Friday, 24 July 2026
NewsFeed

‘พงษ์ภาณุ’ อดีตรองปลัดคลังฯ วิเคราะห์ ‘จีน’ ผลิตชิปเองทั้งระบบ อ้างเหตุ ด้านความมั่นคง

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจของโลก ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 66 โดยระบุว่า มนุษย์ผลิต ทรานซิสเตอร์ ชิป กันอย่างมากมายมหาศาล และราคาของชิปนั้น ก็ถูกมาก หาซื้อได้ง่าย ชิปนั้นมีความสำคัญกับมนุษย์มาก ทุกเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องมีชิปเป็นส่วนประกอบ จุดเริ่มต้นของการผลิตชิปนั้น ก็ประมาณหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ประเทศอเมริกา มีผู้ผลิตวงจรทรานซิสเตอร์ได้สำเร็จ เริ่มต้นนั้น ชิป ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐอเมริกา นำไปใช้ในขีปนาวุธเพื่อนำวิถี เริ่มใช้ในสงครามเวียดนาม แต่มาประสบผลสำเร็จอย่างมากก็ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย

นอกจากนี้โครงการอพอลโล ที่เดินทางไปดวงจันทร์ ก็ใช้ชิปเหล่านี้ โดยมีการพัฒนาให้ชิปมีขนาดเล็กลงและมีน้ำหนักเบา ซึ่งต้องชื่นชมการประสานงานการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล บริษัทเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆในอเมริกา ที่ร่วมกันทำงานอย่างไร้รอยต่อ ซี่งหลังจากนั้นก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตชิป ให้ขยายออกไปในวงกว้าง เพื่อทำตลาดขายให้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งมีฐานการผลิตที่กระจายออกไปยังประเทศตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อนำชิปมาผลิตเป็นเคื่องคิดเลข คอมพิวเตอร์ เป็นการกระจาย เอาท์ซอร์ท ซัพพลายเชนท์ ออกไปทั่วโลก รวมทั้งกระจายมายัง ไทย เวียดนาม

แต่ในปัจจุบัน ประเทศมหาอำนาจอย่างจีน กลับเน้นที่จะผลิตชิปเองภายในประเทศ เพราะเหตุผลทางด้านความมั่นคง ซึ่งส่งผลให้เกิดการแข่งขันการผลิตชิป รวมทั้งสงครามทางการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการตึงเครียด ไปถึงความมั่นคง

แต่ในขณะเดียวกัน อเมริกา ในฐานะต้นกำเนิดของผู้ผลิตชิปนั้นก็ยังคงเป็นผู้นำทางด้านความไฮเทคในการผลิตชิปต่างๆ ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับจีน ในการที่จะทำสงครามเรื่องชิปกับประเทศที่ไฮเทคอย่างอเมริกา

เรือสำราญขนาดใหญ่ สร้างขึ้นภายในประเทศลำแรก ตั้งตระหง่าน ณ เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน

(ซินหัว) — วันศุกร์ (19 พ.ค. 66) จีนเปิดเผยชื่อของเรือสำราญขนาดใหญ่ที่ถูกก่อสร้างขึ้นภายในประเทศเป็นลำแรก ณ เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน

สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ และบริษัท ไชน่า สเตท ชิปบิลดิง คอร์ปอเรชัน ครูซ เทคโนโลยี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (CCTD) ระบุว่าเรือสำราญ “อะดอรา แมจิก ซิตี” (Adora Magic City) มุ่งมอบประสบการณ์ล่องเรืออันมีเอกลักษณ์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว

เรือสำราญลำนี้ถูกออกแบบและก่อสร้างโดยซีซีทีดี ร่วมกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ว่ายเกาเฉียว ชิปบิลดิง จำกัด (SWS) มีขนาดยาว 323.6 เมตร ระวางบรรทุกรวม 135,500 ตัน สามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 5,246 คน คาดว่าจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2023 และมีเซี่ยงไฮ้เป็นท่าเรือหลักในช่วงเริ่มต้นการเดินเรือ

อนึ่ง เรือสำราญลำนี้จะเดินเรือบนเส้นทางระหว่างประเทศระหว่างท่าเรือหลักในเซี่ยงไฮ้และท่าเรือจุดหมายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากมีการส่งมอบอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือระยะกลางและระยะยาว เพื่อขยับขยายการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและประเทศอื่นๆ

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจพร้อมคณะนำข้าราชการตำรวจภูธรภาค 9  สร้างจิตสำนึกตามโครงการ "จิตอาสารักษ์หาดชลาทัศน์เฉลิมพระเกียรติ"

วันศุกร์ ที่ 19 พ.ค. 66 เวลา 15.00 น. คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกับจังหวัดสงขลา  และตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นำประชาชนชาวสงขลา เข้าร่วมในโครงการ ""จิตอาสารักษ์หาดชลาทัศน์เฉลิมพระเกียรติ"   โดยภายในงานมี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายเอกชน ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชนจิตอาสา รวมกันกว่า 1,000 คน เข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง ณ ลานวัฒนธรรมหาดชลาทัศน์ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา

คุณสุมนาฯ กล่าวว่า กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดโครงการดังกล่าวเพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ซึ่งทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชกรณียกิจของพระราชบิดา อีกทั้งเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

โดยกิจกรรมภายในงานจะประกอบไปด้วยกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประกอบด้วย ปูม้า 30 ล้านตัว , กุ้งกุลาดำ 40,000 ตัว , ปลาตะกรับและปลากระบอก 15,000 ตัว และ เต่าตะนุ 19 ตัว  และกิจกรรมเก็บขยะตลอดแนวชายหาดชลาทัศน์ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ และสร้างจิตสำนึกในการเสียสละเพื่อส่วนรวม อันจะนำมาซึ่งความสามัคคีของคนในชาติ

บุญคุณ กับหน้าที่ สิ่งที่เด็กรุ่นใหม่คิด และความกตัญญู ที่ทุกคนควรจะมี

ผู้ใช้ tiktok ที่มีชื่อว่า p1forall ได้โพสต์คลิปลงในtiktok โดยได้พูดถึงความกตัญญู กับหน้าที่ 

ประเด็นแรกนั้นไม่เห็นด้วยกับการที่บอกว่าลูกไม่ต้องกตัญญูกับพ่อแม่ เพราะว่าพ่อแม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงลูก เพราะทำให้ลูกเกิดมา 

ประเด็นที่สอง ไม่มีใครเคยบอกไว้ว่าหน้าที่นั้นมีแค่ไหน แล้วสิ่งที่ทำเกินมาหล่ะ โดยส่วนตัวคิดว่า นั่นคือบุญคุณที่เราจะต้องกตัญญู

ประเด็นต่อมา ที่ว่าการเอาหมาแมวมาเลี้ยงนั้น ไม่ถือว่าเป็นบุญคุณเพราะเราเป็นคนเอามันมาเลี้ยงเอง ไม่ได้ถามความสมัครใจของมัน ก็คิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะว่าจากที่เห็นมา หมาแมวมันก็สำนึกบุญคุณ 

ประเด็นสุดท้าย ที่ว่าคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ก็เห็นด้วยว่าเราไม่สามารถไปตัดสินคนอื่นได้ เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาของแต่ละคนนั้น อาจจะเจอมาไม่เหมือนกัน 

สุดท้ายก็ขอฝากไว้ให้บูชาบุคคลที่ควรบูชา นั่นก็คือ พ่อแม่เรา

คำคม จาก ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทย

“ห้ามทำตัวกร่าง ห้ามเจ้ายศเจ้าอย่าง และท่องจำประโยคเหล่านี้ไว้ให้ดีๆ

ใหญ่กว่าเรา คือพรรค ใหญ่กว่าพรรค คือความคาดหวังประชาชน”

 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล

กล่าวในการจัดประชุม ส.ส. (19 พ.ค. 2566)

ตำรวจไซเบอร์จับดีลเลอร์ซิมค่ายดัง ลอบขายซิมผีผ่านลาซาด้า คว้ากำไรงาม

สืบเนื่องจาก พฤติกรรมการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์ ตรวจพบ ร้าน “APPSAVE” มีการลงขายซิมการ์ดโทรศัพท์แบบลงทะเบียนในนามบุคคลอื่นพร้อมใช้ ในราคา 38-40 บาท ลงบนเว็ปไซต์ lazada จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 จึงได้สั่งซื้อ จำนวน 1 ซิม โดยถูกส่งมาในรูปของพัสดุ ภายในบรรจุซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ถูกลงทะเบียนพร้อมใช้งาน โดยพัสดุถูกจัดส่งจาก APPSAVE ในหมู่บ้าน Villaggio 2 ศรีนครินทร์-บางนา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ต่อมาจึงทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และนำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว ในวันที่ 20 พ.ค.66 พบ นายดิเรก ลิมปนาภรณ์ แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านและนำตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบ ซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ถูกลงทะเบียนแล้ว จำนวน 340 ซิม, โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 11 Pro สีทอง 1 เครื่อง, ซองสำหรับบรรจุซิมการ์ด 200 ซอง และพัสดุพร้อมส่งลูกค้า

เบื้องต้น นายดิเรก ลิมปนาภรณ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้ประกอบกิจการ ในรูปแบบบริษัท มีวัตถุประสงค์จำหน่ายอุปกรณ์มือถือ และยังเป็นดีลเลอร์จำหน่ายซิมการ์ดใหม่ ของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือชื่อดังรายหนึ่ง และเมื่อได้รับซิมการ์ดมาแล้ว จะทำการลงทะเบียนซิม เพื่อนำออกจำหน่ายให้ ร้านค้าออนไลน์ ลาซาด้า และอีกส่วนหนึ่ง จะซื้อซิมมือสอง จากกลุ่มค้าขายซิมผี ซิมจดทะเบียนแล้ว จากกลุ่มใน Facebook กลุ่มไลน์ แล้วนำมาจำหน่ายในร้านค้าออนไลน์ ในลาซาด้า ด้วยโดยเห็นว่า การจำหน่ายซิมที่จดทะเบียนแล้ว ได้กำไรดีกว่า และลูกค้าชอบซื้อซิมที่จดทะเบียนแล้ว จึงได้ลักลอบจำหน่ายซิมจดทะเบียนดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุม นายดิเรก ลิมปนาภรณ์ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า กระทำผิดฐาน "เป็นธุระจัดหา โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ หรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนาม ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้"

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา  ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.สอท.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

ประชาชนต้องปรับตัว ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยน คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า ต้องอยู่กันต่อไป ชาติสำคัญที่สุด

ผู้ใช้ facebook ที่ชื่อว่า Napha Wong ได้โพสต์คลิปชายหนุ่มพูดถึงพรรคส้ม โดยมีใจความว่า

มันเป็นไปตามที่คิดและอยากให้เป็นกับการเลือกตั้งที่พรรคส้มได้ชัยชนะ แต่กลับไม่รู้สึกยินดีที่ไทยนั้นถูกครอบงำโดยชาติตะวันตก และความทันสมัย เห็นดีเห็นงานกับระบอบทุนนิยม มีงาน มีบ้าน มีรถ 

ซีเกมส์ที่ผ่านมาเราเป็นประเทศที่ทุกคนอิจฉา อยากจะเป็นอย่างเรามาก แต่ไม่สามารถเป็นอย่างเราได้เพราะ เราเป็นประเทศที่มีเอกราช และมีคนเก่ง แต่สิ่งเหล่านี้ เราจะสูญเสียไปในทันที ที่เราตกเป็นเมืองขึ้นทางความคิดของทางชาติตะวันตก 

หากเราตกเป็นทาสเขาเมื่อไหร่ เราจะไม่สามารถกำหนดอะไรได้เองเลย ก็หวังว่าสิ่งที่กังวลจะไม่เป็นจริง 

กรณ์ โพสต์ยาว เรื่องจริงหลังเลือกตั้ง ไม่เคยขอร่วมรัฐบาล และไม่เคยคิดแตะ ม.112

หลังจากพรรคก้าวไกลออกแถลงไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคชาติพัฒนากล้า เนื่องจากมีกระแสกดดันโลกออนไลน์ติดแฮชแท็ก #มีกรณ์ไม่มีกู ไม่พอใจที่ดึงพรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช ครั้งหนึ่งเคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. มาร่วมตั้งรัฐบาลด้วย ทำให้ขัดกับหลักของก้าวไกลที่มีจุดยืน "มีเราไม่มีลุง"


ล่าสุด วันที่ 20 พ.ค.2566 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ชี้แจงประเด็นร้อนทางการเมือง ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า นี่คือ "เรื่องจริง" ที่เกิดขึ้น หลังการเลือกตั้ง ผมมาอยู่กับลูกที่ออสเตรเลีย จนเมื่อวานบ่ายคุณสุวัจน์โทรแจ้งว่า ก้าวไกล ชวนเข้าร่วมรัฐบาล
คุณสุวัจน์กับผมสรุปกันว่าจะคุยกันวันจันทร์ในที่ประชุมกก.บห. เพราะมีประเด็นสำคัญสำหรับเราคือ นโยบายสู้ทุนผูกขาดพลังงาน และจุดยืนไม่แก้ ม.112

โดยผมไม่เคยติดต่อร่วมรัฐบาลกับใครเลย เพราะเรามีเพียง 2 เสียง และไม่ได้แม้แต่คิดจะมีเงื่อนไขต่อรองอะไรมีสื่อโทรมาหาผมที่เมลเบิร์นว่า เราเข้าร่วมรัฐบาลแล้วเหรอ ผมก็ตอบไปว่าเรายัง ต้องคุยเรื่องนี้กันในวันจันทร์ (สื่อลงว่าผม ‘กั๊ก’)

ผมยืนยันเหมือนเดิมว่า พรรคที่รวมเสียงข้างมากได้ ถึงจะมีความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาล นี่คือหลักประชาธิปไตยที่เป็นจุดยืนของผม ชาติพัฒนากล้า พร้อมทำงานกับทุกพรรค แต่เราไม่แตะ 112 และเราต้องการเน้นแก้ปัญหาราคาพลังงาน

ผมโดนด่าฟรีจากทั้งขวาและซ้าย ผมรับได้ทุกข้อกล่าวหา ทุกคำหยาบ ทุกข้อมูลเท็จ แต่ที่ผมเสียใจคือผลกระทบที่มีต่อครอบครัวและคนที่ผมรักการเมืองที่ผมสร้าง ผมไม่ได้สร้างบนความเกลียด ความกลัว แต่ผมทำบนความเชื่อ เชื่อที่อยากเห็นความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย

ควันหลงเลือกตั้ง ประวัติศาสตร์ การเมืองไทย  บัตรโหล – แบ่งเขต - นอกราชฯ กับ ปรากฎการณ์ที่สุ่มเสี่ยง

ปรากฏการณ์ "ก้าวไกล" ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย เขี่ยบ้านใหญ่หลายพื้นที่สอบตก และหลายจังหวัดกวาด ส.ส.ครบทุกเขต  นำมาสู่การเดินหน้าฟอร์มรัฐบาล รวมให้ได้ 376 เสียงให้เพียงพอต่อการโหวตเลือกนายกฯ  แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องลุ้น กกต. ส่วนกลางเคลียร์ประเด็นข้อร้องเรียนต่างๆ และรับรองผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 60 วัน 

แต่หากมองอีกด้าน ในข่วงก่อนเลือกตั้ง กกต. ในฐานะผู้กำกับดูแลการเลือกตั้ง ก็ถูก "ตั้งคำถามดังๆ" ในหลายประเด็น ที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อความผิดพลาด และทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดความอลวน  อย่างไรบ้าง มาดูกัน 

1 "แบ่งเขตเลือกตั้ง"
สำหรับการแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ใช้หลักการ “จัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน” โดยแต่ละเขตจะมีจำนวนประชากรมากหรือน้อยจากค่าเฉลี่ยไม่เกิน 10 %  มาใช้คำนวณหา ส.ส. 1 คนต่อจำนวนราษฎร  วิธีการ คือ นำจำนวนประชากรไทยทั้งหมดตามหลักฐานทะเบียนราษฎร ซึ่งมีทั้งหมด 66,090,475 คน มาหารด้วย 400 เขต จะได้สัดส่วน ส.ส. 1 คน ต่อจำนวนราษฎร 162,766 คน เป็นค่าเฉลี่ย  เสร็จสรรพเรียบร้อย ก่อนนำไปแบ่งเป็นเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ทำให้เขตเลือกตั้งหนนี้ ถูกแบ่งพื้นที่ต่างไปจากพื้นที่เลือกตั้งเดิม บางจังหวัดมี ส.ส. เพิ่มขึ้น และบางจังหวัดมี ส.ส.ลดลง 

แต่ต่อมา ก็มีนักวิชาการออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งโดยคิดค่าเฉลี่ยจำนวนประชากรของ กกต. นั้น มีการนำคนที่ไม่มีสัญชาติไทยมานับรวมด้วย จะทำให้การแบ่งเขตเกิดความผิดพลาดหรือไม่

ขณะเดียวกัน มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 4 คนยื่นฟ้อง กกต. ว่าแบ่งเขตเลือกตั้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายใน 3 จังหวัด รวม 4 คดี ประกอบด้วย กทม. 1 คดี , สุโขทัย 2 คดี และสกลนครอีก 1 คดี  และขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเพิกถอนประกาศของ กกต.

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า หนึ่งในผู้ยื่นฟ้อง กกต. มองว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งต้องยึดเขตเลือกตั้งเก่าและเขตปกครอง เพราะกฎหมายกำหนดให้ "รวมอำเภอ" ต่าง ๆ เป็นเขตเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่ติดต่อใกล้ชิดกัน ความสะดวกในการเดินทางระหว่างกัน แต่ กกต. กลับนำแขวงมายำรวมกัน แล้วกำหนดให้เป็นเขตเลือกตั้ง ทำให้มี 13 จาก 33 เขตเลือกตั้งของ กทม. ที่มีแต่แขวงล้วน ไม่มีเขตหลัก และยังสร้างความสับสนให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงส่งผลกระทบต่อนักการเมืองเดิมที่ลงพื้นที่มานาน ไม่ผูกพันกับพื้นที่เขตเลือกตั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดข้อถกเถียงยุติลงเมื่อ 7 เม.ย. หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าประกาศ กกต. ชอบด้วยกฎหมายและไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

2 บัตรโหล ทั้งประเทศ เลือก ส.ส.เขต มีแต่เลข ไม่มีชื่อ ไม่มีพรรค 
สร้างความสับสนไม่น้อย เมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกัน แต่ต่างเขต หมายเลขไม่เหมือนกัน และหมายเลข ผู้สมัคร ส.ส.เขต ก็ไม่ตรงกับหมายเลขพรรค ในระบบปาร์ตี้ลิสต์  เพราะขึ้นอยู่กับผลการจับสลากหมายเลขในวันสมัครรับเลือกตั้ง

สำหรับบัตรเลือกตั้ง "พรรคที่ชอบ"  แม้จำหมายเลขไม่ได้ แต่ก็ยังมีโลโก้พรรคให้เห็น ต่างจากบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต ที่มีเพียงหมายเลข ไม่มีชื่อผู้สมัคร รวมถึงโลโก้และชื่อพรรค หรือที่เรียกว่า “บัตรโหล” 

ซึ่งทางเลขาฯ กกต. ยืนยันว่าเป็นรูปแบบบัตรมาตรฐานที่ใช้จัดการเลือกตั้งในไทยทุกครั้งที่ผ่านมา ยกเว้นในปี 2562 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งแบบเฉพาะเพราะเลือกจบในใบเดียว  และการนำบัตรโหลมาใช้เลือก ส.ส.เขต จะช่วยประหยัดงบประมาณ และ ป้องกันบัตรเสียจากความสับสน กับบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ ที่มีหมายเลข โลโก้ และชื่อพรรคอยู่บนบัตร  ตรงกันข้ามกับความเห็นของหลายพรรคการเมือง ที่วิจารณ์ว่า การใช้บัตรโหลเป็นการผลักภาระให้ผู้ใช้สิทธิ และสับสน เพราะต้องจำทั้ง “เบอร์คน” และ “เบอร์พรรค”

3 "เลือกตั้งล่วงหน้า  นอกราชอาณาจักร" ใส่ชื่อพรรคผิด-หาย ทำผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างแดนสับสน
นอกจากเรื่องวุ่น ๆ ในการจัดการเลือกตั้งภายในประเทศแล้ว ยังมีความผิดพลาด บกพร่องเกี่ยวกับเอกสารแนะนำผู้สมัครที่แจ้งต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในหลายกรณี จากหลายประเทศ ซึ่งอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสับสน เข้าใจผิด และลงคะแนนผิด เช่น 

ภาพผู้สมัคร ส.ส.เขตอยู่สลับพรรคกัน มีการพิมพ์ชื่อพรรคต้นสังกัดของผู้สมัครผิด 

ชื่อพรรคต้นสังกัดของผู้สมัคร ซึ่งมีภาพ หมายเลข และชื่ออยู่ด้านบน แต่ชื่อพรรคดันถูกจัดหน้ามาไว้เหนือภาพผู้สมัคร ส.ส. ที่อยู่ด้านล่าง

รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขต ไม่มีชื่อพรรคต้นสังกัดในช่องเดียวกับผู้สมัคร เนื่องจากชื่อพรรคถูกจัดหน้าแล้วดันไปไว้ในเอกสารหน้าถัดไป โดยไปปรากฏเหนือภาพผู้สมัครอื่น

ความสับสนทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเอกสาร ทางสถานทูตหลายแห่งที่เกิดปัญหาที่ปลายทางนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากเป็นเทมเพลตสำเร็จรูปจาก กกต. 

4 กกต. ไม่มีเอกสารประกาศ 400 เขตเลือกตั้ง เป็นทางการ
ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง 2 วัน  "ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" ผู้จัดการไอลอว์ ที่ออกมารณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการติดตามและตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้งให้โปร่งใส โดยออกมาเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์กันเลือกตั้งและนับคะแนนตามเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ   ได้เปิดเผยถึง หนึ่งในอุปสรรคของการทำงานของภาคประชาชน  คือไม่มีเอกสารระบุรายละเอียดของการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต

ซึ่งก่อนหน้านั้น ตน และทีมงานได้พยายามยื่นเรื่องขอเอกสารจาก กกต. เพื่อนำมาจัดสรรอาสาสมัครลงทำงานในพื้นที่เขตเลือกตั้ง หลายครั้ง แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีเอกสารเป็นทางการให้ ทำให้ภาคประชาชนทำงานได้ไม่คล่องตัว และอาจเข้าไปสังเกตการณ์พื้นที่เลือกตั้งอย่างไม่ทั่วถึง เนื่องจากไม่มีข้อมูลของเขตเลือกตั้งที่แม่นยำและครบทุกเขต เรื่องนี้อาจดูไม่เป็นปัญหาใหญ่แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ กกต. ทำให้ครบ จบ สมบูรณ์กว่านี้ได้ 

การเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 นอกจากจะถูกบันทึกว่าเป็นการเลือกตั้งที่เกิดปรากฏการณ์ความพลิกผันเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากกระแสพรรคก้าวไกลแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครั้งที่เกิดความอลวน และมีความความสุ่มเสี่ยงต่อการผิดพลาดบกพร่องมากที่สุดครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน

‘พิธา ฟีเวอร์’ ทำเมืองชล แทบแตก ตระเวนขอบคุณ ลั่น ขอขอบคุณความไว้วางใจที่มอบให้ ไม่มีสูญเปล่า

21 พ.ค. 2566 –   เมื่อเวลา 14.00 น.ที่บริเวณหน้าตลาดหนองก้างปลา ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  พร้อมด้วยนายสหัสวัต คุ้มคง ว่าที่ ส.ส.เขต 7 ชลบุรี และว่าที่ ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ทุกเขต  ได้ขึ้นรถแห่ปราศัยขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคก้าวไกล ในพื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี   โดยมีนักเรียน ประชาชน กลุ่มพนักงานโรงงาน และแฟนคลับมารอให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์ตลอดเส้นทาง

สำหรับขบวนแห่ จะเริ่มจาก ตลาดสดหนองก้างปลาไปยังเส้นทางต่างๆในพื้นที่ตำบลลบ่อวิน  โดยนายพิธา แนะนำตัวว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งจะไม่สูญเปล่าแน่นอน จะไม่หยุดทำงานและตั้งใจเต็มที่ เข้าไปในสภาฯ จะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง รวมถึงมาสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมงาน ส.ส.ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top