Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย“ ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมร้องเพลงเคารพธงชาติไทยกับนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร เนื่องใน“วันธงชาติไทย” วันที่ 28 กันยายน

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จ.ระยอง ร่วมกิจกรรมร้องเพลงเคารพธงชาติไทยร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างามและความภาคภูมิใจในการเป็นพลเมืองไทย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ สร้างความสามัคคี และการตระหนักในคุณค่าของธงชาติไทย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกราช ความเสียสละ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของปวงชนชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการสืบสานและธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทยอย่างมั่นคง

‘เซินเจิ้น’ ก้าวสู่ยุคใหม่ใช้ AI ควบคู่ทางการแพทย์ ช่วยยกระดับบริการสุขภาพรวดเร็วทันใจ และตรงจุด

(17 ก.ย. 68) เมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีน กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ด้านสาธารณสุข ด้วยการผนวกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบการแพทย์ โดยปัจจุบันมีการใช้งานอุปกรณ์การแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แล้วเกือบ 450 รายการ ในสถาบันการแพทย์ทั่วเมือง ช่วยให้บริการทางการแพทย์มีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

ที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง สาขาเซินเจิ้น ได้ติดตั้งเครื่องตรวจวิเคราะห์สุขภาพอัจฉริยะ (Intelligent Terminal) จำนวน 10 เครื่องในห้องตรวจผู้ป่วยนอก อุปกรณ์นี้ใช้เทคโนโลยีความแม่นยำขั้นสูงและอัลกอริทึมวิเคราะห์ลิ้นและใบหน้า เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงหุ่นยนต์ฝังเข็ม-กายภาพบำบัด ที่ใช้ฐานความรู้ทางการแพทย์

ในเขตเป่าอัน มีการใช้แพลตฟอร์ม AI ขนาดใหญ่ในกว่า 40 สถานการณ์ทางการแพทย์ เช่น ระบบช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายรังสี ที่สามารถระบุโรคได้ภายในไม่กี่วินาที เพิ่มความแม่นยำถึง 40% รวมถึงระบบตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ช่วยจับสัญญาณหัวใจภายใน 3 วินาที ซึ่งถือเป็น “ผู้ช่วยทีมแพทย์” ที่ทำงานคู่กับแพทย์จริง

ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการสุขภาพชุมชนกว่า 400 แห่งในเซินเจิ้น ได้นำอุปกรณ์ช่วยวินิจฉัยด้วย AI เข้ามาใช้แล้ว เช่น ระบบจดบันทึกเวชระเบียนอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีประมวลภาษาธรรมชาติ (NLP) ที่รองรับได้หลายสำเนียง พร้อมระบบจัดส่งยาสมุนไพรจีนด้วยโดรน ทำให้เวลาส่งยาลดลงเหลือเพียง 6-8 นาที เร็วกว่าการขนส่งทางบกถึง 75%

ความก้าวหน้าด้าน “AI + การแพทย์” นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนเร่งพัฒนาเซินเจิ้นสู่เมืองต้นแบบ AI ปี 2025-2026 โดยมุ่งสร้าง “โรงพยาบาลอัจฉริยะ” ที่ครอบคลุมทั้งการป้องกัน วินิจฉัย และฟื้นฟูสุขภาพ สะท้อนถึงบทบาทของ AI ที่เข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตและสาธารณสุขของประชาชนอย่างแท้จริง

ชลบุรี-วัดสัตหีบ แจกทุนการศึกษาเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ปีที่ 7

(17 ก.ย.68) เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสมัชชามหาคณิสสร เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา แก่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ประโยคบาลีในสนามหลวง และเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ ประจำปี 2568 ของวัดสัตหีบ และพิธี บำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน แด่อดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ มีพระครูวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋) ปฐมเจ้าอาวาสเป็นต้น ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันมรณะภาพ ปีที่ 79 โดยมีข้าราชการ ทหาร ผู้ให้การอุปถัมภ์ คณะคณะกรรมการของวัด คณะครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ณ ศาลาการเปรียญวัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลวงพ่อเจ้าคุณวชิรคุณากร รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี/เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ กล่าวว่า วัดสัตหีบได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม และบาลีมาโดยตลอด โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ถือว่ามีความสำคัญ เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช้จารึกพระไตรปิฎก หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้มีการส่งเสริมสนับสนุน โดยจัดให้มีการมอบทุนการศึกษา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของผู้สอบได้ในแต่ละปีติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

พิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ มีทุนนิธิการศึกษาของวัดสัตหีบ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม ข้าราชการทหาร ทายกยาทิกา ผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาให้การอุปถัมภ์ได้จัดตั้งกองทุนศึกษาไว้แก่พระภิกษุสามเณรและนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งมีผู้เข้ารับทุนทั้งสิ้น 1,078 ทุน รวมเป็นเงิน 1,084,500 บาท

สตูลจัดกิจกรรมวันประมงแห่งชาติ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 5 แสนตัว สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แหล่งน้ำ

ที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงบ้านสาคร หมู่ที่ 2 ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นายนิพนธ์ เสนอินทร์ ประมงจังหวัดสตูล พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน น้องๆนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2549 กำหนดให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็น “วันประมงแห่งชาติ” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดในวันดังกล่าว

สำหรับจังหวัดสตูล ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสาคร อำเภอท่าแพ หน่วยงานในสังกัดกรมประมง ตลอดจนภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันจัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ รวมทั้งสิ้น 502,999 ตัว ประกอบด้วย กุ้งแชบ๊วย 200,000 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสตูล ปลากะพงขาว 2,969 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากดีทวีฟาร์ม ปูม้าระยะซูเอี้ย 300,000 ตัว และแม่พันธุ์ปูม้าไข่นอกกระดอง 30 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพัฒนาอาชีพประมงชุมชนท่านกเขา และกลุ่มธนาคารปูม้าบ้านทุ่งริ้น

นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ย้ำว่า การดูแลรักษาแหล่งน้ำของเราให้สะอาด และปราศจากมลภาวะ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้งการไม่ทำการประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้วัตถุระเบิด  ยาเบื่อเมา หรือกระแสไฟฟ้า เพราะไม่เพียงแต่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของพวกเราทุกคน สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำของจังหวัดสตูล เพื่อให้คงอยู่คู่กับวิถีชีวิตของชุมชนและลูกหลานสืบไปอย่างยั่งยืน

เชียงใหม่-ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ “เผยแนวทางการปฏิบัติราชการ ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่”

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พบสื่อมวลชน เผยแนวทางการปฏิบัติราชการ พร้อมผนึกกำลังส่วนราชการและท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่สู่ “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง…เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม”

เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.68) ที่ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่  นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวและพบปะกับพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงของจังหวัดเชียงใหม่  ในงาน “แถลงข่าวสื่อมวลชนเชียงใหม่ ครั้งที่ 24/2568  ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

การแถลงข่าวในวันนี้ถือเป็นวาระพิเศษ เพราะเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งสุดท้ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นครั้งแรกที่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องสื่อมวลชนของจังหวัดเชียงใหม่ 

ภายหลังจากรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ 42 เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และเป็นโอกาสอันดีที่ผู้นำส่วนราชการทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายท้องถิ่น ได้มาพบปะกับสื่อมวลชนทุกแขนง กว่า 130 คน โดยมีประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับการชี้แจงนโยบายในการปฏิบัติราชการ และการร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติราชการและการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะมาพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก อีกทั้งมีความตั้งใจทุ่มเททำงาน ตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล 

โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาภัยสังคม เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน 

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจตลอดอายุราชการอีก 4 ปีหลังจากนี้ในการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถภายใต้แนวคิด "มาทำให้ ไม่ได้มาทำเอา"

โดยพร้อมเป็นโซ่สื่อกลางประสานงานกับทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็น “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม บนพื้นฐานของการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน”โดยตั้งใจว่าจะมาพบปะกับพี่น้องสื่อมวลชนเป็นประจำในทุกเดือน อีกด้วย

‘ฮุน มาเนต’ อนุมัติขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใหม่ เพิ่มขึ้น 60 บาท!! ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

(17 ก.ย. 68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงว่า รัฐบาลได้ประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำรายเดือนใหม่สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และสินค้าสำหรับการเดินทาง เป็น 210 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,600 บาท) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป

นอกจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากเดิม 208 ดอลลาร์แล้ว แรงงานยังจะได้รับสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น เงินพิเศษ 10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับผู้ที่ทำงานสม่ำเสมอ เงินช่วยเหลือค่าเดินทางและที่พัก 7 ดอลลาร์ต่อเดือน รวมถึงโบนัสตามอายุงานตั้งแต่ 2-11 ดอลลาร์ต่อเดือน

กระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมวิชาชีพของกัมพูชาเผยว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า และสินค้าสำหรับการเดินทาง มีโรงงานกว่า 1,500 แห่ง และมีแรงงานราว 900,000 คน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศของประเทศ

ด้านกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชาระบุว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2568 การส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวมีมูลค่า 7.62 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 6.24 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ต่อเศรษฐกิจกัมพูชา

‘สเปน’ สั่งห้าม ‘อิสราเอล’ ใช้น่านน้ำ-น่านฟ้า…เพื่อขนส่งอาวุธ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้อขายพันล้านยูโร และเรียกร้องแบนจากวงการกีฬา

(18 ก.ย. 68) สเปนประกาศมาตรการเข้มงวดต่ออิสราเอล หลังนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) ประกาศใช้ “มาตรการ 9 ข้อ” โดยหนึ่งในนั้นคือการแบนอาวุธแบบเบ็ดเสร็จ ห้ามซื้อขายยุทโธปกรณ์และเชื้อเพลิงทางทหารให้กองทัพอิสราเอล รวมถึงห้ามเรือและเครื่องบินขนส่งยุทโธปกรณ์ใช้ท่าเรือและน่านฟ้าสเปน พร้อมห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมสงคราม” เข้าประเทศ

นายกรัฐมนตรีสเปน ระบุว่า เป้าหมายของมาตรการนี้คือเพื่อหยุดยั้ง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา” และย้ำว่า “การป้องกันประเทศไม่ใช่การทิ้งระเบิดโรงพยาบาลหรือทำให้เด็กบริสุทธิ์อดอยาก” เขาชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 60,000 ราย และชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนต้องพลัดถิ่นครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่การป้องกันตัว แต่เป็น “การกวาดล้างประชาชนที่ไร้ทางสู้”

นอกจากแบนอาวุธแล้ว สเปนยังประกาศตัดขาดการนำเข้าสินค้าจากนิคมยิวในเวสต์แบงก์ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้ออาวุธจากบริษัทอิสราเอลเกือบ 1 พันล้านยูโร และให้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซา 150 ล้านยูโรภายในปี 2026 รวมถึงเพิ่มงบให้ UNRWA อีก 10 ล้านยูโร ด้านอิสราเอลโต้กลับทันที กล่าวหาซานเชซว่า “ต่อต้านยิว” และใช้วาทกรรมเกลียดชัง

ทั้งนี้ ยังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก เมื่อซานเชซเรียกร้องให้แบนอิสราเอลจากการแข่งขันกีฬานานาชาติ เช่นเดียวกับที่รัสเซียถูกแบนหลังบุกยูเครน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสเปนออกแถลงการณ์โต้ว่า การกล่าวหาว่าสเปน “ต่อต้านยิว” เป็นเรื่องบิดเบือน และย้ำว่านโยบายทั้งหมดสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนสเปน ที่ต้องการยืนหยัดเพื่อสันติภาพ กฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิมนุษยชน

‘สม รังสี’ ขอชาวโลกเห็นใจเขมร ชี้ไทยป่าเถื่อน ใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยางใส่ม็อบ!! ทำพระและชาวบ้านบาดเจ็บ

(18 ก.ย. 68) กัมพูชากล่าวหากองทัพไทยใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมชาวกัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา โดยนายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พระสงฆ์ ทหาร และประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บและหมดสติ หลังทหาร-ตำรวจไทยใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และอาวุธควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมในหมู่บ้านเปรยจันทร์ จังหวัดบ้านเตยมีนเชย

ด้านคณะกรรมการกู้ชาติกัมพูชา (CNRC) ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าวของฝ่ายไทย โดยเรียกว่าป่าเถื่อนและเป็นการละเมิดอธิปไตยกัมพูชา พร้อมกล่าวหากองทัพไทยว่าบุกรุกดินแดนซ้ำซาก และใช้ความรุนแรงต่อพระสงฆ์และประชาชนผู้บริสุทธิ์

CNRC ยังเรียกร้องให้รัฐบาลพนมเปญดำเนินการทางกฎหมาย โดยยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อฟ้องไทยในข้อหาละเมิดอธิปไตยและใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน โดยย้ำว่าการฟ้องต่อ ICJ จะช่วยยุติข้อพิพาทผ่านกระบวนการสันติ

นอกจากนี้ CNRC ยังเสนอให้รัฐบาลกัมพูชาผลักดันการประชุมร่วมของประเทศผู้ลงนามในข้อตกลงปารีส เพื่อหาทางแก้ไขวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น และยกระดับข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาให้เป็นวาระนานาชาติ เพื่อกดดันให้ไทยยุติการกระทำดังกล่าวโดยเร็ว

‘เมียนมา’ เปิดทาง ‘คณะผู้สังเกตการณ์ทั่วโลก’ เข้าติดตามการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อยืนยันความโปร่งใส 28 ธ.ค. นี้

(18 ก.ย. 68) เมียนมาประกาศเชิญผู้สังเกตการณ์ทั้งในประเทศและต่างชาติเข้าร่วมติดตามการเลือกตั้งทั่วไปปลายปีนี้ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพ (UEC) เปิดเผยผ่านสื่อทางการเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่าผู้สังเกตการณ์ภายในประเทศสามารถยื่นขออนุญาตได้จนถึงวันที่ 5 ธ.ค. 2025 ผ่านคณะกรรมการฯ ในทุกระดับ ตั้งแต่ตำบล เขต ภูมิภาค ไปจนถึงระดับรัฐ

โดยผู้สังเกตการณ์ภายในประเทศจะต้องปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและขั้นตอนที่ UEC กำหนดไว้ในประกาศฉบับล่าสุด โดยสามารถตรวจสอบและดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ทางการของคณะกรรมการฯ เพื่อให้การติดตามการเลือกตั้งเป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้

ขณะเดียวกัน UEC ยังเตรียมเปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้าร่วมติดตามการเลือกตั้ง โดยจะส่งคำเชิญไปยังประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะจัดส่งหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการไปยังสถานทูต สถานกงสุล และคณะผู้แทนถาวรต่าง ๆ ที่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมากำหนดจัดวันที่ 28 ธ.ค. 2568 โดยเปิดให้หลายพรรคการเมืองลงแข่งขัน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติห่วงใย ส่งกำลังใจให้กำลังพลควบคุมสถานการณ์พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว ย้ำการดำเนินการของตำรวจเป็นไปตามหลักสากล

(18 ก.ย. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วานนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานจากกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดน 4 ชุดควบคุมตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 (ร้อย ฉก.ตชด.4(ชค.ตชด.12)) กรณีเหตุการณ์บริเวณจุดปฏิบัติการที่ 34 กองร้อยทหารพรานที่ 1301 (ร้อย ทพ.1301) บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว 

โดยเวลา 14.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 12 พร้อมด้วยชุดควบคุมฝูงชนจังหวัดสระแก้ว, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอโคกสูง, เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.1301 และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ฉก.ตชด.1-4 ได้ดำเนินการลงพื้นที่ไปติดตั้งลวดหนามหีบเพลงบริเวณดังกล่าว จากนั้นเวลา 15.00 น. ได้มีผู้ชุมนุมฝ่ายกัมพูชาประมาณ 200 คน เข้ามาขัดขวางและพยายามรื้อลวดหนามหีบเพลงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้เตือนให้หยุดการกระทำ จึงทำให้ประชาชนฝั่งกัมพูชาไม่พอใจ จากนั้นเวลา 16.00 น.ประชาชนฝั่งกัมพูชาได้ต่อว่าเจ้าหน้าที่และได้ปาก้อนหิน ท่อนไม้ ใส่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ชุดควบคุมฝูงชนจังหวัดสระแก้ว และฝ่ายปกครองอำเภอโคกสูง จึงได้ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง เพื่อผลักดันให้ประชาชนฝั่งกัมพูชาได้ร่นถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาเวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการเสริมความมั่นคง โดยการวางลวดหนามหีบเพลงเพิ่มเติม และใช้ยางรถยนต์ประกอบ รวมถึงควบคุมการประท้วงด้วยแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่อง LRAD เพื่อให้ผู้ชุมนุมถอยออกจากพื้นที่

จากการเข้าควบคุมเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นาย ได้แก่ พ.ต.ท.สมัชญ์ นาคพน รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.คลองลึก, ด.ต.แสงอรุณ ศรีวงศ์จันทร์ ผู้บังคับหมู่ฝ่ายปราบปราม สภ.คลองลึก, ด.ต.ศักดิ์สิทธิ์ นพเกล้า ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และ จ.ส.ต.ชยันต์ เบ้าทอง ผู้บังคับหมู่ฝ่ายปราบปราม สภ.อรัญประเทศ

นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลสิทธิและสวัสดิการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ และใช้เครื่องมือที่เน้นการผลักดันเพื่อระงับเหตุจลาจลนั้น เป็นไปตามหลักสากล และเหมาะสมต่อสถานการณ์ โดยสถานการณ์ดังกล่าวถือว่ามวลชนกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ขัดขวางการปฏิบัติงานและทำลายสิ่งของของเจ้าหน้าที่ เป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายของประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top