Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

‘ฮุน มาเนต’ โพสต์บ่นผมหงอก-หน้าโทรม แก่ลง 5 ปี ภายใน 5 วัน ลั่น!! ขอแก้ปัญหาชาติให้จบ..ค่อยย้อมผม

(29 ก.ค. 68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมเผยภาพล่าสุดของตนเอง โดยระบุว่ารู้สึกแก่ลงชัดเจนในช่วงไม่กี่วันหลังต้องเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดน พร้อมบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเวลาย้อมผม ขอให้ประเทศสงบก่อน”

ฮุน มาเนตเผยว่า ผู้ช่วยใกล้ชิดยังแซวว่าเขาดูแก่ลงไป 5 ปีภายในเวลา 5 วัน เพราะหน้าตาซีดเซียวและผมหงอกชัดเจน แต่เจ้าตัวบอกว่า ตอนนี้จิตใจทุ่มเทอยู่กับการติดตามแนวรบ การสนับสนุนกองทัพ การดูแลทหารบาดเจ็บ รวมถึงแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ไม่ใช่กับสีผมของตัวเอง

เขาย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่วัน คือการเร่งยุติการสู้รบโดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตทั้งทหารและพลเรือน พร้อมระบุว่าหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชามีผลตั้งแต่เที่ยงคืน สถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายลง

ทั้งนี้ ฮุน มาเนตทิ้งท้ายว่า แม้จะดูโทรมลงไปบ้างเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน แต่หัวใจยังแข็งแรง พร้อมสู้เพื่อประเทศ และแซวเบา ๆ ว่า “ขอให้บ้านเมืองสงบก่อนเถอะ ถึงเวลานั้นจะไปย้อมผมก็ยังไม่สาย”

อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย เตือน “เส้นตายใหม่” ของทรัมป์ ชี้เป็นการก้าวสู่สงคราม ไม่ใช่สันติภาพ

(29 ก.ค. 68) ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย และรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า เส้นตายใหม่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครนภายใน 10-12 วัน เป็น “อีกก้าวสู่สงคราม” มากกว่าทางออกสู่สันติภาพ

ทรัมป์ซึ่งอยู่ที่สกอตแลนด์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า การรอ 50 วันตามที่เคยประกาศไปก่อนหน้านั้น “ไม่มีความหมายอีกแล้ว” เพราะไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ จากรัสเซีย พร้อมหั่นเวลาลงเหลือแค่ “10 ถึง 12 วัน” เพื่อบีบให้รัสเซียยุติสงครามกับยูเครน

เมดเวเดฟโพสต์ข้อความลง X ว่า “ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย ควรจำไว้ว่า รัสเซียไม่ใช่อิสราเอล และไม่ใช่อิหร่าน ทุกคำขาดคือการข่มขู่ และนำไปสู่สงคราม ไม่ใช่แค่กับยูเครน แต่กับสหรัฐฯ เอง” พร้อมเตือนว่า “อย่าเดินซ้ำรอยโจ ไบเดน”

ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ขอบคุณทรัมป์ที่แสดงจุดยืนชัดเจนและจริงจังในการพยายามยุติสงคราม พร้อมระบุว่า ยูเครนยังคงมุ่งมั่นในแนวทางสันติภาพ และจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

มาดามแป้ง ผนึกกำลังกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และศิลปินแห่งชาติ รุกต่อจากสุพรรณบุรีสู่ปทุมธานี เพื่อขับเคลื่อนงานศิลป์…สานเสน่ห์วัฒนธรรมปทุมธานี🎉

วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น.  ณ หอประชุมโรงเรียนสามโคก นางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผลักดันให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม (MOU) กับนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-ละคร) พุทธศักราช ๒๕๕๔ และโรงเรียนสามโคก โดยมอบหมาย นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เป็นผู้แทนเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ มีผู้บริหารสมาคมผู้ปกครอง และคณาจารย์โรงเรียนสามโคก โรงเรียนหอวังปทุมธานี โรงเรียนวัดเสด็จ โรงเรียนวัดป่างิ้ว และโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม (MOU) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอนุสิทธิ์ ศรีอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามโคก กล่าวต้อนรับ และนายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ผู้แทนประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงบทบาทของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมและวัตถุประสงค์ของการลงนามในครั้งนี้

ที่สำคัญนางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้กล่าวแสดงเจตนารมณ์ ปณิธาน ความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการรักษา ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต่อไป ผ่านวีดิทัศน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีลงนาม ที่มาร่วมงานมากกว่า ๑๕๐ คน

🪄 การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวที่สำคัญในการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของทุกคน โดยเป็นการประสานความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน

ภายหลังการลงนามความร่วมมือฯ ได้มีพิธีเปิดโครงการอบรมปทุมธานีสืบสานนาฏศิลป์มรดกถิ่นแผ่นดินไทย ถ่ายทอดองค์ความรู้จากศิลปินแห่งชาติ สู่ศิลปินของชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ -๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ โดยโครงการข้างต้นได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม

‘ใบตองแห้ง’ ฟันธง!! คนเจน Y บางส่วนที่ร่วมขบวนการชาตินิยมแรงกล้า อีกไม่เกินสิบปี “เป็นขวาใหม่”

วิกฤติรอบนี้ ไม่ได้อันเฟรนด์ใคร
แต่ตามส่องอยู่
คนรุ่นใหม่ เจน Y เจน Z ที่ติดตาม
ส่วนใหญ่จุดยืนหนักแน่นมั่นคง
แต่ก็มีเหมือนกัน เจน Y บางคน ที่เหมือนจะร่วมขบวนมา
ชาตินิยมแรงกล้า 
อีกไม่เกินสิบปี ฟันธง เป็นขวาใหม่

อธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง)
คอลัมน์นิสต์ชื่อดัง
โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 28 ก.ค. 68

‘แพทองธาร’ เปิดใจปมเขมรเดือด!! เพราะไทยจับมือลาว-พม่า ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(29 ก.ค. 68) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น อาจมีต้นตอมาจากการที่ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมลงนามไตรภาคีเพื่อปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจกระทบผลประโยชน์บางฝ่าย

แม้จะอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่แพทองธารยืนยันว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของประชาชน และเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

นายกฯ ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะมาจากตระกูลใด ก็ต้องมีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นแรงเสียดทานจากการปราบขบวนการดังกล่าวในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้สั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงวัฒนธรรมดูแลเรื่องพิธีศพและการสนับสนุนด้านอื่นๆ ทันที

‘ดร.หิมาลัย’ สวน ‘พิธา’ ระบุเข้าใจดีเรื่องภาษีสหรัฐฯ แต่ขอให้มองภาพจริงชายแดน

‘ดร.หิมาลัย’ สวน ‘พิธา’ ระบุเข้าใจดีเรื่องภาษีสหรัฐฯ แต่ขอให้มองภาพจริงชายแดน กัมพูชายังเสริมกำลัง–รถถังไม่หยุด ก่อนหยุดยิงอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมง ท้าไปช่วยบอกให้เขมรหยุดเองเลยดีไหม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้ พร้อมหนุนงบประมาณด้านการฝึกอบรม และทีมบรรเทาสาธารณภัย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้ พร้อมหนุนงบประมาณด้านการฝึกอบรม และทีมบรรเทาสาธารณภัย อุปกรณ์ เครือข่ายการสื่อสาร รวมทั้งเตรียมพร้อมปฏิบัติการ บูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถในระดับสากล ณ  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

(29 ก.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ ในนามของผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ [MOU] ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผนึกกำลังทั้งทางด้านวิชาการ และการปฏิบัติการอันเป็นการบูรณาการการจัดการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิฯ และเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยให้สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับขอบเขตหน้าที่ของมูลนิธิฯ  อาทิ การร่วมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการฝึกอบรมให้ความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมสนับสนุนงบประมาณเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อรองรับการฝึกอบรม โดยมี นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งผู้บริหารของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เปิดเผยว่า ในนามของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง หรือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งในความร่วมมืออันทรงคุณค่ายิ่ง ระหว่างมูลนิธิฯ กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ตลอดระยะเวลา 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ดำเนินงานภายใต้ปณิธาน  “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  โดยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที โดยไม่เลือกชนชั้น เชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ความร่วมมือในวันนี้จึงไม่เป็นเพียงพันธสัญญาเชิงรูปธรรม แต่ คือการสานต่อเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ด้วยการยกระดับการบูรณาการภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัยไปสู่การช่วยเหลือระดับประเทศร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เพื่อพี่น้องประชาชนและสังคมส่วนรวม ซึ่งเชื่อมั่นว่า จะส่งผลต่อความรวดเร็ว ที่มีประสิทธิผล และความปลอดภัยในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของทั้งสองฝ่าย และเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณะอันสูงสุด

นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ คือการยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายจะให้ความร่วมมือกันในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยินดีที่จะสนับสนุนและร่วมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยตามที่ได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และในขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ยินดีที่จะสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการสาธารณภัย เพื่อเสริมสมรรถนะของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตามบันทึกความเข้าใจนี้ ซึ่งถือเป็นการให้บริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของผู้ประสบภัยและทางราชการร่วมกัน โดยขอบเขตหน้าที่ของมูลนิธิฯ ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นว่าฉบับนี้จะเป็นการยกระดับความร่วมมือ คือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ด้านการฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสนับสนุนบุคลากร พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งใน “ด้านสังคมสงเคราะห์” มีแผนกสาธารณภัย ประสานเพื่อเยียวยาผู้ประสบสาธารณภัยต่าง หรือ “ด้านบรรเทาสาธารณภัย”  ซึ่งมูลนิธิฯ มีบุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ด้าน กู้ชีพ กู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและได้มีการประสานงานกับปภ.ในพื้นที่ และยังมี “แผนกฝึกอบรม” ประสานจัดการ “ด้านการฝึกอบรม” เพื่อจัดอบรม เพิ่ม และพัฒนาองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครซึ่งได้มีการประสานงานกันเรื่อยมาจวบจนปี พ.ศ. 2564 มูลนิธิฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการบูรณาการการดำเนินงานด้านบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นทางการครั้งแรก และได้มีการผนึกกำลังพัฒนาบุคลากรมูลนิธิฯ เรื่อยมา อาทิ หลักสูตรการกู้ภัยเบื้องต้น (BRC)  หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสำหรับเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ หลักสูตรการกู้ภัยในกระแสน้ำไหลเชี่ยวเบื้องต้น (Basic Swiftwater Rescue) และหลักสูตรการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง ( USAR ) เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไม่เพียงแต่ร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบเหตุ ประสบภัยต่างๆ เท่านั้น แต่ยังร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศในด้านต่างๆ ในการพัฒนาองค์ความรู้ให้ครอบคลุมทั้งด้านกู้ชีพ กู้ภัย และสนับสนุนงานด้านนิติเวช เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิผลอย่างเป็นที่ประจักษ์ และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับภาครัฐ เอกชน และประชาชน 

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

อินโดนีเซียเซ็นซื้อ ‘เครื่องบินขับไล่ KAAN’ จากตุรกี 48 ลำ เสริมเขี้ยวเล็บทัพฟ้า!! หลังเพิ่งซื้อ Rafale จากฝรั่งเศส 42 ลำ

(29 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเผยว่า ได้ลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN จำนวน 48 ลำ จากตุรกี โดยพิธีลงนามเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างงานแสดงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศนานาชาติที่นครอิสตันบูล ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียได้สั่งซื้อเครื่องบินรบราฟาเอล (Rafale) จากฝรั่งเศส 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 297,000 ล้านบาท) ในปี 2022 และกำลังพิจารณาจัดซื้อเครื่องบิน J-10 ของจีน และ F-15EX ของสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศ

สำหรับเครื่องบินรบ KAAN เป็นเครื่องบินรบรุ่นใหม่ของตุรกีที่เพิ่งขึ้นบินครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โดยใช้เครื่องยนต์ F-110 ที่ผลิตโดยบริษัท GE Aerospace ในสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ F-16 และคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2028 อย่างไรก็ตามทั้งอินโดนีเซียและตุรกียังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมูลค่าสัญญาหรือกำหนดส่งมอบ

นอกจากลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN แล้ว อินโดนีเซียยังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับอู่ต่อเรือ TAIS ของตุรกี เพื่อจัดซื้อเรือฟรีเกต Milgem Istif-class อีก 2 ลำ ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือด้านกลาโหมที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศในอนาคต

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้

‘อรรถวิชช์’ แจ้งข่าวดี ‘กฎหมายเสรีโซลาร์’ ผ่านครม.เรียบร้อย ตามที่ ‘พีระพันธุ์’ เสนอ

(29 ก.ค. 68)นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า พ.ร.บ.โซลาร์ ผ่าน ครม. ตามที่ รมต.พีระพันธุ์เสนอไป! 

วันนี้ ร่างพรบ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ของกระทรวงพลังงาน โดย รมต.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครม.อนุมัติเรียบร้อยแล้ว และมีร่างกฎหมายฉบับสส.พรรครวมไทยสร้างชาติประกบพร้อมเข้าสู่การพิจารณาของสภาสส.วาระแรกแล้วครับ

เป็นกฎหมายโซลาร์ฉบับแรกของประเทศไทย ที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใช้เอง โดย “ไม่ต้องขออนุญาต” จากหลายหน่วยงาน เหลือแค่ "แจ้งให้ทราบ" ที่เดียวเท่านั้น

ผมภูมิใจที่ได้เขียนกฎหมายเสรีโซลาร์ตั้งแต่มาตราแรก ถึงมาตราสุดท้าย ผมยึดหลักว่า "แสงอาทิตย์เป็นของประชาชน ห้ามรัฐยืนบังแดด" 

ขอบคุณรมต.พีระพันธุ์ที่มอบภารกิจนี้ให้ และสู้ไม่ถอย!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top