Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

‘ศศิกานต์’ ขอความร่วมมือ!! สื่อไทย-เทศ และประชาชน ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

(26 ก.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมกันใช้ความระมัดระวัง และแสดงความรับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความคิดเห็นในโลกออนไลน์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในข้อความดังกล่าว นางสาวศศิกานต์ รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า :

ในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความเห็นทางการเมืองในโลกออนไลน์รุนแรงขึ้น เราพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในปริมาณที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งข้อมูลเท็จมักแพร่กระจายได้เร็วกว่าความจริง

ตัวอย่างหนึ่งคือ ข่าวลือที่อ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยถูกยิงตก โดยมีการใช้ภาพเหตุการณ์ในประเทศเบลเยียมเมื่อปี 2561 มาประกอบ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด นี่คือข่าวปลอม และเราจะไม่ยอมให้ข้อมูลบิดเบือนเช่นนี้ฝังรากในสังคมได้

จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกภาคส่วน อย่าแชร์ข้อมูลใด ๆ หากยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือยืนยันจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะในห้วงเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ ข่าวปลอมไม่เพียงแต่ทำให้เข้าใจผิด แต่ยังอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน และสร้างความเสียหายที่แท้จริงได้

ขอให้ทุกท่านติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

สำหรับสื่อมวลชนต่างประเทศ รัฐบาลไทยขอขอบคุณที่ท่านมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อเท็จจริงไปยังประชาคมโลก และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารโดยยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข่าวปลอม รัฐบาลไทยยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

สารจากรองโฆษกรัฐบาลครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ เสริมสร้างความมั่นใจของประชาชน และสนับสนุนการสื่อสารอย่างรับผิดชอบในช่วงเวลาสำคัญ 

'ประชาธิปัตย์' เสนอทีดีอาร์ไอ (TDRI) ยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนพืชไร่เศรษฐกิจ มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อัพเกรดศักยภาพใหม่ประเทศไทย

'อลงกรณ์' ย้ำเศรษฐกิจเกษตรต้องแข็งแกร่งไม่ว่าจะเผชิญสงครามหรือสันติภาพในภาวะโลกร้อนโลกรวน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์และประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม การสัมมนาจัดโดยทีดีอาร์ไอ(TDRI)ร่วมกับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์

นายอลงกรณ์นำเสนอในการสัมนาว่าประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ12ของโลกมีศักยภาพสูงมากสำหรับพืชไร่เศรษฐกิจเช่นมันสำปะหลังสามารถผลิตได้เป็นอันดับสามของโลกปีละ 30 ล้านตันจากพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 10 ล้านไร่ ในกว่า 54 จังหวัดและเป็นประเทศแชมป์โลกในการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันกว่า 40 ปี ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ ที่มีวัตถุดิบเป็นของตัวเองแต่เกษตรกรยังยากจนและราคาผันผวนตลอดเวลา

ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 7 ล้านไร่ มีผลผลิต 4–5 ล้านตันต่อปีแต่มีความต้องการในประเทศ 8.1–8.9 ล้านตันจึงต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้านภายใต้ AFTA 1–2 ล้านตันส่วนใหญ่นำเข้าจากเมียนมา 93% และประเทศอื่นๆ แสดงว่ายังมีตลาดในประเทศที่มีความต้องการสูงมากปีละ 3-4 ล้านต้นหากพัฒนาผลิตภาพการผลิตด้วยพันธุ์ที่ดีใช้เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมสมาร์ทฟาร์มมิ่ง(Smart Farming)ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้วางรากฐานไว้เช่นเกษตรอาหารเกษตรพลังงานเกษตรสุขภาพและเกษตรท่องเที่ยวจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตทดแทนการนำเข้าได้อีกมาก

พรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เวอร์ชั่นใหม่ นั่นคือ การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ(BioIndustry)และเศรษฐกิจชีวภาพ(BioEconomy) โดยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษไบโอรีไฟนารี่(BioRefinary)สำหรับพืชไร่เศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตหลักเช่น กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ซึ่งประกอบไปด้วยนครราชสีมาชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์โดยนำวัตถุดิบมาเพิ่มมูลค่าแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้แก่อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารเสริม ผงชูรส น้ำตาลเทียม เชื้อเพลิงชีวภาพ(BioFuel) ผลิตภัณฑ์ยา กระดาษ ไบโอพลาสติก ไบโอฟิล์ม ฯลฯ

“นี่คือโอกาสการลงทุนใหม่ๆและการสร้างการค้าใหม่ๆสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีมูลค่าสูงขึ้นไม่ใช่การค้าการลงทุนที่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นต้นซึ่งมีราคาต่ำและแข่งขันในตลาดล่าง เราต้องก้าวสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ราคาสูง “

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์เจ้าของฉายา มิสเตอร์เอทานอลได้ยกตัวอย่าง ผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวกับพืชไร่เศรษฐกิจ กรณี รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีนายชวนหลักภัยเป็นนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการแปรรูปพืชผลทางการเกษตรเป็นเอทานอลใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเรียกว่าแก็สโซฮอลล์ในเดือนกันยายนปี 2543 เป็นครั้งแรกในประเทศไทยนับเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ของยกระดับการพัฒนาพืชไร่เศรษฐกิจที่มีแป้งและน้ำตาลเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นอ้อย มันสำปะหลังและต่อมามีการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนผสมของวัตถุดิบผลิตเอทานอลเกรดพรีเมี่ยม

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ยังได้ยกตัวอย่างนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรม(Agritech and Innovation Center:AIC)ทุกจังหวัดถือเป็นโครงสร้างหลักด้านเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมเมดอินไทยแลนด์ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งนโยบายลดโลกร้อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน(Carbon Neutrality)และคาร์บอนเป็นศูนย์(Zero Carbon)ตลอดจนการอนุรักษ์และพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity)การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดินและผิวดิน การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืนโดยดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

รวมทั้งนโยบายเกษตรสร้างสรรค์ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ((Creative Economy)ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายปราบทุจริตโดยนายบัญญัต บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคในขณะนั้นจนรัฐมนตรีเกษตรฯติดคุกจากโครงการปุ๋ยปลอมและนโยบายประกันรายได้เกษตรกร(Universal Basic Income)สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว ปาล์มและยางพารา 8.13 ล้านครัวเรือนของพรรคประชาธิปัตย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงรัฐบาลที่แล้ว 

“นโยบายส่วนหนึ่งเหล่านี้และแนวทางยุทธศาสตร์ใหม่ที่นำเสนอในวันนี้เป็นเสมือนคานงัดอัพเกรดศักยภาพใหม่ให้กับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร(Agroindustry)เพื่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในการเผชิญกับวิกฤตการณ์ไม่ว่าในยามที่มีสงครามหรือสันติภาพ เราต้องยืนบนขาของตัวเองให้ได้ในภาวะโลกร้อนและโลกรวน“

ทั้งนี้นายอลงกรณ์ยังได้นำเสนอรายงานเรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ(BioEconomy) จากมันสำปะหลังและข้าวโพด: ศักยภาพใหม่พืชเศรษฐกิจไทยศักยภาพใหม่ของพืชไร่ “ต่อที่ประชุมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรสร้างรายได้ที่สูงขึ้นให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

นอกจากนี้ในการสัมนาที่โรงแรม แกรนด์ริชมอนด์ นนทบุรีเมื่อเร็วๆนี้เพื่อระดมความคิดเห็นประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของมันสำปะหลังและข้าวโพดมีภาคส่วนต่างๆเข้าร่วมได้แก่ตัวแทนเกษตรกร สมาคมการค้ามันสำปะหลังและข้าวโพด ตัวแทนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งตัวแทนพรรคการเมือง    

ซึ่งดร.วิโรจน์ ณ ระนองหัวหน้าทีมวิจัยทีดีอาร์ไอได้นำเสนอรายงานผลการวิจัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตการแปรรูปและตลาดทั้งในต่างประเทศรวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพืชเศรษฐกิจทั้งสองชนิดนี้พร้อมกับประเด็นนโยบายสาธารณะในอดีตถึงปัจจุบันเช่นนโยบายการประกันราคานโยบายการประกันรายได้นโยบายการแทรกแซงตลาดจนนโยบายการเพิ่มผลผลิตรวมไปถึงการพัฒนาเกษตรกร เป็นต้น

‘จีน’ แจง!! ไม่เคยให้อาวุธ ‘กองทัพกัมพูชา’ เพื่อมาใช้โจมตีไทย เผย!! เป็นของเก่า จากความร่วมมือในอดีต ขอไทยอย่าเข้าใจผิด

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) พันเอกศิวัตม์ รัตนอนันต์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เข้าหารือข้อราชการเพื่อประสานงานเรื่องสำคัญเร่งด่วนกับสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศ (Office of International Military Cooperation) กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี พันเอกพิเศษเซิ่ง เวย รองผู้อำนวยการกองเอเชีย สำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ เป็นผู้แทนในการหารือ โดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้ใช้โอกาสนี้รายงานข้อเท็จจริงและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา พร้อมทั้งได้ส่งมอบเอกสารรายงาน The Royal Thai Army Reports a Clash Incident on Thailand - Cambodia border ให้กับฝ่ายจีนอย่างเป็นทางการด้วย

“นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จีนไม่เคยสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใด ๆ ให้กับกองทัพกัมพูชาเพื่อให้มาใช้โจมตีไทย ยุทโธปกรณ์จีนที่มีประจำการในกองทัพกัมพูชาล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินงานความร่วมมือในอดีตทั้งสิ้น อย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี”

(ข้อความที่ฝ่ายจีนขอให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับฝ่ายไทย)

ตำรวจภูธรภาค 2 ส่งครัวเคลื่อนที่เพื่อใช้ประกอบอาหาร ในศูนย์พักพิง 'ผบช.ภ.2' กำชับทุกโรงพักดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนผู้อพยพ สั่งทุกพื้นที่ชายแดนเตรียมพร้อมสูงสุดช่วยเหลือประชาชน

(26 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ( ผบช.ภ.2 ) เปิดเผย จากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดโรงครัวเคลื่อนที่ปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะนี้หลายพื้นที่แนวชายแดนจำเป็นต้องอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน โดยตนได้กำชับให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เข้าไปกำกับการช่วยเหลือประชาชน ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และย้ำทุกโรงพักว่ากรณีที่ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนให้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตรา ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยให้ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน และสื่อสารให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้ทราบ เพื่อสร้างความอุ่นใจ สำหรับในพื้นที่ที่ยังไม่มีการอพยพ ประชาชนออกจากบ้านเรือนก็ให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 ประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้นขอให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และหัวหน้าสถานีตำรวจทำความเข้าใจกับกำลังพลเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ สอดประสานกับกองทัพโดยเป้าหมายเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประชาชน เน้นย้ำการเข้าถึงประชาชนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะขณะนี้มักมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงสร้างความสับสน ปลุกปั่นให้เกิดความแตกสามัคคีหรือตื่นตระหนก ดังนั้น ตำรวจต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกสถานการณ์ ทั้งการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และการสนับสนุนการปฏิบัติต่อกองกำลังป้องกันชายแดน

‘เจ้าชายแห่งรัตติกาล’ ผู้เปล่งแสง ดุจดาวฤกษ์!! ในจักรวาลอันมืดมิด ตราบจนวาระสุดท้าย

(27 ก.ค. 68) ขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งเฮฟวี่เมทัลในฐานะศิลปินเดี่ยวและสร้างคุณูปการให้กับวงการอย่างมากมาย 

จากการที่มีชารอน คอยอยู่เคียงข้าง ทำให้ออซซีตัดสินใจฮึดสู้อีกครั้ง เขากลับมาในฐานะศิลปินเดี่ยว อัลบั้มเปิดตัวของออซซีมีเพลงฮิตหลายเพลง อาทิ Mr. Crowley, Flying High Again, Suicide Solution และเพลงดังอมตะตลอดกาล อย่าง ‘Crazy Train’ ที่ต่อมาในภายหลังเพลงเหล่านั้นได้กลายเป็นบทเพลงอมตะขึ้นหิ้งของวงการร็อกและเฮฟวี่เมทัลมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้อัลบั้มนี้ติดท็อป 10 บนชาร์ตบิลบอร์ดในอังกฤษและอันดับที่ 21 ในอเมริกา ชื่อเสียงของออซซีกลับมาโด่งดังอย่างฉุดไม่อยู่อีกครั้ง และเลื่อนขั้นเป็นศิลปินเบอร์ใหญ่ผู้เป็นเสาหลักของวงการนับแต่นั้น หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการกลับมาผงาดอีกครั้งของออซซีก็คือ มือกีต้าร์หนุ่มอัจฉริยะที่เปรียบเสมือนมือกีต้าร์คู่บุญที่เกิดมาเพื่อส่งให้ออซซีขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่าง ‘แรนดี โรดส์’ (Randy Rhoads) ณ เวลานั้น แรนดีเป็นมือกีตาร์ไฟแรงในวัย 20 ต้น ๆ อดีตสมาชิกของวง ‘Quiet Riot’ ซึ่งโดดเด่นด้วยสไตล์การเล่นที่นำดนตรีคลาสสิกมาผสมกับดนตรีเฮฟวี่เมทัลในแบบของออซซี จนผลงานในชุดแรกของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ปล่อยออกมาในปี 1980 อย่าง ‘Blizzard of Ozz’ สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการดนตรีอีกครั้ง แต่แล้วออซซีก็ต้องพบกับอุปสรรคและความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อในปี 1982 ที่ออซซีและกำลังอยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ต ‘Diary of a Madman’ ก็ต้องสูญเสียมือกีตาร์คนสำคัญอย่างแรนดีไป จากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเขาและสมาชิกคนอื่นๆในวง โศกนาฏกรรมดังกล่าว สร้างความสะเทือนใจให้กับสมาชิกวงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะออซซีที่เพิ่งจะกลับมายืนในวงการได้ไม่นาน แต่ด้วยการดูแลจากชารอน และยังได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนนักดนตรีคนอื่น ๆ ทำให้ออซซีสามารถกลับมายืนอยู่บนเวทีได้อีกครั้ง

ออซซียังคงออกผลงานและทัวร์คอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง จนในปี 1994 สามารถคว้ารางวัลแกรมมี่แรกมาครองได้ อย่างเพลง ‘I Don’t Want to Change The World’ จากอัลบั้มบันทึกการแสดงสด ‘Live & Loud’ และสิ่งหนึ่งที่นับเป็นหนึ่งในคุณูปการอันยิ่งใหญ่ตลอดในเส้นทางสายดนตรีของออซซีก็คือ ภายหลังการเสียชีวิตของมือกีต้าร์คู่บุญอย่างแรนดีแล้ว เขายังได้สร้างมือกีตาร์ระดับโลกมากมายขึ้นมาประดับวงการผ่านการมาร่วมวงของเขา อาทิเช่น ‘เจค อี. ลี’ (Jake E. Lee), ‘แซค ไวล์ด’ (Zakk Wylde), ‘โจ โฮล์มส์’  (Joe Holmes) และ ‘กัส จี’ (Gus G) เป็นต้น นอกจากนี้สิ่งที่ออซซีให้ความสำคัญและทำอย่างต่อเนื่องก็คือการให้โอกาสและสนับสนุนผลักดันคนรุ่นหลังให้มีโอกาสแจ้งเกิดและรับไม้ต่อจากเขาเสมอ หมุดหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ออซซีได้สร้างขึ้นและมอบไว้ให้กับคนรุ่นหลังก็คือ ในปี 1996 ออซซีและชารอนได้สร้างเทศกาลร็อกสุดยิ่งใหญ่ขึ้นมา อย่าง ‘Ozzfest’ เป็นเทศกาลที่ช่วยสนับสนุนศิลปินและวงการดนตรีเฮฟวี่เมทัล มีวงดนตรีร็อกระดับตำนานมากมายที่ออซซีผลักดันขึ้นโชว์ อย่าง ‘Slayer’, ‘Motorhead’ และ ‘Linkin Park’ รวมถึงวง ‘Slipknot’ ก็แจ้งเกิดครั้งแรกบนเวทีนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ออซซียังได้ออก studio album ร่วมกับศิลปินระดับไอคอนของวงการมากมาย นับตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง ‘เอริค แคลปตัน’ (Eric Clapton), ‘เอลตัน จอห์น’ (Elton John) หรือ ‘เจฟฟ์ เบ็ค’ (Jeff Beck) ไล่มาถึงรุ่นกลางอย่าง ‘แสลช’ (Slash) จนมาถึงรุ่นหลานอย่าง ‘โพสต์ มาโลน’ (Post Malone) ในปี 2023 ออซซีได้คว้ารางวัลแกรมมี่ สาขาอัลบั้มร็อกยอดเยี่ยม จากอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 13  ‘Patient Number 9’ และรับรางวัล ‘Best Metal Performance’ จากเพลง ‘Degradation Rules’ รางวัลเหล่านี้ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของออซซีในฐานะตำนานวงการดนตรีที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน และออซซียังถูกเสนอชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ ‘Rock And Roll Hall of Fame’ ในปี 2024 อีกด้วย 

ในส่วนของวง Black Sabbath นั้น เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไปหลายปี ความบาดหมางระหว่างออซซีและเพื่อนสมาชิกคนอื่นก็ทุเลาลง จนในปี 1985 พวกเขาได้กลับมารวมตัวเฉพาะกิจ และขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ‘Live Aid Philadelphia’ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือวิกฤตความอดอยากในเอธิโอเปีย และในปี 1997 สมาชิก Black Sabbath ยุคก่อตั้งทั้งสี่ก็ได้กลับมารวมตัวและออกทัวร์กันอีกครั้ง พร้อมกับปล่อยอัลบั้มลำดับที่ 19 ออกมาในชื่อว่า  ‘13’ ก่อนที่จะประกาศยุติวงอย่างเป็นทางการในปี 2017 

ความทรุดโทรมของสังขารสู่การบอกลาตลอดกาลอย่างยิ่งใหญ่ และสง่างาม 

ตลอดช่วงท้ายชีวิต ออซซีเผชิญกับปัญหาสุขภาพเรื้อรัง โดยเฉพาะหลังประสบอุบัติเหตุจากรถควอดไบค์ในปี 2003 และการพลัดตกในบ้านเมื่อปี 2019 ซึ่งกระทบต่อกระดูกสันหลัง จนเขาต้องประกาศยุติการทัวร์ในปี 2023 นอกจากนี้ออซซียังต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นโรคพาร์กินสัน หรือผลข้างเคียงจากการดื่มหนักและใช้ยาเสพติดอย่างหนักหน่วงในวัยหนุ่ม จนทำให้เขาไม่สามารถออกทัวร์ได้ในระยะหลังเป็นเวลาหลายปี แต่ในที่สุด ในเดือนมกราคม 2568 ชารอนก็ได้ออกมาประกาศว่า ออซซีในวัย 75 ปี เตรียมจะเล่นคอนเสิร์ตอำลาเหล่าแฟนเพลง หลังจากที่ต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพต่าง ๆมานาน โดยชารอนได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “เขาคงจะกลับมาทัวร์ไม่ได้แล้วละ แต่เรากำลังวางแผนที่จะโชว์อีกสักสองโชว์เพื่อกล่าวอำลาแฟน ๆ อย่างเป็นทางการ ซึ่งสามีของฉันบอกว่า ‘ผมยังไม่ได้บอกลาเหล่าแฟน ๆ ของผมเลย ผมอยากจะอำลาพวกเขาให้มันเหมาะสมกว่านี้’”  ซึ่งคอนเสิร์ตอำลาดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า “Back To The Beginning” ได้ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาที่สนามกีฬา Villa Park ที่ตั้งอยู่ในบ้านเกิดของออซซี บริเวณย่านแอสตันเมืองเบอร์มิงแฮม คอนเสิร์ตครั้งนี้เต็มไปด้วยแฟนๆ ชาวร็อกจำนวนกว่า 40,000 คน แม้ออซซีจะไม่สามารถลุกขึ้นยืนแสดงเหมือนเมื่อครั้งอดีต แต่เขาก็สามารถสร้างความประทับใจด้วยการนั่งขับร้องเพลงอย่างสุดความสามารถบนบัลลังก์สีดำทะมึน และยังแลบลิ้นปลิ้นตาหยอกล้อกับคนดูอย่างสนุกสนานเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด และเมื่อถึงท่อนร้องก็จะเห็นได้ว่าออซซีเค้นพลังทุกหยาดหยดออกมา ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ในมาตรฐานของศิลปินระดับโลกที่ไม่เคยจางหายถูกถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับฟังและชมอย่างยิ่งใหญ่ โดยที่ทุกคนทราบกันดีว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เห็นเขาขึ้นแสดง และหลายคนยังคิดในใจว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นออซซีในบทบาทที่ดีที่สุด และทรงพลังที่สุด ก่อนที่โลกนี้จะพรากเขาไป นั่นทำให้แฟนจำนวนไม่น้อยถึงกับหลั่งน้ำตาในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต และในตอนท้ายของคอนเสิร์ต ออซซีก็ได้มีโอกาสกล่าวคำขอบคุณและอำลาแฟนเพลงของเขาอย่างยิ่งใหญ่และซาบซึ้งใจ ไม่เพียงเท่านั้น คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังสามารถระดมเงินทุนได้ถึง 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และพวกเขาก็นำไปบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลเด็กและสถานรักษาอาการพาร์กินสันอีกด้วย และไม่นานหลังจากคอนเสิร์ตจบลงได้เพียง 17วัน แฟนๆ ต้องเผชิญกับความจริงเมื่อออซซีเสียชีวิตลงอย่างสงบ ปิดฉากตำนานศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกลงอย่างสมบูรณ์และสง่างามโดยไม่มีอะไรติดค้าง และแฟนๆทั่วโลกต่างร่วมกันไว้อาลัยอย่างเศร้าสลด 

มรดกที่แท้จริงของ Ozzy Osbourne อาจวัดได้จากเสียงสะท้อนของศิลปินรุ่นหลังและเพื่อนร่วมวงการ วงร็อกระดับตำนานหลายวงยกย่องเขาว่าเป็น "พี่ชายใหญ่แห่งวงการร็อก" ผู้ซึ่ง "เปลี่ยนโฉมหน้าดนตรีไปตลอดกาล"

ตัวอย่างหนึ่งในคำสรรเสริญที่ทรงพลังที่สุดจากวง Metallica วงที่เรียกอาจนับเป็นลูกหลานสายตรงของ Black Sabbath และเป็นหนึ่งในวงหลักที่ขึ้นเล่นเป็นวงเปิดให้กับออซซีและ Black Sabbath ในคอนเสิร์ตสุดท้ายที่ผ่านมาได้กล่าวไว้ว่า Ozzy คือ "วีรบุรุษ, ไอคอน, ผู้บุกเบิก, แรงบันดาลใจ, ครู และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อน"

Ozzy Osbourne ไม่ได้เป็นเพียงนักดนตรี เขาคือสถาปนิกผู้ร่วมก่อร่างสร้างแนวเพลงเฮฟวีเมทัล เป็นศิลปินเดี่ยวที่พิสูจน์ตัวเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และคือไอคอนทางวัฒนธรรมผู้ทลายกำแพงระหว่างดนตรีร็อกกับกระแสหลักได้อย่างน่าทึ่ง มรดกของเขาจะยังคงดังก้องกังวานอยู่ในทุกริฟฟ์กีตาร์ที่หนักหน่วงและเสียงร้องของศิลปินร็อกรุ่นแล้วรุ่นเล่าต่อไปอีกนานแสนนาน

สิ่งที่ออซซีทำให้เราเห็นตลอดช่วงชีวิตอันมีสีสันและยืนยาวของเขาก็คือการยอมรับความเป็นมนุษย์ที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ออซซีไม่เคยพยายามขัดเกลาตัวเองให้ดูดี เขายอมรับว่าเคยเป็นคนเลวอย่างจริงใจและซื่อสัตย์ แต่เขาก็ไม่เคยหยุดพยายามทำให้ดีขึ้น โดยมีความเชื่อมั่นในพลังของตัวเองและมีความรักในเสียงดนตรีนำทาง โอบกอดด้วยความรักจากครอบครัวและมิตรสหายคอยประคับประคอง ในวันที่เขาจากไป เสียงของเขายังดังก้องอยู่ในหัวใจของคนทั่วโลก เพราะบางครั้งการดำรงอยู่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่คือการทิ้งบางสิ่งที่มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกเป็นมรดกตกทอดให้กับคนรุ่นหลังรวมทั้งแผ้วถางเส้นทางไว้ให้ด้วยความมุมานะพยายาม ความเชื่อมั่น ความรักและน้ำใจอันใสสะอาดที่จริงแท้  ออซซีทำมันได้สำเร็จอย่างงดงามและสง่างามอย่างที่สุด 

ด้วยจิตคารวะ 

Rest In Fxxxin’ Peace.

เด็กไทย คว้ารางวัล!! ชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ จาก เมืองเกซอนซิตี สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

(27 ก.ค. 68) แทแดนซ์….1 เหรียญทอง กับ 3 เหรียญเงิน ผลงานปัง..ปัง!! จากการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 36 (International Biology Olympiad – IBO 2025) ซึ่งถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 27 กรกฎาคม 2568 ณ เมืองเกซอนซิตี สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา 

ใครได้เหรียญอะไรกันบ้าง รายละเอียดตามข้างล่างนี้เลย

1. นายชญาณ์ชนญ์ เจียมเวชวิทยาภร จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง  ได้รับเหรียญทอง

2. นายนภหิรัณย์ สถิรประภากุล จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง ได้รับเหรียญเงิน

3. นางสาวอัยยา กัญจนานภานิช จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม ได้รับเหรียญเงิน

4. นายธีระ ยรรยงชัยกิจ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้รับเหรียญเงิน

การแข่งขันครั้งนี้คงจะไม่สำเร็จเสร็จสิ้นแบบไร้ที่ติแบบนี้ หากขาดแรงผลักดันทางวิชาการ และการดูแลอย่างอบอุ่นจากทีมอาจารย์ ดังนี้

• รศ.ดร.ชัชวาล ใจซื่อกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.กิตติคุณ วังกานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองหัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.สมพิศ สามิภักดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
• ดร.ชนติ จันทรโชติชัชวาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.สาวิตร ตระกูลน่าเลื่อมใส มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนมูลนิธิ สอวน.
• นายจักรพรรดิ สุวรรณกูฏ สสวท. ผู้จัดการทีม

มาร่วมกันต้อนรับพวกเขากลับบ้านอย่างอบอุ่น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 2 ทางออก1-2 เวลาประมาณ 15.30 ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 พวกเขาจะกลับมาด้วยเครื่องบินจากสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG621 

มาโอบกอดพวกเค้า ตอนรับกลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจกันเถอะ

เด็กไทยเก่ง!!

‘ฮุน มาเนต’ โพสต์ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ที่อาสาช่วยหย่าศึก ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมบลัฟต่อ!! หวังว่าไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืน เหมือนที่เคยรับปาก

(27 ก.ค. 68) ‘ฮุน มาเนต’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ในคืนวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

ระหว่างการสนทนา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้แสดงความปรารถนาที่จะไม่เห็นสงครามหรือการสู้รบที่จะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บจำนวนมากของทั้งสองฝ่าย รวมถึงทหารและพลเรือน ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงพยายามไกล่เกลี่ยและยุติความขัดแย้งในหลายประเทศทั่วโลกได้สำเร็จมาโดยตลอด
เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรารถนาที่จะเห็นการหยุดยิงและสันติภาพระหว่างสองประเทศโดยทันที

เพื่อเป็นการตอบโต้ ผมได้ชี้แจงอย่างชัดเจนต่อท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากัมพูชาเห็นด้วยกับข้อเสนอการหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขระหว่างกองทัพทั้งสอง อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ผมได้แสดงจุดยืนนี้ต่อท่านอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนหมุนเวียนคนปัจจุบัน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

หลังจากที่ท่านได้พูดคุยกับท่านภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แจ้งข่าวดีแก่ผมว่า ฝ่ายไทยก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านประธานาธิบดีที่ให้มีการหยุดยิงโดยทันที ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทหารและประชาชนของทั้งสองประเทศ

ผมหวังว่าฝ่ายไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืนเหมือนที่เคยทำกับความพยายามประสานงานของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

ผมได้มอบหมายให้ท่านปรัก โสคนน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ หารือกับท่านมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และให้ท่านช่วยประสานงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อนำหลักการที่ตกลงกันไว้ไปปฏิบัติโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทหารและพลเรือนทั้งสองฝ่าย

ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับความคิดริเริ่มและการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติการสู้รบและสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยโดยทันที ผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมนี้จะช่วยปกป้องชีวิตของทหารและพลเรือนจำนวนมากที่อาจสูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และจะช่วยให้ผู้ลี้ภัยหลายแสนคนสามารถเดินทางกลับหมู่บ้านของตนเพื่อดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปอย่างปลอดภัยและสงบสุข

เปิดภาพความเสียหาย ‘รพ.สต.ศรีสะเกษ’ หลังถูก!! กระสุนปืนใหญ่ ‘กัมพูชา’ ยิงถล่ม

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค. 68) เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย กระสุนปืนตกลงใส่อาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก

จากการตรวจสอบ พบว่ากระสุนทะลุผ่านเข้ามาภายในตัวอาคาร ทำให้สิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่แนวชายแดน

ผู้ใช้ TikTok โพสต์คลิป สุดประทับใจ!! ขับรถตามพี่ทหาร ไป 50 โล เพื่อให้ขนมไปกินระหว่างทาง ขอบคุณที่ช่วยปกป้อง แผ่นดินของเรา

(27 ก.ค. 68) ผู้ใช้ TikTok ‘mam_mam77’ ได้โพสต์คลิปสุดประทับใจ พร้อมใส่ข้อความระบุว่า ...

กำลังใจจากแนวหลัง ขับตามพี่ๆทหารมาประมาณ 50 โล ได้ คิดว่าจอดไหนก็จะตามไป ขนมมันอาจเล็กน้อย เอาไว้กินกันกลางทางนะพี่ สู้ๆปลอดภัยกลับมาทุกนายนะคะ 

ตื่นเต้นจนพูดไรไม่ออกเลย

OR ผนึกกำลังหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ส่งมอบ!! ‘น้ำดื่ม - อาหาร’ บรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่เข้าถึงยาก

(27 ก.ค. 68) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับ หน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 31 (นพค.31) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พันเอก จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 9,600 ขวด ให้แก่ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน รวมทั้งร่วมลงพื้นที่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ที่ประสบภัยพิบัติรุนแรง และเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ OR ยังได้ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน โดยมี นายแพทย์ณัฐวิชช์ จักรเจริญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ 

ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ OR ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ OR ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่านมาแล้ว ทั้งนี้ OR ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top