Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘ดร.สามารถ’ ชี้ ขั้วอำนาจเดิมคุมเกม ศึกชิงหัวหน้า ปชป. วัดใจ สส.– กก.บห. เทโหวตคนนอก ช่วยฟื้นฟูพรรค

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

ศึกชิง “หัวหน้าพรรค ปชป.”

ใครคุมเกม?
อีกไม่นานพรรคประชาธิปัตย์จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่เพิ่งลาออกไป คำถามคือ... ใครจะเป็นผู้คุมเกมตัวจริง?

1. เกมตัวเลข... ใครคุมคะแนนเสียง?
ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ “โหวตเตอร์” ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
(1) สส.ปัจจุบันมีคะแนน 40% ของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ่
กลุ่ม สส.คือฐานกำลังที่แข็งที่สุด ใครกุมเสียง สส.ได้ก็มีโอกาสได้รับชัยชนะ ปัจจุบัน สส.ของพรรค ปชป.มีจำนวน 25 คน มีคะแนน 40% นั่นหมายความว่า สส. 1 คน จะมีคะแนนถึง 1.6% (40%/25) 

(2) กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มีคะแนน 20% ของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ่
เดิม กก.บห. มีทั้งหมด 40 คน ลาออกไป 8 คน เหลือ 32 คน ในจำนวนนี้มีคนที่เป็น สส.ปัจจุบัน 8 คน เหลือ กก.บห.ที่ไม่เป็น สส. 24 คน มีคะแนน 20% นั่นหมายความว่า กก.บห. 1 คน จะมีคะแนน 0.83% (20%/24)

(3) โหวตเตอร์อื่น เช่น อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค อดีต สส. รัฐมนตรีของพรรคในปัจจุบัน อดีตรัฐมนตรีของพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เป็นต้น มีคะแนน 40% ของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ่

ตามข้อบังคับพรรค โหวตเตอร์ทั้งหมดจะต้องมีอย่างน้อย 250 คน ดังนั้น จำนวนโหวตเตอร์อื่นจะต้องมีไม่น้อยกว่า 201 คน (250-25-24) มีคะแนน 40% นั่นหมายความว่าโหวตเตอร์อื่น 1 คน จะมีคะแนน 0.20% (40%/201) เท่านั้น ถ้าในวันเลือกตั้ง มีโหวตเตอร์เข้าร่วมมากกว่า 250 คน จะยิ่งทำให้โหวตเตอร์อื่นมีคะแนนต่อคนลดน้อยลงอีก

สรุปง่ายๆ เสียง สส. และ กก.บห.แทบจะชี้ขาดทุกอย่าง เพราะมีคะแนนต่อคนสูง และส่วนใหญ่ยังอยู่ใน “ขั้วอำนาจเดิม”… นั่นคือคำตอบว่า “ขั้วอำนาจเดิม” เป็นผู้คุมคะแนนเสียง!

2. สมการชนะเลือกตั้ง
ลองคิดเล่นๆ... ถ้าได้คะแนนเสียงจาก สส. 21 คน คิดเป็น 33.6% บวกกับ กก.บห. 20 คน คิดเป็น 16.60% รวมแล้วได้ 50.20%... ชนะเลือกตั้งทันที! 
นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ขั้วอำนาจเดิม” จึงได้เปรียบ

3. ทำไม “คนนอกขั้วอำนาจเดิม” จึงสู้ยาก?
เหตุผลคือ กลุ่ม สส.รวมกับกลุ่ม กก.บห. มีคะแนนรวมถึง 60% ถ้าขั้วอำนาจเดิมรวมกันได้ครบ “คนนอกขั้วอำนาจ” แทบจะหมดสิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม! 

แต่ยังมี “สูตรคณิตศาสตร์การเมือง” ที่จะทำให้ “คนนอกขั้วอำนาจ” พอจะมีลุ้นคือ...
(1) ต้องเจาะเข้าถึง สส.บางส่วน แค่ 4 คน ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ยังไม่พอ
(2) ต้องมีเครือข่าย กก.บห.ที่ยอมแหกค่าย
(3) ต้องกวาดคะแนนจากโหวตเตอร์อื่นอย่างน้อย 30-35% จากทั้งหมด 40% ซึ่งไม่ง่าย

4. สรุป
ถ้า “ขั้วอำนาจเดิม” เห็นว่าพรรคฯ อยู่ในสถานการณ์ที่คะแนนความนิยม “จมดิ่ง” ยากที่จะเข็นต่อไป และมีความรักพรรคฯ อย่างจริงใจ หันมาเปิดไฟเขียวให้หนุน “คนนอกขั้วอำนาจ” 

พรรคฯ จะได้ผู้นำคนใหม่ที่มาจากนอกขั้วอำนาจเดิม มาช่วยกันฟื้นฟูพรรคฯ ให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น... แต่ถ้าขั้วอำนาจเดิมจับมือกันแน่น ผลลัพธ์แทบจะถูกเขียนไว้ล่วงหน้าแล้ว

สุดท้ายอยู่ที่ “โหวตเตอร์ทุกคน” จะเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อใคร? เพื่อส่วนรวม? หรือเพื่ออำนาจของบางกลุ่ม?

‘ทรัมป์’ ชงยกเลิกรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส เปลี่ยนมาเป็นทุก 6 เดือนแทน!! เพื่อให้ธุรกิจมองภาพระยะยาว

(16 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ เปลี่ยนจากการรายงานผลประกอบการทุกไตรมาส มาเป็นทุก 6 เดือน โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้ผู้บริหารมุ่งเน้นการบริหารธุรกิจอย่างแท้จริง โดยขณะนี้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ประกาศให้ข้อเสนอนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน

สำหรับข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากทรัมป์เคยผลักดันมาแล้วเมื่อปี 2018 แต่ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนในเวลานั้น อย่างไรก็ตามรอบนี้ SEC แสดงท่าทีสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยโฆษกองค์กรระบุว่าเป็นไปตามเจตนาของประธานาธิบดี ที่ต้องการลดภาระด้านกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็นให้แก่บริษัทต่างๆ

กระนั้น ความเห็นในตลาดยังคงแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุน เช่น ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ชี้ว่าการรายงานแบบครึ่งปีจะช่วยลดภาระต้นทุนและแรงกดดันต่อบริษัท แต่ฝ่ายนักลงทุนบางส่วนและนักวิชาการกังวลว่าความโปร่งใสจะลดลง ทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น และอาจเปิดช่องให้บริษัทปกปิดข่าวร้ายได้ยาวนานกว่าเดิม

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า แม้กฎหมายจะเปลี่ยน แต่หลายบริษัทน่าจะยังคงรายงานรายไตรมาสต่อไปเพื่อสนองความต้องการของนักลงทุน 

ทั้งนี้ การรายงานผลทุกไตรมาสถูกบังคับใช้ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1970 และที่ผ่านมา ผู้นำภาคธุรกิจระดับโลกอย่างเจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase & Co. และวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ตำนานนักลงทุนและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Berkshire Hathaway ต่างก็เคยออกมาวิจารณ์ว่าการเน้นผลระยะสั้นเกินไปอาจบั่นทอนเศรษฐกิจในระยะยาว

‘ปฐม อินทโรดม’ ชี้ ไทยไร้เครื่องมือรับวิกฤตเศรษฐกิจโลก เหตุยังพึ่งท่องเที่ยว–ลงทุนต่างชาติ เหมือนเมื่อ 20 ปีก่อน

นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่าตอนนี้ผมอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เมืองที่เต็มไปด้วยพลังทางเศรษฐกิจ ประเด็นที่ผู้คนที่นี่คุยกันจริงจังคือเรื่องความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญ

ข่าวใหญ่คือคำเตือนจาก Lloyd Blankfein อดีต CEO ของ Goldman Sachs ที่บอกว่า วิกฤตในสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องว่ามันจะเกิดไหมแต่เป็นเรื่อง “เมื่อไหร่”

เขาย้ำว่าสหรัฐฯ มักเกิดวิกฤติทุก ๆ 4–5 ปี และรอบนี้จุดเสี่ยงคือ ตลาดเครดิต โดยเฉพาะ Private Credit ที่โตแรงกว่า 14% ต่อปี นักลงทุนไล่หาผลตอบแทนจนเริ่มเกินตัว คล้าย ๆ กับฟองสบู่ที่ซ่อนอยู่ในระบบ

ฝั่งจีน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ตลาดเครดิต แต่คืออสังหาฯ และหนี้ท้องถิ่นที่รัฐบาลต้องคอยอุ้ม แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็ยังเดินหน้าสร้าง Growth Engine ใหม่ ๆ เช่น
- EV ที่เริ่มครองตลาดโลก
- Semiconductor และ AI ที่รัฐทุ่มหนักแม้ถูกกีดกันจากตะวันตก
- เมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้เองก็พยายามสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มพิกัด
แต่สำหรับไทยความน่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ฟองสบู่การเงินหรืออสังหาฯ แบบสหรัฐฯ หรือจีน แต่จุดอ่อนจริง ๆ ของเราคือ เรายังไม่มี Growth Engine ที่ชัดเจน
- สหรัฐฯ มี AI และเทคโนโลยีใหม่เป็นแรงขับ
- จีนมี EV และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่รัฐดันเต็มที่
- ไทยยังอาศัย การท่องเที่ยว + การลงทุนจากต่างชาติเป็นหลักเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ถ้าวิกฤตเศรษฐกิจโลกปะทุขึ้น ไทยจะไม่ได้ “ล้มเอง” แต่จะโดนแรงกระแทกทั้งจากฝั่งสหรัฐฯ และจีน โดยไม่มีเครื่องจักรเศรษฐกิจของตัวเองมารองรับ

รองโฆษกกองทัพเรือยืนยัน ไล่ชาวเขมรออกจากพื้นที่บ้านชำรากแล้ว หลังรุกล้ำพื้นที่มาหลายปี!! แต่ยังไม่ได้ถอนสิ่งปลูกสร้างหรือกลบคูเลต

(16 ก.ย. 68) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าฝ่ายกัมพูชารุกล้ำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด รวม 3 จุด โดยมีทั้งการตั้งฐานปฏิบัติการ การปลูกบ้านเรือน และทำเกษตรในพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี แม้ไทยได้ประท้วงแล้วแต่ยังไม่มีการรื้อถอน

รองโฆษกกองทัพเรือยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตที่ไทยอ้างสิทธิ์ตามบันทึกความเข้าใจ MOU43 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ยื่นหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชาหลายครั้ง เพื่อเรียกร้องให้ถอนกำลังและออกจากพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน

ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทยได้หยิบยกประเด็นนี้อีกครั้ง และขณะนี้ กปช.จต. สามารถผลักดันกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่รุกล้ำแล้ว แต่สิ่งปลูกสร้างและคูเลตที่กัมพูชาทำไว้ยังไม่ได้รับการรื้อถอน

ทั้งนี้ กองทัพไทยย้ำว่ากำลังพลในพื้นที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมเตรียมยกระดับมาตรการ หากฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง โดยยืนยันว่าการแก้ปัญหาจะทำภายใต้กรอบความร่วมมือทวิภาคีและการรักษาอธิปไตยของไทยเป็นสำคัญ

จีน ตั้งข้อหา!! Nvidia ของสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาดตลาด

(16 ก.ย. 68) จีนประกาศว่า Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาการค้ารอบที่ 4 ระหว่างสองประเทศซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด โดยฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ซึ่งออกมาระบุว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อจีน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทชิปจีน 2 แห่ง ห้ามเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จากอเมริกา ขณะที่จีนก็ใช้มาตรการตอบโต้ เช่น ชะลอการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ป้องกันประเทศ

กรณี Nvidia ถือเป็นสัญญาณชัดว่าจีนไม่อาจมองข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการเปิดทางขายชิปบางรุ่นเข้าไปยังจีนอย่างเป็นมิตรนัก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับ Nvidia และ AMD ให้แบ่งรายได้ 15% จากการขายในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแลกกับใบอนุญาตการส่งออกชิป AI รุ่นที่ถูกลดสเปกแล้วก็ตาม

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนระบุว่า Nvidia ละเมิดเงื่อนไขการเข้าซื้อกิจการ Mellanox Technologies บริษัทออกแบบชิปจากอิสราเอล ที่จีนเคยอนุมัติเมื่อปี 2020 และจะเดินหน้าสืบสวนเพิ่มเติม ส่งผลให้หุ้น Nvidia ร่วงลง 1.4% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด

แม้สหรัฐฯ จะพยายามเปิดตลาดชิป H20 ของ Nvidia ให้จีนใช้งานได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะยอมรับหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันก็มีการคาดว่าจีนอาจเข้าถึงชิปเหล่านี้ผ่านตลาดมืดอยู่แล้ว โดยชิป H20 ถูกเชื่อมโยงกับการพัฒนา DeepSeek โมเดล AI ขั้นสูงของจีนที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับซิลิคอนวัลเลย์เมื่อต้นปีนี้

‘สหรัฐฯ-จีน’ บรรลุข้อตกลง ไม่แบน TikTok แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกา

(16 ก.ย. 68) สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงกรอบการควบคุม TikTok ก่อนวันกำหนดเส้นตายให้ ByteDance ขายกิจการให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯ หรือถูกแบนภายในวันพุธนี้ (17 ก.ย.) โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศประกาศว่า TikTok จะยังคงดำเนินการในสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของบริษัทสัญชาติอเมริกัน โดยข้อตกลงนี้ได้รับการเจรจาในระหว่างการประชุมหารือการค้าที่กรุงมาดริด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าช่วยรักษาแอปที่เยาวชนชาวอเมริกันอยากให้ดำเนินต่อไป ขณะที่รายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อตกลงนี้ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าและเปิดทางให้สหรัฐฯ กับจีนสามารถเจรจาเรื่องอื่น ๆ ต่อได้

อย่างที่ทราบกันดีว่า TikTok เคยถูกเสนอให้แบนครั้งแรกในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่รัฐบาลต่อมาของโจ ไบเดน จะออกกฎหมายแบนเว้นแต่จะขายกิจการในสหรัฐฯ การบังคับใช้ถูกเลื่อนและหยุดชั่วคราวหลายครั้ง ทำให้แอปยังคงให้บริการต่อไปภายใต้เงื่อนไขใหม่

ทั้งนี้ TikTok มีบทบาทสำคัญด้านวัฒนธรรมและการเมือง โดยเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเผยแพร่เนื้อหาสำหรับผู้สนับสนุนทรัมป์และกลุ่มอนุรักษ์นิยม รวมถึงมีผลต่อการเมืองต่างประเทศ เช่น การเลือกตั้งในเยอรมนี โปแลนด์ สวีเดน และฝรั่งเศส ทำให้ TikTok ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ทั้งด้านสังคมและข้อมูลข่าวสาร

Dongtaan Racing จาก ม.เกษตรศาสตร์ สุดเจ๋ง คว้าอันดับ 4 จากเวที Formula Student ญี่ปุ่น

(16 ก.ย. 68) เพจ Kasetsart Mechanical Engineering โพสต์ข้อความระบุว่า Dongtaan Racing ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัลใหญ่บนเวที Formula Student ระดับโลกที่ญี่ปุ่น!

ทีม Dongtaan Racing (DTR) จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตัวแทนประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับมหาวิทยาลัยและประเทศ ด้วยผลงานโดดเด่นในการแข่งขัน Formula Student Japan 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–13 กันยายน 2568 ณ Aichi Sky Expo เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันภายใต้เครือข่าย Formula SAE ระดับโลก

Dongtaan Racing ลงแข่งขันใน Internal Combustion Vehicle (ICV) Class ซึ่งมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 58 ทีม จากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายประเทศ โดยทีมประกอบด้วยนิสิตจากหลากหลายคณะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันจนสำเร็จ

✨ ผลการแข่งขันในแต่ละรายการของ Dongtaan Racing (DTR)
 • 🥇 อันดับ 1 – Skidpad (ชนะเลิศ)
 • 🥈 อันดับ 2 – PR Award
 • 🥉 อันดับ 3 – Best Aerodynamics Award
 • 🏅 อันดับ 4 – Endurance
 • 🏅 อันดับ 6 – Acceleration
 • 🏅 อันดับ 12 – Autocross
 • 🏅 อันดับ 6 – Design Event
 • 🏅 อันดับ 17 – Presentation Event
 • 🏅 อันดับ 25 – Cost & Manufacturing Event

ด้วยผลงานในแต่ละด้านข้างต้น ทำให้ทีม Dongtaan Racing มีคะแนนรวมอยู่ในลำดับสูง และสามารถคว้า อันดับ 4 Overall Result (ICV Class) จากทีมที่เข้าร่วมทั้งหมด 58 ทีมได้สำเร็จ 

การแข่งขันครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิศวกรรม การทำงานเป็นทีม และความทุ่มเทของนิสิตจากหลายคณะ ที่ร่วมกันพัฒนาและสร้างรถแข่งฟอร์มูล่าด้วยตนเองจนคว้ารางวัลระดับโลกได้สำเร็จ

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ขอแสดงความยินดีกับนิสิตและทีมที่ปรึกษาทุกท่าน พร้อมขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกฝ่าย และเชิญชวนทุกคนร่วมภาคภูมิใจกับความสำเร็จของ Dongtaan Racing ที่นำชื่อเสียงมาสู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และประเทศไทย

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่  2 คดี ยึดยาบ้ากว่า 9.7 ล้านเม็ด ไอซ์ 100 กก.

(15 ก.ย. 68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการ แถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญของในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 2 คดีได้แก่ สภ.เชียงของ จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ดและ สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,730,000 เม็ด ,ไอซ์ จำนวน 100 กก. ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

ตามนโยบายรัฐบาล สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข  รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ  มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ  ผบก.สส.ภ.5,    พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.ยุทธนา  แก่นจันทร์  ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงราย นายทศพล เผื่อนอุดม ผวจ.เชียงใหม่    
สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่องผอ.ปปส.ภาค 5
  
คดีที่ 1 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย  ได้รับแจ้งจากสายลับประกอบกับการสืบสวนพบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่สีขาว ทะเบียน ยบ 5477 เชียงใหม่และรถยนต์อื่นอีกหลายคันเป็นพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง 

หน่วยที่จับกุม ชปส.ภ.จว.เชียงราย, สภ.เชียงของ จว.เชียงราย, ชป.ขยายผล ศอ.ปส.ภ.5 ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุ 12 ก.ย.68 เวลาประมาณ 22.00 น.
สถานที่จับกุม บริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลยุพราชเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จว.เชียงรายควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 คน (นายเอกลักษณ์ฯ อายุ 36 ปี อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย, นายนายชลิตฯ อายุ 33 ปี อ.สะเมิง จว.เชียงใหม่, นายนายจิรายุทธฯ อายุ 47 ปี อ.แม่ลาน้อย จว.แม่ฮ่องสอน) 

มาที่รถยนต์โตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียน ยบ 5477 เชียงใหม่ และขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 24 กระสอบ รวมประมาณ 6,000,000 เม็ด  บรรทุกอยู่กระบะท้ายคลุมด้วยผ้าใบสีฟ้า จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง โดยผู้ต้องหารับว่าลำเลียงยาบ้าจาก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ไปส่งให้กลุ่มลำเลียงในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จึงจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 หน่วยที่จับกุม กก.สส.2 บก.สส.ภ.5, ชป.ขยายผลฯ ศอ.ปส.ภ.5, สภ.แม่โจ้ จว.เชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 14 ก.ย.68 เวลาประมาณ 04.30 น.
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ม.11 ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ผู้ต้องหา 1 คน (นายดนุสรณ์ อายุ 24 ปี อ.ดำเนินสะดวก จว.ราชบุรี)

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงใหม่ สายเหนือ (อ.แม่แตง อ.เชียงดาว) นำไปส่งมอบให้กับเครือข่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศโดยจะใช้รถยนต์ อีซูซุ สีเทา (4 ประตู) ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะในการลำเลียง

จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 เวลาประมาณ 03.50 น. พบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวขับขี่ออกจากพื้นที่หมู่บ้านหล่ายทา ต.ทาสบเส้า และทิศทางกลับมุ่งหน้าเข้าสู่ในตัวเมือง จว.ลำพูน ชุดปฏิบัติการจึงได้ไล่ติดตาม ผ่าน อ.เมืองลำพูน อ.สารภี อ.เมืองเชียงใหม่ และวิ่งไปตามถนนเชียงใหม่ - พร้าว ฝ่าไฟแดงแยกรวมโชค แยกหนองจ๊อม - แยกแม่โจ้ และทางแยกโรงพยาบาลสันทราย 

ต่อมาเวลาประมาณ 04.30 น. ชุดปฏิบัติการสามารถหยุดรถยนต์คันดังกล่าวได้บริเวณ ถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลฟเว่น) สาขาบ้านไร่สหกรณ์ ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ พบนายดนุสรณ์ หรือสนุ๊ก เป็นคนขับ ตรวจค้นภายในรถพบเป็นยาบ้าจำนวน 15 กระสอบ รวมประมาณ 3,730,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 100 กิโลกรัม จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดี ส่วนรถยนต์อีซูซุ สีเทาทะเบียน กทม. ซึ่งเป็นรถนำ/สำรวจเส้นทาง ได้หลบหนีมุ่งหน้าทาง อ.แม่แตง และหลุดการติดตาม จะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 14 ก.ย.68 จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 26,858  คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 255  คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 270 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,960  กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 211 กิโลกรัมเศษ เคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 160 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,246 ล้านบาทเศษ

‘อิสราเอล’ เปิดปฏิบัติการถล่ม ‘กาซา ซิตี้’ ต่อเนื่อง ประชาชนกว่า 300,000 คน ต้องอพยพหนีตาย

(16 ก.ย. 68) กองทัพอิสราเอลเริ่มขยายการโจมตีทางอากาศ ทั้งในและรอบเมืองกาซาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำลายอาคารสูงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าอาคารเหล่านี้ถูกใช้โดยกลุ่มฮามาสเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการบุกเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก

การรุกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ พบกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และสนับสนุนปฏิบัติการ โดยการเคลื่อนกำลังบุกเข้าสู่เมืองเกิดขึ้นหลังจากกาซารายงานการโจมตีทางอากาศและระดมอาวุธหนักเข้าสู่ในเมืองและชานเมืองของช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลเรียกร้องให้ประชาชนในเมืองกาซาอพยพออกไป โดยมีประชาชนราว 300,000 คนอพยพออกไปแล้ว ขณะที่ยังมีอีกประมาณ 700,000 คนที่อยู่ในเมือง โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า “กาซากำลังถูกไฟเผา… เราจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น”

ขณะที่ ครอบครัวของผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซาออกมาประท้วงหน้าที่พักของเนทันยาฮู โดยเตือนว่าการขยายความรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของตัวประกัน ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า กลุ่มฮามาสอาจเคลื่อนตัวประกันไปยังพื้นที่สูงเพื่อใช้เป็น “โล่มนุษย์” ต่อต้านการบุกของอิสราเอล

‘ชูวิทย์’ สะท้อนชีวิตในคุก ชี้ “อิสรภาพ” สำคัญกว่าทุกสิ่ง เชื่อประวัติศาสตร์ - การต่อสู้ของ ‘ทักษิณ’ ยังถึงบทสุดท้าย

‘ชูวิทย์’ เล่าเรื่อง ‘คุกพลาซ่า’ ประกอบเรื่อง ‘ทักษิณ’ ชี้ ‘คุกคือคุก’ ที่จำกัดอิสรภาพ อย่าได้เหยียดหยาม-สมน้ำหน้า เวลาที่ไร้อิสรภาพมันยาวนานมาก ลั่น คนที่เคยอยู่จุดสูงสุดของการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคนโหวตให้มากกว่า 10 ล้านเสียง แต่ท้ายสุด ตกต่ำจนติดคุกติดตะราง เชื่อ ประวัติศาสตร์ของทักษิณยังไม่จบ และการต่อสู้ของทักษิณ ยังไม่ถึงบทสุดท้าย

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.68 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

“คุกพลาซ่า 
ดูข่าวอุ๊งอิ้งไปเยี่ยมทักษิณที่คุกคลองเปรม 
ในฐานะศิษย์เก่าอยากแชร์ความรู้ให้เข้าใจ แม้ว่าจะไม่มีใครต้องการไปเฉียดสถานที่นี้ แต่เมื่อแม้แต่คนระดับ “นายกฯ“ ยังต้องมาติดคุก

ใครจึงอย่าไปคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันติดคุก 
จึงขอเป็นตัวแทนกรมราชทัณฑ์ชี้แจงในฐานะนักโทษเก่า ดังนี้ 
พื้นที่นี้เรียกว่า ”ลาดยาว“ อยู่รวมกันหมดทั้ง เรือนจำพิเศษกรุงเทพ, เรือนจำกลางคลองเปรม, ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง, ทัณฑสถานหญิงกลาง และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีพื้นที่เป็นพันไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร 

ทั้งหมดตั้งอยู่ในสถานที่รวมศูนย์ เสมือน “ศูนย์กลางคุก” ยกเว้น “บางขวาง“ ที่แยกไปอยู่ที่ จ.นนทบุรี

ผมจึงตั้งฉายาที่นี่ไว้ว่า “คุกพลาซ่า”
ทักษิณอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม แม้ว่าผมจะไม่เคยอยู่ แต่มีโอกาสได้เข้าไปหลายครั้งตอนทำรายการทีวี เรือนจำกลางคลองเปรมมีพื้นที่กว้างขวางกว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมากหลายเท่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมี 8 แดน แต่ละแดนพื้นที่แค่ 4 ไร่ แต่มีคนอยู่แดนละ 500-700 คน เป็นอย่างต่ำ แต่เรือนจำกลางคลองเปรมกว้างขวางกว่ามาก มีพื้นที่ 400 กว่าไร่ ในขณะที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมีพื้นที่เพียง 20 กว่าไร่

เห็นขนาดก็ทราบว่าต่างกันมาก 
เรือนจำกลางคลองเปรมยังมีพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลราชทัณฑ์ สามารถเดินทะลุถึงกันได้ ต่างกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพที่ต้องนั่งรถมาโรงพยาบาล เพราะอยู่ห่างกัน 200 เมตร 

ตอนผมเป็น “นักโทษเด็ดขาด“ ได้มีโอกาสมาเป็น “ผู้ช่วย” ทำงานที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อช่วยเหลืองานตามที่ได้รับมอบหมาย

โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นศูนย์รวมของนักโทษที่เจ็บป่วย เพราะภายในเรือนจำแต่ละแห่งมีแค่เรือนพยาบาลที่แน่นทุกวัน และแออัดเกินกำลัง 

เมื่ออาการหนักก็ถูกส่งมาโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่มีพร้อมทั้งห้องฟอกไต หมอฟัน รักษาสารพันโรค ไม่ว่าวัณโรค เอดส์ ไปถึงจิตเวช 

พื้นที่ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เดิมเป็นพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรมมาก่อน ต่อมาแยกออกมาเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในภายหลัง

มีหลายท่านที่ผมได้พบเห็น ไม่ว่าตำรวจใหญ่อย่าง พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือชะลอ เกิดเทศ 
อดีต กกต. ท่านวาสนา ท่านปริญญา หรือพี่สนธิ ไปจนถึงนักการเมืองหลายท่าน เช่น คุณบุญทรง คุณภูมิ หรือ ระดับ ผอ. ต่างๆ ไปจนถึงหม่อมราชวงศ์

ในจำนวนนักโทษระดับผู้ใหญ่ ที่ผมสงสารที่สุด คือ ท่านวาสนา เพิ่มลาภ เพราะความที่ท่านเคยเป็น ประธาน กกต. แต่ต้องมาใส่โซ่ตรวนติดคุกไร้อิสรภาพ เดินทางจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั่งรถเรือนจำมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ในสภาพเช่นนี้

ท่านร้องไห้น้ำตาซึมกับผม แต่อดทนอยู่จนวันที่ได้กลับออกไปสู่อิสรภาพ
ท่านบอกผมว่า เมื่อได้ออก จะไปอยู่ไร่ที่เมืองจันทบุรี ทุกคนย่อมรอวันครบกำหนด ที่ได้มีโอกาสออกไปใช้ชีวิต มีเสรีภาพอันหอมหวน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มีคนมัวแต่จ้องว่าทักษิณตัดผมไหม ใส่เสื้ออย่างไร อยู่อย่างไร?

ขอเรียนในฐานะนักโทษเก่า คุกคือคุก ที่จำกัดอิสรภาพ อย่าได้เหยียดหยาม อย่าได้สมน้ำหน้า คนล้มย่อมต้องลุกขึ้นต่อไป คนที่ติดคุกยังมีวันได้ออก
ส่วนลูกเมียก็ต้องไปเยี่ยมตลอด เสมือนติดคุกไปด้วย 

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจำคุกที่ศาลตัดสินแล้ว จะได้ “ใบบริสุทธิ์” อันมีความหมายว่าได้รับโทษครบจบสิ้นแล้ว เรื่องคดีนั้นผมไม่เกี่ยว แต่ขอชี้แจงว่าการติดคุกย่อมต้องขาดสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ทุกคน คือ อิสรภาพ 

ดังนั้นไม่ว่าอยู่ยังไง กินอะไร มันไม่สำคัญเท่ากับเสรีภาพที่จะไปไหนได้ 
นักโทษทุกคนมีหัวใจ และมีเหตุที่ต้องมาติดคุก
ไม่ว่าด้วยกิเลสตัณหา เจตนา พลาดพลั้งไป หรือเป็นนักโทษโดยกมลสันดาน 
ท้ายสุดเมื่อมาถูกจองจำ ย่อมมีสถานะเท่าเทียมกัน 
เพราะที่นี่คือคุก สถานที่สุดท้ายที่ไม่มีใครอยากไปก่อนตาย

จริงอยู่ มีคนสมควรติดคุก เพราะเป็นฆาตกร ค้ายาเสพติด ข่มขืน สารพันข้อหาแน่นคุก แต่มีคนสมควรอยู่ ก็มีคนสมควรแยกประเภท พฤตินิสัย ไม่ใช่เอาไปขังรวมกันหมด เพราะการติดคุกย่อมทรมานจิตใจ ไม่ว่าจะอยู่สบายแค่ไหน 
ให้กินน้อยหน่อย รวยน้อยหน่อย แต่อยู่นอกคุก ดีกว่ามีเงินมหาศาลแต่ต้องอยู่ในคุก 

สุภาษิตคุก คือ “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้”
และ 3 สิ่งสำคัญ คือ  “ช้อน ชั้น ชีวิต“ อันมีความหมายถึง
ช้อน ที่ต้องใช้ไม่ปะปนกับใคร เพราะโรคภายในมันมาก แม้แต่วัณโรคที่นอกคุกไม่พบ แต่ในคุกเป็นกันเยอะ เพราะสถานที่แออัดยัดเยียด

ชั้น หมายถึง ชั้นของนักโทษ ที่มีผลต่อการพักโทษ หรืออภัยโทษ จะได้ตามสัดส่วนของชั้น ตั้งแต่ ชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม 

แต่ละคนต้องใช้เวลาตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้ในการไต่ชั้น 
ส่วน ชีวิต ก็ต้องรักษา ไม่มีใครอยากตายในคุก 

ผมเก็บศพในคุกขณะเป็นผู้ช่วยที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ถึง 80 ศพ มีทั้งชาย และหญิง ล้วนแล้วแต่น่าเวทนาที่ตายไปพร้อมกับความไร้ซึ่งอิสรภาพ

ทุกคนที่อยู่ล้วนต้องพยายามทำให้จิตไม่ตก หาอะไรทำให้หมดเวลาไปวันๆ 
เพราะเวลาที่ไร้อิสรภาพมันยาวนานมาก ทักษิณอาจได้เขียนหนังสือสักเล่ม ขณะใช้ชีวิตในคุก เช่น “การต่อสู้ของผม” หรือ “ชีวิตที่ไร้อิสรภาพ” เพื่อบันทึกเรื่องราวความคิดในขณะที่อยู่คนเดียว

มันเป็นรสชาติของชีวิต ที่ไม่มีใครจะรู้สึกได้ดีเท่ากับคนที่ติดคุกเอง
คนมองในแง่ของคดีที่อาจเพิ่มขึ้น แต่ผมกลับมองถึงมุมมองทางประวัติศาสตร์ของคนคนหนึ่ง ที่เคยอยู่จุดสูงสุดของการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรี มีคนโหวตให้มากกว่า 10 ล้านเสียง แต่ท้ายสุดตกต่ำจนติดคุกติดตะราง 

ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง แต่สิ่งที่ผมเชื่ออย่างหนึ่ง คือ ประวัติศาสตร์ของทักษิณยังไม่จบ และการต่อสู้ของทักษิณยังไม่ถึงบทสุดท้าย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top