Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

‘กระทรวงพลังงาน - กฟผ.’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ – สุรินทร์’ ให้กำลังใจ พร้อมหนุนเสบียงช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชายแดน

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสนับสนุนอาหารปรุงสุก ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,500 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนวัตถุดิบประกอบอาหาร ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,000 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดสุรินทร์ 

นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและยานพาหนะ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และพร้อมเคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต

ศึกศักดิ์ศรี - การเมืองเหยียบตาปลากัน ปมขัดแย้ง!! ‘เดชอิศม์ - สส.กฤต’

(28 ก.ค. 68) มีหลายคนถามว่า ต้นสายปลายเหตุของความขัดแย้งระหว่าง “เดชอิศม์ ขาวทอง กับ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” เกิดจากอะไร ทั้งๆที่ไม่น่าจะมีประเด็นขัดแย้ง เพราะชนนพัฒฐ์กับลูกเดชดิศม์ มีธุรกิจในสายเดียวกัน และเที่ยวด้วยกันอยู่

จากการสืบค้นน่าจะเกิดจาก“การเสียสัจจะลูกผู้ชาย” ของทั้งคู่ที่เคยรับปากกันไว้ แต่เมื่อถึงเวลาเอาเข้าจริงทำไมได้ ส่วนใครผิดสัจจะก่อน ไม่แน่ชัด

ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งปี 2566 เดชอิศม์ เคยรับปากว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับเขตเลือกตั้งที่ 4 สงขลา คือย่านระโนด กระแสสินธ์ สทิงพระ สิงหนคร ซึ่งชนนพัฒฐ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งชนนพัฒฐ์ก็รับปากว่าจะไม่เข้ายุ่งเขต 6 สงขลา ย่าน สะเดา นาหม่อง ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาของเดชอิศม์ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ (โบ้ท) จากพรรคพลังประชารัฐ และเป็นสนามเลือกตั้งที่สู้กันดุเดือด เข้มข้น

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อการเมืองสู้กันดุเดือด เข้มข้น มีความแพ้ชนะเป็นตัวชี้วัด เดชอิศม์ ก็ก้าวเข้ามาช่วย “ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว” จากพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นคู่แข่งของชนนพัฒฐ์ ทำให้ชนนพัฒฐ์ ก้าวเข้าไปเหยียบเขต 6 อันเป็นเขตกล่องดวงใจของเดชอิศม์ ขาวทอง ทำให้เดชอิศม์ สุภาพร (น้ำหอม) เหนื่อยมากขึ้น และต้องควักมากขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อไม่ให้ภรรยาแพ้การเลือก

ผลการเลือกตั้งในวันนับคะแนนลุ้นกันแบบเหงื่อแตกซิกๆ สลับกันแพ้ สลับกันชนะ แต่ผลสุดท้ายสุภาพรชนะไปแค่ 1000 กว่าคะแนน

ผลการเลือกตั้ง สุภาพร กำเนิดผล (ประชาธิปัตย์) ซึ่งเป็นฝ่ายชนะ ได้มา34,835 คะแนน (37.59%) ในขณะที่อันดับ 2 เป็น อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ (พลังประชารัฐ) ได้มา 33,648 คะแนน (36.31%)

แม้ชนนพัฒฐ์จะชนะชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว แต่อนุกูล พฤษภานุศักดิ์ แพ้ให้กับสุภาพร หรือ แพ้ให้กับคุณนายน้ำหอมนั้นเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การพูด การให้สัมภาษณ์ของทั้งสองฝ่ายก็กระแนะกระแหนกันมาตลอด

ยิ่งในการเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีฯ แข่งกันหนักสามพรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม โดยพรรคกล้าธรรม นำโดยบิ๊กโอ-ก้องเกียรติ์ เกตุสมบัติ ปักธงสนามเลือกตั้งภาคใต้ให้กับพรรคกล้าธรรมเป็นครั้งแรก สร้างความพ่ายแพ้ย่อยยับให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีชินวรณ์ บุณยะเกียรติ์ ผู้อาวุโสแห่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ชัยชนะของบิ๊กโอ เกิดจากแกนนำพรรคกล้าธรรมหลายคนไปมะรุมมะตุ้มกันเต็มเขตเลือกตั้ง นำโดย รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค และชนนพัฒฐ์ ก็ไปคลุกอยู่ในพื้นที่เดือนกว่าๆ และเขาก็อวดอ้างส่วนหนึ่งเป็นผลงานของเขา ในขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์กอดความพ่ายแพ้ื กิดลิ้นกลืนเลือด เก็บความช้ำไว้ในอก ชนนพัฒฐ์สร้างรอยแค้นซ้ำให้กับเดชอิศม์อีกครั้ง

เมื่อได้จังหวะกรณีกลุ่มคนจำนวน 5 คน รุมกระทืบลุงวัย 65 ปี บาดเจ็บสาหัส ในทางข่าว 5 คน ล้วนเป็นคนใกล้ชิดชนนพัฒฐ์ เป็นหัวคะแนน เป็นตำรวจติดตาม แม้นชนนพัฒฐ์จะไม่ได้ลงไม้ลงมือเอง แต่ย่อมกระทบชิ้งไปถึงชนนพัฒฐ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น โดยเฉพาะรถตู้ที่ใช้ในการอุ้มลุงไปกระทืบ เป็นรถของใคร เดชอิศม์ได้จังหวะไม่ปล่อยให้ผ่านเลย เขารีบรุดไปเยี่ยมลุงที่ รพ.ระโนดทันที พร้อมฉวยโอกาสให้สัมภาษณ์กระทบไปถึงชนนพัฒฐ์ ทำนองจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้ผ่านเลยไป ต้องมีคนรับผิดชอบ

เดชอิศม์ ยังลากยาวไปถึงเรื่องเก่าของชนนพัฒฐ์ เมื่อครั้งถูกจับคดีพนันออนไลน์ และฟอกเงิน เขาเอ่ยเลยเถิดไปถึงการกล่าวว่า มีการวิ่งเต้นคดีกับ 100-200 ล้าน แน่นอนว่า เป็นการกล่าวแบบลอยๆ ไม่มีหลักฐานอะไร อันจะนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีความกันในอนาคต

เดชอิศม์ให้สัมภาษณ์เหมือนจะให้รื้อฟื้นคดี โดยจะทำหนังสือถึงเลขาฯปปง. ถึงอัยการสูงสุด ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ชนนพัฒฐ์เมื่อเปิดประเด็นมาแล้วก็น่าจะไม่นิ่งเฉย น่าจะรุกไปถึงขั้นยื่น ปปช.ให้สอบสวนการละเมิดจริยธรรมของเดชอิศม์ ข่าว ปปช.สอบเดชอิศม์ ใน 3 ประเด็นจึงออกมา ทั้งเรื่องดีลลับกับทักษิณ ชินวัตร และจะตามมาด้วยข้อกล่าวหาละเมิดจริยธรรมในการคบหากับเตียว ฮุย ฮวด นักธุรกิจสีเทาชาวจีน ที่ไทยจับกุมส่งกลับไปให้จีนแล้ว

เกมความขัดแย้งน่าจะลามไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคกล้าธรรมสงขลา แทนที่จะส่งแค่ 3-4 เขต ก็น่าจะส่งเกือบครบทุกเขต ตามบดขยี้ “ขาวทอง” ทั้งเขต 5 /6/8/9 เต็มรูปแบบ คือ “สู้จริง” มีเป้าหมายชนะ

ในขณะที่เดชอิศม์ ยังไม่มีตัวลงแข่งที่ชัดเจนว่าใน 9 เขตจะส่งใครลงบ้าง ยกเว้นคนในครอบครัว คนเก่าที่มีอยู่แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่หรือไป เช่น สรรเพชญ บุญญามณี หรือสมยศ พลายด้วง ประเด็นใหญ่คือ ทาบทามใครต่างไม่มีคำตอบ

ล้วงลึกธุรกิจ!! ‘แสนล้านเหรียญสหรัฐ’ ของพ่อค้าอาวุธ ซื้อขายไม่ผ่านรัฐ!! ราคาดีกว่า ‘จีทูจี’ มีให้เลือกหลายยี่ห้อ

(28 ก.ค. 68) ในขณะที่มีการออกมาปฏิเสธเรื่องการขายอาวุธให้แก่กัมพูชา เคยสงสัยไหมคะว่าอาวุธที่มีในประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นมาจากไหน

ก่อนอื่นเราคงต้องบอกว่าเกือบทุกประเทศในโลกนั้นผู้ผลิตอาวุธส่วนใหญ่เป็นเอกชน ยกตัวอย่างโรงงานผลิตรถถังในโลกนี้ก็มี  General Dynamics Land Systems จากสหรัฐอเมริกา BAE Systems จากสหราชอาณาจักรอังกฤษ Rheinmetall จากเยอรมนี หรือ KNDS ที่มีฐานการผลิตทั้งในเยอรมันและฝรั่งเศส หรือในฝั่งเอเชียอย่าง Hyundai Rotem จากเกาหลี Norinco จากจีนหรือแม้กระทั่ง Mitsubishi Heavy Industries ในญี่ปุ่นเองก็มีการผลิตออกมาจำหน่าย โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่แม้จะเป็นรัฐบาลก็จริงแต่หากมองกลับไปตามงาน Weapon Exhibition แล้วละก็  คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาเดินงานเหล่านี้ที่ไม่ใช่คนจากรัฐบาลหรือกองทัพเลยนั่นก็คือพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

ตามข้อมูลที่เอย่าได้มาเรื่องพ่อค้าอาวุธเหล่านี้บางคนก็เป็นตัวแทนเพื่อไปจำหน่ายสินค้าให้ประเทศของตนเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศทำให้ไม่สามารถจัดซื้อกันแบบทางตรงได้ โดยคนเหล่านี้จะมีการเปิดเส้นทางการเงินไว้ตามประเทศที่ผู้ขายให้ความไว้วางใจโดยการซื้อขายแบบนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตเอง

ถามว่าเป็นเหมือนกันทั่วโลกไหม ตามที่เอย่าทราบมาก็ไม่ได้แตกต่างกันขึ้นกับว่าฝ่ายไหนต้องการเสนอข่าวหรือฝ่ายไหนต้องการปิดข่าว เพราะอย่าลืมว่าการซื้อขายแบบนี้ได้ราคากว่าการขายแบบจีทูจีแน่นอนเพราะด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างนั่นเอง

ดังนั้นตามโซเชียลที่มีการบอกว่ากัมพูชาซื้ออาวุธจากจีนแต่ทางการจีนปฏิเสธมีความเป็นไปได้ไหมบอกเลยว่าเป็นไปได้อย่างมากด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น  เช่นเดียวกันกับฝั่งกลุ่มต่อต้านกองทัพเมียนมาที่มีอาวุธทันสมัยใช้นั้นถ้าไม่ได้มาจากประเทศตะวันตกสนับสนุนแล้วละก็ คงไม่น่าจะผิดคาดถ้ากองกำลังดังกล่าวจะใช้เงินใช้ทองที่หามาได้ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามเอามาซื้อยุทโธปกรณ์จากพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

‘หมอตุลย์’ ลั่น!! ไม่ยอมรับข้อตกลงของ ‘ภูมิธรรม’ กรณี ‘ไทย – กัมพูชา’ ชี้!! มีท่าทีขัดขวาง ความมั่นคง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพ

(28 ก.ค. 68) นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์ถึงสื่อมวลชนว่า ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขอประกาศไม่ยอมรับผลและข้อตกลงใดๆ ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี จะไปทำการเจรจาตกลงใดๆ กับตัวแทนของประเทศกัมพูชา ณ ประเทศมาเลเซีย

เนื่องจากนายภูมิธรรม เวชยชัย มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ในสถานการณ์ไทย-กัมพูชา มีท่าทีขัดขวางและเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพ และฝ่ายความมั่นคง ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ล่าช้าต่อสังคมไทยโดยตลอด จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดแจ้งให้รัฐบาล และประชาชนไทย และสังคมโลกทราบด้วย ด้วยความวิตกกังวล

‘อิหร่าน’ นำเข้า!! เครื่องบินโบอิ้ง 777 มือสอง 5 ลำ หลบเลี่ยง!! มาตรการคว่ำบาตร จากสหรัฐฯ และอียู

(28 ก.ค. 68) เครื่องบิน โบอิ้ง 777-212ER จำนวน 5 ลำ ที่เคยเป็นของสายการบิน Singapore Airlines เดินทางจากสนามบินนานาชาติเสียมราฐของกัมพูชา มุ่งหน้าเข้าสู่อิหร่าน โดยมีการปิดสัญญาณติดตาม ADS-B ระหว่างบินผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

เส้นทางซับซ้อน: เครื่องบินเหล่านี้ผลิตระหว่างปี 2001–2003 เคยให้บริการใน Singapore Airlines และต่อมาอยู่ในฝูงบินของ NokScoot สายการบินลูกของไทย ก่อนจะถูกจอดเก็บในออสเตรเลียช่วงโควิด-19

หลัง NokScoot ล้มละลาย เครื่องบินถูกบริษัทอเมริกัน Ion Aviation เข้าซื้อ แล้วถูกพาไปยังเมืองหลานโจว (จีน), จากนั้นไปยังจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) และต่อไปกัมพูชา ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อิหร่านในที่สุด

กลยุทธ์เลี่ยงคว่ำบาตร: เครื่องบินถูกจดทะเบียนชั่วคราวภายใต้รหัสประเทศมาดากัสการ์ (5R-HER, 5R-IJA, 5R-ISA, 5R-RIJ, 5R-RIS) เพื่อซ่อนตัวตนและเจ้าของที่แท้จริง

ปลายทาง: เครื่องบินทั้ง 5 ลำลงจอดที่เมือง Mashhad, Zahedan และ Chabahar คาดว่าจะเข้าร่วมฝูงบินของสายการบิน Mahan Air ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรฐานหนุนภารกิจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)

‘สุพล จุลใส’ สส.รทสช. เชิญชวนคนในพื้นที่ บริจาคของใช้ อาหารแห้ง ส่งมอบให้กับ พี่น้องผู้ประสบภัย ปัญหาชายแดน ‘ไทย - กัมพูชา’

(28 ก.ค. 68) นายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

ขอเชิญชวนพี่น้องในพื้นที่จ.ชุมพร บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง ของใช้ ได้ที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร 

ส่วนจุดที่2 เขตอำเภอทุ่งตะโก มาบริจาคได้ที่ หน้าร้านแสงเพชร สาขาเขาปีบ ติดกับธนาคารออมสิน เขาปีบ จะมีเจ้าหน้าที่รอรับ สามารถบริจาคได้วันนี้ 28-29 กรกฎาคม 2568 

พวกเราจะช่วยกันนำส่งมอบให้กับพี่น้องผู้ประสบปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ( คนชุมพรไม่ทิ้งกัน)

เทียบตัวเลขเศรษฐกิจ ไทย-กัมพูชา

(28 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Vantage Thailand’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

เทียบตัวเลขเศรษฐกิจ ไทย-กัมพูชา: มุมมองผ่านตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนควรรู้

1. ทุนสำรองระหว่างประเทศ
ไทย: 205,600 ล้านเหรียญสหรัฐ
กัมพูชา: 13,900 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทุนสำรองเปรียบเสมือน “เงินฉุกเฉินของประเทศ” ที่ช่วยรับมือกับวิกฤตการเงิน ไทยมีเงินสำรองสูงกว่ากัมพูชาเกือบ 15 เท่า ซึ่งบ่งบอกถึงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่า

2. เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI)
ไทย: 32,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
กัมพูชา: 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
เม็ดเงิน FDI สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อเศรษฐกิจในประเทศนั้น ๆ ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับเงินลงทุนจากต่างชาติในภูมิภาคนี้

3. ดุลบัญชีเดินสะพัด
ไทย: เกินดุล 32,400 ล้านเหรียญ
กัมพูชา: ขาดดุล 3,000 ล้านเหรียญ
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการหารายได้จากต่างประเทศ ไทยมีความสามารถในการส่งออกที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

4. ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ (Default Spread)
ไทย: 1.50%
กัมพูชา: 5.50%
ความต่างกว่า 4% นี้ สะท้อนความน่าเชื่อถือด้านการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า มักได้เปรียบเรื่องต้นทุนการกู้ยืมและการลงทุนในตราสารหนี้

5. ดัชนีคุณภาพชีวิต
ไทย: 109.14 (สูง)
กัมพูชา: 80.85
ดัชนีที่คำนวณจากหลายปัจจัย เช่น ความปลอดภัย การดูแลสุขภาพ ราคาสินค้า และสิ่งแวดล้อม ไทยยังคงได้คะแนนสูงกว่าชัดเจน

6. ดัชนีความปลอดภัย
ไทย: 63.21 (สูง)
กัมพูชา: 49.81 (ปกติ)
สะท้อนระดับความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เช่น ความรุนแรง อาชญากรรม หรือภัยสังคม

7. ดัชนีระบบสาธารณสุข
ไทย: 77.29 (สูง) 
กัมพูชา: 51.56 (ปกติ)
ด้านนี้ถือเป็นจุดเด่นของไทย ที่มีระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งจากภาครัฐและเอกชน

8. เครดิตเรตติ้งของประเทศ (Credit Rating)
ไทย: Baa1 (Investment Grade)
กัมพูชา: B2 (Junk Bond)
ประเทศไทย: Baa1 – อยู่ใน “Investment Grade”
Baa1 คือระดับที่นักลงทุนทั่วโลก “มั่นใจได้” ว่าประเทศนี้มีศักยภาพในการชำระหนี้ตามสัญญา ไม่ใช่ประเทศที่เสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้ กัมพูชา: B2 – อยู่ใน “Junk Bond” ในทางตรงกันข้าม B2 คือระดับที่ถือว่า “เสี่ยงสูง” สำหรับการลงทุน นักลงทุนสถาบันหรือกองทุนขนาดใหญ่จำนวนมาก “ไม่สามารถลงทุน” ในตราสารหนี้ของประเทศที่อยู่ในระดับ Junk Bond ได้เลยตามกฎเกณฑ์ของตนเอง

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ อัดคลิปโต้ข่าวลือ!! ‘RIP’ ยัน!! ยังอยู่แนวหน้า บัญชาการรบ ฝากถึงคนไทย!! ผมยังอยู่กับลูกน้อง คิดถึงประชาชน ขอรับใช้แผ่นดินเกิด

(28 ก.ค. 68) ภายหลัง กัมพูชามีการรายงานและเผยแพร่ถือรูปทหารถือภาพพลโทบุญสิน พาดกลางแม่ทัพภาคที่2 พร้อม ข้อความ RIP นั้น ล่าสุดพลโทบุญสิน อัดคลิปฝากข้อความถึงคนไทย โดยมีเนื่อหาระบุว่า …

"ผมพลโทบุญสิน พาคกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผมยังอยู่กับพี่น้องประชาชนและปัจจุบัน อยู่กับลูกน้องหน้าแนว อำนวยการรบอยู่ ผมมั่นใจว่าทหารไทยทำได้ และผมจะอยู่กับลูกน้องไปตลอด ผมไม่เป็นไร สบายดีทุกอย่าง และคิดถึงพี่น้องคนไทยทุกคน ขอบคุณครับ"

ทั้งนี้ ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ ฝากคำพูดจากใจถึงพี่น้องคนไทย ผมยังอยู่กับกำลังพล และพี่น้องคนไทยครับ ขอเวลาให้ผมรับใช้แผ่นดินเกิด ตามอุดมการณ์สักระยะครับ

ตราด  ”ภูมิธรรม“ลงพื้นที่มาเยือนตราด แก้ปัญหาชายแดน ให้กำลังใจ จนท.ผู้อพยพ เผยรอเขมรหยุดยิงไม่หยุดยิงโต้

เวลา 11.00น วันนี้ (27 ก.ค. 68)  นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาด้านจังหวัดตราด ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ตราด โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.ตราด พร้อมรองผวจ.ตราด และผบ.ฉก.นย.ตราด พร้อมคณะนายทหาร นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ส ตราด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

ซึ่งฝ่ายทหารบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนด้านจ.ตราด ว่า สถานการณ์วันนี้ยังไม่มีการปะทะและยิงปืนเพิ่มเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งชายแดนด้าน จ.ตราด ตั้งแต่ชายแดนด้านอำเภอบ่อไร่ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ ได้อพยพประชาชนเข้าไปพักอาศัยในศูนย์อพยพทั้งในตัวเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และอำเภอแหลมงอบแล้ว โดยความร่วมมือของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนเรื่องชายแดนเป็นความรับผิดชอบของ กปช.จต.นำกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์มาติดตั้งพร้อมรับสถานการณ์พร้อมด้วยกองเรือของกองทัพเรือ เฝ้าระวังน่านน้ำไทย ชายแดนด้าน จ.ตราด  โดยระบุว่า วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายิงอาวุธปืนเข้ามาในฝั่งไทยด้าน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด และฝ่ายไทยได้ยิงตอบโต้ พร้อมผลักดันกองกำลังกัมพูชาให้กลับเข้าฝั่งกัมพูชาไปได้สำเร็จ ส่วนสถานการณ์ในวันนี้ยังมีการปะทะกันแต่อยางไร แต่ฝ่ายไทยก็ไม่ประมาทมีการเตรียมพร้อม และเฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนให้อพยพออกมานอกพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนให้หมด ซึ่งคงเหลือเพียงบางส่วนที่ยังเฝ้าพื้นที่อยู่เท่านั้น

หลังจากนั้นจึงดินทางไปมอบของให้ประชาชนที่อพยพมาอยู่ที่วัดห้วงพัฒนา ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง พบปะให้กำลังใจชาวบ้าน และมามอบสิ่งของยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านต่อที่ศูนย์อพยพโรงเรียนอนุบาลตราดก่อนเดินทางกลับ นายภูมิธรรม บอกว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกละเมิดและรุกรานก่อน ขณะนี้ได้แจ้งให้ชาวโลกรับรู้กับการกระทำของกัมพูชา แม้วันนี้สหรัฐจะให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ยังไม่หยุด เช้าที่ผ่านมายังมีการยิงถล่มบ้านเรือที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในฝั่งไทย ไทยจึงจำเป็นต้องโต้ตอบ ป้องกัน และบอกด้วยว่า หากกัมพูชายิงมาไทยก็ต้องยิงกลับ เพื่อปกป้องอธิปไตยบนผืนแผ่นดินไทย และป้องกันอัตรายให้กับประชาชนชาวไทย  ตอนนี้ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ชายแดนไปจนกว่าจะตกลงกันได้ จึงจะสามารถกลับเข้าภูมิลำเนาได้ต่อไป โดยให้ ผวจ.ตราด จังหวัดชายแดน ดูแลเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน ส่วนเรื่องการปกป้อง ป้องกันเป็นหน้าที่ของฝ่ายทหาร ในการจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยต่อไป/ภาพ/ข่าว/วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตราด

รองนายกฯ "ภูมิธรรม" ลงพื้นที่ตราด – ผบช.ภ.2 ร่วมต้อนรับ ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ (27 ก.ค. 67)  เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 ร่วมให้การต้อนรับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดตราด ปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ 

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวพื้นที่จังหวัดตราด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเรียบร้อย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top