‘สเปน’ สั่งห้าม ‘อิสราเอล’ ใช้น่านน้ำ-น่านฟ้า…เพื่อขนส่งอาวุธ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้อขายพันล้านยูโร และเรียกร้องแบนจากวงการกีฬา
(18 ก.ย. 68) สเปนประกาศมาตรการเข้มงวดต่ออิสราเอล หลังนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) ประกาศใช้ “มาตรการ 9 ข้อ” โดยหนึ่งในนั้นคือการแบนอาวุธแบบเบ็ดเสร็จ ห้ามซื้อขายยุทโธปกรณ์และเชื้อเพลิงทางทหารให้กองทัพอิสราเอล รวมถึงห้ามเรือและเครื่องบินขนส่งยุทโธปกรณ์ใช้ท่าเรือและน่านฟ้าสเปน พร้อมห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมสงคราม” เข้าประเทศ
นายกรัฐมนตรีสเปน ระบุว่า เป้าหมายของมาตรการนี้คือเพื่อหยุดยั้ง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา” และย้ำว่า “การป้องกันประเทศไม่ใช่การทิ้งระเบิดโรงพยาบาลหรือทำให้เด็กบริสุทธิ์อดอยาก” เขาชี้ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 60,000 ราย และชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนต้องพลัดถิ่นครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่การป้องกันตัว แต่เป็น “การกวาดล้างประชาชนที่ไร้ทางสู้”
นอกจากแบนอาวุธแล้ว สเปนยังประกาศตัดขาดการนำเข้าสินค้าจากนิคมยิวในเวสต์แบงก์ พร้อมยกเลิกสัญญาซื้ออาวุธจากบริษัทอิสราเอลเกือบ 1 พันล้านยูโร และให้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซา 150 ล้านยูโรภายในปี 2026 รวมถึงเพิ่มงบให้ UNRWA อีก 10 ล้านยูโร ด้านอิสราเอลโต้กลับทันที กล่าวหาซานเชซว่า “ต่อต้านยิว” และใช้วาทกรรมเกลียดชัง
ทั้งนี้ ยังมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก เมื่อซานเชซเรียกร้องให้แบนอิสราเอลจากการแข่งขันกีฬานานาชาติ เช่นเดียวกับที่รัสเซียถูกแบนหลังบุกยูเครน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสเปนออกแถลงการณ์โต้ว่า การกล่าวหาว่าสเปน “ต่อต้านยิว” เป็นเรื่องบิดเบือน และย้ำว่านโยบายทั้งหมดสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนสเปน ที่ต้องการยืนหยัดเพื่อสันติภาพ กฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิมนุษยชน










