Friday, 24 July 2026
NewsFeed

“บ้านปู” ผนึกพันธมิตร!! พัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต จับมือสถาบันบริหารธุรกิจชั้นนำ ฝึกงานนานาชาติเพื่อทักษะใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานยั่งยืน

บ้านปูผนึกพันธมิตรสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจระดับโลก พัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต

24 กรกฎาคม 2569 - บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย จับมือสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำระดับโลกผ่านโครงการฝึกงานนานาชาติ ได้แก่ โครงการ Sasin-MIT ASEAN Action Learning Lab, โครงการ Sasin-Zhejiang Thailand-China Lab และโครงการ Ivey Global Lab (IGL) ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานและลงมือแก้โจทย์ธุรกิจผ่านโครงการที่ดำเนินงานจริงของบ้านปู ส่งเสริมการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงให้พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรชั้นนำที่ช่วยเสริมกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทให้แข็งแกร่ง

การสนับสนุนนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาโทจากนานาชาติที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้ ช่วยเพิ่มมุมมองระดับสากลที่ทันสมัยมาเสริมการดำเนินงานของบ้านปู ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลก ปลูกฝังแนวคิดด้านนวัตกรรม มุมมองทางธุรกิจและการค้าให้แก่นิสิตนักศึกษา ซึ่งจะได้ฝึกการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านโจทย์เชิงกลยุทธ์ที่สอดรับทิศทางธุรกิจของบ้านปู โดยนิสิตหลักสูตร MBAในโครงการ Sasin-MIT ASEAN Action Learning Lab ระหว่างสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สถาบันการศึกษาทางบริหารธุรกิจแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล) และ MIT Sloan School of Management สหรัฐอเมริกา ได้รับโจทย์จากบ้านปู ให้จัดหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การขยายขนาดธุรกิจ และการลดคาร์บอนในธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ขณะที่นิสิตในโครงการ Sasin-Zhejiang Thailand-China Lab ระหว่างศศินทร์ ฯและ Zhejiang University School of Management ประเทศจีน ได้รับโจทย์วิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานใหม่ในตลาดไทยและจีน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ส่วนนักศึกษาในโครงการ Ivey Global Lab จาก Ivey Business School ประเทศแคนาดา ได้รับโจทย์ให้ออกแบบการตลาดของบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero สำหรับลูกค้าธุรกิจ (B2B) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบุคลากรในยุค AI

นาย Sundaram Iyer – Head of Banpu Academy บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูมุ่งพัฒนาศักยภาพคน (Human Empowerment) โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนโลกธุรกิจในอนาคต เราส่งเสริมทักษะและความสามารถของบุคลากรด้วย AI ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรเป็นทวีคูณเมื่อนำมาผสานกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันความร่วมมือกับสถาบันเหล่านี้ก็เป็นพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้ฝึกฝนความเป็นผู้นำในระดับสากล อีกทั้งช่วยให้บ้านปูได้มุมมองจากคนรุ่นใหม่ที่พร้อมลงมือทำ และตอกย้ำว่าบ้านปูเป็นองค์กรที่คนเก่งซึ่งสนใจธุรกิจพลังงานอยากเข้าร่วมงานด้วย เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อร่วมปั้นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้นำทางธุรกิจรุ่นใหม่”

ในอนาคต บ้านปูจะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรทางวิชาการระดับสากลและเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ผ่านนวัตกรรมทางธุรกิจและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้บ้านปูรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมระดับโลก รวมทั้งยังสามารถส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

‘วราวุธ’ ชู 4 มิติหลัก! โชว์ผลงาน ONE MIND ดันอุตสาหกรรม-SMEs กว่า 12,000 ราย สู่เศรษฐกิจยั่งยืน วางรากฐานอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดแข่งขัน สร้างการเติบโตยั่งยืน

90 วัน เห็นผล! ‘รมต.วราวุธ’ ผนึกพลัง ‘ONE MIND’ ขับเคลื่อน 4 มิติหลัก
วางรากฐานใหม่ ดันอุตสาหกรรม-SMEs กว่า 12,000 ราย สู่อนาคต สร้างการเติบโตยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดผลงาน 90 วัน ผนึกกำลังทุกหน่วยงานภายใต้กำกับเป็น “ONE MIND” ขับเคลื่อนนโยบาย 4 มิติหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุน เกิดผลสำเร็จชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและ SMEsกว่า 12,000 ราย พร้อมก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569) ได้มอบนโยบายชัดเจนแก่ผู้บริหาร และข้าราชการ ทุกระดับของกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ ให้รวมกันเป็น “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” เชื่อมโยงการทำงานทุกด้านอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการขับเคลื่อนใน 4 มิติหลักสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุน เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และ SMEs ไทย มุ่งเน้นยกระดับบริการภาครัฐให้ตอบโจทย์อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ อีกทั้ง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้ในเวทีโลก และวางรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่สำคัญเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างการเติบโตยั่งยืน สอดคล้องตามแนวทาง ESG

จากนโยบายที่ชัดเจน และการประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลให้การดำเนินงานใน 90 วันที่ผ่านมา เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และต่อยอดจุดแข็งของไทยสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรแปรรูป อาหารแห่งอนาคต และสมุนไพร ด้วยการยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และ SMEsไทย กว่า 12,000 ราย ผ่านกระบวนการ Upskill & Reskill ในรูปแบบต่างๆ มุ่งเน้นการตลาดยุคใหม่ บัญชีบริหารการเงิน และการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม - AI อีกทั้ง มีกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้คำปรึกษา รวมถึง จับมือแพลตฟอร์ม TikTok นำ Influencer-KOL ช่วยรีวิวและขายสินค้าให้ SMEs ในรูปแบบ Live Commerce

ในการวางรากฐานปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่อนาคต ได้จัดทำ 211 มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และกำหนดหลักเกณฑ์รองรับการผลิตรถยนต์ HEV/MHEV เกิดการผลิตกว่า 97,441 คัน และผลักดันใช้ชิ้นส่วนในประเทศ กระตุ้นการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพ Bio Hub มูลค่า 71,812 ล้านบาท พื้นที่ EEC นครสวรรค์ อุบลราชธานี และลพบุรี พร้อมจัดทำแผนอุตสาหกรรมชีวภาพ 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เอทานอล ไบโอดีเซล โอเลโอเคมี พลาสติกชีวภาพ และเชื้อเพลิงอากาศยาน (SAF) อีกทั้ง ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 1,146 โครงการ มูลค่า 7,861 ล้านบาท
สนับสนุนเงินทุน SMEs โดยมอบหมายธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้กำกับ จัด “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนสู่ธุรกิจสีเขียว” เกิดผลสำเร็จ สามารถพาเข้าถึงเงินทุนกว่า 21,128 ล้านบาท เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 95,076 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 57,814 ตำแหน่ง ควบคู่กับ “ช่วยเหลือดูแล SMEs กลุ่มเปราะบาง” สามารถประคับประคองและพลิกฟื้นกิจการกว่า 6,033 ราย วงเงินกว่า 12,330 ล้านบาท

ในด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ได้ยกระดับบริการ สามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุญาตโรงงานได้รวดเร็ว เหลือเพียงไม่เกิน 30 วัน รวมถึงลดขั้นตอนการอนุญาตการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม (Thailand Fast Pass) ลงกว่าร้อยละ 20

มิติที่ 2 การดูแลสังคม มุ่งมั่นรับฟังและแก้ไขปัญหาร้องเรียนของประชาชนและผู้ประกอบการผ่านสายด่วน 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยจัดทำเครื่องมือ AI Screening ตรวจสอบ คัดกรอง และประสานปิดกั้นการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม E-commerce และโซเชียลมีเดียกว่า 8,757 URL ครอบคลุมสินค้ากว่า 3 แสน SKU พร้อมจับมือ Modern Trade 26 รายใหญ่ และ 1 แพลตฟอร์มดิจิทัล สกัดสินค้าด้อยคุณภาพจากทั่วโลกทะลักเข้าตลาดในประเทศ ช่วยป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย Solar Cell ครอบคลุมแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่อพ่วง

มิติที่ 3 รักษาสิ่งแวดล้อม ผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านการดูแลตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับส่งเสริมโรงงานเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green industry) จำนวน 58,558 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 90 ของโรงงานทั้งหมด ลดอ้อยเผาลงเหลือเพียง 3.8% แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 13.9 ล้านตัน CO2e ต่อปี มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือกว่า 140,000 ราย ผลักดันแนวคิด “น้ำตาลสีเขียว” (Green Sugar) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโช่อุปทานด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำร่อง Low Carbon City ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จาก 24 บริษัท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.33 ล้านตัน CO2e

มิติที่ 4 สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ปรับปรุงกฎระเบียบ ลดขั้นตอนอนุญาต นำระบบดิจิทัลและ AI มาให้บริการในภาครัฐ รองรับการยื่นขออนุญาตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจร พร้อมเร่งพัฒนาพื้นที่รองรับการลงทุน โดยแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินในเขตนิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนเพิ่ม 62,119 ล้านบาท เตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่ม 8,000 ไร่ และนำร่อง 4 นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนของ SMEs และเชื่อมโยงสู่ Global Supply Chain

นายวราวุธ กล่าวว่า ผลสำเร็จในช่วง 90 วันที่ผ่านมา เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานเป็น“ONE MIND” มุ่งขับเคลื่อนภารกิจโดยมีเป้าหมายเดียวกัน ที่ต้องการยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรม และ SMEsไทย สร้างบรรยากาศการลงทุนเอื้อต่อการเติบโต ควบคู่กำกับดูแลมาตรฐานสินค้าคุ้มครองประชาชน และผลักดันอุตสาหกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่เคียงคู่ชุมชนและท้องถิ่น สอดคล้องตามแนวทาง ESG ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยเติบโตยั่งยืนในระยะยาว

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมลุยเกม!! เปิดเวที Thai Game Awards 2026 ผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่สากล มี 7 สาขารางวัลและเงินรวม 2.2 แสนบาท ผู้ชนะได้โอกาสโชว์ในงาน gamescom asia

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ TGA มอบรางวัล Thai Game Awards ผลักดันเกมไทยสู่เวทีโลก ในงาน TGF 2026

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน Thai Game Festival (TGF 2026) ภายในงานฯ มีการเปิดตัวรางวัล Thai Game Awards 2026 เพื่อมอบให้กับนักพัฒนาเกมคอนเทนต์ไทย รวม 7 สาขา เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์เกมไทย นักพัฒนาเกม และผลงานคุณภาพในหลากหลายมิติ อาทิ คุณภาพการผลิต, ความคิดสร้างสรรค์, การถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทย, ศักยภาพเชิงพาณิชย์ และแรงบันดาลใจ ฯลฯ โดยงานมอบรางวัลฯ ได้จัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดเผยว่า “การจัดงาน Thai Game Festival หรือ TGF 2026 ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และบรรลุวัตถุประสงค์ในทุกมิติ โดยเฉพาะปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและความเข้มแข็งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกมไทย รวมถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สถาบันการศึกษา และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา TGF ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีระดับประเทศ ในการบ่มเพาะ เปิดโอกาส และสร้างพื้นที่แสดงศักยภาพให้แก่เยาวชน นักศึกษา นักพัฒนาเกม และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้แสดงความ สามารถอย่างเต็มที่

ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มองว่าเกมไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ วัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Creative Culture) ที่สามารถนำเรื่องราว วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปะ ประเพณี ตลอดจนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย มาถ่ายทอดในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และสามารถส่งออกคุณค่าสู่สายตาชาวโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญงานนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การประกวดแข่งขัน หรือการประกาศผลรางวัล แต่สามารถสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และการเตรียมความพร้อมในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์ ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นายกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้กล่าวว่า “Thai Game Awards 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีมอบรางวัล แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้พัฒนาเกมไทยได้ก้าวไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ในระดับสากล โดยในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้พัฒนาและผู้ประกอบการเกมไทย โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมการประกวดกว่า 80 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมไทยที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ มีการมอบรางวัลทั้งสิ้น 7 สาขา พร้อมเงินรางวัลรวม 220,000 บาท โดยผลการตัดสินมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างรอบด้าน

สำหรับผู้ได้รับรางวัลทั้ง 7 สาขา ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเกม ในปีนี้คือ 1)รางวัล Best of Narrative & Storytelling Awards (เนื้อเรื่องยอดเยี่ยม) ได้แก่ BlueLine, 2)รางวัล Best of Music & Audio Awards (ดนตรีและเพลงประกอบยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 3)รางวัล Best of Visual Awards (งานภาพยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 4)รางวัล Rising Game Developer Awards (ผู้พัฒนาเกมหน้าใหม่ยอดเยี่ยม) ได้แก่ Puni the Florist, 5)รางวัล Best of Game Design Awards (งานออกแบบเกมยอดเยี่ยม) ได้แก่ Lost and Found Co. 6)รางวัล Thai Culture and Creativity Awards (วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ไทยยอดเยี่ยม) ได้แก่ KUUKIYOMI: CONSIDER IT WORLD และ 7)รางวัล Thai Game of the year Awards (เกมไทยยอดเยี่ยมแห่งปี) ได้แก่ Lost and Found Co.

หลังจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลยังมีโอกาสนำผลงานไปจัดแสดงในพื้นที่ Thai Playvillion ภายในงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. 69 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงศักยภาพเกมไทยบนเวทีระดับนานาชาติ โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในการจัดงาน, การมอบรางวัล หรือกิจกรรมอื่นๆ ของทางสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) ได้ที่ Facebook : TGA – Thai Game Software Industry Association หรือโทรศัพท์ 062-7341267 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top