Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘ม.หอการค้าไทย’ เปิดชื่อ 4 น.ศ.ปีหนึ่ง ช่วยผู้หญิง!! ถูกลุงแอบถ่าย บนรถเมล์

(13 ก.ย. 68) จากกรณีวัยรุ่นชายประมาณ 4-5 คน ช่วยกันล็อกตัวชายค่อนข้างมีอายุรายหนึ่ง บนรถเมล์สาย 138 (หมอชิต-พระประแดง) ขณะกำลังใช้มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้โดยสารหญิง โดยได้บอกให้คนขับรถเมล์ปิดประตูและโทรแจ้งตำรวจ

หลังปลดล็อกเครื่องและเช็กมือถือของชายคนดังกล่าวดูแล้ว พบว่า มีภาพแอบถ่ายจริง เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อที่โรงพัก โดยมีผู้เสียหายถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐานและเดินทางติดตามไปแจ้งความดำเนินคดีด้วย ส่งผลให้สังคมชื่นชมในความกล้าหาญของวัยรุ่นชายกลุ่มนี้อย่างมาก ที่ไม่ละเลยและเข้าช่วยเหลือทันที ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชื่นชมในความกล้าหาญของ กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ได้เข้าช่วยเหลือนักศึกษาผู้หญิงที่ถูกผู้ชายท่านหนึ่งแอบถ่ายในรถสาธารณะ โดยกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ช่วยเหลือน้องผู้หญิงมีดังนี้

นักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ (สาขาการผลิตและการจัดการอีเว้นท์)
1. นายปกรณ์ หมายดี
2. นายปุณณสิน ผลเพิ่มศีลกุล
3. นายศิวัฒน์ กลั่นแก้ว

นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด
1. นายพงษ์พิพัฒน์ สุพะสร

ทางมหาวิทยาลัยขอชื่นชมและสนับสนุนน้องๆ ให้ทำสิ่งดีๆ เช่นนี้ต่อไป

‘BBC’ จงใจใช้!! ‘Jonathan Head’ รายงานข่าวความขัดแย้ง ‘ไทย - กัมพูชา’ สะท้อน!! ความไม่เป็นกลาง โน้มเอียงเข้าข้าง ‘เขมร’ มากกว่าเล่าข้อเท็จจริง

ล่าสุด สำนักข่าว BBC แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจอย่างที่สุดต่อประเทศไทย เมื่อเลือกใช้นักข่าวอย่าง Jonathan Head มานำเสนอข่าวความขัดแย้งไทย–กัมพูชา เพราะบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า หากแต่เป็นผู้ที่เคยก่อปัญหากับไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ

เขาเคยถูกตั้งข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากรายงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ไทย อันเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ แม้คดีจะไม่ถึงขั้นพิพากษาลงโทษ แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเต็มไปด้วยข้อกังขาและความไม่ไว้วางใจในสายตาคนไทย นอกจากนี้ ยังมีการรายงานอีกหลายชิ้นที่โน้มเอียงและโจมตีประเทศไทยในเชิงลบ ทั้งการเมือง สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการตั้งคำถามต่อเสถียรภาพของรัฐไทยในสายตานานาชาติ

ต่อมา เขายังเคยถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาทและกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ภูเก็ตจากการทำรายงานเรื่องการฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ คดีดังกล่าวทำให้เขาถูกยึดหนังสือเดินทางและถูกจำกัดเสรีภาพในการทำงาน แม้ท้ายที่สุดบางข้อหาจะถูกถอน แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเป็นนักข่าวที่มักสร้างความขัดแย้งกับกฎหมายไทยอยู่เสมอ

เมื่อย้อนมามองถึงการรายงานล่าสุดเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จึงแทบไม่ต้องสงสัยว่า ผลงานจะเอนเอียงไปในทิศทางที่เข้าข้างกัมพูชา มากกว่าที่จะสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง พฤติกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า BBC ไม่ได้ต้องการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา หากแต่จงใจทำลายประเทศไทยผ่านการใช้บุคคลที่มีประวัติสร้างปัญหากับชาติบ้านเมือง

'สภาเนปาล' แถลง!! เสียใจต่อการสูญเสีย จากเหตุประท้วง Gen Z

(13 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ที่ #เนปาล 

ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาของเนปาลออกแถลงการณ์หลังจากวิกฤตทางการเมืองในประเทศ
แถลงการณ์ร่วมระบุว่า …

พวกเรารู้สึกตกใจกับการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระหว่างการประท้วงของคนรุ่น Gen-Z เมื่อวันที่ 23 และ 24 ภัทรา 2082 พวกเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเยาวชนทุกคนที่เสียชีวิตระหว่างการประท้วง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกครอบครัว นอกจากนี้ยังขออวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนหายดีในเร็ววัน และขอเรียกร้องให้กลไกรัฐที่เกี่ยวข้องดูแลให้ไม่มีการขาดแคลนการรักษาพยาบาล

เหตุวางเพลิงและการทำลายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ภัทรา 2082 รวมถึงอาคารรัฐสภาแห่งชาติที่บาเนศวอร์ เลขาธิการรัฐสภาแห่งชาติที่สิงหะดุรบาร์ รวมทั้งสำนักงานรัฐบาลต่าง ๆ ที่อยู่อาศัยของภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ ทรัพย์สินสาธารณะ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ได้สร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ต่อประเทศ เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในอาคารรัฐสภาแห่งชาติ เลขาธิการรัฐสภา และทั่วประเทศ ได้สร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ต่อประเทศ

ในสถานการณ์อันยากลำบากที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ฯพณฯ ประธานาธิบดีกำลังดำเนินการหาทางออกผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ โดยยึดมั่นในอธิปไตย เสรีภาพพลเมือง บูรณภาพแห่งดินแดน เอกภาพของชาติ และเอกราชที่เป็นของประชาชน

ในบริบทนี้ เราขอยืนยันว่าหลักนิติธรรมและลัทธิรัฐธรรมนูญไม่ควรถูกบิดเบือน และเราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมุ่งมั่นสู่การสร้างประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า มั่งคั่ง และเข้มแข็งขึ้น ด้วยการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วง

'พล.ต.อ.อัคราเดช' ควงอุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจฯ 'เปิดป้าย อาคารพิมลศรี' Cop’s Valley view

(13 ก.ย.68) เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์พัฒนาประสิทธิภาพแจ้งยอดสุขตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ อ.เขาค้อ จว.เพชรบูรณ์ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.และคุณภคมน พิมลศรี อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจเป็นประธานในพิธีทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลและเปิดป้ายอาคารสำนักงาน(Cop’s Valley view) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ

โดยมี พล.ต.ต.สารนัย คงเมือง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์-พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 ,-พล.ต.ต.ธวัชชัย คำแหงพล ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. -พล.ต.ต.สุรชาติ จึงดำรงกิจ อดีต รอง.ผบช.ภ.6-พร้อมด้วย ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 6 , รอง ผบก.,หน.สถานี และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.เพชรบูรณ์ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

ในพิธีนี้ มีการประกอบพิธีสงฆ์ พระสงฆ์จำนวน 5 รูปเจริญพระพุทธมนต์ประพรมน้ำมนต์ , ทำพิธีเจิมป้าย จากนั้นประธานฯ ได้ทำพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงาน(Cop’s Valley view) อย่างเป็นทางการ ซึ่งศูนย์พัฒนาประสิทธิภาพแจ้งยอดสุขฯ แห่งนี้ เป็นผลสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการตำรวจให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและบทบาทหน้าที่ในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งพักผ่อน และศูนย์รวมพลังใจของบุคลากรในสังกัด , ส่งเสริมบทบาทด้านชุมชนสัมพันธ์ และเป็นจุดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เขาค้อ อันงดงามด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

ในการนี้ ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ได้มอบพระพุทธรูปพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ แห่งวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เพื่อเป็นที่ระลึกถึงกันในโอกาสต่อไป

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! การเปิดด่านเป็นวิธีการสุดท้าย ขณะนี้สถานการณ์ยังตึงเครียด!! การเจรจายังไม่ลงตัว

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการเปิดด่าน

‘เซียนมวย’ เห็นว่า!! ‘กรรมการ’ ตัดสินไม่เป็นธรรม โห่ไล่!! ให้ลงจาก เวทีมวย สยามอ้อมน้อย

(13 ก.ย. 68) เกิดเหตุเซียนมวยไม่พอใจกรรมการตัดสินไม่เป็นธรรมโห่ไล่ไม่ให้ตัดสิน จนทำให้กรรมการต้องลงจากเวที

สืบเนื่องมาจาก กรรมการรายดังกล่าวตัดสินมวยคู่ 4 ยอดขุนทัพ เจ ปอนด์ พี พัทลุง ชนะคะแนน ยอดปฐพี สิงห์จัตรัส รายการศึกจ้าวมวยไทย+ส.สมหมาย วันที่13 ก.ย.2568 เวทีสยามอ้อมน้อย และหลังจากศึกจ้าวมวยไทย+ส.สมหมาย จบลงกรรมการรายดังกล่าวได้ขึ้นเวทีทำการตัดสินมวยคู่ 3 ระหว่าง ไอยรา กระเป๋าลังกี้ พบ ทหารเอก นายกเอท่าศาลา รายการศึกเกียรติเพชร SKS ปรากฏว่าช่วงนักมวยกำลังจะไหว้ครูเซียนมวยไม่พอใจกรรมการได้ตะโกนโห่ไล่กรรมการผู้ที่จะตัดสินเนื่องจากเซียนมวยหลายคนไม่พอใจเห็นว่ากรรมการรายดังกล่าวตัดสินคู่ยอดขุนทัพกับยอดปฐพี ไม่เป็นธรรม จนทำให้แฟนมวยโห่ประท้วง อย่างหนักจนกรรมการต้องยอมลงจากเวที

ผู้สื่อรายงานว่า ทางประธานเทคนิคเวทีสยามอ้อมน้อย ต้องเปลี่ยนตัวกรรมการขึ้นห้ามบนเวที ทำให้เซียนมวยตบมือแสดงความดีใจ

‘คนเสื้อแดง’ ให้กำลังใจ!! ‘ทักษิณ’ นั่งกินข้าว!! หน้าเรือนจำคลองเปรม

(13 ก.ย. 68) ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม กทม. กลุ่มคนเสื้อแดง ประมาณ 50 คน นำโดย นายเทวินทร์ พูลทวี นางประนอม พูลทวี นายภัทรพล หรือ ไก่ บิ๊กแมน ธนเดชพรเลิศ พร้อมด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงปากช่องโคราช กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี เดินทางมาจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” ขณะที่ถูกคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรม เข้าสู่วันที่ 4   

โดยบรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปักหลักบริเวณฟุตพาท หน้าเรือนจำพร้อมด้วยรถเครื่องเสียง โดยนางประนอม พูลทวี และแกนนำเสื้อแดง นำข้าวหมกไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่ม กล้วยทอด ข้าวโพดต้ม มาแจกให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับประทานเป็นอาหารเที่ยงพร้อมกับอดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ในเวลา 10.13 น. เกิดเหตุชุลมุนเนื่องจากมีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-30 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้าย เข้าบริเวณพื้นที่ชุมนุมและมาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมและเกิดมีปากเสียงกันทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ประชาชื่น ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ และเชิญชายวัยรุ่นดังกล่าว ไปสถานีตำรวจ เพื่อตรวจค้นและสอบปากคำ ต่อมาเหตุการณ์ปกติ

ประชาธิปไตยฉบับไวรัล!! คน Gen Z โพสต์แล้วปฏิวัติ แชร์แล้วเปลี่ยนประเทศ จุดเชื่อมโยง!! ประท้วงเนปาล กับ ‘แก๊งค์ชานม’ จะรอด หรือแค่ร้อนตามเทรนด์

(14 ก.ย. 68) บทความวันนี้ของเอย่าขอพุ่งเป้าไปที่การประท้วงในประเทศเนปาลที่มีการลุกลามบานปลายในขณะนี้  เอย่าเชื่อว่าใครก็ทราบดีถึงเหตุผลที่ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่นี้เกิดจาก 3 เหตุผลใหญ่ๆคือ
1. การแบนโซเชียลมีเดีย
2. ความไม่พอใจต่อการทุจริตทางการเมืองและระบบการเมืองแบบครอบครัวและคนสนิท
3. ปัญหาเศรษฐกิจ การว่างงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ซึ่งปัจจัยหลักใหญ่ที่คนให้ความสำคัญว่าน่าจะเป็นชนวนเหตุคือการปิดกั้นโซเชียลมีเดียที่สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือศัพท์นักข่าวเรียกว่า คน Gen Z นั่นเอง  

พอเรามาดูช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ก็ทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ที่พยายามจะหาจุดยืนของตัวเองออกมาเรียกร้องอะไรก็ตามโดยที่ไม่ฟังเสียงหรือเหตุผลจากรัฐบาลจนทำให้สถานการณ์บานปลายจนควบคุมไม่ได้ ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่เรื่องนี้เอย่าลองมาหาข้อมูลกัน  อย่างเรื่องการแบนโซเชียลของเนปาลนั้น ทางรัฐบาลของเนปาลให้เหตุผลว่า  ต้องการให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมาจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในประเทศ และอยู่ภายใต้กฎหมายเนปาล   โดยมีเหตุผลคือเหตุผลคือ เพื่อป้องกันปัญหาข้อมูลเท็จ พวก fake news และ hate speech รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงเพื่อให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น  แต่ในขณะที่ประชาชนมองว่า มองว่าเป็น การเซ็นเซอร์และละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก  บางคนใช้โซเชียลในการ ทำงาน การเรียน และติดต่อสื่อสาร หากถูกบล็อกคือกระทบชีวิตประจำวัน  แต่จุดคือ ชาวเนปาลมองว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลในการ ควบคุมเสียงวิจารณ์และการเมือง ไม่ใช่เพื่อป้องกันข่าวปลอมจริง ๆ และทำให้เนปาล ล้าหลังและโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก  เอย่าถามว่าเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่….?

ในความเป็นจริงแล้วหลายประเทศมีกฎข้อบังคับให้โซเชียลมีเดียต้องจดทะเบียนหรือตั้งสำนักงานในประเทศนั้นๆ ตัวอย่างเช่น
• ประเทศจีน ไม่อนุญาตให้แพลตฟอร์มต่างชาติเข้าถึงได้โดยตรง เช่นพวก Facebook, X, YouTube จะถูกบล็อกการใช้งาน ส่วนบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องมีการจดทะเบียนกับรัฐบาล และทำงานภายใต้ระบบ Great Firewall เท่านั้น
• ประเทศอินเดีย กำหนดให้แพลตฟอร์ม เช่น Facebook, WhatsApp, X  ต้องมีบุคลากรในตำแหน่ง Chief Compliance Officer, nodal contact person, และ grievance officer ประจำในอินเดีย และต้องต้องลบเนื้อหาภายใน 36 ชั่วโมง หากรัฐบาลสั่ง
• ในตุรกี มีกฎหมาย Social Media Law 2020 บังคับให้แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้มากกว่า 1 ล้านราย/วัน ต้อง ตั้งตัวแทนทางกฎหมายในตุรกี และต้องลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นอาจถูกปรับ
• ในเวียดนาม มีกฎหมายไซเบอร์บังคับให้บริษัทโซเชียลมีเดีย ต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้ชาวเวียดนามในประเทศ และมีสำนักงานตัวแทนในเวียดนาม
และยังมีชาติอีกหลายชาติที่มีกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มต่างชาติต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศนั้นๆ  ประเด็นที่สำคัญคือ คนเนปาลทำไมไม่รู้…?

จากการประท้วงหลายๆประเทศที่ผ่านมาของคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นในฮ่องกง ไทยหรือเมียนมา มีการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการปลุกระดมมวลชนซึ่งจุดนี้ในเนปาลก็ไม่ได้ต่างกันเพียงแต่ข้อสังเกตจะเห็นว่าสื่อตะวันตกไม่เคยนำเสนอจุดนี้ออกมาเพราะนี่คือสิ่งที่เป็นจุดที่แพลตฟอร์มใช้เป็นเครื่องมือของประเทศมหาอำนาจในการสร้างความวุ่นวายในประเทศอื่นๆอันที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งเชื่อว่านั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลเนปาลที่ถูกโค่นล้มไปกัวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือมีข่าวว่าผู้นำการปฏิวัติที่ชื่อ นาย Balendra Shah ซึ่งคนๆนี้เป็นผู้นำในการปฏิวัติครั้งนี้ เขาเป็นนักร้องเพลงแรปมาก่อน ที่จะมาเป็น เป็นนายกเทศมนตรีของกรุงกาฐมาณฑุ  โดยการที่คนๆนี้ก้าวมาสู่การเป็นนายกเทศมนตรีก็ไม่ธรรมดา กล่าวคือ  เขาใช้ภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ ต่อต้านคอร์รัปชัน และแก้ปัญหาจริง ๆ ของคนเมือง  โปรโมทผ่านโซเชียลเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ซึ่งผลงานของเขาในฐานะที่เป็นนายกเทศมนตรีก็ไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไร แม้จะแก้เรื่องการเอาโซเชียลมาถ่ายทอดสดการประชุมสภาเพื่อให้รู้สึกว่าโปร่งใส แต่เราคนไทยนั้นรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นแค่การทำให้รู้สึกว่าได้รับรู้เท่านั้น  ในขณะที่ปัญหาขยะ  จราจร หรือปัญหาสังคมก็ยังไม่ได้มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  มาถึงจุดนี้รู้สึกไหมคะว่าเหมือนนักการเมืองบางคนในประเทศไทยเลย….

มาจุดนี้แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แต่ก็คงต้องดูว่าประชาชนเนปาลยังสนับสนุนเขาต่อไปไหมหรือเขาสามารถแก้ปัญหาในเนปาลได้จริงหรือไม่ อย่าลืมว่าประเทศมันใหญ่กว่าเมืองมาก หากนาย Balen Shah มีความมุ่งมั่นและหวังดีต่อประเทศชาติจริงน่าจะทำให้เนปาลเจริญขึ้นได้  แต่ประเด็นเขาจะสร้างให้ชาวเนปาลตื่นรู้กับสังคมโลกหรือจะปั่นหัวชาวเนปาลให้อยู่กับความหวังก็คงต้องดูกันต่อไป   แต่สำหรับเอย่าแค่จะบอกว่าการประท้วงในครั้งนี้ไม่ได้ต่างอะไรกับแก๊งค์ประท้วงชานมเลยก็แค่นั้น

สาวจีน Gen Z พลิกโฉม AI สร้างภาพยนตร์ กวาดรายได้ 110 ล้านเหรียญ สร้าง!! ก้าวกระโดดที่ร้อนแรงที่สุดของ AI ในอุตสาหกรรมบันเทิง

(14 ก.ย. 68) เมื่อวิศวกรอัลกอริทึมจากซิลิคอนวัลเลย์ โคจรมาพบกับผู้สร้างสรรค์แห่งฮอลลีวูด จะเกิดอะไรขึ้น Cecilia Shen หญิงสาวชาวจีน Gen Z คือคำตอบนั้น เธอใช้ AI พลิกโฉมกระบวนการผลิตภาพยนตร์ทั้งระบบ และก่อตั้ง “Utopai Studios” สตูดิโอภาพยนตร์ AI-Native แห่งแรกของโลก ซึ่งสร้างรายได้ในปีแรกทะลุ 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.49 พันล้านบาท) จนนิตยสาร Forbes ขนานนามว่านี่คือ “การก้าวกระโดดที่ร้อนแรงที่สุดของ AI ในอุตสาหกรรมบันเทิง”

Cecilia Shen เคยเป็นวิศวกรที่อายุน้อยที่สุดในห้องปฏิบัติการลับของ Google ด้วยวัย 21 ปี ก่อนจะก่อตั้งบริษัท Cybever ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง 3 มิติด้วย AI จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 24 ปี หลังได้รับคำแนะนำจากสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ให้หันมาทำ Virtual Production (การผลิตเสมือนจริง)

เธอจึงรีแบรนด์บริษัทเป็น Utopai Studios และระดมคนในวงการฮอลลีวูดที่มีแนวคิดก้าวหน้าและต้องการปฏิรูปอุตสาหกรรมภาพยนตร์แบบดั้งเดิม ประกอบด้วยมือเขียนบทรางวัลออสการ์, อดีตผู้บริหารระดับสูง และทัพศิลปินวิชวลเอฟเฟกต์ เพื่อท้าทายตรรกะเดิมๆ ของวงการภาพยนตร์ "เป้าหมายสูงสุดของ Generative AI ไม่ใช่การเป็นแค่ API แต่คือการสร้างสรรค์คอนเทนต์" คำกล่าวของ Cecilia 

หัวใจของนวัตกรรมคือเทคโนโลยี "Previz-to-Video Pipeline" ที่ช่วยให้ผู้กำกับเห็นภาพตัวอย่างคุณภาพสูงได้ในไม่กี่นาที ทำให้วงจรการผลิตโดยรวมสั้นลงกว่า 60% เทคโนโลยีนี้ถูกนำร่องใช้กับโปรเจกต์สุดหินอย่างภาพยนตร์มหากาพย์ Cortés และซีรีส์ไซไฟ Space: Above and Beyond ซึ่งได้จำหน่วยสู่ตลาดยุโรปล่วงหน้าแล้ว

ความต้องการปฏิรูปวงการของฮอลลีวูดได้กลายเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์สำหรับ Utopai Studios โดยศิลปินระดับแนวหน้าได้เริ่มนำเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน AI เข้ามาช่วย "ปลดล็อก" บทภาพยนตร์เก่าๆ ที่เคยถูกพักไว้เนื่องจากข้อจำกัดด้านต้นทุนและเทคนิค

Cecilia สังเกตว่า ศิลปินชั้นนำได้เริ่มนำเครื่องมือ Generative AI มาใช้เพื่อขยายขีดความสามารถของสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพื่อทดแทน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้ผลงานเข้าถึงอารมณ์ผู้ชมได้ดียิ่งขึ้น

ความท้าทายสำคัญคือการสอนให้ AI เข้าใจตรรกะของพื้นที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น (เช่น ผังเมืองหรือห้อง) ซึ่งต่างจากการสร้างภาพธรรมชาติแบบสุ่ม ทีมงานจึงต้องฝึก AI ให้เรียนรู้ "กฎเกณฑ์ที่มองไม่เห็น" เช่น เหตุผลในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือการเว้นที่ว่างในห้อง จนในที่สุดระบบสามารถสร้างฉากที่สมจริงและยังจำลองการคาดการณ์พฤติกรรมของมนุษย์ในพื้นที่นั้นๆ ได้สำเร็จ

เสียงตอบรับจากตลาดเป็นไปในทิศทางบวก Utopai Studios ได้กลายเป็นบริษัท AI แห่งแรกที่เข้าร่วมสมาคมวิชาชีพในฮอลลีวูด และกำลังเตรียมนำผลงานไปจัดแสดงในเทศกาลภาพยนตร์สำคัญปลายปีนี้

"ผู้ชมไม่สนใจว่าคอนเทนต์จะสร้างโดย AI หรือไม่ พวกเขาสนใจแค่ว่ามันถูกสร้างสรรค์มาอย่างพิถีพิถันหรือเปล่า" Cecilia กล่าว เธอมองว่าความได้เปรียบในการแข่งขันยุคใหม่จะขึ้นอยู่กับการหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนี่อาจเป็นความลับที่ทำให้ผู้ประกอบการหญิง Gen Z คนนี้ สามารถท้าทายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีอายุนับศตวรรษได้สำเร็จ

ดร.พวงทอง โพสต์อธิบาย!! เปิดด่านเพื่อผลประโยชน์ของไทย แต่กลับถูก ‘ทัวร์ชาตินิยมไทย’ รุมประณาม!! อย่างรุนแรง

เมื่อวานนี้ (13 ก.ย. 68) ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า โปรดเข้าใจเถิดว่าการเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาให้กับการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย

จากกรณีสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และอนุญาตให้มีการส่งสินค้าข้ามแดนได้ แต่กลับถูกทัวร์ชาตินิยมไทยรุมประณามอย่างรุนแรง เพราะเข้าใจว่าสินค้าจากไทยจะทำให้กัมพูชาเข้มแข็งขึ้น เพราะคนไทยเชื่อว่าเราต้องลงโทษกัมพูชาให้ย่อยยับทางเศรษฐกิจ และเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ... นี่เป็นความเชื่อที่ผิดทั้งสิ้น ดังนี้

1. สินค้าที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการส่งข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันของผู้คน แต่เป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ที่ผลิตในลักษณะ supply chain เช่น ประเทศหนึ่งผลิต และส่งไปประกอบในอีกประเทศหนึ่ง เป็นต้น ฉะนั้น หาก supply chain ถูก disrupt ประเทศที่เกี่ยวข้องล้วนได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมด

2. สถานทูตญี่ปุ่นกล่าวว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านนี้ เข้ามาลงทุนในไทยและกัมพูชา ตามนโยบาย Thailand Plus ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2562 หรือในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ นโยบายนี้มุ่งชักชวนให้นักลงทุนต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ให้หันมาลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยไทยมีไอเดียว่า บริษัทต่างชาติสามารถผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานไร้ฝีมือในกัมพูชาได้ (เพราะค่าแรงขั้นต่ำของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน) แล้วส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศไทยได้ โดยได้รับการยกเว้นภาษี (ใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีของ AEC) ส่วนประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูง และรัฐบาลไทยยังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติ

3. เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลไทยก็พานักลงทุนกว่า 20 ราย ไปทัวร์กัมพูชา ไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา เพื่อหาทางจับคู่ทำการลงทุนตามแนวคิด Thailand Plus

4. การปิดด่านชายแดนจึงกระทบต่อภาคการผลิตของบริษัทต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทสัญชาติไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย แต่พวกเขาไม่กล้าปริปาก เท่าที่ได้รับข้อมูลมา บริษัทญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางอากาศและทางเรือแทน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละหลายร้อยล้านบาท คำถามคือ เขาไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง แต่เขาเข้ามาลงทุนด้วยความเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะอำนวยความสะดวกให้เขาตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้เขาได้ ด้วยเหตุผลเรื่องชาตินิยมและความเกลียดชังชาวเขมร

พวกเขาคงเข็ดกับประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้ คงได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยไม่สามารถสร้างมั่นใจให้นักธุรกิจต่างชาติได้เลย อินฟลูไม่กี่คนก็สามารถขัดขวางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้

5. การปิดด่านย่อมทำให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในไทย ได้รับผลกระทบด้วยแน่นอน แม้ว่าสินค้านั้นจะเป็นของบริษัทญี่ปุ่น แต่รายได้จากการส่งออกนับเป็นรายได้ของประเทศไทยด้วย หุ้นส่วนก็เป็นคนไทย แรงงานก็เป็นคนไทย

6. ที่น่าสนใจคือ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รมต.กลาโหม ดูจะมีความเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี ท่านจึงเสนอให้เปิดด่าน ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ท่านเป็นนายทหารที่สวมหมวกฝ่ายการเมืองด้วย จึงได้รับข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น แต่ที่น่าตกใจคือ ลูกน้องของท่าน มทภ.2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นขณะนี้ ที่กำลังเดินสายเลคเชอร์ในเมืองใหญ่) กลับเสนอความเห็นสวนทางแบบไม่เกรงใจผู้บังคับบัญชาเลย ... ท่านอาจจะมีความรู้เรื่องการรบดี แต่ท่านยังต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมืองและการต่างประเทศเพิ่มเติมอีกมาก

7. ไทยส่งออกไปกัมพูชาเดือนละประมาณหมื่นล้านบาท จริงๆ แม้แต่การห้ามส่งสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำไปยังกัมพูชา ฝ่ายที่เจ็บตัวกว่าแน่ๆ คือฝ่ายไทย ทั้งเจ้าของโรงงานและแรงงานไทย ขณะที่สินค้าเหล่านี้ กัมพูชาสามารถหันไปซื้อจากเวียดนามและจีนได้ แถมราคาถูกกว่าด้วยซ้ำ เราจะต้องสูญเสียตลาดในกัมพูชาที่นักธุรกิจไทยใช้เวลาสร้างสมมากว่า 30 ปีอย่างนั้นหรือ? คนไทยอยู่กับการใช้อารมณ์ จนมองข้ามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในระยะยาวหรืออย่างไร?


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top