป็นนายก” ถูกตีความว่าเป็นการประชดและลดทอนคุณค่าของ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน แต่เคยโหวตให้นายอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ ในสถานการณ์วิกฤตหลังเลือกตั้ง คำพูดนี้สะกิดจุดเจ็บที่ถูกโจมตีมาตลอดว่า “พรรคส้มคือผู้ปูทางให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล”

ที่สำคัญ อยุธยาไม่ใช่จังหวัดธรรมดา แต่คือ พื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่ภูมิใจไทยครองฐานเสียงแน่น ขณะที่พรรคประชาชนพยายามเจาะพื้นที่ ทำให้เวทีนี้ถูกตีความว่าเป็นการ “ขีดเส้นแบ่งชัด” ระหว่างมิตรแท้กับมิตรจำเป็น

หลังเหตุการณ์ไม่นาน เสียงสะท้อนจากแกนนำและ สส. พรรคประชาชนดังขึ้นพร้อมกัน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แสดงจุดยืนว่า การโหวตให้นายอนุทินไม่ใช่การเข้าร่วมรัฐบาล แต่เป็นการ “ฝ่าวิกฤต” เพื่อไม่ให้การเมืองล่มสลาย และย้ำว่าพรรคยังคงเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว

ภัคมน หนุนอานันท์ โฆษกพรรค ใช้ถ้อยคำแรงว่าเป็น “การเสียมารยาท–ไม่ให้เกียรติ” สะท้อนว่าพรรคไม่ยอมถูกมัดด้วยบุญคุณทางการเมือง

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส. เจ้าถิ่นอยุธยา ชี้แจงว่าเข้าร่วมงานต้อนรับนายกฯ ในฐานะผู้แทนที่ต้องหาทางแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ยืนยันหนักแน่นว่าจะลงเลือกตั้งในนามพรรคส้ม และเลือกนายณัฐพงษ์เป็นนายกฯ ในอนาคต

ชุติพงษ์ พิภพภิญโญ ส.ส. ระยอง ตอกย้ำว่าพรรคยังถือไพ่ “โหวตล้มรัฐบาล” ในมือ

การตอบโต้เหล่านี้ไม่ใช่เพียงการปกป้องศักดิ์ศรี แต่ยังเป็นการประกาศให้สังคมรับรู้ว่า “พรรคส้มไม่ใช่หนี้บุญคุณใคร” และยังพร้อมใช้พลังเสียงในสภาเป็นตัวแปรสำคัญ

ในขณะที่ภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนเปิดศึกวาทะ พรรคเพื่อไทยกลับ “ยิ้มในใจ” เพราะรอยร้าวนี้เปิดโอกาสให้เล่นเกมรุกเต็มที่

กลยุทธ์อภิปราย: เตรียมซักฟอกรัฐบาลในการแถลงนโยบายวันที่ 29–30 กันยายน ด้วยธีม “4 เดือนยุบคดี ไม่ใช่ 4 เดือนยุบสภา” โดยพุ่งเป้าไปที่คุณสมบัตินายกฯ และรัฐมนตรี, คดีฮั้ว ส.ว., และข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน

โอกาสล้มรัฐบาล: หากหลักฐานชัดเจน พรรคเพื่อไทยอาจใช้เสียงฝ่ายค้านผสมกับพรรคประชาชนในการโหวตล้มรัฐบาลได้ทันที

ปัญหาภายในเพื่อไทย: แต่ในเวลาเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเองกำลังเจอ “เลือดไหล” จากการสูญเสียแกนนำอาวุโส และเสี่ยงแพ้เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 ซึ่งจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์อ่อนแอลง

เกมของเพื่อไทยจึงเหมือนการ “แทงสวน” หากรัฐบาลสะดุดก็พร้อมชิงจังหวะ แต่ถ้ารัฐบาลยังไปต่อได้ เพื่อไทยเองก็ต้องเผชิญการร่วงหล่นของฐานเสียงต่อเนื่อง

แม้จะถูกโจมตีหนัก แต่ภูมิใจไทยยังคงเดินเกมเชิงรุกในฐานะรัฐบาล

ขยายฐาน ส.ส.: ตั้งเป้าเพิ่มจากเกือบ 70 คนสู่ 100–120 คน ด้วยกลยุทธ์ “ตอกเสาเข็มรายเขต” และดูดบ้านใหญ่จากพรรคอื่น

การทำงานของรัฐมนตรี: ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม, ด้านการท่องเที่ยวตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็น 13 ล้านใน 3 เดือน

ข้อครหา: การใช้ภาพบุรีรัมย์บนเพจไทยคู่ฟ้า ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเอาใจบ้านใหญ่ สะท้อนความสัมพันธ์การเมืองเชิงผลประโยชน์

ที่สำคัญ ผลสำรวจนิด้าโพล (ก.ย. 2568) กลายเป็นแรงกดดันใหม่ เมื่อคะแนนความนิยมของ นายอนุทิน รั้งอันดับสอง ตามหลัง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่เริ่มถูกมองว่าเป็น “ความหวังใหม่”

ภาพรวมการเมืองจึงอยู่ในภาวะ “สามเหลี่ยมมรณะ”

ความขัดแย้งระหว่างภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนไม่ใช่เพียงศึกวาทะ แต่คือปัจจัยที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนขั้วก่อนครบ 4 เดือน หากฝ่ายค้านจับมือกันสำเร็จ

ศึกเดือด เขต 4 สงขลา!! ‘โยธิน’ ประกาศชน!! ‘กฤต’ เปิดเกมชิง!! เก้าอี้ สส. ในนาม ‘ภูมิใจไทย’

(28 ก.ย. 68) โยธิน ทองเนื้อแข็ง โพสต์เฟชบุ๊ก ประกาศลง สส.เขต 4 สงขลา ในนามพรรคภูมิใจไทย แน่นอนว่า เขตนี้จะต้องไปเจอของแข็ง “สส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว จากพรรคกล้าธรรม

คำว่าของแข็ง หมายถึงว่า สส.กฤตได้ทำพื้นที่ไว้อย่างเข้มแข็ง สัมผัสชุมชน หมู่บ้านทุกวันในวันที่ไม่มีภารกิจในสภา

”ผมเดินจนจะตีนพลิกอยู่แล้ว ลงพื้นที่พบปะประชาชนทุกวันๆละ 4-5 จุด เอาง่ายๆว่า ในสนามผมก็มีลูกบ้าของผมอยู่เหมือนกัน ผมมีวิธีของผมเพื่อให้ได้ชัยชนะ“

เขต 4 สงขลาจะประกอบด้วย อ.ระโนด อ.กระแสสินธ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนครบางส่วน แม้ สส.กฤตจะเพิ่งเข้ามาทำงานการเมืองเพียงสมัยแรก แต่ด้วยความมุ่งมั่นขยันลงพื้นที่ถือว่าทำได้ดี แม้การเมืองภาพกว้าง สส.กฤตอาจจะยังไม่เข้าใจก็ตาม

การเปิดตัวลงมาของ สจ.โยธิน ทั่วๆที่เป็น สจ.อยู่แล้ว ก็ถือเป็นความมุ่งมั่นจะกระโดดจากการเมืองท้องถิ่น เข้าสู่สนามระดับชาติ เพียงแต่การชนกับ สส.กฤต ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเมืองก็คือการเมือง ยิ่งการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การแข่งขัน แพ้-ชนะ ถือเป็นเรื่องปกติ คนที่เคยชนะกลับเป็นแพ้ คนที่เคยแพ้กลับมาชนะ ก็มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย

การที่ สจ.โยธิน ประกาศเปิดตัวลงชิง สส.สิ่งที่จะตามมาคือ ต้องลาออกจาก สจ.และต้องมีการเลือกตั้งซ่อม แม้การลาออกจะยังไม่เกิดขึ้น และพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่มีมติใดๆว่าจะส่งโยธินลงสมัคร สส.เขต 4 สงขลา เพียงแต่อาจจะมีผู้ใหญ่ไปทาบทามพูดคุยด้วย เพื่อนำเสนอต่อพรรค แต่ได้เห็นคนถูกจับตามองเตรียมลงชิง สจ.กระแสสินธ์แล้วอย่างน้อยสองคน นอบ เกาะใหญ่ หรือทักษิณ เครือแก้ว น้องชาย นายกฯมงคล เครือแก้ว อบต.เกาะใหญ่ เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกจับตามองว่าจะลงเลือกตั้งซ่อมแทนหรือไม่

และมีคู่แข่งคือใคร อีกคนที่เปิดตัวออกมา คือ พล.ต.ต.อธิป แสงวันลอย อดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า พรรคภูมิใจไทยจะส่งโยธินจริงหรือไม่

นักศึกษาอาชีวะไทย คว้าแชมป์!! ‘Botok Cup 2025’ ที่ประเทศจีน โชว์ศักยภาพ!! ‘ดิจิทัล – ภาษาจีน’ สู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ นานาชาติ

(28 ก.ย. 68) นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้นายภูวดล มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา เป็นตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เดินทางไปเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โครงการ Botok Cup 2025 การประกวดนวัตกรรมและการทำสื่อออนไลน์สู่ตลาดจีน สำหรับนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ปีที่ 5 ประจำปี พ.ศ. 2568 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาเศรษฐศาสตร์และการค้ากวางสี เมืองหนานหนิง มณฑลกว่างสี สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สอศ. และคณะกรรมการขับเคลื่อนการสอนอาชีวศึกษาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน ศูนย์สภาพัฒนาโครงการ E-Commerce Valley “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท ปักกิ่งป๋อเต่า เทคโนโลยีสารสนเทศ อนาคต จํากัด โดยในปี 2025 นี้ มี 14 ทีมนักศึกษาจากสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ได้ผ่านรอบคัดเลือก เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 50 ทีมสุดท้าย ซึ่งประกอบไปด้วยทีมต่างชาติจากฟิลิปปินส์ ทีมจีน และทีมผสมสัญชาติไทย-จีน”นายยศพล กล่าว

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อว่า สำหรับรอบชิงชนะเลิศ จะเป็นการแข่งขันไลฟ์สด ได้แก่ การนำเสนอและปักตะกร้าขายสินค้า ซึ่งเกณฑ์การประเมินพิจารณาจากความเข้าใจในสินค้า การมีปฏิสัมพันธ์ทางการตลาด และการทำงานเป็นทีม 2. การแสดงวัฒนธรรม โดยนำเสนอวัฒนธรรมจีน-ไทย เช่น พิธีชงชาจีน การแสดงรำไทย มวยไทย ศิลปะการเขียนพู่กันจีน ฯลฯ และ 3. การกล่าวขอบคุณด้วยภาษาต่างประเทศเพื่อปิดการแสดง

โดยทีมนักศึกษา ได้รับรางวัล ดังนี้
รางวัลที่ 1 ทีมรวมพลังมังกร–ช้าง– วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี โดยคว้ารางวัลร่วมกับ 3 ทีมจากประเทศจีน

รางวัลที่ 2 ได้แก่ ทีม SinoSiam Spark– วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี, ทีม 聚星JUXING– วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี

รางวัลที่ 3 ได้แก่ ทีม泰·韵华章 – วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัลสนิทวงศ์, ทีม 明明 MingMing – วิทยาลัยการอาชีพนครปฐม, ทีม R-tech 01– วิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์, ทีม Silk Siam Squad (丝路暹罗战队)– วิทยาลัยเทคโนโลยีจรัลสนิทวงศ์, ทีม GirlFinity – วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี

นายยศพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ โครงการ Botok Cup เป็นโครงการในความร่วมมือด้านการศึกษาระดับนานาชาติรูปแบบใหม่ ที่บูรณาการการพัฒนาทักษะดิจิทัล ภาษา นวัตกรรม การเป็นผู้ประกอบการ และการแลกเปลี่ยน วัฒนธรรม ผ่านการแข่งขันเชิงปฏิบัติการตามแนวคิด PBL ที่จําลองสถานการณ์อีคอมเมิร์ซจริง ซึ่งได้รับการออกแบบเนื้อหาการแข่งขันให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับทักษะองค์รวมของเยาวชนระดับนานาชาติในด้านภาษาจีนและอีคอมเมิร์ซ ให้สอดคล้อง กับเงื่อนไขของภาคอุตสาหกรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และความต้องการด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ

“เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเชิงบูรณาการ สามารถสื่อสารทางภาษา ได้อย่างคล่องแคล่ว มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และมีทักษะที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ โครงการ Botok Cup ยังร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในประเทศจีน ไทย และกลุ่มประเทศอาเซียน ในการพัฒนาโครงการ ปฏิบัติการอีคอมเมิร์ซ เพื่อส่งเสริมการบูรณาการระหว่างการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา กิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรม รวมถึง การจัดการอบรมก่อนการแข่งขันและการให้คําปรึกษาในระหว่างการแข่งขัน เพื่อให้เกิดผลในการ ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการแข่งขันอย่างแท้จริง ส่งเสริมให้อาจารย์และนักศึกษาอาชีวศึกษาในอาเซียน ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันจากโอกาสทางดิจิทัล” นายยศพล กล่าวทิ้งท้าย 

‘อนุทิน’ ชี้ ไร้ปัญหากับ ‘พรรคประชาชน’ หลังดึง!! ‘สส.เต้ ทวิวงศ์’ ขึ้นเวที ที่อยุธยา

(28 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เรียกนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ (สส.เต้) สส. พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน ขึ้นเวที ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่วัดอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมีดราม่าทำให้พรรคประชาชนแสดงความไม่พอใจ ว่า คำว่าดราม่าตนไม่ชอบ การที่ตนบอกว่าเลือกสส.ทวิวงศ์ เพื่อให้เลือกตนมาเป็นนายกฯนั้น ต้องฟังทุกช็อต จริงๆแล้วตนกล่าวชื่นชม ส.ส.เต้ ด้วยซ้ำ เวลาอยู่บนเวทีก็ต้องมีกิมมิค เล็กๆ น้อยๆธรรมดา

เมื่อถามว่าอย่างนี้ยังคุยกับพรรคประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังคุยได้ทุกอย่าง เมื่อถามย้ำว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็สวนกลับในเรื่องนี้แรงเหมือนกัน นายอนุทินกล่าวว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร ตรงนั้นเป็นเรื่องของการลงพื้นที่ เรื่องการทำงานก็เป็นเรื่องการทำงาน

อดีตรมต.เกษตรจีน รับสินบนพันล้าน ศาลพิพากษาประหารชีวิต!! รอลงอาญา 2 ปี

(29 ก.ย. 68) ศาลชางชุน มณฑลจี๋หลิน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ให้ ถัง เหรินเจียน อดีตรัฐมนตรีเกษตรและกิจการชนบทของจีน รับโทษประหารชีวิต แต่ให้รอลงโทษ 2 ปี ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกปรับเป็นจำคุกตลอดชีวิตในคดีทุจริตรับสินบน มูลค่ารวมกว่า 268 ล้านหยวน (ราว 37.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1,387 ล้านบาท) โดยศาลระบุว่าเขาได้สารภาพและให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายถังรับสินบนเป็นเงินสดและทรัพย์สิน ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2024 ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีคำสั่งขับเขาออกจากพรรคตั้งแต่ปลายปี 2024 หลังถูกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยสอบสวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรณีนี้มีความใกล้เคียงกับคดีของอดีตรัฐมนตรีกลาโหม หลี่ ซางฝู (Li Shangfu) และ เว่ย เฟิงเหอ (Wei Fenghe) ที่ถูกสอบทุจริตเช่นกัน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปี 2020 โดยชี้ว่าการทุจริตคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อพรรคฯ 

คุณตาเจ้าของร้านล้างรถ วัย 79 ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ 50 ล้านดอลล์!! อ้างถูก จนท. ICE ทำร้ายซี่โครงหัก-สมองกระเทือน

(29 ก.ย. 68) นายราฟี โอลลาห์ ชูเฮด (Rafie Ollah Shouhed) วัย 79 ปี เจ้าของร้านล้างรถในนครลอสแอนเจลิส ยื่นฟ้องหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (ICE) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ ICE และหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ทำร้ายร่างกายเขาระหว่างการบุกตรวจค้นเมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าถูกผลักล้ม กระแทกพื้น และถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่หลายคน ขณะพยายามสอบสวนธุรกิจของตน

ทนายความของนายชูเฮดระบุว่า กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นการใช้กำลังอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น เจ้าของร้านสูงวัยถูกกักตัวนาน 12 ชั่วโมงโดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาล ก่อนจะถูกปล่อยตัวโดยไม่ตั้งข้อหา ซึ่งเขาอ้างว่าได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ศอกบาดเจ็บ และอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ขณะที่ตนเองยังมีโรคหัวใจและพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกเพิกเฉย

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ชี้แจงว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบุกจับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 5 คนจากกัวเตมาลาและเม็กซิโก โดยระบุว่าเจ้าของร้านเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและถูกจับในข้อหาทำร้ายและขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาถูกปล่อยตัวแล้ว

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องเรื่องการกวาดล้างคนเข้าเมืองในลอสแอนเจลิส ซึ่งจุดชนวนการประท้วงและคดีฟ้องร้องจำนวนมาก ล่าสุดผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยให้เหตุผลว่าเป็นภาพลักษณ์ที่คล้ายหน่วยตำรวจลับในระบอบเผด็จการ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

สวนนงนุชพัทยาจัด “โปรพิเศษฟรีสองอย่าง สุดคุ้ม เที่ยวสนุกได้ทั้งครอบครัว กับโปรโมชั่นยิ่งใหญ่ตลอดเดือนตุลาคม68นี้!

(28 ก.ย. 68) สวนนงนุชพัทยาโดยนายกัมพล ตันสัจจาประธานสวนนงนุชพัทยา  จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษให้กับทุกท่านที่เกิดในเดือนตุลาคม เพียงแสดงบัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตน รับสิทธิ เข้าชมสวนนงนุชฟรี พร้อม เข้าชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณฟรีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 ตุลาคมนี้เท่านั้น!

ไม่เพียงเท่านี้ สวนนงนุชยังจัดเต็มด้วยสิทธิพิเศษสำหรับทุกวัย
เด็กสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร และผู้พิการ เข้าฟรีทุกวัน
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันศุกร์
และสุดพิเศษ! สำหรับผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป เข้าฟรีตลอดทั้งปี

สำหรับเด็ก ๆ และครอบครัว ต้องไม่พลาด! การพบกับไดโนเสาร์ขนาดเท่าจริงกว่า 1,700 ตัว ที่จะพาย้อนเวลากลับไปสู่โลกดึกดำบรรพ์สุดตื่นตา และชมสวนที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1ใน 10 สวนที่สวยที่สุดในโลก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ ไม่ว่าจะเป็นทางลาด รถชมสวน ลิฟต์ในสวนลอยฟ้า และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ นักท่องเที่ยวที่สนใจการแสดงสุดอลังการ “นงนุชโชว์” และการแสดงน้องช้างแสนรู้ ที่โรงละครสกาลา วันละ 4 รอบ และ

และอีกหลายไฮไลท์คือ ชมพีระมิดและรูปปั้นองค์ตัวแทนพระพุทธศาสนาจากทั่วโลก,พิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณ แหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมพระพุทธรูป เหรียญ และวัตถุมงคลอันทรงคุณค่าอายุนับร้อยปี ที่พร้อมถ่ายทอดความงดงาม และเป็นสื่อกลางที่ทำให้เด็กรู้สึกชอบในเรื่องของพระพุทธศาสนาได้เรียนรู้และซึมซับอย่างลึกซึ้ง
สวนนงนุชพัทยาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.nongnoochpattaya.com

‘กองทัพบกไทย’ แจงเหตุปะทะเขมรบริเวณช่องอานม้า กัมพูชาจัดฉากครบสูตร!! แสร้งสร้างภาพเป็นเหยื่อทั้งที่ยิงก่อน

กองทัพบกออกมาแถลงกรณีเหตุปะทะที่ 'ช่องอานม้า' อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ยิงอาวุธหลายนัดเข้ามายั่วยุในเขตแดนไทย และมีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ชัดเจน ทั้งการยิงปืนครก ปืนกล และปืนเล็กยาว รวมถึงมีการตอบโต้กันในบางช่วง ก่อนที่สถานการณ์จะสงบลงในช่วงบ่าย

กองทัพบกเผยว่า หลังจากเหตุยิงยั่วยุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ฝ่ายกัมพูชาได้แจ้งว่าจะมีคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) เดินทางเข้าพื้นที่ และเกือบในเวลาเดียวกัน โฆษกกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยอ้างว่าไทยเป็นฝ่ายโจมตี พร้อมทั้งสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อขยายผลเรื่องดังกล่าว

โฆษกกองทัพบกชี้ว่า ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดมีความสอดคล้องต่อเนื่องอย่างผิดธรรมชาติ สะท้อนถึงการวางแผนล่วงหน้า เริ่มจากการยิงยั่วยุ การจัดฉากให้ IOT เข้ามาในพื้นที่ และปิดท้ายด้วยการแถลงข่าวโจมตีไทยต่อสาธารณะโลก ถือเป็น “การโฆษณาชวนเชื่อ” ที่ตั้งใจสร้างภาพว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายถูกกระทำ

ในความเป็นจริง ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนไทย หวังยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อสร้างหลักฐานเท็จ และบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าไทยเป็นผู้ละเมิดมาตรการหยุดยิง กองทัพบกย้ำว่าวิธีการเช่นนี้เป็นการขาดความจริงใจ และทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น

ในความเป็นจริง ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนไทย หวังยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อสร้างหลักฐานเท็จ และบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าไทยเป็นผู้ละเมิดมาตรการหยุดยิง กองทัพบกย้ำว่าวิธีการเช่นนี้เป็นการขาดความจริงใจ และทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น

กองทัพบกยังเตือนว่า ประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบจริงจังคือ การละเมิดหยุดยิงด้วยการลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอนุสัญญาระหว่างประเทศและละเมิดหลักมนุษยธรรมร้ายแรง แต่กลับถูกมองข้าม ขณะที่คณะ IOT ฝั่งกัมพูชามักเลือกลงพื้นที่เฉพาะที่ฝ่ายตนชี้นำ จนเกิดข้อกังขาว่าทั้งหมดเป็นการ 'จัดฉาก' สนับสนุนภาพลักษณ์ให้กัมพูชาเป็นฝ่ายถูกกระทำเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top