Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 074646

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 740 , 512

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 308 , 703

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 58

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 074645 , 074647

รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
636583  615770  012457  271502  774457

รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
291138  534258  058764  775719  985798  
064886  123335  488263  602442  850908  

รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
425701  961590  814965  895070  150416  
417262  895106  796993  231142  179633  
651874  190848  176602  629932  053192  
160273  246455  885158  632646  745000  
650340  334867  893080  230247  316152  
997770  058400  023765  684913  076054  
125139  889835  785131  371981  081357  
441879  841310  124693  297198  876371  
962047  136118  842315  224017  683528  
646803  502534  674628  759821  555779  

รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
756105  647378  767284  120956  861583  
043609  455036  702165  539197  593753  
056197  056723  634988  151325  650213  
489735  497475  633324  507850  490909  
300288  968923  617847  043461  218158  
180872  331801  734243  851541  745157  
856309  492492  562503  082243  882141  
542950  319221  007797  909924  163422  
097761  634543  097369  203660  921954  
383853  897367  178990  002769  313341  
282972  705752  505867  359637  465135  
581500  062322  809230  607974  927433  
186408  701606  560522  095658  387462  
017682  420626  636920  586666  180268  
413312  975790  006147  805534  947485  
931979  549360  184548  601752  344253  
810822  547561  288542  493618  169696  
997217  700464  734382  739436  702036  
386335  226892  354797  444812  825301  
663332  700323  966766  705415  906307  

ผบ.ตร. ไม่ได้นิ่งนอนใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ได้รับผลกระทบบัญชีถูกอายัดหรือระงับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ (บัญชีม้า) นัดประชุมตำรวจทั่วประเทศแก้ไขปัญหา

(15 ก.ย. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารว่ามีประชาชนผู้บริสุทธิ์ ได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชีหรือระงับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเรียกร้องให้หน่วยงานต่าง ๆ ช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามมาตรการบัญชีม้านั้น วันนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมเร่งด่วน โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ/ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), ศปอส.ตร. เพื่อรับฟังข้อมูลอย่างละเอียดรอบด้าน รวมทั้งได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และธนาคารแห่งประเทศไทย แล้ว เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติของตำรวจให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะไม่ให้กระทบกับแนวปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และจะไม่ผลักภาระให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งให้รับผิดชอบ แต่จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน กสทช. โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรีบดำเนินการในการรับแจ้งเรื่องปลดอายัดบัญชีที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวให้เร็วที่สุด หรือช่วยลดปัญหาในการเดินทางของผู้ได้รับผลกระทบ หรือกรณีที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันหลายหน่วยงาน 

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้วางกรอบ แนวทาง โดยจะสั่งการให้แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศดำเนินการทันทีในวันพรุ่งนี้ (16 กันยายน 2568) เวลา 10.00 น. ได้ให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และผู้บังคับการตำรวจนครบาล/ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง 

ทั้งนี้ ผบ.ตร. มีความเข้าใจในประชาชนที่ใช้ “บัญชีที่สุจริต” ในการทำอาชีพ ใช้จ่ายตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยจะร่วมกันป้องกันปราบปราม เพื่อไม่ให้คนร้ายหรือมิจฉาชีพใช้ช่องว่างในการนำกรณีดังกล่าว มาเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด ที่สร้างผลเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป

‘ลัคอิน คอฟฟี่’ เปิดร้านกาแฟจีน ‘ธีมบราซิล’ แห่งแรก!! ในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

(16 ก.ย. 68) ลัคอิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee) แบรนด์กาแฟชื่อดังของจีน เปิดร้านกาแฟธีมบราซิลแห่งแรกในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นร้านธีมบราซิลแห่งที่ 4 ของบริษัทในประเทศจีน และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชื่อมโยงการค้าและวัฒนธรรมกาแฟระหว่างจีนกับบราซิล

ปัจจุบัน ลัคอิน คอฟฟี่ มีร้านกว่า 20,000 แห่งทั่วจีน และยังประกาศแผนการครั้งใหญ่ โดยระหว่างปี 2025 ถึง 2029 จะซื้อเมล็ดกาแฟจากบราซิลรวม 240,000 ตัน มูลค่าราว 10,000 ล้านหยวน (ราว 50,000 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการจัดหากาแฟครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

สำหรับประเทศบราซิลนับเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของตลาดโลก ขณะที่ตลาดกาแฟในจีนเองก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งสองประเทศมีโอกาสขยายความร่วมมือทั้งในด้านการค้าและเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ

ทั้งนี้ ลัคอิน คอฟฟี่ ยังได้ตั้งฐานปลูกกาแฟคุณภาพในบราซิล พร้อมส่งเสริมการฝึกอบรมเกษตรกรด้านการเพาะปลูกและการแปรรูปเมล็ดกาแฟ บริษัทเผยว่าอนาคตจะเปิดร้านกาแฟธีมบราซิลเพิ่มอีกกว่า 30 แห่งทั่วจีน และเตรียมจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์กาแฟบราซิล เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และขยายวัฒนธรรมกาแฟให้แพร่หลายยิ่งขึ้น

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดพิธีมุทิตาจิตเพื่อผู้เกษียณอายุราชการ

(16 ก.ย. 68) ฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดพิธีมุทิตาจิตเพื่อแสดงมุทิตาจิต แก่ผู้เกษียณอายุราชการและผู้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ซึ่งได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ดังคำกล่าวไว้ว่า "พยาบาลทหารเรือ เกษียณอย่างสง่าเกียรติก้องนาวา ศรัทธายั่งยืน" ณ ห้องคลองไผ่ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

โดยมี น.อ.หญิงสุมาลี ไวยเนตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ฝ่ายการพยาบาล (1) เป็นประธานในพิธี บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความรัก ความผูกพันและงดงาม เปี่ยมไปด้วยความทรงจำดีๆ 

ความประทับใจและน่าจดจำ สะท้อนถึงความผูกพันและมิตรภาพที่ยาวนาน มีเสียงดนตรีคลอด้วยความอ่อนหวาน สร้างบรรยากาศประทับใจมิลืมเลือน

แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นห่วงคนรุ่นใหม่ถูกชักจูงง่าย แนะอย่าอายที่จะหยุดยืนร้องเพลงชาติ

(16 ก.ย. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ตอบคำถามในเวทีบรรยายที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังมีผู้ตั้งข้อสงสัยเรื่องการเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรในอดีต และถามถึงสาเหตุที่คนพูดว่าแผ่นดินต้องถูกแบ่งกัน พลโทบุญสินกล่าวว่าเขาไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่ยุคก่อน แต่ยืนยันว่ายุคนี้ยอมไม่ได้ และจะทวงคืนเมื่อมีโอกาส

แม่ทัพภาคที่ 2 เล่าถึงผลงานของกองทัพว่าเคยบุกคืนพื้นที่สำคัญ เช่น ยึดภูมะเขือ ช่องอานม้า และปิดปราสาทตาเมือนธม โดยยกตัวอย่างการสละชีวิตของทหาร 15 นายในปฏิบัติการคืนพื้นที่ และตั้งคำถามว่าทหารมีไว้เพื่ออะไร ถ้าไม่ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน

เมื่อถูกถามต่อว่าทำไมคนในที่สาธารณะหยุดเคารพธงชาติน้อยลง แม่ทัพชี้ให้ผู้ฟังใช้เหตุผลและมีสติเสพสื่อ อย่าให้ใครชักจูงง่าย ๆ เพราะการไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ หรือไม่เคารพพระมหากษัตริย์ เป็นการลืมบุญคุณบรรพบุรุษและแผ่นดิน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการ “อกตัญญู” ต่อผู้ที่เสียสละ

สุดท้าย พลโทบุญสินย้ำว่าทหารทุกคน “คลั่งชาติ” ในความหมายที่ว่าเต็มใจสละชีวิตเพื่อชาติ และชวนคนที่มีใจรักชาติร่วมเป็นทหารกับแม่ทัพภาคที่ 2 เพราะเขามองว่ากำลังพลเหล่านี้คืออนาคตของชาติ โดยขอให้สังคมตระหนักถึงบุญคุณของผู้ที่ปกป้องแผ่นดินในอดีต

‘ฟอน ฝ้าฟาง’ ชวนจับตาเลือกตั้งครั้งหน้า หลังเยาวชนหันมาศรัทธาทหาร–รักชาติศาสน์กษัตริย์

(17 ก.ย.68) นายวีระ สุดสังข์ หรือ 'ฟอน ฝ้าฟาง' ศิลปินมรดกอีสาน ปี 2558 อดีตครูสอนภาษาไทย นักเขียนอิสระ ผู้ก่อตั้งกลุ่มวรรณกรรมลำน้ำมูลและสโมสรนักเขียนภาคอีสาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผมนึกถึงเยาวชนกลุ่ม 3 นิ้ว เมื่อปี 2563-64 ที่จะปฏิรูปสถาบัน ที่เกลียดทหาร ที่เกลียดระบบ ที่เกลียดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จนฮึกเหิมละเมิดกฎหมายหลายอย่างรวมทั้งมาตรา 112 ตอนนี้อยู่ในเรือนจำก็หลายคนและคนที่เสียชีวิตไปก็มีเหมือนกัน

เวลาผ่านไปเพียง 3-4 ปีจนถึงปี 2568 กลุ่มเยาวชนซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับกลุ่ม 3 นิ้วในสมัยนั้น หันมาชื่นชมทหาร ศรัทธาบทบาทของทหารและมีอารมณ์ร่วมกับทหารในการปกป้องประเทศชาติและอธิปไตยของไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง 2 กลุ่มนี้แล้วแทบจะกล่าวได้ว่าอยู่คนละซีกคนละโซนกันเลย ซึ่งผมพยายามคิดหาคำตอบอยู่ว่า มันคือปรากฏการณ์อะไร?และผมก็หาคำตอบยังไม่ได้

แต่มีหลายพรรคการเมืองที่ตระหนกตกใจกับปรากฏการณ์นี้ เพราะคนกลุ่มนี้มีสิทธิ์เลือกตั้งภายในปีสองปีข้างหน้านี้หรือหลายคนมีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว แน่นอนว่าหากมีการชี้นำจากทหาร ให้เลือกพรรคที่เน้นรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ย่อมส่งผลต่อพรรคการเมืองเหล่านั้นอย่างแน่นอน

จึงไม่แปลกใจอะไรที่แกนนำบางพรรคการเมืองออกมาแสดงความเห็นเชิงคัดค้านทหาร พยายามโจมตีทหาร พยายามขัดความศรัทธาที่มีต่อทหาร ผลจะเป็นอย่างไรผมไม่ทราบได้ ในฐานะคนรุ่นเก่าก็ได้แต่เฝ้าดูอย่างไม่วางตา"

กองบิน 23 อุดรธานี เปิดรันเวย์ต้อนรับกองทัพอากาศจีน เปิดฉากการฝึกผสม Falcon Strike 2025

(17 ก.ย. 68) กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีต้อนรับ พลอากาศตรี หลู่ หงโจว ผู้บัญชาการฐานทัพอากาศคุนหมิง และผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม Falcon Strike 2025 ฝ่ายจีน พร้อมคณะ โดยมี นาวาอากาศเอก พิสิฐ เทพสุวรรณ รองผู้บังคับการกองบิน 23 ให้การต้อนรับในโอกาสเดินทางมาร่วมการฝึกผสมระหว่างกองทัพอากาศไทยและจีน ระหว่างวันที่ 15–25 กันยายน 2568

การฝึก Falcon Strike 2025 มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการทางอากาศเชิงยุทธวิธี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางทหาร ซึ่งกองทัพอากาศไทยและจีนได้สานต่อความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยยกระดับศักยภาพและความพร้อมของกำลังพลทั้งสองฝ่าย

นอกจากมิติด้านการฝึกแล้ว Falcon Strike 2025 ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและมิตรภาพระหว่างกองทัพอากาศไทยกับจีน ตอกย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ขอโทษประชาชน ปมระงับบัญชี กระทบคนสุจริต!! สั่งเร่งปลดอายัดภายใน 4 ชม.

(17 ก.ย. 68) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวขอโทษต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการอายัดบัญชีที่ถูกใช้เป็น 'บัญชีม้า' ของมิจฉาชีพ โดยย้ำว่าเข้าใจถึงความลำบากของผู้สุจริตที่ต้องใช้เงินหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน แต่กลับถูกระงับบัญชีโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เสียโอกาสในการทำมาหากิน

ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการ เพื่อให้การปลดอายัดบัญชีผู้บริสุทธิ์ทำได้เร็วขึ้นภายใน 4 ชั่วโมง พร้อมทั้งเพิ่มการสื่อสารเพื่อคลายความกังวลของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่ได้รับผลกระทบและยังเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหามิจฉาชีพต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลผู้สุจริต

ทั้งนี้ นายเศรษฐพุฒิ เปรียบเทียบการจัดการมิจฉาชีพว่าเป็นเหมือน “การรักษามะเร็ง” หากปล่อยไว้ก็จะลุกลามและสร้างความเสียหายต่อระบบการเงินของประเทศ ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งจะส่งผลกระทบมหาศาลหากไม่เร่งแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยืนยันว่าสภาพคล่องของธนาคารโดยรวมยังปกติ แม้จะมีประชาชนจำนวนมากถอนเงินสดออกมาเพราะกังวลธุรกรรมถูกระงับ พร้อมย้ำว่ามาตรการอายัดบัญชีจะไม่กระทบต่อโครงการ 'คนละครึ่ง' ของรัฐบาล เนื่องจากใช้ผ่านระบบแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารโดยตรง ขณะนี้ ธปท. กำลังเร่งแก้ปัญหาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนกลับคืนมาโดยเร็ว

‘เทพไท’ แฉ!! ‘ตลาดนัด สส.’ เปิดซื้อขายแล้ว เกรด A ค่าตัวพุ่งสูง 80 ล้าน เกรด C ราคา 30 ล้าน

(17 ก.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย ภายใต้หัวข้อ “ยุคการเมืองไร้เสถียรภาพ” โดยระบุว่ารัฐบาลอนุทิน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่น่าจะอยู่ได้นาน คาดอายุรัฐบาลเพียง 4 เดือน ตามข้อตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOA) กับพรรคประชาชน ที่จะยุบสภาหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

นายเทพไทชี้ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้ หากฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนไม่ร่วมมือ ทำให้การประชุมสภามีแนวโน้มล่มซ้ำซาก ขณะเดียวกัน เวลาที่จำกัดยังทำให้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญหรือวางรากฐานระยะยาวได้

อีกประเด็นที่เทพไทหยิบยกขึ้นมาคือ “ตลาดนัด สส.” ที่เริ่มมีการซื้อตัวและเจรจาย้ายพรรคกันอย่างคึกคัก โดยมีการตั้งราคาค่าตัวตามเกรด สส. เกรด A สูงถึง 80 ล้านบาท เกรด B ประมาณ 50 ล้านบาท และเกรด C ราว 30 ล้านบาท สะท้อนการแย่งชิงกำลังทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ทั้งนี้ นายเทพไทสรุปว่า สถานการณ์นี้นำไปสู่การเมืองที่เต็มไปด้วย “กระแสและกระสุน” บางฝ่ายใช้แนวคิดและอุดมการณ์ดึงคะแนนเสียง ขณะที่อีกฝ่ายใช้ทุนมหาศาลซื้อเสียงเข้าสภา ซึ่งเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่ยังไม่สิ้นสุด และท้ายที่สุด ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

‘อรรถวิชช์’ เผยปม ‘พีระพันธุ์ - รทสช.’ ยังหนุนเพื่อไทย เหตุต้องมีรบ. เจรจาภาษีทรัมป์ – ยัน ‘พีระพันธุ์’ ไม่หวังนั่งนายกฯ เอง

‘อรรถวิชช์’ เผยเบื้องหลัง เหตุผลที่ รทสช. ยังจับมือร่วมรัฐบาลเพื่อไทย หลังเกิดกรณีคลิปเสียง 'นายกฯอิ๊งค์' หลุด ทั้งที่ สส.เขตส่วนใหญ่ให้ถอนตัว เหตุต้องมีรัฐบาลเจรจาภาษีทรัมป์ พร้อมย้ำ ‘พีระพันธุ์’ ทำแต่งานไม่ได้หวังตำแหน่งนายกฯ และเป็นรัฐมนตรีพลังงานที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา

(17 ก.ย. 68) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส. กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงเบื้องลึกและเบื้องหลังกรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สนับสนุนรัฐบาลเพื่อไทยต่อ แม้ว่า สส.เขตส่วนใหญ่ของพรรค เรียกร้องให้ถอนตัวจากรัฐบาล หลังจากมีกรณีคลิปเสียง ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เจรจากับ ฮุน เซน 

โดยนายอรรถวิชช์ ซึ่งอยู่ในที่ประชุม สส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ระบุว่า สส. เขตจำนวนมากเรียกร้องให้พรรคถอนตัวจากรัฐบาลทันที เนื่องจากเสียงสะท้อนจากพื้นที่ไม่ดีนัก โดยมอบหมายให้คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรค รับข้อเสนอไปเจรจา และได้ดำเนินการตามนั้น ซึ่งทราบมาว่าทางคุณพีระพันธุ์ ได้เข้าไปเจรจากับคุณทักษิณ และ นายกฯอิ๊งค์ พร้อมกับแจ้งว่าจะขอถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

แต่อย่างไรก็ตาม การถอนตัวก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจากถูกร้องขอให้ดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญก่อน นั่นคือ การเจรจาทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่อง “ภาษีทรัมป์” ซึ่งหากไม่มีนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ การเจรจาจะต้องสิ้นสุดลงทันที เป็นข้อเท็จจริงตามกฎหมาย และอัตราภาษีอาจพุ่งขึ้นเกิน 30% จะไม่ใช่อัตราเช่นทุกวันนี้

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งในช่วงเวลานั้น ทหารไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก เพราะจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการเจรจาระหว่างประเทศ

นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวด้วยว่า ด้วยลักษณะส่วนตัวของคุณพีระพันธุ์ เป็นบุคคลที่ไม่ชอบพูดต่อสาธารณะ แม้จะถูกนักข่าวถามหลายครั้งก็ยังไม่ให้คำตอบชัดเจน ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลทำให้เกิดความอึดอัดใจในหมู่ผู้สนับสนุน และนำไปสู่การตีความหลากหลาย จนเกิดความแตกแยกในแนวคิดภายในพรรค

ในขณะที่ภาพ “จับมือ” ที่ปรากฏในช่วงก่อนการโหวตนายกรัฐมนตรี ก็กลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงเกิดขึ้น ต้องย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ในช่วงนั้น ซึ่งคุณภูมิธรรม ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่า จะสนับสนุนคุณชัยเกษม แต่หลังจากนั้นทางเพื่อไทยได้แสดงท่าทีว่าจะเดินหน้ายื่นยุบสภา ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติตัดสินใจฟรีโหวต ซึ่งผลออกมาคือ “คุณอนุทิน ชาญวีรกูล” ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 33 เสียงจาก 36 เสียง โดยมี 3 คนงดออกเสียง และไม่มีใครโหวตให้คุณชัยเกษมเลยแม้แต่คนเดียว

นายอรรถวิชช์ ยังย้ำหนักแน่นว่า “คุณพีระพันธุ์ทำแต่งานไม่ได้หวังตำแหน่งนายกฯ ท่านเป็นรัฐมนตรีพลังงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมา โหวตนายกฯล่าสุด รทสช.ก็ไม่ได้โหวตให้เพื่อไทยเลย แม้แต่เสียงเดียว และตอนจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ก็ยังไม่มีการเสนอชื่อคุณชัยเกษมเป็นนายกฯ ซึ่งรายชื่อในบัญชีนายกฯของทุกพรรคก็อาจเป็นนายกฯได้ทั้งนั้น คุณพีระพันธุ์เองก็มีโอกาสเป็นนายกฯได้ แต่ผมยืนยันได้ว่า คุณพีระพันธุ์พูดในที่ประชุม รทสช.ว่า คุณพีระพันธุ์ไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯเอง"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top