Friday, 24 July 2026
NewsFeed

‘เจฟฟรีย์ เอปสตีน’ แฉ!! ‘บิล เกตส์’ ปมชู้สาว เผย แอบนอกใจอดีตภรรยา ไปควงสาวรัสเซียวัย 20 ปี!!

‘เจฟฟรีย์ เอปสตีน’ นักค้าประเวณีที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ล่าสุดมีท่าทีที่เหมือนจะข่มขู่ ‘บิล เกตส์’ เศรษฐีพันล้าน ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และพยายามแบล็กเมล์เรื่องชู้สาวกับนักเล่นบริดจ์ชาวรัสเซีย ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่โดยวอลล์สตรีทเจอร์นัล

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวกับวารสารว่า หลังจากที่ เจฟฟรีย์ เอปสตีน รู้เรื่องความสัมพันธ์ของผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft กับผู้เล่นบริดจ์ชาวรัสเซีย ชื่อ ‘Mila Antonova’ โดยขู่ว่า บิล เกตส์ จะคืนเงินค่าเล่าเรียนให้ตน ซึ่งเจฟฟรีย์ เอปสตีน เป็นคนจ่ายให้ Mila Antonova ในตอนแรก เพื่อเข้าร่วมการเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์ของโรงเรียน

41 ว่าที่ ส.ส พรรคพลังประชารัฐ พร้อม! ก้าวข้ามความขัดแย้ง

เปิดรายชื่อ ว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เข้าสภาฯ ทั้ง 41 คน ส.ส.แบบแบ่งเขต คะแนนนำ 39 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง จะมีใครบ้าง ไปชมกันเลย!!
 

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดสุดยิ่งใหญ่แข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 คัดเยาวชนทั่วประเทศสู่ทีมชาติ ร่วมแข่งขันระดับนานาชาติ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น. นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงานเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ โดยกล่าวว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติเป็นภารกิจของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเป็นเวทีสำหรับเยาวชนในการแสดงความสามารถด้านทักษะฝีมือที่ได้ฝึกฝนอบรมในสาขาอาชีพต่างๆ และเป็นเวทีคัดเลือกเยาวชนเป็นทีมชาติไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 13  ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 18-28 กรกฎาคม 2566 และการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน–1 ธันวาคม 2566 และการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 47 ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 10-15 กันยายน 2567

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2566 จำนวน 26 สาขา  แบ่งเป็นแข่งขันที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ จำนวน 18 สาขา เช่น สาขาเมคคาทรอนิกส์ สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สาขาระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม สาขาการจัดดอกไม้ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี เป็นต้น  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จัดแข่งขันสาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จัดแข่งขันสาขาการประกอบอาหาร วิทยาลัยแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงาน 13 กรุงเทพมหานคร จัดแข่งขันสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และมหาวิทยาศรีปทุมจัดแข่งขันสาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ โดยมีเยาวนอายุระหว่าง 15-21 ปี เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 390 คนจากทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติ

นายสุรชัย กล่าวต่อไปว่า ซึ่งแบบข้อสอบที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ได้ประยุกต์จากการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติครั้งล่าสุด ได้รับการพัฒนาจากคณะผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา ยึดหลักสำคัญเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills International) นอกจากนี้นำวิธีการตรวจประเมินผลการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (Competition Information System : CIS) มาใช้ในการแข่งขัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการตัดสินของคณะกรรมการให้มีความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักสากลมากขึ้น จึงเป็นการันตีว่าเยาวชนะที่ชนะการแข่งขันมีศักยภาพและทักษะที่พร้อมแข่งขันในเวทีระดับโลกต่อไป

“การแข่งขันมิได้เป็นเพียงเวทีคัดเลือกเยาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยส่งเสริมสนับสนุนกระตุ้นให้เยาวชนมีใจรักในงานอาชีพ และสนใจที่จะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสร้างความก้าวหน้าในการศึกษาและหน้าที่การงาน และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนอื่นๆ ในการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองให้ทัดเทียมหรือก้าวสู่ทีมชาติเช่นเดียวกัน” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าว

สถิติการจับกุมคดีล่วงละเมิดทางเพศปี 2565 มากกว่าตั้งแต่ที่ก่อตั้งศูนย์ TICAC มารวมกัน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องพรหมนอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ พิทักษ์ เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งขาติ ในฐานะ หัวหน้าชุดปฏฺบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต  (TICAC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมให้การต้อนรับ

Mr.Kyle Livingston, Division Chief, Bureau of International Labor Affairs, Us Department of Labor Ms.Laurel Hoffner International Relations Specialist, Bureau of International Labor Affairs, Us Department of Labor นางสาวทิวารี วีระญาสพประสงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
ที่ได้เดินทางมาเพื่อศึกษาดูงาน ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตเนื่องจากในปี 2565 สถิติการจับกุมคดีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตสูงขึ้น จนมากกว่าสถิติการจับกุมตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ เมื่อปี 2558-2564 รวมกัน และมีการขยายผลเป็นคดีค้ามนุษย์ได้จำนวนหลายคดี ส่งผลให้ทางการของสหรัฐอเมริกา ได้พิจารณายกระดับประเทศไทยจาก “เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง” (Tier 2 Watch List) เป็น Tier 2 ซึ่งอยู่ในระดับที่ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา

จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้เชิญคณะเข้าชมผลงานที่ห้องประชุมศรียานนท์  โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างเช่น นายมานะ สิมมา ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย กระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขา ปปช. นายกมลสิทฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. นายรัชพล มณีเหล็ก ผอ.กลุ่มคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ พม. พ.ต.ต.สิริวัชญ์ ชาญเตชะสิทธิกุล ผอ.กองคดีการค้ามนุษย์ DSI และหน่วยงานภาคประชาสังคม NGOs เช่น คุณอภิญญา ทาจิตต์ มูลนิธิ Stella maris, นายสมพงศ์ สระแก้ว จากมูลนิธิ LPN คุณวีรวรรณ มอสบี้ จาก Hug Project เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า สาเหตุที่ชุดปฏิบัติการ TICAC มีสถิติการจับกุมที่สูงขึ้นนั้น เกิดจากการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่บังคับใช้กฏหมาย การอบรมให้ความรู้ไปที่ตัวผู้ปฏิบัติ มากกว่าผู้บริหาร  การปรับโครงสร้างชุดปฏิบัติการใหม่ ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ได้เร็ว และมีความเข้าใจสภาพสังคม ภูมิประเทศ ของแต่ละท้องถิ่นได้ดีกว่าเดิม
รวมไปถึงการพัฒนาทักษะความรู้ของชุดสืบสวนทางดิจิทัล ที่มีการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องสงสัยได้แน่ใจว่า มีการครอบครองสื่อลามกจริง และสามารถค้นหาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้

ไม่เพียงแต่การปราบปรามอย่างจริงจังแล้ว ในมิติด้านการป้องกันนั้น ยังได้ทำโครงการ DARE2CARE โดยให้ครูตำรวจแดร์นั้น นำเอาแนวทางการป้องกันตัวเองจากการล่วงละเมิดทางเพศไปเผยแพร่ สอนให้กับนักเรียนประถมทั่วประเทศ รวมทั้งการผลิตสื่อเป็นแอนิเมชันให้เหมาะกับเด็กประถม รวมทั้งคลิปวีดีโอเพื่อให้ความรู้กับผู้ปกครองอีกด้วย (สามารถชมคลิปทั้งหมดได้ที่ https://youtu.be/2Sb03ci5Yv4)

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ยังได้กล่าวในส่วนของมิติ การค้ามนุษย์ด้านการใช้แรงงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาด้านเรือประมงที่มีการตรวจสอบเรือประมงทุกลำอย่างจริงจัง   ปัญหาด้านการหลอกลวงคนไทยไปทำงานเป็นแก๊งค์คอลเซนเตอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังขาดความร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ปัญหา

โดยที่เจ้าหน้าที่แรงงาน ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวชื่นชม การจัดเตรียมข้อมูลที่ละเอียดครบถ้วน โดยจะได้นำข้อมูลที่ได้รับวันนี้ ไปเขียนรายงานและนำเสนอผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทยอีกครั้ง และถือว่าเป็นการดีที่ได้มารับทราบข้อมูลเพื่อสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างไทยและอเมริกาในอนาคต
 

‘Hospitality’ มรดกล้ำค่าที่มีติดตัวคนไทยมาตั้งแต่เกิด สุดยอดทักษะที่คนทั่วโลกไม่มี และหาที่ไหนไม่ได้นอกจากไทย

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 66 ดร.แสงสุข พิทยานุกุล ผู้ก่อตั้ง ‘IESA’ สถาบันสำหรับผู้ประกอบการ ได้ให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ ‘Never Give Up Mindset อย่ายอมแพ้’ โดยได้พูดถึง ทักษะความสามารถของคนไทยที่ชาวต่างชาติไม่มี ไว้ว่า…

“ประเทศไทย คนไทย มีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งที่คนทั้งโลกไม่มี และทั่วโลกต่างอิจฉา ต่างพากันอยากมี จึงเป็นเหตุให้เดินทางมาเรียนรู้ทักษะนี้ที่ประเทศไทย”

เมื่อถามว่า ทำไมคนทั้งโลกถึงมาเที่ยวที่ประเทศไทย กว่า 40 ล้านคนต่อปี ดร.แสงสุข ได้ตอบว่า นั่นเป็นเพราะคาแรคเตอร์หนึ่งที่คนไทยมี และเป็นสิ่งที่ติดตัวอยู่ในคนไทย คือ Hospitality หรือ ‘การต้อนรับขับสู้’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการให้บริการ การให้บริการจากใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกไม่มี และคนทั้งโลกไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ แม้แต่ AI ก็ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เพราะเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ใน DNA ของคนไทย

เมื่อถามว่าเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะประเทศไทยของเรา เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เราอยู่ในสังคมที่เป็นศาสนาพุทธ เราอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น เราสามารถเรียกทุกคนว่า พ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ได้ อีกทั้งสังคมต่างจังหวัดของประเทศไทยยังที่อยู่กันเป็นชุมชน เป็นหมู่บ้าน

“ในขณะที่ต่างชาติมี Hard Skills หรือ ทักษะที่สั่งสมจากประสบการณ์ เราต้องมี Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะความสามารถที่เป็นสิ่งติดตัวมาแต่กำเนิด มีความเป็นธรรมชาติในแบบของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความเป็นคนไทยนั้น สามารถขายได้ตลอด” ดร.แสงสุข กล่าวทิ้งท้าย

8 พรรครัฐบาลลงนาม ‘เอ็มโอยู’ 23 ข้อ 5 แนวทางปฏิบัติร่วมกัน เร่งร่างรัฐธรรมนูญ นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ไร้มาตรา 112

(22 พ.ค. 66) ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรค แถลงข่าวการลงนามข้อตกลงร่วม (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาลว่า วันนี้แถลงบันทึกความเข้าใจร่วมกันการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งวันนี้ 22 พ.ค.เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ครบรอบรัฐประหาร 2557 เป็นวันที่พวกเราเซ็นบันทึก เป็นหมุดหมายที่ดี สะท้อนความสำเร็จของสังคมไทย สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาอย่างสันติ

จุดประสงค์การทำเอ็มโอยูเพื่อรวบรวมวาระร่วมที่เราเห็นตรงกันและพร้อมผลักดันผ่านกลไกของรัฐบาลและรัฐสภา และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล

นายพิธา อ่านเนื้อหาบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อสร้างพื้นฐานในการจัดตั้งรัฐบาลและการทำงานร่วมกัน ของ 8 พรรค

ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าภารกิจของรัฐบาลที่จะผลักดันนั้น ไม่กระทบรูปแบบของรัฐ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดไม่ได้ขององค์พระมหากษัตริย์ ดังนี้

1.) ฟื้นฟูประชาธิปไตย รวมถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

2.) ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ

3.) ผลักดันการปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ กองทัพ และกระบวนการยุติธรรม ให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย โดยยึดหลักความโปร่งใส ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน

4.) เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ เป็นระบบสมัครใจ ทั้งนี้ยังคงไว้ซึ่งการเกณฑ์ทหารหากมีศึกสงคราม

5.) ร่วมผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคำนึงถึงหลักการด้านสิทธิมนุษยชน การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงทบทวนภารกิจของหน่วยงานและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง

6.) ผลักดันการกระจายอำนาจทั้งในแง่ภารกิจและงบประมาณ เพื่อให้ท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ปราศจากการทุจริต

7.) แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยการสร้างระบบและวัฒนธรรมรัฐโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลรัฐในทุกหน่วยงาน

8.) ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเพิ่มรายได้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม

9.) ยกเครื่องกฎหมายเกี่ยวกับการทำมาหากิน และการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น ตัด ลด หรือพักใช้ชั่วคราวซึ่งใบอนุมัติ อนุญาตที่ไม่จำเป็นและเป็นอุปสรรคเพื่อปรับปรุงใหม่ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องทางด้านการเงินและสร้างแต้มต่อให้กับ SME พร้อมกับมุ่งเน้นการเติบโต GDP ของ SME สนับสนุนอุตสาหกรรม และสินค้าไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

10.) ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพรรคประชาชาติขอสงวนสิทธิ์ไม่เห็นด้วยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลทางศาสนา

11.) ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ ด้วยการผลักดันกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมแก้ปัญหาแนวเขตป่าไม้และที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน รวมถึงการทบทวนคดีที่เป็นผลจากนโยบายทวงคืนผืนป่า

12.) ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

13.) จัดทำงบประมาณแบบใหม่ โดยเน้นใช้วิธีการจัดงบประมาณฐานศูนย์ (zero-based budgeting)

14.) สร้างระบบสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและภาระทางการคลังระยะยาว

15.) แก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเร่งด่วน

16.) นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ ผ่านการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชา

17.) ส่งเสริมเกษตรและปศุสัตว์ปลอดภัย คุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิตส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี และแหล่งน้ำ ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อวางแผนการผลิตและรักษาผลประโยชน์กษตรกร ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

18.) แก้ไขกฎหมายประมง ขจัดอุปสรรค เยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาอาชีพประมงให้ยั่งยืน

19.) ยกระดับสิทธิแรงงานทุกอาชีพให้มีสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมสอดคล้องกับค่าครองชีพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

20.) ยกระดับสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุข

21.) ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

22.) สร้างความร่วมมือและกลไกภายในและระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) โดยเร็วที่สุด

23.) ดำเนินการนโยบายการต่างประเทศ โดยการฟื้นฟูบทบาทผู้นำของไทยในอาเชียน และรักษาสมดุลการเมืองระหว่างประเทศของไทยกับประเทศมหาอำนาจ

ทุกพรรคเห็นพ้องบริหารประเทศด้วยแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1.) ทุกพรรคจะคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชนทุกคน
2.) ทุกพรรคจะทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริต หากมีบุคคลของพรรคใดมีพฤติกรรมทุจริต คอร์รัปชัน ทุกพรรคจะยุติการดำรงตำแหน่งของบุคคลนั้นๆ ทันที
3.) ทุกพรรคจะทำงานโดยให้เกียรติซึ่งกันและกัน จริงใจต่อกัน สนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง มากกว่าผลประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง
4.)ทุกพรรคมีสิทธิในการผลักดันนโยบายอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ขัดแย้งจากนโยบายในบันทึกข้อตกลงร่วมฉบับนี้ โดยอาศัยอำนาจฝ่ายบริหารของรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนของแต่ละพรรคการเมือง
5.) ทุกพรรคมีสิทธิในการผลักดันนโยบายอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ขัดแย้งจากนโยบายในบันทึกข้อตกลงร่วมฉบับนี้ โดยอาศัยอำนาจนิติบัญญัติของผู้แทนราษฎรที่สังกัดแต่ละพรรคการเมือง

‘ชาวเซอร์เบีย’ ส่งมอบปืนคืนรัฐฯ กว่าหมื่นกระบอก หลังเกิดโศกนาฏกรรมกราดยิงในโรงเรียน

‘เซอร์เบีย’ เป็นประเทศที่มีอัตราการถือครองอาวุธปืนมากเป็นอันดับ 5 ของโลก และมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในยุโรป ปัจจุบันจากจำนวนชาวเซอร์เบียราว 7 ล้านคน มีการถือครองปืนมากถึง 2.7 ล้านกระบอก และมากกว่าครึ่งเป็นอาวุธปืนที่ครอบครองโดยผิดกฎหมาย

วัฒนธรรมการถือครองปืนของชาวเซอร์เบีย เริ่มแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ช่วงหลังสิ้นสุดสงครามยูโกสลาเวียในปี 1989 ซึ่งชาวเซอร์เบียมองว่า การมีอาวุธปืนในครอบครองถือเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในการป้องกันตนเอง อีกทั้งการใช้ปืน ยังเป็นส่วนหนึ่งในพิธีแต่งงาน งานเฉลิมฉลองในวันเกิดทารก หรือแม้แต่เป็นหนึ่งในสมบัติประจำครอบครัวที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

แต่ทั้งนี้ คดีอาชญากรรมที่ใช้ปืนเป็นอาวุธในเซอร์เบียอยู่ในระดับกลาง ราวๆ 0.3 คดีต่อประชากร 100,000 คน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ อีกด้วย อาจทำให้ชาวเซอร์เบียชะล่าใจว่า การถือครองปืนไม่ได้ส่งผลต่อระดับคดีอาชญากรรมในประเทศ จนกระทั่ง เกิดเหตุโศกนาฎกรรม กราดยิงครั้งใหญ่ ติดต่อกันถึง 2 แห่งภายในระยะเวลาไม่ถึงสัปดาห์

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในโรงเรียน Vladislav Ribnikar Model Elementary School ชานกรุงเบลเกรด โดยนักเรียนอายุ 13 ปี ใช้ปืนของพ่อกราดยิงเพื่อน และ ครูในโรงเรียน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10 คน และบาดเจ็บอีก 6 คน หลังจากนั้นเพียง 2 วัน เกิดเหตุชายวัย 21 ขับรถไล่ยิงคนตามหมู่บ้านต่างๆ ที่อยู่ทางใต้ของกรุงเบลเกรด จนมีผู้เสียชีวิตถึง 8 รายในคืนเดียว

จากเหตุสลดดังกล่าว ทำให้ชาวเซอร์เบียเริ่มตระหนักถึงอันตราย จากการมีอาวุธใกล้มือเกินไปที่บ้าน และเรียกร้องให้ประธานาธิบดี อเล็กซานดาร์ วูซิส ออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนโดยทันที

ด้านผู้นำเซอร์เบีย ก็ได้ออกคำสั่งกวาดล้างอาวุธปืนเถื่อน และเพิ่มโทษการถือครองอาวุธปืนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ด้วยโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี

แต่ประธานาธิบดี วูซิส ได้ประกาศช่วงนิรโทษกรรม 1 เดือนให้กับชาวเซอร์เบียทุกคนที่ยังครอบครองอาวุธปืนเถื่อน ให้นำมาส่งมอบคืนกับรัฐบาล จะได้รับการยกเว้นโทษ ซึ่งช่วงนิรโทษกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม ไปจนถึง 8 มิถุนายนนี้ หากพ้นชวงนี้ไป ทางรัฐบาลเซอร์เบียจะเริ่มนโยบายกวาดล้างอาวุธปืนเถื่อน และใครที่ยังถือครองอยู่จะได้รับโทษตามกฏหมาย ไม่มีละเว้น

ซึ่งทันทีที่มีประกาศ ชาวเซอร์เบียก็ได้นำอาวุธไปคืนให้กับรัฐบาลเซอร์เบียเป็นจำนวนมาก จนกองพะเนินเป็นภูเขา และยังเป็นที่น่าตกตะลึงว่า ในจำนวนปืนที่นำมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ นอกจากจะมีปืนกล ปืนกึ่งอัตโนมัต ที่เป็นกลุ่มอาวุธที่รัฐบาลไม่อนุญาตให้พลเรือนครอบครองอยู่แล้ว ยังพบปืนต่อสู้รถถัง และ ปืนยิงขีปนาวุธ บางส่วนด้วย ซึ่งนับรวมแล้วตอนนี้มีปืนจากประชาชน ส่งคืนให้รัฐบาลไม่น้อยกว่า 13,500 กระบอก

แม้ว่าการเปลี่ยนวัฒนธรรมการครอบครองปืนของชาวเซอร์เบียจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยผู้นำเซอร์เบียได้ออกมากล่าวชื่นชมชาวเซอร์เบียที่นำอาวุธมาส่งคืนให้ เพราะมีตัวเลขที่น่าสนใจว่า ในจำนวนปืนราวหมื่นกระบอกนี้ กว่าครึ่งเป็นปืนที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง แต่ชาวเซอร์เบียบางส่วนก็ยินดีส่งมอบคืนให้แก่รัฐบาล เพราะเห็นว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ปืนเหล่านี้แล้ว อีกทั้งไม่อยากเห็นเหตุกราดยิงเกิดขึ้นในเซอร์เบียอีก

การออกมาตรการควบคุมอาวุธปืนในเซอร์เบีย กำลังจะเป็นที่สนใจอย่างมากในอีกประเทศที่มีปัญหาคดีอาชญากรรมจากอาวุธปืนอย่างหนัก นั่นก็คือ สหรัฐอเมริกา

โดยสื่อในสหรัฐ พยายามถอดรหัส ‘เซอร์เบียโมเดล’ การปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนลดการถือครองอาวุธปืน และสร้างความเชื่อมั่นในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยได้โดยปราศจากอาวุธ

แต่โมเดลเซอร์เบีย อาจจะเกิดขึ้นไม่ง่ายที่สหรัฐ เนื่องจากในเซอร์เบียไม่มี ‘สมาคมปืนแห่งชาติ’ ที่พร้อมทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อล็อบบี้นักการเมืองอเมริกัน ในการยกมือคัดค้านกฎหมายควบคุมอาวุธปืน โดยอ้างสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเป็นสรณะ มานานนับร้อยปีนั่นเอง

รัฐบาล 313 เสียงไปต่อลำบาก สว.รองดออกเสียง ‘ภท.-พปชร.’ พลิกเกม หนุนเพื่อไทยชิงประธานสภาฯ

(22 พ.ค.66) ครบรอบ 9 ปี การรัฐประหาร.... ‘เล็ก เลียบด่วน’ เขียนเรื่องนี้ก่อนหน้า 8 พรรค 313 เสียง เขาจะลงนาม MOU กันประมาณ 7 ชั่วโมง..แต่เชื่อว่าการลงนาม MOU ก็คงจะผ่านไปในลักษณะ ‘แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง’ เท่าที่ทราบมาก่อนหน้านี้เห็นว่าใน MOU มีภารกิจที่จะต้องทำร่วมกัน 23 ข้อ เช่น ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ, สมรสเท่าเทียมเดินหน้า แต่ไม่บังคับกับประชาชนที่เห็นว่าขัดกับหลักศาสนา, เอากัญชากลับเข้าบัญชียาเสพติด เป็นต้น

นอกจาก MOU 20 กว่าข้อแล้ว ยังมีพันธะสัญญาอีก 4-5 ข้อในการบริหารประเทศ ซึ่งดูดี เช่น รัฐมนตรีคนไหนทุจริตต้องออกจากตำแหน่งทันที…

สำหรับปมร้อนอย่างกรณีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้นไม่มีใน MOU แปลว่า พรรคไหนใครจะขับเคลื่อนก็ให้เป็นเรื่องของพรรคนั้น ไม่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล…

สุดท้ายแล้ว ความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล 313 เสียง แม้อาจจะมีเสียงสนับสนุนจากพรรคเล็กมาเติมให้ฟรี 4-5 เสียง ก็ไม่พออยู่ดี… ต้องอาศัยเสียงสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.อีก 60 เสียง เพื่อให้ผ่าน 376 เสียง ซึ่ง ‘เล็ก เลียบด่วน’ ยังฟันธงว่ายากที่จะไปถึง อย่างเก่งเสียงของ สว.ก็น่าจะอยู่แค่ระดับ 25-30 เสียง…

ต้องบอกว่า ประเด็นแนวทางการแก้ไขมาตรา 112 ที่พรรคก้าวไกลเคยยื่นต่อสภานั้นมันก้าวเกินกว่าการแก้ไข แทบไม่ต่างจากการยกเลิก เช่นเดียวกับการปฏิรูปกองทัพที่ใช้โมเดลของสหรัฐฯ ที่เป็นการด้อยค่า ‘จอมทัพไทย’ ทางอ้อม.. .นี่คือสองประเด็นใหญ่ที่ สว.เขาไม่เล่นด้วยหรือใช้เป็นเหตุ ‘งดออกเสียง’
.
แต่พูดไปทำไมมี… กว่าจะถึงวันโหวตเลือกนายกฯ ที่ สว.จะลงมาร่วมวงด้วยนั้น ต้องผ่านด่านการรับรอง ส.ส.โดย กกต.และจากนั้นคือด่านเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร… ซึ่งขณะนี้ สายข่าวหลายทางวิเคราะห์ตรงกันว่า เกมจะพลิกกันตั้งแต่เลือกประธานสภาฯ… และคนพลิกเกมก็คือพรรคพลังประชารัฐ… และภูมิใจไทย

กระซิบเบาๆ กับแฟนๆ คอลัมน์ ‘เลียบการเมือง’ เป็นการเฉพาะตรงนี้ว่า… ประชุมพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันก่อนโน้นนน… ที่ประชุมเห็นพ้องให้ทุกคนรูดซิปปากเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล โดยให้ ‘ผู้กอง’ คนดังเป็นคนคอยประสานงานบอกกล่าวถึงทิศทางการเมือง… ทิศทางการเมืองที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคและในบ้านป่ารอยต่อรับรู้กันว่า… คำตอบสุดท้ายจะออกมาอย่างไร…

และคำตอบสุดท้ายที่ว่าก็คือ… พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพลังประชารัฐเป็นแกนนำ โดยมีพรรคอื่นๆ เข้าร่วมด้วย… ส่วนรายละเอียดใครจะเป็นประธานสภาฯ ‘สุชาติ ตันเจริญ’ หรือ ‘นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว’ และใครจะเป็นนายกฯ อุ๊งอิ๊ง, เศรษฐา หรือลุงป้อม หรือแม้แต่ หนู อนุทิน… เป็นประเด็นที่จะดำเนินไปในทางลึก…

เช่นนี้แล้วก็ต้องขอย้ำว่า ทริปฮ่องกงของ ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ ที่มีข่าวว่าไปจิบไวน์กับคนแดนไกลเมื่อสองสามวันก่อนนี้… ก็ไม่ใช่ข่าวลือแต่อย่างใด

สรุปก็คงเป็นความลำบากแสนสาหัสของพรรคน้องใหม่อย่างก้าวไกล ที่จะฝ่าค่ายกลทางการเมืองที่ซับซ้อนและหฤโหดไปได้ แต่จะว่าไปถ้าพรรคก้าวไกลไม่มาติดกับดักมาตรา 112 การปฏิรูปกองทัพปฏิรูปสถาบัน...หันไปขับเน้นนโยบายอย่างอื่น มันก็คงไม่ประสบชะตากรรมเยี่ยงนี้…

กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดก็เป็นอย่างนี้แล… และถ้าใครคิดจะขนม็อบปลุกมวลชนออกมากดดัน สว.กดดันประเทศในยามนี้ก็มีแต่จะทำให้ตัวเอง ‘เสียการเมือง’

สวัสดีครับ

เรื่อง : เล็ก เลียบด่วน

งานแถลงข่าว การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU)

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กล่าวบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล ในงานแถลงข่าว การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) จัดตั้งรัฐบาล ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 66

เพื่อสร้างพื้นฐานในการจัดตั้งรัฐบาล และการทำงานร่วมกันของทุกพรรค ว่า “ภารกิจของรัฐบาลที่ทุกพรรคจะผลักดันนั้น ต้องไม่กระทบต่อรูปแบบของรัฐฯ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ขององค์พระมหากษัตริย์” 
 

เชียงใหม่-ททท. จัดแถลงข่าว Amazing Chiang Mai Pride 2023 และกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว Green Season

ททท.จัดกิจกรรมแถลงข่าว Amazing Chiang Mai Pride 2023
และกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว Green Season ชวนเที่ยวเชียงใหม่หน้าฝน มอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ตลอดเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม 2566

วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ณ ร้าน Chef’s Together การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตร จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ คณะทำงาน Chiang Mai Pride ศูนย์การค้าในจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง จัดกิจกรรมแถลงข่าว Amazing Chiang Mai Pride 2023 และกิจกรรมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าฝน Green Season ชวนนักท่องเที่ยวไทยแพคกระเป๋าออกเดินทางตามหาความสุขกับสายฝน สายหมอกเมืองเชียงใหม่ พร้อมโปรโมชั่นเที่ยวเชียงใหม่ให้ฉ่ำใจ อาทิ ส่วนลดที่พัก แพกเกจทัวร์ ร้านอาหาร สปา ในราคาพิเศษสุด ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2566
 
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนจังหวัดเชียงใหม่เป็นช่วงที่บรรยากาศน่าท่องเที่ยวเพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติฟื้นคืนกลับมาเขียวขจี มองไปทางไหนเย็นตาสบายใจ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวนอกเมือง ไม่ว่าจะเป็นนาขั้นบันได สวนสน ยอดดอยสูงที่จะได้สัมผัสกับไอหมอกฝนที่ชุ่มฉ่ำ หลังจากที่ปัญหาหมอกควันคลี่คลาย อากาศสดใสพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว
 
นายเมธิศ วุฒิฉายานันท์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมและกระตุ้นเคมเปญกิจกรรมท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อเป็นกลไกในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับเมืองเชียงใหม่ โดยทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ร่วมบูรณาการในการตกแต่งสถานที่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบให้มีความสอดคล้องกับเดือน Pride Month 

อาทิ เปลี่ยนสีไฟบริเวณขัวเหล็ก สะพานนวรัฐให้เป็นสีรุ้ง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการในพื้นที่ตกแต่งบ้านเรือน ร้านค้า เพื่อสร้างสีสันบรรยากาศให้กับเมือง รวมทั้งประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ผู้ประกอบการถนนคนเดินร่วมจัดส่วนลดหรือสิทธิพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2566 ซึ่งจะมีการเดินขบวนพาเหรดเปิดเทศกาลเฉลิมฉลอง Pride Month

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว หน่วยงานภาคเอกชน ได้ให้ความสนใจและผนึกกำลังในการมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมายเพื่อกระตุ้นให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นหมุดหมายที่สำคัญของการท่องเที่ยวช่วงหน้าฝนและช่วงเดือนมิถุนายน 2566 โดยจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดพิเศษไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร สปา ในปีนี้อย่างคึกคัก อาทิ ส่วนลดห้องพัก โปรโมชั่น 999 ตลอดทั้งเดือน, ส่วนลดแพ็คเกจทัวร์ 10 % ทุกโปรแกรม, สปา 999 บาท

คณะทำงาน Chiang Mai Pride 2023 กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้เชียงใหม่จะเป็นจังหวัดเปิดเทศกาลเฉลิมฉลอง Pride Month ของประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เวลา 18.00 น. – 24.00 น. โดยมีกิจกรรมหลักขบวนพาเหรด เส้นทางพุทธสถานเชียงใหม่ ต่อไปยังถนนช้างคลาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลอยเคราะห์ สิ้นสุดที่ข่วงประตูท่าแพ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วม 10,000 คน นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ณ ข่วงประตูท่าแพ อาทิ การแสดงดนตรี ฉายหนังกลางแปลง ชิงช้าสวรรค์ และออกบูธกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบงานวัด

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวว่า ในช่วงเข้าสู่ฤดูกาล Green Season ททท. ได้วางทิศทางในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวภาคเหนือ ผ่านการส่งมอบประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวที่มีความหมายและทรงคุณค่า (Meaningful Travel) หลากหลายเมนูประสบการณ์ และหลากหลายพื้นที่ในภาคเหนือ 
อาทิ  

เมนูประสบการณ์สัมผัสเทศกาล ประเพณี/กิจกรรม งาน Amazing Chiang Mai Pride 2023 โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ ขบวนพาเหรด Chiang Mai Pride 2023 ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 และมอบสิทธิพิเศษ ให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดเดือน  Pride Month ขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษ อาทิ ตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก และบริการสุดพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท
 
กิจกรรม Chiang Mai Golf Festival 2023 โดยร่วมกับพันธมิตรสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษจาก 7 สนามดัง หนุนการท่องเที่ยวช่วง Green Season ผ่านแนวคิด Amazing Weekday Payless ลงทะเบียนรับส่วนลด E- Voucher รับประทานอาหารรวมมูลค่ากว่า 135,000 บาท ในวันธรรมดา (วันจันทร์-วันศุกร์) ตลอดเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2566

เชื่อมโยงการเดินทางต่อเนื่องไปยังงานวิจิตร 5 ภาค @ CHIANG RAI "หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย" จ.เชียงราย ผ่านการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงรายอันชวนหลงใหล โดยใช้เส้นทางเวลาซ้อนทับ เส้นทางถนนในเมือง นำเสนอสู่ยุคสมัยต่างๆ ของเวียงเจียงฮาย ด้วยสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อมด้วยแสงไฟ ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 28 พฤษภาคม 2566

เมนูประสบการณ์ผ่อนคลายตามจักรราศี
กิจกรรม Zodiac Spa สปาราศี ส่งมอบประสบการณ์ที่มากกว่าการนวดเพื่อรักษา และมากกว่าการทำสปา ผ่อนคลายนวดปรนนิบัติร่างกายตามจักรราศีเกิดธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เฉพาะแต่ละบุคคล ตามแบบฉบับแพทย์แผนไทย มอบโปรโมชั่นพิเศษช่วงกรีนซีซัน รับส่วนลดทันที 20 % จากราคาปรกติ 2,499 บาท เหลือเพียง 1,999 บาทเท่านั้น ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2566

เมนูประสบการณ์สัมผัสท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon กิจกรรม Low Carbon Destination @The North จัดกิจกรรมเส้นทางเสนอขายผ่านเส้นทางจักรยาน เส้นทางรถรางในเวียงน่าน และเส้นทางเชื่อมโยง อาทิ กิจกรรมพายซับบอร์ด แคมป์ปิ้งใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมมีกิจกรรม EVENT MARKETING ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน 2566 ที่มีการรวบรวมสถานประกอบการในจังหวัดน่าน ขายสินค้า บริการด้าน Eco Product อีกทั้งมีการมอบสิทธิพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนมิถุนายน - สิงหาคม

กิจกรรม Amazing Lomo Experience Trip จัดกิจกรรมเส้นทางเสนอขายผ่านรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวย้อนวันวานประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์วันวานเมืองเชียงใหม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนเชียงใหม่ให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว Zero Carbon


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top