Monday, 8 June 2026
NewsFeed

‘พร้อมพงศ์’ เหน็บ!! ‘พรรคส้ม’ ปม!! หลุมยุบใหญ่กลางกรุง สงสัย!! ลืมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทั้งที่มี สส.กทม. เต็มสภาฯ

(27 ก.ย. 68) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “รัฐบาลนายอนุทิน เผชิญปัญหาหลุมยุบขนาดใหญ่ หน้าวชิรพยาบาล กลางเมืองกรุง ท่านเก่งตอบทุกเรื่อง บอกต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่พอถูกถามถึงบริษัทรับเหมาที่ได้งานนี้ แค่ยิ้มๆ เดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปดื้อๆ โลกโซเชียลตอนนี้ถล่มทลายมาก พรรคที่เคยเก่งขุดคุ้ย เกาะติด กระทรวงแรงงาน ประกันสังคม ถนนพระราม 2 ในกทม.มีสส.ถึง 32 คน กลับไม่แสดงท่าที นำมาสู่การถกเถียงในสภาฯ มัวแต่มาเล่นเกมเรื่ององค์ประชุมสภาฯ ล่ม มาตรวจสอบฝ่ายค้านด้วยกัน ไม่รู้เหมือนกันว่า มีดีลพิเศษอะไรกันอีกหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ กระทบถึงชีวิต ทรัพย์สิน ความปลอดภัย ความเชื่อมั่นระบบคมนาคมขนส่งคนที่อยู่ในกทม.และประชาชนที่อาศัยในเมืองหลวง ควรหยิบยกพูดคุยอย่างจริงจัง หาตัวผู้ทำความผิด ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่แปลกใจแฟนคลับส้มจะผิดหวัง ตั้งแต่ยกมือให้นายอนุทิน MOAโดนละเมิด มาถึงหลุมยุบขนาดใหญ่ ชาวเน็ตจะตั้งข้อสังเกตลักษณะอย่างนี้ ลืมหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่เป็นฝ่ายค้ำยันให้รัฐบาลหรือไม่” นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า วันที่ 29-30 ก.ย. นายอนุทินและครม. แถลงนโยบายรัฐบาล 4 ด้าน ครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคงชายแดน ปัญหาสังคม การพนัน คอลเซนเตอร์ ขอให้กวาดล้างจริงๆ จังๆ รวมทั้งเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ สร้างระบบเตือนภัย เยียวยาชดเชย ทันท่วงที เรื่องหลุมยุบขนาดใหญ่หน้า วชิรพยาบาล จะสรุปออกมาอย่างไร เรื่องนี้มันเกี่ยวพันไม่ใช่แค่ รฟม. กระทรวงคมนาคม กทม. รัฐบาล มีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องสรุปบทเรียนและตรวจสอบ นำมาสู่การแก้ไขทั้งระบบ

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า หลังการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น รัฐบาลมีเวลา 4 เดือนหรือประมาณ 120 วันทำงาน หมดเวลามูเตลู รัฐบาลนายอนุทิน จะเข้าสู่โหมดทั้งเดินหน้าและนับถอยหลัง เดินหน้าพิสูจน์ฝีมือ การแก้ไขปัญหาคดีที่ดินเขากระโดง คดีฮั้วสว. ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พืชผลเกษตรตกต่ำ การดึงนักท่องเที่ยวกลับมา ฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ภาคตลาดทุน และการสร้างความมั่นใจจากต่างชาติ ปัญหากระทบกระทั่งกับกัมพูชา ถอยหลังคือ จะต้องยุบสภาฯปลายเดือนม.ค.69 คืนอำนาจให้ประชาชนตามคำพูด ส่วนตัวคงไม่กล้าคาดหวังกับผลงาน 4 เดือนมากนัก ขอเพียง อย่าสร้างปัญหาใหม่เพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ต้องห้ามเกิดอย่างเด็ดขาดในยุครัฐบาลคนละครึ่ง คนนอกครึ่ง กลุ่มบ้านใหญ่การเมืองอีกครึ่ง ขอฝากไว้เป็นการบ้าน อะไรที่สัญญาไว้ ขอให้พูดแล้วทำ อย่าไปมุ่งเรื่องที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

‘นิพิฏฐ์’ ชี้!! มีสัญญาณที่ดี เดินหน้า!! ‘ประชาธิปัตย์’ สู่พรรคหลักของประเทศ วางใจ!! ‘ชวน – อภิสิทธิ์’ นำทัพเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยึดสุจริต เพื่อฟื้นศรัทธา

(27 ก.ย. 68)  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กว่า …

ทิศทางที่ดี!!

3-4 วันนี้ ผมได้คุยกับผู้ที่ ‘ยังรัก’ และผู้ที่ ‘เคยรัก’ พรรคประชาธิปัตย์

ทั้งสส.และอดีตสส.ทุกคนมีความเห็นไปในทางเดียวกันเพื่อฟื้นพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาให้เป็นพรรคหลักในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

ทุกคนต่างยอมถอย 1 ก้าว เพื่อเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มีผู้ใหญ่ที่เคยสร้างพรรคประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นที่ปรึกษา มีคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง ไม่ก้าวร้าว เป็นโซ่ข้อกลางเข้ามารับภาระของบ้านเมือง

เราเชื่อว่า การเปลี่ยนโลกต้องรู้จักโลกเสียก่อน

เราเชื่อว่า การเดินไปข้างหน้าต้องมีแผนที่ที่ถูกต้อง การมีแผนที่ผิดพลาดจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองยิ่งกว่าการไม่มีแผนที่ในมือ

เราเชื่อว่า การสร้างการเมืองที่สุจริตเท่านั้น จึงจะเป็นความหวังของประเทศ ให้คนรุ่นใหม่ได้อาศัยอย่างเป็นสุข

เราจึงหวังว่า ต่อไปนี้ ทุกคนจะใส่เสื้อสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์กันทั่วประเทศ เพื่อประกาศว่า เราคือผู้กล้าหาญ เราคือผู้ที่เข้มแข็ง ที่จะสร้างการเมืองที่ดีให้กับประเทศนี้

ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นการนำของ นายชวน หลีกภัย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นผู้นำในการฟื้นฟูพรรคในครั้งนี้

กระผมเป็นเพียงคนนอก มิได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยินดีให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

‘ดร.อ้อ’ หมอผีขมังเวทย์ ดีกรีปริญญาเอก สาปแช่ง!! คนแก้รัฐธรรมนูญ โซเชียลเห็นด้วย ซัด!! นักการเมือง เอาแต่แก้กติกา ไม่แก้ปัญหาปากท้อง

(27 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Bangkok I Love You’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ดร.อ้อ หมอผีเมืองจอมขมังเวทย์ ดีกรีปริญญาเอก แห่งเมืองชุมพร โดยมีใจความว่า ...

โลกโซเชียลร้อนระอุ เมื่อ ดร.อ้อ หมอผีขมังเวทย์เมืองชุมพร โพสต์ข้อความสาปแช่งว่า “ใครคิดแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ขอให้ชิบหายตายโหง ภายใน 3–7 วัน” จนกลายเป็นกระแสไวรัล

สิ่งที่น่าจับตาคือ เสียงส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์กลับ เห็นด้วยกับคำสาปแช่งนี้ โดยให้เหตุผลว่า การแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการแก้กติกาทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง มากกว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง

ประชาชนไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น ไม่ได้ช่วยเรื่องปากท้อง ไม่ได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่กลับเป็นการสิ้นเปลืองภาษี การแก้ไขแต่ละครั้ง ต้องใช้งบประมาณ กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อทำประชามติ 2 รอบ (ประชามติว่าจะแก้ไขหรือไม่ และประชามติว่าจะรับรองร่างแก้ไขหรือไม่) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการใช้เงินภาษีอย่าง สุรุ่ยสุร่าย

นักวิชาการบางส่วนชี้ว่า แม้คำสาปแช่งของดร.อ้อจะเป็นถ้อยคำรุนแรง แต่สะท้อนความไม่พอใจของสังคมต่อระบบการเมืองที่วนเวียนกับการแก้ไขกติกา มากกว่าการทำงานเพื่อประชาชน

เสียงสะท้อนจากประชาชน
ในคอมเมนต์จำนวนมาก ชาวบ้านต่างวิจารณ์ว่า หากเงินหลายหมื่นล้านที่จะนำไปทำประชามติ ถูกนำมาพัฒนาสาธารณูปโภคหรือช่วยเหลือเกษตรกร ปัญหาปากท้องจะได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงมากกว่า

กระแส “หมอผีแช่ง คนแก้ไขรธน. 60” กลายเป็นภาพสะท้อนความไม่พอใจของสังคมไทยต่อการเมืองที่มุ่งแก้กติกาของตนเอง มากกว่าการแก้ปัญหาชีวิตจริงของประชาชน

พบ!! ‘ทุ่นระเบิด PMN-2’ ใกล้ปราสาทตาควาย ‘กองทัพบก’ ชี้ชัด!! ‘กัมพูชา’ ละเมิดข้อตกลง

(27 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส โพสต์ล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น ในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย" พร้อมระบุข้อความว่า "สันติวิธีแบบลอบกัด พื้นที่ตาควายยังพบระเบิดต่อเนื่อง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจพบ PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น กัมพูชาละเมิดข้อตกลง!! และแสดงการเป็นปรปักษ์!! 

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568

คิดดี พูดดี ทำดี
เป็นศรีเป็นพรสูงสุด
ไม่มีพรเทพ พรมนุษย์
เปรียบประดุจ "ความดีที่ทำเอง"

สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

สมุทรปราการ-นายกสุนทร ไม่ลืม!! พ่อใหญ่บ้านอัศวเหม จัดพิธีทำบุญครบรอบ 93 ปี นายวัฒนา อัศวเหม

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) ณ ศาลาการเปรียญ วัดสร่างโศก ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปาการ เป็นประธาน นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบรอบ 93 ปี 'นายวัฒนา อัศวเหม' 

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคราษฎร และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ 10 สมัย 

โดยได้รับความเมตตาจาก พระราชพัฒนากร (สมชาย ฉนฺทสโร) เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 

โดยมี นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสุกัญญา อัศวเหม ประธานสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ นายสนธเยศ อัศวเหม นายพัชร อัศวเหม นางสาวภาเจยวัฒน์ อัศวเหม เลขานุการนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย อดีตนายก อบจ.สมุทรปราการ ชนม์ทิดา อัศวเหม ประธาน ทสม.สมุทรปราการ 

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ดร.สัมพันธ์ เตชะเจริญกุล นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ตลอดจนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกเทศบาล อบจ. อบต. แขกผู้มีเกียรติ และกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทางคณะเจ้าภาพ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระวชิรธรรมวิธาน เจ้าคณะอำเภอบางบ่อ เมตตาประพรมน้ำมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพิธีดังกล่าว ได้จับแบบเรียบง่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและเป็นความผูกพันธ์สมัยที่ นายวัฒนา อัศวเหม เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้พัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่อง

สมุทรปราการ-อบจ.สมุทรปราการ จัดแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนสืบสานงานประเพณีรับบัว

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี  ดร.พัฒนพงศ์ จงรักดี นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอินทร์ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.บางพลี นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรปราการ และนางสาวชูศรี สัตยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568  

ประเพณี 1 เดียวในโลก แห่งเดียวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งประเพณีรับบัว 1 เดียวในโลก เป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ร่วมสืบทอดกันมาอย่างยาวนานสมัยโบราณ ของชาวอำเภอบางพลี ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อคนต่างถิ่นที่มาอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี 

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความผู้พันกับสายน้ำ ที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดย กระทรวงวัฒนธรรม ประเพณีรับบัว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 จะมีการอัญเชิญองค์หลวงพ่อโตองค์จำลอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางพลี ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการะบูชา 

ด้วยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่เพราะเชื่อกันว่าหากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือได้แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ

สำหรับกิจกรรมการจัดงานในปีนี้ จะจัดขึ้นบริเวณอำเภอบางพลี ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2568 ซึ่งนอกจากจะมีพิธีโยนบัวในวันที่ 6 ตุลาคมแล้ว ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน จะได้พบกับ โซนนิทรรศการ ลานวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวบางพลีในอดีต วิถีชีวิตชาวนา ชาวมอญ ลาน Soft Power การแสดง แสง สี เสียง ม่านน้ำ ตระการตา 2 เวทีกิจกรรมทั้งด้านหน้า และด้านหลังอำเภอ ซึ่งจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย จากเครือข่ายชุมชน การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ตลอดจนกิจกรรมการประกวด แข่งขัน อาทิ การประกวดหนุ่ม-สาว รับบัว, การแข่งขันมัดข้าวต้ม , แข่งขันบาสโลบ , ประกวดร้องเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการออกร้านสินค้าพื้นเมือง-ชุมชน (OTOP) กว่า 70 ร้านค้า ในบริเวณพื้นที่จัดงานอีกด้วย

เชียงใหม่- CAMT CMU จัดกิจกรรม สานสัมพันธ์เครือข่ายความร่วมมือสหกิจศึกษา ครั้งที่ 2

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เครือข่ายความร่วมมือสหกิจศึกษา “CAMT Partnership Networking” ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมศาลาไทย โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen's Park โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากบริษัท พันธมิตรชั้นนำกว่า 30 แห่งเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดความร่วมมือ ในการพัฒนากำลังคน ให้ตอบโจทย์ โลกดิจิทัล ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์  จันทร์ฉาย คณบดี วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี กล่าวถึงการจัดงานในวันนี้ว่าในโลกดิจิทัลที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยมหาวิทยาลัยเพียงภาคส่วนเดียวกันCAMT มุ่งมั่นสร้างบัณฑิตที่มีทั้ง ความรู้ที่แข็งแกร่ง และ ทักษะปฏิบัติที่เฉียบคม และกิจกรรมในวันนี้คือโอกาสอันล้ำค่าที่เราจะได้ แลกเปลี่ยนมุมมอง จากประสบการณ์ตรงของภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรให้ก้าวทันโลก และ ต่อยอดความร่วมมือ ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยหรือการพัฒนาบุคลากร ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสถาบันการศึกษาและพันธมิตรทางธุรกิจ นี่แหละ คือพลังสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Economy ได้อย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ทางวิทยาลัยฯ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อนวัช วิเศษบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ“ทิศทางการพัฒนาบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ที่ตอกย้ำการผนึกกำลังระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับบริษัทชั้นนำที่เป็นกลไกสำคัญในการ “ร่วมกันสร้างบัณฑิต”พัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการส่งเสริมการผลิตกำลังคนที่ตอบสนองต่อตลาดแรงงานในอนาคต

ภายในงานยังได้จัดบรรยายพิเศษ วิทยากรโดย คุณ พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (หนุ่ย แบไต๋)ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด บคคลสำคัญแถวหน้าของวงการสื่อเทคโนโลยีเมืองไทย ที่มาบรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล”โดยได้นำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI เพื่อให้เห็นภาพของการพัฒนาองค์กรให้เหมาะสม 

อดีตโฆษกกองทัพเรือ พร้อมคณะ ร่วมแสดงความยินดีเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ คนใหม่

พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม อดีตโฆษกกองทัพเรือ พร้อมคณะหุ่นยนต์ดินสอ นำโดย ดร.เฉลิมพล ปุณโณทก และ ดร.พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ ร่วมแสดงความยินดีกับ พลเรือตรี สมชาย จันโรธร ผอ.รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทบ์ทหารเรือ ในโอกาสได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568

บรรยากาศอบอุ่น เต็มไปด้วยคำอวยพรและกำลังใจ

ด้านมืด!! ‘เมืองผู้ดี’ ที่ ‘BBC’ เลือกที่จะเงียบ ไม่เคยคิดทำสารคดี โสเภณีถูกกฎหมาย!! เสียภาษีรายได้ แต่ตรวจโรค ต้องควักจ่ายเอง

(28 ก.ย. 68) หลังจากมีกระแสตีกลับเรื่องที่ BBC ทำสารคดีเกี่ยวกับด้านมืดของสวรรค์นักท่องเที่ยวในเมืองไทย มาวันนี้เอย่าจะมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ทราบกัน  เรื่องแรกเลยที่ BBC สื่อเมืองผู้ดีควรจะทราบก่อนเลยคือเรื่องโสเภณีในอังกฤษก็มีมาตั้งแต่อดีตที่หลายคนรู้จักในยุคศตวรรษ 70-90  ที่ปรากฏตามภาพยนตร์ก็อย่างเช่นย่าน Soho ที่เป็นย่านบันเทิงมาตั้งแต่ยุควิคตอเรียและ Whitechapel ที่นอกจากจะมีตำนานแจ็ด เดอะริปเปอร์แล้ว ตำนานในย่านนี้ที่คนรู้จักกันดีคือหญิงขายบริการที่ใครจะมาหาซื้อก็ต้องมาในย่านนี้

ในปัจจุบันย่านโคมแดงของลอนดอนนอกจากจะเป็นย่าน Soho  ที่อุดมไปด้วยคลับ บาร์สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ยังมีย่าน Kings Cross และย่าน Camden ที่มีการขายบริการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ในย่านนี้รวมถึงในเมืองใหญ่อื่นๆนอกลอนดอนอย่าง แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล หรือเบอร์มิงแฮม ก็มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่เช่นเดียวกันกระจายไปทั่วไม่ได้แตกต่างอะไรกับประเทศไทย

สิ่งที่ดูแล้วจะทำให้รู้สึกว่าการขายบริการในอังกฤษต่างจากประเทศไทยคือการค้าประเวณีถือเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายและจะต้องเสียภาษีโดยคนที่คิดจะทำอาชีพนี้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าประเวณีกับ HM Revenue & Customs เพื่อให้ได้ Unique taxpayer reference เพื่อใช้สำหรับการยื่นภาษีรายได้โดยผู้ค้าประเวณีจะต้องทำบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายสำหรับยื่นในการเสียภาษีรายได้และ National Insurance โดยการจัดเก็บภาษีจะเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ 20-45% และ National insurance จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มขึ้นกับฐานรายได้ โดยหากรายได้ไม่เกิน 12,570 ปอนด์ต่อปีจะเสียอยู่ที่ 3.45 ปอนด์ต่อสัปดาห์และหากรายได้เกินกว่านี้จะเก็บเป็นขั้นบันไดตามลำดับ

อีกจุดที่ต่างกันคือกฎหมายของอังกฤษห้ามให้มีการประกอบกิจการซ่อง หรือ Brothel โดยถือว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจผิดกฎหมายนั่นเองเพราะในอังกฤษมองว่าการเปิดซ่องนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์นั่นเอง  อย่างไรก็ตามในอังกฤษก็ไม่ได้ต่างจากไทยคือการค้าประเวณีแฝงที่อยู่ในสถานบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะหรือร้านนวด

สุดท้ายเอย่ามองว่าการมองหามุมมืดของทุกประเทศนั้นมีหมดในอังกฤษเองก็ไม่ได้สะอาดหมดจดแถมยังเลือกจะแก้ปัญหาให้มีโสเภณีเสรีเสียอีกด้วยโดยปราศจากการควบคุมการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์นอกจากผู้ค้าสมัครใจตรวจโรคเองและเสียค่าใช้จ่ายเอง  ในขณะที่ประเทศไทยในยุคที่อาบอบนวดเฟื่องฟู มีข้อมูลมาว่าสถานบริการทางเพศที่ถูกต้องตามกฎหมายในไทยจะมีบังคับให้ตรวจโรคทุก 3-4 เดือนและต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจโรคเป็นสวัสดิการจากเจ้าของกิจการแก่พนักงาน

สุดท้ายเอย่าไม่ทราบว่า BBC ทำสารคดีนี้ต้องการอะไรแต่ช่วยกลับไปหาถึงมุมมืดในประเทศตนเองและทำสารคดีออกมาจะดีกว่าไหมว่ากฎหมายที่ตัวเองใช้ควบคุม Sex worker ของตนนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือเปล่ารวมถึงสวัสดิการในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top