Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน ระวังผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสใช้ข่าวปลอม ปลุกปั่นคนไทย และหลอกรับบริจาค

(26 ก.ค.68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ขณะนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง สร้างความสับสนและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย รวมไปถึงอาจมีการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดี ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวัง อย่ารีบตัดสินใจหลงเชื่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ที่ฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.เผยแพร่ข่าวปลอม สร้างความตื่นตระหนก - เผยแพร่ข่าวปลอมหรือบิดเบือนเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน โดยอาจมีการนำภาพเก่า หรือภาพจากเหตุการณ์อื่น มาประกอบกับข้อความเพื่อให้คนตื่นตกใจ

2.เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง – เผยแพร่ข้อมูลเพื่อยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังเพื่อให้เกิดความไม่สงบ หรือเกิดสถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศไทย อันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมุมมองของประชาคมโลก

3.หลอกรับบริจาค - อาศัยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย หลอกเปิดรับบริจาคจากพี่น้องประชาชน อ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน

โดยขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และขอให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนสู้รบกับประเทศไทย

และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการเผยแพร่ข่าวปลอม เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง หรือหลอกลวงรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือหากได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผบ.กองเรือยุทธการ สั่ง 'พร้อมรบสูงสุด' ตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถ-แผนกษัตริย์ศึก ตรวจความพร้อมหมู่เรือพิฆาต หน่วยซีล และ ฮ.ปฏิบัติการ รับมือภัยคุกคาม

พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมกำลังรบ หน่วยกำลังทางเรือในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมรบขั้นสูงสุดในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ

ผบ.กองเรือยุทธการ ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยปฏิบัติการหลัก อาทิ หมู่เรือพิฆาต หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) ซึ่งถือเป็น “นักรบ 3 มิติ” และหน่วยเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางเรือ เพื่อประเมินสมรรถภาพของยุทโธปกรณ์และความพร้อมของกำลังพล

พลเรือเอก ณัฏฐพล ได้กล่าวให้โอวาทและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล พร้อมเน้นย้ำให้ทุกนายมีความพร้อมสูงสุดทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยของชาติอย่างมั่นคง ภายใต้แนวทางการใช้กำลังตามแผนป้องกันประเทศ 'จักรพงษ์ภูวนารถ' หรือ 'แผนกษัตริย์ศึก' ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือ

ผู้บัญชาการฯ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักความคล่องตัวในการปฏิบัติภารกิจและสามารถตอบโต้ภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้คำมั่นว่า กองเรือยุทธการจะดูแลสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

🎉 อุตสาหกรรมแฟร์ 2568: รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย 🚆 📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค. 2568 | สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ)

ช้อป ชม ชิลล์ กับ 4 โซนเด็ดที่ไม่ควรพลาด
🛍️ โซนสหพัฒน์ – รวมแบรนด์ดังราคาพิเศษจากเครือสหพัฒน์ อาทิ มาม่า, วาโก้, Arrow, โคโดโม
🚗 โซนรถที่ใช่ ดีลที่ชอบ – โปรแรงจาก 19 ค่ายรถชั้นนำ
⚡ โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า – ลดสูงสุด 60%
อาทิ Hatari, Samsung, LG, Hitachi
🎨 โซน SME ของดีทั่วไทย – เสื้อผ้า อาหาร ของแต่งบ้าน รวมกว่า 155 บูธ

✨ พร้อมกิจกรรมสุดว้าว:
🎤 Mini Concert 4 วัน 4 ศิลปิน
💼 Workshop สร้างอาชีพ
🎙️ เสวนาเด็ดๆ จากผู้เชี่ยวชาญ

🚆 เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีน้ำเงิน, รถไฟฟ้าสายสีแดง และรถสาธารณะ

📅 แล้วเจอกัน! งานนี้คนรักของดีราคาคุ้มต้องห้ามพลาด!

ทูตไทย ประจำสหประชาชาติ ทัพหน้าสู้ปมขัดแย้งกัมพูชา ในเวทีคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

(26 ก.ค. 68) ในบริบทของความขัดแย้งระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชา ในครั้งนี้ บทบาทสำคัญของการแก้ไขสถานการณ์ในเวทีระหว่างประเทศจะตกอยู่ที่ นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งจะต้องเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการต่อรองและชี้แจงจุดยืนของไทยต่อประชาคมระหว่างประเทศ

นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เกิดวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2512 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท Master of Arts (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) Faculty of Social Science,Keynes College University of Kent at Canterbury สหราชอาณาจักร

ด้วยประสบการณ์การทำงานในกระทรวงการต่างประเทศเป็นเวลากว่า 30 ปี นายเชิดชายมีความเชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่กองเอเชียใต้ในปี 2537 จนถึงการเป็นอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นระหว่างปี 2560-2562 และดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศก่อนจะมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติในเดือนพฤษภาคม 2567 

บทบาทและความรับผิดชอบในวิกฤตครั้งนี้

ในฐานะเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นายเชิดชายมีหน้าที่สำคัญในการเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการเข้าร่วมประชุมและกิจกรรมของสหประชาชาติ ประสานงานและสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอื่น รวมทั้งนำเสนอและผลักดันนโยบายและผลประโยชน์ของประเทศไทยในเวทีสหประชาชาติ

การประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติครั้งนี้จะเป็นการทดสอบทักษะการทูตและประสบการณ์ของนายเชิดชายในการปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศไทย ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากประเทศเพื่อนบ้านและความกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ

‘กลุ่ม ปตท.’ ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ส่ง!! ถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน จากเหตุการณ์ไม่สงบชายแดน ไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) กลุ่ม ปตท. ได้ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังศูนย์พักพิงผู้อพยพของพี่น้องไทยในสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี และ จ.บุรีรัมย์ ให้แก่ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 9,480 ขวด และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)(GPSC) มอบยาสามัญประจำบ้าน 200 ชุด 

พร้อมกันนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ได้ส่งมอบถุงยังชีพผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1,000 ชุด และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) มอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม 3,200 ชุด ให้แก่ กองทัพภาคที่ 3 นอกจากนี้ ปตท. และ TOP ยังได้ส่งมอบถุงยังชีพรวม 500 ถุงเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่าน ด้วย  

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องไทยพร้อมส่งมอบความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่

‘เมโทร กรุ๊ป’ เปิด!! ZEEKR Metro Flagship บางนา กม.5 ชูประสบการณ์กว่า 70 ปี เติมเต็มความเชื่อมั่น ตลาดรถอีวีไทย

(26 ก.ค. 68) นายบดินทร์ บุญวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมโทร กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ภายใต้หลักการ Win Win Win ความซื่อสัตย์และจริงใจกับคู่ค้าทางธุรกิจและลูกค้าที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้เมโทร กรุ๊ป ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงทางธุรกิจยานยนต์มากว่า 70 ปี สามารถสร้างเป็นเครือข่ายยานยนต์ที่แข็งแกร่ง ด้วยฐานลูกค้ามากกว่า 200,000 ราย”

“นวัตกรรมพลังงานสะอาดของรถยนต์ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมของเราและเป็นแรงบันดาลใจให้เลือก ZEEKR รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยเหตุผลที่ว่า ZEEKR เป็นบริษัทในเครือ Geely Automobile ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่จากประเทศจีนที่มีความมั่นคง มีความหลากหลายของยานยนต์ที่อยู่ในความดูแล และ ZEEKR มีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีต่างๆ ในลักษณะของการผสานกันระหว่างยานยนต์ตะวันออกและตะวันตก (East Meet West) และการจับมือกับ ZEEKR ในครั้งนี้ส่งให้ เมโทร กรุ๊ป ก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจยานยนต์ครบวงจร ประเดิมเปิด ZEEKR Metro Flagship โชว์รูมและศูนย์บริการ ที่บางนา กม. 5 โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 60 คันต่อเดือน”

'ZEEKR Metro Flagship' มีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกกระบวนการของการซื้อ และบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด 'Customer-first Experience' เชื่อมต่อนวัตกรรมล้ำสมัย ความพรีเมียม และไลฟ์สไตล์ ไว้ในที่เดียวกัน ผ่าน 3 หลักการคือ Hardware มีโชว์รูม ที่กว้างขวาง สวยงาม สะดวกสบาย ด้วยพื้นที่จัดแสดงรถขนาดหน้ากว้าง 92 เมตร พร้อมบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คาเฟ่เต็มรูปแบบ และ Share Working Space ที่สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย

หลักการที่สอง Software ระบบการทำงานและการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ที่จะเป็นผู้ช่วยที่ดีให้กับลูกค้าในการมารับบริการ และหลักการสุดท้าย Peopleware เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในด้านต่าง ๆ ในทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบการบริการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อาทิ โปรแกรม 'Metro Lux' ที่ให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกสามารถสะสมคะแนน และรับสิทธิพิเศษมากมาย”

นอกจากนี้ เรามีบริการ 'ใกล้ไกล เรา ใกล้คุณ' เป็นการบริการส่งรถทดลองขับถึงบ้านลูกค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย บริการรับ-ส่งรถเมื่อถึงกำหนดเข้ารับบริการ โดยการนัดหมายล่วงหน้า บริการรถสำรองให้ลูกค้า บริการรถสไลด์ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นต้น ซึ่งเมื่อผนวกแนวคิดการทำงานแบบ “มาด้วยกัน ไปได้ไกล - Together We Can” ของเมโทร กรุ๊ป เข้ากับวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของ ZEEKR แล้ว เรามั่นใจว่าลูกค้าจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน”

โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR Metro Flagship บางนา ก.ม.5 พร้อมให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. 

ติดตามข่าวสารของ ZEEKR Metro เพิ่มเติมได้ที่ 

https://zeekrmetro.com 

Facebook : ZEEKR Metro 

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
Call Center 02-0123-999

‘Khmer News’ สร้างเฟคนิวส์!! ใส่ความ ให้ร้ายประเทศไทย อ้าง!! สำนักสงฆ์ ที่อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก ถูกปืนใหญ่ยิง

(26 ก.ค. 68) ‘Khmer News’ เผยแพร่ข่าวใส่ร้ายประเทศไทย โดยมีใจความว่า ...

โศกนาฏกรรมที่เจ็บปวดที่สุดจากกองทัพเสียมบุกกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ทำลายสำนักสงฆ์ Taman Senchey ในเขต Banteay Ampil จ.อุดาร์ Meanchey พระสงฆ์อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก สถานที่สักการบูชาของชาวพุทธในบริเวณนั้น

กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

(26 ก.ค. 68) กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

นายเจีย แก้ว เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ากัมพูชาร้องขอให้มีการหยุดยิง “โดยไม่มีเงื่อนไข” และเสริมว่าต้องการทางออกข้อพิพาทโดยสันติ อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการหยุดยิงดังกล่าว แต่มีการส่งสัญญาณถึงการเปิดกว้างต่อการเจรจาเช่นกัน

“กัมพูชาขอให้หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และเราขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ” นายเจีย แก้ว กล่าวหลังการประชุมลับของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งมีกัมพูชาและไทยเข้าร่วม

‘ปตท.สผ.’ เข้าซื้อหุ้นของเชฟรอน เพื่อขยายการลงทุน ในแปลง A-18 พื้นที่พัฒนาร่วม ‘ไทย-มาเลเซีย’

(26 ก.ค. 68) นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าบริษัท พีทีทีอีพี จอยท์ ดีเวลลอปเมนท์ เอสจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Agreement – SPA) เพื่อเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท Hess International Oil Corporation ที่มีบริษัทย่อยถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 ในแปลง A-18 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (Malaysia–Thailand Joint Development Area – MTJDA) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย การซื้อขายดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 450 ล้านดอลลาร์ สรอ. ทั้งนี้ ผู้ขายคือบริษัท Hess (Bahamas) Limited และ Hess Asia Holdings Inc. ที่มีเชฟรอนเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด จากการควบรวมกิจการระหว่าง Chevron และ Hess

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีผลสมบูรณ์แล้ว และจะสามารถเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับบริษัทได้ทันที รวมทั้งยังส่งผลให้ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีการลงทุนอยู่แล้วในแปลง B-17-01 ในสัดส่วนร้อยละ 50

ปัจจุบัน แปลง A-18 ผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในอัตราประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยในอัตรา 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 6 ของความต้องการใช้ก๊าซในประเทศไทย และส่งให้กับประเทศมาเลเซียในอัตรา 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

“ปตท.สผ. ยินดีที่สามารถขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมใน MTJDA เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียม และมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ รวมถึงการเติบโตให้กับบริษัท นอกจากแหล่งก๊าซฯ ที่มีการผลิตในปัจจุบันแล้ว ยังมีการค้นพบแหล่งก๊าซฯ ใหม่อีกหลายแหล่งในแปลงดังกล่าว และอยู่ระหว่างรอการพัฒนาเพื่อนำพลังงานขึ้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งการถือสัดส่วนการลงทุนของทั้ง 2 แปลง จะส่งผลให้สามารถบริหารจัดการร่วมกันแบบบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของทั้งสองประเทศได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วยิ่งขึ้น” นายมนตรี กล่าว

ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ บริษัทผู้ดำเนินการมีแผนจะเจาะหลุมผลิตและติดตั้งแท่นหลุมผลิตเพิ่มเติม รวมถึงก่อสร้างท่อส่งก๊าซฯ และคอนเดนเสท เพื่อเร่งพัฒนาและผลิตก๊าซฯ จากแปลงดังกล่าวต่อไป

MTJDA ตั้งอยู่บริเวณตอนล่างของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทที่สำคัญของประเทศไทยและมาเลเซีย ปัจจุบันแปลง A-18 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น จักรวาล ภูมี สุริยา บุหลัน และบุหลันใต้ ซึ่งเริ่มการผลิตตั้งแต่ปี 2548 ส่วนแปลง B-17-01 ซึ่งบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น มูด้า ตาปี ตันจุง อมฤต เจ็งก้า เมลาติ และแอนดาลัส ซึ่งเริ่มการผลิตก๊าซฯ ตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันสามารถผลิตก๊าซฯ ส่งเข้าประเทศไทยและมาเลเซียในอัตราประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top