Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

ผมจะไม่มีวันกลับไปสหรัฐฯ อีกแล้ว

(14 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ช่างไฟฟ้าชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับโยนเข้าไปในศูนย์กักกันของหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของ #สหรัฐฯ #ICE กล่าวว่า “ผมจะไม่มีวันกลับไปสหรัฐฯ อีกแล้ว” 

“ผมโกรธมาก เพราะเราคงจะไม่ถูกจับกุมถ้ามีใครบอกไม่ให้เรามาทำงาน” นายจอง กวอน-วอน อายุ 32 ปี ช่างไฟฟ้าของบริษัทผู้รับเหมาช่วงของ LG กล่าว

เขากล่าวว่าได้ใช้โครงการ #วีซ่าเวฟเวอร์ (the visa-waiver program - VWP) ซึ่งอนุญาตให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ 90 วันเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจ

“นายจ้างของเราบอกว่าพวกเราสามารถมาทำงานที่นี่ได้” นายจองกล่าว “พวกเขาบอกว่านี่เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน”

แรงงานที่ถูกส่งตัวกลับเล่าถึงประสบการณ์สะเทือนใจ เมื่อได้เห็นรถหุ้มเกราะและเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเข้ามา และถูกใส่กุญแจมือกับพันธนาการข้อเท้าโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

“ผมจะไม่มีวันไปสหรัฐฯ อีกแล้ว” นายจองกล่าวทิ้งท้าย

ฝรั่ง IG ‘tattedexplorer’ ตอบโต้!! ‘BBC’ เผยความจริง!! ประเทศไทยที่สวยงาม

(14 ก.ย. 68) หลังจาก BBC ปล่อยสารคดี “Thailand: The Dark Side of Paradise” ที่ไปเน้นแต่เรื่องบาร์กลางคืน ถนนข้าวสาร และด้านมืดของไทย จนทำให้ภาพลักษณ์ประเทศดูแย่ ฝรั่งคนหนึ่งกลับออกมาตอบโต้ด้วยคอนเทนต์ที่ตรงกันข้ามแบบสิ้นเชิง

เขาคือ Liam Andrew เจ้าของอินสตาแกรม @tattedexplorer ที่มีผู้ติดตามหลักแสน ซึ่งใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยและทำคอนเทนต์เล่าเรื่องราวในแง่ดี เขาพูดชัดเจนว่า “ประเทศไทยมีมากกว่านั้น” ไม่ใช่แค่ผับบาร์หรือเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่ BBC อยากขาย แต่ยังมีวิถีชีวิตที่สวยงาม อาหารอร่อย ผู้คนใจดี และความน่าอยู่ที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือน

จริง ๆ แล้วสิ่งที่ BBC เอามาเล่า มันก็เป็นแค่ 1% ของชีวิตจริง ที่ประเทศไหนก็มี อเมริกาก็มี อังกฤษก็มี แต่ BBC กลับเลือกจะตัดภาพเฉพาะด้านมืดมาทำเป็นสารคดี ทำให้คนต่างชาติที่ไม่เคยมาสัมผัสเมืองไทยอาจเข้าใจผิด

ในขณะที่ Liam เลือกจะเล่าเรื่องตรงไปตรงมา ทั้งทำอาหารไทย กินอยู่แบบบ้าน ๆ และทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้คน เห็นได้ชัดว่าฝรั่งคนนี้รักเมืองไทยจริง ๆ

ดังนั้น ในฐานะคนไทย เราควรชื่นชมเขา ที่ออกมาพูดแทนเรา ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นอย่างที่ BBC สื่อออกไป และยังเป็นบ้านที่อบอุ่นและน่าอยู่สำหรับใครก็ตามที่ได้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง

แก๊งโจร!! ฉกกระเป๋า ‘ผู้บริหาร ปตท.’ กลางกรุงมิลาน อุทาหรณ์!! เตือนใจ นักท่องเที่ยว คนไทยในต่างแดน

เมื่อวันที่ (12 ก.ย. 68) ที่ผ่านมา เกิดเหตุโจรกรรมกระเป๋าขึ้น ณ ร้านอาหารไทย Bangkok Thai Restaurant ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องวงจรปิด และถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘กิตติพงศ์ นาวิรัตน์’

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่คณะกรรมการบริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังรับประทานอาหารกลางวัน ได้มี ‘มิจฉาชีพ’ 3 คน (ชาย 2 คน หญิง 1 คน) เข้ามาในร้าน โดยแต่ละคนทำหน้าที่แตกต่างกันไปอย่างเป็นระบบ คนแรกเข้าไปพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่อีกคนยืนบังทางเข้าออกและคอยสังเกตการณ์ ส่วนคนสุดท้ายได้อาศัยจังหวะที่เหยื่อเผลอ ฉกกระเป๋าที่แขวนอยู่บนเก้าอี้ของ ‘ท่าน ออม’ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารฯ แล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ‘ท่าน ออม’ ได้ไหวตัวทันและสัมผัสได้ว่ากระเป๋าหายไป จึงตัดสินใจวิ่งไล่ตามโจรทันทีพร้อมกับคณะที่มาด้วยกัน จนสามารถทวงกระเป๋าคืนได้สำเร็จในที่สุด

ผู้โพสต์ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สินของตนเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะและต่างประเทศ

'เทพไท' กระตุ้น!!เร่งฟื้นฟูพรรค เรียกศรัทธาจากประชาชน กลับคืนมา ชี้!! จุดยืนทางการเมือง อุดมการณ์ประชาธิปัตย์ สำคัญกว่าตัวบุคคล

(14 ก.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ‘เทพไท – คุยการเมือง’ โดยมีใจความว่า ...

อุดมการณ์ สำคัญกว่าตัวบุคคล

หลังจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีข้อเสนอเกี่ยวกับตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ พูดถึงบุคคลที่เหมาะสม ที่จะเข้ามากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม

ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์และปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์ทางการเมือง อยากจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ได้สิ้นสภาพไปทั้งชุด หลังจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้ว ก็เป็นโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะสรรหาผู้นำพรรคคนใหม่ แต่ผู้นำพรรคคนใหม่ แม้ว่าจะมีบทบาทสำคัญ จะเป็นธงนำของพรรคในทางการเมืองก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวบุคคล หรือตัวหัวหน้าพรรค นั้นก็คือจุดยืนทางการเมือง และอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลง เพราะไม่มีการรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ประกาศมาตั้งแต่ 6 เมษายน 2489 เป็นเวลาร่วม 80 ปีแล้วอุดมการณ์ 10 ข้อ และข้อที่สำคัญที่สุดคือ ข้อ4 พรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ แต่ช่วงหลังพรรคประชาธิปัตย์กลับมีปัญหาในด้านอุดมการณ์ คือพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าร่วมกับรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร และล่าสุดเข้าร่วมกับระบอบทักษิณ ทำให้แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ทางการเมืองเปลี่ยนไป จากการยึดมั่นอุดมการณ์ในการต่อสู้ทางการเมือง มาเปลี่ยนไปการดำเนินการทางการเมืองอิงระบบทุน จึงทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์สับสน

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่จะรีเซ็ต หรือปรับปรุงพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ผมอยากจะเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค เพื่อเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมา นั่นก็คือการต่อสู้และต่อต้านกับเผด็จการทุกรูปแบบ ทั้งเผด็จการทหาร เผด็จการทุนสามานย์ และเผด็จการอื่นใดที่จะเกิดขึ้น

อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินงานทางการเมืองที่ชัดเจน ใช้อุดมการณ์มากกว่าใช้ระบบเงินทุนดำเนินการทางการเมือง ต้องมีความชัดเจนในแนวทางการเมือง ไม่ใช่การใช้วิธีแบบไฮบริด คือยึดอุดมการณ์แบบก่ำๆกึ่งๆ ใช้ระบบทุนในการเลือกตั้งผสมเข้ามาด้วย ซึ่งจะเป็นความลักลั่นที่เกิดขึ้นในทางการเมือง

พรรคประชาธิปัตย์จะก้าวหน้า จะมั่นคงได้ ก็ยึดถืออุดมการณ์ของพรรคเป็นที่ตั้ง จะได้จำนวนที่นั่งส.ส.มากน้อยเพียงใดไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะสาระสำคัญคืออุดมการณ์ ถ้าพรรคมีอุดมการณ์ พรรคก็ค่อยๆพัฒนาเติบโตขึ้นไปได้

ในอดีตที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ เคยรุ่งโรจน์ เคยตกต่ำ ก็เป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง และเชื่อว่าถ้ายังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอย่างเคร่งครัด พรรคประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในโอกาสต่อไป

‘ชัยวุฒิ’ ย้ำ!! ประชาชนไม่ต้องกังวล หากไม่เกี่ยวข้อง ‘บัญชีม้า’ หากถูกอายัด!! โทรด่วน 1441 ธนาคารพร้อมเปิดบัญชีให้ทันที

(14 ก.ย. 68) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ‘ปัญหาบัญชีม้า’ ซึ่งได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อพี่น้องประชาชน ผู้บริสุทธิ์ โดยได้ระบุว่า ...

การแก้ไขปัญหา ‘บัญชีม้า’ เราต้องรีบล็อคหยุดบัญชีม้า ดึงเงินคืนกลับมาให้กับผู้เสียหาย 

แต่จากที่เราทราบบัญชีม้า มักจะโอนเงินต่อไปให้กับเครือข่าย บัญชีลูกๆ อีกหลายทอด จึงมีความจำเป็นจะต้องปิดทุกบัญชี 

คือปิดแต่บัญชีม้าบัญชีเดียวนั้นไม่พอ ต้องปิดทุกบัญชีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย 

แต่ปัจจุบันมี บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า เช่นบางคนก็ได้รับเงินโอนมาโดยตัวเองนั้นไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิด ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายหรือพูดง่ายๆก็คือ ไม่ได้รู้เรื่องด้วย เป็นผู้บริสุทธิ์

ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยให้รีบไปยืนยันตัวตน ไปแจ้งกับธนาคารเจ้าของบัญชี ที่เราใช้ ว่าเรา เป็นรายชื่อปกติไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ทางธนาคารก็จะรีบเปิดบัญชีให้เราได้ใช้งานตามปกติ ไม่ต้องกลัวปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรีบไปถอนเงินออกจากธนาคาร หรือปิดบัญชี เพราะว่าเราไม่ได้กระทำความผิดใดๆ เราจึงไม่ต้องกังวล

ถ้าบัญชีของเราถูกอายัดไม่ต้องตกใจ ให้เรารีบแจ้งไปยังธนาคารโดยนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตน หรือ โทรไปที่เบอร์ 1441 ธนาคารจะเปิดให้ใช้บัญชีได้ทันที ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเราเป็นบัญชีปกติ 

ขอย้ำ!! เราไม่ต้องตกใจ เราไม่ต้องไปแห่ถอนเงิน ถ้าเราเป็นผู้บริสุทธิ์ เราไม่ได้กระทำความผิดใดๆ ร่วมกับบัญชีม้า เราไม่ต้องกลัว!!

‘ออสเตรเลีย’ ทุ่มงบกว่า 2.5 แสนล้านบาท สร้าง!! ‘อู่ต่อเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์’ รองรับภารกิจ!! ตามข้อตกลงภายใต้ ‘สนธิสัญญาออคัส’ เพื่อเตรียมรับมือ ‘จีน’

(14 ก.ย. 68) รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าจะใช้งบประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเกือบ 252,330 ล้านบาทสำหรับ อู่ต่อเรือดำน้ำ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

เพื่อดำเนินการสร้างและส่งมอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ภายใต้สนธิสัญญาออคัส (AUKUS) สนธิสัญญาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาซึ่งตกลงกันในปี 2564

โดยมีเป้าหมายจัดหาเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ให้แก่ออสเตรเลียภายในทศวรรษหน้าเพื่อรับมือกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาค

ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ออสเตรเลียทุ่มเงิน 127 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,670 ล้านบาท) เพื่อยกระดับอู่ต่อเรือเฮนเดอร์สัน และจะใช้งบประมาณอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนอู่ต่อเรือแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงกองเรือดำน้ำของกลุ่มออคัส

รัฐบาลออสเตรเลียยังระบุว่าอู่ต่อเรือแห่งนี้จะสร้างเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ให้กองทัพบกออสเตรเลียและเรือฟริเกตอเนกประสงค์ให้กองทัพเรือซึ่งจะช่วยสนับสนุนตำแหน่งงานในท้องถิ่นประมาณ 10,000 ตำแหน่ง

‘กองกำลังบูรพา’ จับ!! สินค้าบริโภค เตรียมลักลอบ!! ข้ามแดน ‘นมผงเด็ก – น้ำตาล’ สะท้อน!! วิกฤตหิวโหย อีกฟากฝั่งชายแดน

(14 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพา , หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ,ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 , กองพันทหารม้าที่ 30 และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ได้ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่และตรวจพบสินค้าบริโภคจำนวนมากถูกซุกซ่อนอยู่ในไร่อ้อยบริเวณชายแดนบ้านหนองปรือ หมู่ 7 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

สินค้าที่พบประกอบด้วยนมผง, น้ำกระเทียมดอง, น้ำตาลกรวด และไส้ขม ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต จากการตรวจสอบไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คาดว่าสินค้าเหล่านี้ถูกนำมาซ่อนไว้เพื่อเตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง การลักลอบนำอาหารออกนอกประเทศเช่นนี้จึงเป็นการซ้ำเติมวิกฤตดังกล่าวให้หนักยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับด่านศุลกากรอรัญประเทศเพื่อตรวจสอบและนำสินค้าทั้งหมดไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

‘ดร.เอ้’ เมิน!! ‘ปชป.’ เดินหน้าตั้งพรรคใหม่ ลั่น!! ว่ายน้ำออกมาแล้ว จะไม่ว่ายกลับไป

(14 ก.ย. 68) นายเทพชัย หย่อง สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

มีเสียงเรียกร้องให้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กลับไปช่วยกอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ หลังเฉลิมชัยลาออกจากหัวหน้าพรรค

แต่ ดร.เอ้ ประกาศชัดเจนต่อหน้าเพื่อนๆ พี่ๆ เมื่อวานนี้ว่า

 “ถ้าผมเดินหน้าทำอะไร จะไม่มีการถอยกลับ ผมว่ายน้ำออกมาขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่ว่ายกลับไป”

ถึงจะส่งเรือยอร์ชมารับก็ไม่กลับ

ตอนนี้กำลังเตรียมเปิดตัวพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ ที่จะชูเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลัก

‘ดีเจสาวเมียนมา’ เจอคดี!! ลบหลู่ศาสนา เปิดเพลงธรรมะ แดนซ์ในผับ จากเสียงเพลง สู่เสียงโกรธ!! บทเรียนในโลกที่ศรัทธาเปราะบาง

(14 ก.ย. 68) ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ตำรวจเมียนมาเข้าจับกุมดีเจ ไวโอเลต ฐานลบหลู่ศาสนาพุทธ โดยเธอนำเพลงพุทธัง สาระนัง คัจฉามิ ที่เปิดตามวัดหรือเจดีย์ มารีมิกซ์ทำนองใต้ดินมาเล่นในผับ

ประเด็นนี้ที่กลายเป็นประเด็นหนักหลังมีคลิปในผับหลุดออกมาแล้วคนจำนวนมากท้วงติงถึงความไม่สมควร และแม้เธอจะขอโทษในเฟสบุคเธอไปแล้วแต่เธอกลับทิ้งท้ายในประโยคที่ขอโทษนั้นว่า "สำหรับคนที่อิจฉาเธอ คงจะมีความสุขนะที่เห็นเธอขอโทษ" ประโยคนี้เองที่โหมความโกรธของคนในโซเชียลในแรงขึ้น จนพ่อตาของเธอที่เป็นดาราชื่อ เนเมียว อ่อง พาเธอไปยังพุทธสมาคมที่เขต ตินกันจุน ในย่างกุ้งใกล้กับที่พักเพื่อทำหนังสือขอโทษกับกรณีดังกล่าว  แต่นี่ยังไม่จบเพราะหลังจากที่เธอทำหนังสือขอจมาไปแล้ว สามีของเธอบุตรชายของ เนเมียว อ่อง โพสลงโซเชียลตัดพ้อว่าเพลงแดนซ์ธรรมะเพลงนี้ใครทำก็ไม่รู้หาฟังได้ในโซเชียลทั่วไปและภรรยาเขาก็ได้ทำเรื่องขอขมาแล้วทำไมโซเชียลยังไท่หยุดประณาม สรุปประโยคที่สามีของดีเจไวโอเลตโพสกลับโหมความโกรธแค้นชาวโซเชียลขึ้นไปอีก จนสุดท้ายตำรวจเข้าคุมตัวดีเจไวโอเลตเมื่อวันเสาร์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

ตามที่ทราบกันว่าในเมียนมานั้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาสนานั้นเข้มแข็งมาก ในกรณีของดีเจไวโอเลตผิดกฎหมายศาสนามาตรา 295A ระบุว่า ห้ามการกระทำที่มีเจตนา “ลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทำร้ายความรู้สึกทางศาสนา” ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตอนนี้เรื่องราวไม่ได้จบแค่ดีเจไวโอเลตแต่มีการขยายออกไปยังเจ้าของผับที่ดีเจไวโอเลตไปเล่นดนตรีในวันนั้นด้วย

โปรดเกล้าฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขต 4 หลัง ‘ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์’ สส.เพื่อไทย ประกาศ!! ลาออก

(14 ก.ย. 68) เนื่องจากนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก สส. ทำให้ตำแหน่งว่างลง จึงต้องมีการเลือกตั้งซ่อม

ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 142 ตอนที่ 59 ก เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน มีเนื้อหาว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

มาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top