Friday, 24 July 2026
NewsFeed

‘ทวี สุระบาล’ ว่าที่ส.ส. ตรัง ขอบคุณประชาชน ที่เทคะแนนเสียง  ทำให้ครองแชมป์อันดับ1 ของประเทศ ย้ำ พร้อมลุยทำงานแก้ปัญหาปากท้อง

นายทวี สุระบาล ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จ.ตรัง  กล่าวว่า ตนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดตรังเขต 2 ที่มอบคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น จนสามารถมีคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. 2566 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ด้วยคะแนนเสียง 63,185 คะแนน เป็นครั้งที่ 2  ที่พี่น้องชาวจ.ตรังให้ความไว้วางใจ จากเมื่อปี 2544 ที่เคยได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นครั้งแรก 65,458 คะแนน นับเป็นคนแรกของรัฐสภาไทยที่ได้คะแนนสูงสุด สองครั้ง ซึ่งเป็นการทำงานลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยังได้ทำหน้าที่พบปะประชาชน อย่างใกล้ชิดไม่เคยทิ้งพื้นที่ 

นายทวี กล่าวต่อว่า พี่น้องประชาชนยังพอใจในนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยสวัสดิการ 700 บาท และ และ เบี้ยยังชีพผู้สูงวัย โดยการเพิ่มเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพิ่มเป็นจำนวน 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 70 ปี ขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 4,000 บาทต่อเดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 5,000 บาทต่อเดือน หรือเรียกว่า‘เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 3 4 5 และ 6 7 8’ 

“หลังจากนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เตรียมพร้อม และลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่เคยปฏิเสธการเข้าถึงประชาชนเพื่อช่วยเหลือในทุกเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ที่ต้องเร่งเสนอต่อ พรรค เพื่อนำไปผลักดันในสภาฯ ต่อไป “

เลขาฯ ศอ.บต. แสดงความยินดีกับ ปชช. ชาวอ.แว้ง จ.นราธิวาส หลังได้รับมอบโฉนดที่ดิน 120 แปลง เผย!! การครอบครองที่ดินของตนเองถือเป็นทรัพย์ที่มีค่าสูงสุดในชีวิต 

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานมอบโฉนดที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ณ หอประชุมอำเภอแว้ง ที่ว่าการอำเภอแว้ง ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส โดยมีนายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  ผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก 

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนชาวอ.แว้งที่วันนี้ถือเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ที่พี่น้องทุกคนรอคอยมาทั้งชีวิต  ทรัพย์สมบัติที่มีค่าหรือมีความหมายคือที่ดินที่ไม่ว่าจะเกิดแก่เจ็บตายทุกคนก็ล้วนแต่ใช้ชีวิตในที่ดินของตัวเอง เพราะฉะนั้นการได้มาซึ่งที่ดินให้เป็นของตนเองคือทรัพย์ที่มีค่าสูงสุดของชีวิตคนๆ หนึ่ง ที่มีหลักฐานตามโฉนดที่ดินที่ถือเป็นหลักประกันขั้นสูงสุดของประเทศไทย 

สำหรับการมอบโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการแล้วในพื้นที่ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง   ตำบลฆอเลาะ และตำบลกายูคละ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 120 แปลง ตามเป้าหมายได้ที่กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ด้วยการพัฒนาการรังวัด  และทำแผนที่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยการนำเทคโนโลยีการรังวัดระบบโครงข่ายการรังวัด ด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) สำรวจรังวัดในทุกพื้นที่ที่มีสถานีรับสัญญาณดาวเทียมให้ครอบคลุมทั่วประเทศด้วยวิธีการแผนที่ที่ทันสมัยมีความถูกต้อง แม่นยำสูงและมีความชัดเจนในเรื่องแนวเขตที่ดิน เป็นการลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ลดข้อโต้แย้งพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดิน ระหว่างเอกชนกับรัฐและเอกชนกับเอกชน ตลอดจนลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการรังวัดที่ดิน โดยให้ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดนราธิวาส ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน และรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดิน ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 10 สายสำรวจเป้าหมาย 4,080 แปลงต่อปี

ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ กสทช. และสรรพสามิต ลุยทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ กรมสรรพสามิต ตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนและจำหน่ายวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง ยึดของกลางกว่า 260 เครื่อง มูลค่ากว่า 400,000 บาท

ตามที่ปัจจุบันได้มีการลักลอบนำเข้าเครื่องวิทยุโทรคมนาคมและอุปกรณ์โดยผิดกฎหมาย และลักลอบจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยประสานข้อมูลกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ กรมสรรพสามิต 

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสาร ผ่านทางช่องทางออนไลน์ Facebook โดยมีผู้ติดตามกว่า 5,000 คน จึงได้รายงานให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ทราบ และวันนี้ 19 พฤษภาคม 2566 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พรชัย บัวด้วง รองผู้กำกับการ 4 ร่วมกับ เจ้าพนักงาน กสทช. และ กรมสรรพสามิต นำหมายค้นของศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นตึกแถวแห่งหนึ่ง บริเวณถนนจารุเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยพบ นายพัด (นามสมมติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภทวิทยุสื่อสาร ตราอักษร BAOFENG รุ่น BF-888s จำนวน 269 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 403,500 บาท สอบถามนายพัด ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้จัดจำหน่ายวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “มีและค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” จับกุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ในการใช้วิทยุโทรคมนาคมขอให้ศึกษาและปฏิบัติตามระเบียบ ที่ทางราชการได้กำหนดไว้ ทั้งนี้หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงาน กสทช. Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 1200

ตำรวจไซเบอร์จับกุมขบวนการโรแมนซ์สแกม "Romance Scam" ผู้เสียหายสูญเงินกว่า 36 ล้านบาท

ตามที่ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. สั่งการให้ดำเนินการรกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและและอาชญากรรมทั่วไป นั้น 

สืบเนื่องจาก มีคนร้ายใช้เฟสบุ๊ก ชื่อ“Helen” ส่งข้อความมาหาผู้เสียหาย โดยสร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นทหาร ถูกกักตัวอยู่ในค่ายทหารที่ประเทศซีเรีย มีความต้องการที่จะหนีมาอยู่ด้วยที่ไทย แต่ขอให้ผู้เสียหายรับพัสดุที่ตนจะส่งมายังประเทศไทยไว้ก่อน จากนั้นมีผู้ใช้ไลน์ “Fast Move Cargo” หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร แจ้งว่าถ้ารับพัสดุจะต้องมีใช้จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 36 ล้านบาท ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กระทั้งศาลออกหมายจับ 1 ในผู้ร่วมขบวนการ คือ น.ส.ศิรินทร์ทิพย์ พินผ่อง ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ จ.344/2565 ลง 27 ก.ค.2565

ต่อมา วันที่(18 พ.ค.66) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.3 บก.สอท.1 นำโดย พ.ต.ท.รัฐกิตติ์ บุญสันต์สุขศรี, ร่วมกับ สน.มีนบุรี, กก.ดส.บช.น. ได้จับกุมตัว น.ส.ศิรินทร์ทิพย์ พินผ่อง อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดอุทัยธานี 

โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ได้บริเวณถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านหนองไผ่แบน หมู่ 1 ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง จว.อุทัยธานี จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดี

ผลงานภายใต้อำนวยการ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น, พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด, พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ, พ.ต.อ.ณัฐภณ จินตะนานุช รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธ์ ผกก.3 บก.สอท.1, พ.ต.ท.ธธีร์ธร เพชรสิราสิงห์, พ.ต.ท.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ รอง ผกก.3 บก.สอท.1, พ.ต.ท.รัฐกิตติ์ บุญสันต์สุขศรี สว.กก.3 บก.สอท.1

เกมการเมืองอาจมีพลิก ‘เพื่อไทย’ อาจกลายเป็นพระเอก

เปลว สีเงิน สื่อมวลชนอาวุโส นักเขียนคอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้เขียนบทความลงใน Thaipost เกี่ยวกับการจะเป็นนายกฯ คนที่ 30 ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ว่ายังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะแนวคิดที่จะแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 อาจจะทำให้พรรคอื่นๆที่จะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น มีความลำบากใจ และ MOU ที่จะเป็นข้อตกลงร่วมกันนั้น ก็ยังมีความกำกวม โดยเปลว สีเงิน ได้เขียนไว้มีใจความว่า

กลับลำยากซะแล้วละ...พิธา!

เมื่อ เงื่อนไขสำคัญเรื่อง "มาตรา ๑๑๒" กำกวมอยู่ใน MOU คือไม่ชัดเจนว่า "จะเลิก" หรือ "จะแก้ไข"?

ทำให้ "อย่างน้อย" ๒ พรรคใน ๘ เริ่มคิดหนัก!

ว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมตั้งรัฐบาลกับก้าวไกล?

เห็น "พรรคเพื่อไทย" ๑๔๑ เสียง ออกอาการขมวดคิ้ว บ่งบอกความอึดอัด

คุณหญิงสุดารัตน์ "ไทยสร้างไทย" ๖ เสียงเปรยเบาๆ

ดิฉันได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

และ "เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๔ จตุตถจุลจอมเกล้า (จ.จ.)

อันเป็นเครื่องหมายของขุนน้ำ-ขุนนาง-ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี

ดังนั้น เมื่อมีเรื่องเกี่ยวกับสถาบันและความมั่นคง ดิฉันต้องขอพิจารณาดูก่อนค่ะ"

เห็นมั้ยพิธา..........

ผมอาบน้ำเย็นมาก่อน บอกแล้วไม่เชื่อ ว่าอย่าเพิ่งโก่งคอขัน "แต่หัววันว่าผมคือนายกฯ คนที่ ๓๐ ของคนไทยทั้งประเทศ"

เกิด "ผิดล็อก-ผิดร่อง" ขึ้นมา มันจะอายเค้า!

เพราะก้าวไกล จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น มันไม่ได้อยู่ที่ ๑๕๒ เสียงก้าวไกลหรอก

แต่มันอยู่ที่ ๑๔๑ เสียงของ "เพื่อไทย" ตะหาก!

แค่เพื่อไทยส่ายหน้า บอก.........

พรรคผม "ไม่แตะ" เรื่องสถาบัน ๑๕๒ เสียงจบเลย

และคำว่า "พรรคผม" ไม่แตะเรื่องสถาบัน" นั้น

มันจะสร้าง "ความชอบธรรม" ให้ "เพื่อไทย" เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล พร้อมกับเป็นการ "สลายทุกเงื่อนไข" ในการที่ใครจะไม่สนับสนุน

รวมทั้ง ส.ว. "ชัวร์ ๑๐๐%!"

เพราะการแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันและกองทัพสุดขั้วของก้าวไกล ถึงขั้นจะเข้าไปล้างบางกองทัพ

แถมหยามราชนาวีไทย ถึงขั้น จะเอาเรือประมงมาแทนเรือรบ นั้น

มันร้ายที่สุดของเลวร้าย

จนทำให้ "เพื่อไทย" กลายเป็นพระเอกที่ประชาชนยอมรับได้จากซีกผู้ร้ายขึ้นมาทันที!

ผมถึงบอก พิธาน่ะ คุณมัน yesterday boy

ยิ่งเมื่อเทียบกับทักษิณ เขา "แพลมตาหนู" ก่อนพิธาจะเกิดด้วยซ้ำ

ฉะนั้น มีแค่ ๑๕๒ เสียง ใน ๕๐๐ เสียง แถมยังต้องพึ่งเสียง ส.ว.อีกเกือบ ๑๐๐ เสียง แล้วโก่งคอขัน นั่นน่ะ

ทักษิณขำกลิ้ง......

เห็นสั่งเด็กต้มน้ำร้อนไว้รอ เด็กมันถาม นาย..นาย จะอาบน้ำร้อนหรือไง ทักษิณเบิ๊ดกระบาล แล้วบอก

"ไอ้โง่....ต้มไว้ กูจะลวก "ถลกหนัง" ไก่อ่อนโว้ย!"

และไม่ได้ยินหรือพิธา....

ที่หลวงพี่โทนี่ วิสัชนาหน้าคลับเฮาส์ถี่ๆ ๒ วันติด....

"จุดยืนของพรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตร คือเราเคารพรักสถาบัน ใครจะว่าอย่างไงผมช่วยไม่ได้

ผมเป็นของผมอย่างงี้ และยินดีต้อนรับว่า คนจะวิจารณ์ว่า เพราะผมไม่ได้สู้เพื่อไปทำอะไรไม่ดีกับสถาบัน ไม่มี ผมสู้เพื่อเอาชนะทางการเมืองเท่านั้นเอง

สถาบันนี่ ผมถือว่าผมจงรักภักดี ครอบครัวผมเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

รู้มั้ยว่า ผมกับคุณหญิงนี่ สมรสพระราชทานนะครับ ผมอาจจะไม่ได้มีพิธีเหมือนสมัยนี้ แต่พิธีของผมคือสมรสพระราชทาน ฉะนั้นเรื่องความสำนึกอะไรพวกนี้ มันมีอยู่นะครับ มันมีอยู่ จะให้ผมไม่มีมันเป็นไปไม่ได้เลย นะครับ"

จบมั้้ย...

เมื่อ พรรคอันดับ ๑ "ก้าวไกล" ท้าทายสังคม ด้วยการทุบสถาบันลงไปเหยียบ

ขณะเดียวกัน พรรคอันดับ ๒ "เพื่อไทย" ด้วยเสียงไล่เลี่ย เจ็บปวดร่วมสังคม แล้วยกสถาบันที่คุณเหยียบขึ้นไปเทิด

ตื่นจากฝัน "นายกฯ คนที่ ๓๐" เถอะ

หรือจะรอให้เพื่อไทยหลอกเอาตำแหน่ง "ประธานสภา" ไปซะก่อน ถึงจะตื่น?

รู้มั้ย...พิธา ตำแหน่งนายกฯ น่ะ มัน "น้ำบ่อหน้า"

ถ้าพรรคคุณไม่ได้ตำแหน่งประธานสภา เท่ากับว่า "น้ำบ่อหน้า....บ่มี" สำหรับคุณ

พิมพ์ MOU ของก้าวไกล ที่จะให้ ๘ พรรคเขาเซ็นน่ะ

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่อง "แก้..เลิก, เลิก-แก้ ๑๑๒" ที่คนพรรคคุณ ตวัดลิ้นพันกันไปมา

เอาแค่ระบุ จะเข้าไป "ล้างกองทัพ" กับ "เลือกตั้งผู้ว่าฯ"

แค่นั้น มันก็ฉิบ....แล้ว!

๗ พรรค เขาอาจยอม แต่อภิมหาประชาชนเขาไม่ยอมหรอก ผมจะบอกให้

เพราะอะไรน่ะหรือ?

เพราะ แค่อ้าปากก็เห็นทะลุถึงดากไงล่ะ

เรื่องกองทัพ กับเรื่องเลือกผู้ว่าฯ มันคือ "เสาเข็ม" ของโครงสร้างสังคมชาติ เป็นเรื่อง "ความมั่นคง" โดยตรง

"รื้อกองทัพ" จุดมุ่งหมายคืออะไร ก็ แถไถ อ้างไปร้อยแปด

แต่ไส้ในของเจตนา ก็อยู่ที่ "สถาบันพระมหากษัตริย์"

กองทัพคือ "ด่านหน้า"

ก้าวไกลทลายด่านหน้าสำเร็จ

เท่ากับ "ล้มสถาบัน" สำเร็จ!

แล้วยกอำนาจประเทศไปบรรณาการ "ขบวนการอำนาจเดียวครองโลก = CFR" ให้เข้ามาใช้ประเทศเป็นสมรภูมิได้เลย

ในเวลาเดียว เมื่อยึดกองทัพ-ล้มสถาบันได้แล้ว

แผน "ครองประเทศ-ครองโลก" ก็จะไปบรรจบกับ "ด่านสุดท้าย" คือเปลี่ยนประเทศไทย จากราชอาณาจักรไทย ไปเป็น "สาธารณรัฐไทย" แทน

แทนยังไง?

ก็ที่ก้าวไกลจะไปนั่งมหาดไทย เพื่อปฏิรูประบบปกครองนั่นแหละ

การ "เลือกตั้งผู้ว่าฯ" คือกลวิธี "ยึดประเทศ" ทั้ง ๗๗ จังหวัด แล้วจัดหมวดหมู่ "แยกเป็นรัฐๆ" แบ่งกันไปปกครอง ในรูปแบบสาธารณรัฐ

แค่นี้ ก็เท่ากับแอบอิงคำว่าปฏิรูปใต้นิยาม "ขุดรากถอนโคน" ยึดประเทศไทยได้ทั้งประเทศแบบเนียนๆ

จาก "ราชอาณาจักรไทยอันแบ่งแยกมิได้"

กลายเป็น "สาธารณรัฐไทย" ซอยแผ่นดินประเทศแบ่งกันไปครอง แล้วให้คุณพ่อ "ยุโรป-สหรัฐ" เข้ามาชี้นิ้วสั่ง

ตั้งฐานทัพเสร็จสรรพ!

นี่คือการใช้คำ "ปฏิรูปกองทัพ" เป็นผ้าขาวห่อศพ

และคำว่า "ปฏิรูปการปกครอง"

เป็นมีดตัดเค้กคือแผ่นดินไทยแบ่งใส่จานแจกกัน!

ผมพูดนี่ หัวเราะ ว่านิยายตลกใช่มั้ย?

คุณอย่าจำคำผม แต่อยากให้จำคำทักษิณ ตอนตั้งพรรคไทยรักไทย เลือกตั้ง ปี ๒๕๔๔ ทักษิณบอกเสนาะ

คนไทยน่ะพวก "ตาบอดไม่กลัวเสือ"!

นั่นคืออะไร....

หมายถึง คนโง่ คนโลภ คนเห็นแก่ผลได้เฉพาะหน้ามันมีเยอะ ด้วยนิยามนี้

ให้ผู้ว่าฯ มาจากเลือกตั้งเหมือนเลือก ส.ส.น่ะเรอะ

ใช้จังหวัดละ ๒,๐๐๐ ล้าน-๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ยึด = ซื้อประเทศได้เบ็ดเสร็จ!

พวกตู้ห่าว พวกหลงจู๊ พวกบ่อน พวกซ่อง พวกพนันออนไลน์ พวกค้ายา-ค้าของเถื่อน พวกโกงกิน

"พรึ่บ.....ดำกินแดง, กินส้ม, กินหมดทุกสี เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ขึ้นเป็นเสนาบดีครองทุกจังหวัด ครบทั้งประเทศ!

นี่แหละ มันเป็นอย่างนี้แหละ พี่น้องเอ๋ย

ปลา ไม่รู้จักบุญคุณน้ำ, นก ไม่รู้จักบุญคุณอากาศ

นั่นเพราะเป็นสัตว์

แต่พวกเรา "เป็นคน-เป็นมนุษย์" มนุษย์แปลว่าผู้มีใจฝึกแล้วประเสริฐ แล้วเราจะไม่สำนึกคุณในชาติ ในแผ่นดิน

คือ "ชาติ, ศาสน์, สถาบันพระมหากษัตริย์" เลยเชียวหรือ?

ส่วนมาตรา ๑๑๒ นั้น...........

จะแก้-จะเลิก หรือไม่แตะต้องเลย เห็นกลิ้งเป็นลิงปอกกล้วย แผล็บไป-แผล็บมา

แต่ที่ได้ยินคาหู จาก "ช่อ-พรรณิการ์" เขาหาเสียง ว่า

"ใครอยากเลิก ม.๑๑๒ มากองกันตรงนี้ค่ะ"

"หากคนอยู่ต่างจังหวัดไปม็อบไม่ได้ ไม่ต้องกังวลค่ะ

เพราะคณะก้าวหน้าและคณะราษฎร์เพจจัดให้

คุณสามารถลงชื่อยกเลิก ม.๑๑๒ ผ่านทางออนไลน์ได้ ทุกคนทำได้ ใครเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ก็มาร่วมลงชื่อได้หมด"

นี่คือ ช่อ.........

มาดูพิธาบ้าง บนเวทีปราศรัยหาเสียง แบม-ตะวัน เขียนป้ายทำโพล "คุณคิดว่ายกเลิกม.๑๑๒ หรือ สมควรแก้ไข ให้ติดสติกเกอร์ในช่องนั้นๆ

แล้วพิธา-ว่าที่นายกฯ คนที่ ๓๐ ก็หยิบสติกเกอร์สีแดง ติดหมับลงไปที่ช่อง "ยกเลิก ม.๑๑๒"

"นัตถิ อการิยัง ปาปัง มุสาวาทิสสะ ชันตุโน"

คนมักโกหก ที่จะไม่ทำชั่ว นั้นไม่มี

จีน เตรียมถ่ายทอด เทคโนโลยีรถไฟหัวกระสุน ให้ไทย ทั้งการก่อสร้างระบบราง – ขบวนรถ

สำนักข่าว Reporter Journey ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับ โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย – จีน โดยมีใจความว่า

โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย - จีน อภิมหาโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่และใช้ระยะเวลาการก่อสร้างนาน ซึ่งปัจจุบันจะเห็นความคืบหน้าของการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ในเฟสแรกคือช่วง กรุงเทพฯ - นครราชสีมา ระยะทางราวๆ 250 กิโลเมตร แม้จะอยู่ในสปีดที่ช้าเนื่องจากมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นครั้งยิ่งใหญ่ในการปฏิวัติระบบคมนาคมขนส่งทางรางของไทย ที่จะมีผลต่อการพัฒนารถไฟสายอื่นๆ ในอนาคต

อย่างที่หลายคนคงทราบกันว่าโครงการนี้นอกจะก่อสร้างทางวิ่ง สถานี สะพาน อุโมงค์ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่ได้องค์ความรู้จากประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านระบบรถไฟความเร็วสูง และยังเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นของไทยมาโดยตลอด สิ่งที่ระบุไว้ในสัญญาชัดเจนตั้งแต่ต้นคือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจีนและองค์ความรู้บางส่วนให้กับประเทศไทย เพื่อให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถพัฒนาเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของตนเองได้

เกา เร่ย วิศวกรอาสุโสและทีมบริหารวิศวกรรมและการเจรจาทางเทคนิคในต่างประเทศของ China Railway International Group" ได้เขียนระบุลงในวารสารรถไฟ Railway Standard Design ของจีนเมื่อเดือนที่แล้วโดยมีใจความสำคัญว่า

“เมื่อความร่วมมือในโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน - ไทยลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความปรารถนาของไทยในการออกแบบและสร้างรถไฟความเร็วสูงด้วยตัวเองก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น พวกเขาหวังว่าจะมีบทบาทมากขึ้นในความร่วมมือในอนาคต"

"เพื่อตอบสนองต่อคําขอซ้ำๆ ของไทยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของจีนในการประชุมคณะกรรมการร่วม จีนได้ตกลงที่จะส่งต่อเทคโนโลยีดังกล่าวมายังประเทศไทยภายใต้สมมติฐานว่าไม่ละเมิดกฎหมายจีน"

ภายใต้กฎหมายจีน บริษัท และบุคคลต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในการส่งออกเทคโนโลยีที่ถือว่ามีความสําคัญต่อความมั่นคงของชาติหรือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับประเทศจีน ถือว่าเป็นมหาอำนาจรถไฟความเร็วสูงในปัจจุบันอย่างเต็มตัว โดยมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลกครอบคลุมมากกว่า 40,000 กม. หรือยาวพอที่จะโคจรรอบโลก มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรม ความรู้และเทคโนโลยีของตัวเองที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถไฟความเร็วสูงรุ่นต้นแบบจากทั้งของเยอรมันและญี่ปุ่นที่นำมาศึกษา ก่อนจะสร้างรถไฟความเร็วสูงของตัวเองขึ้นมา ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 ปี ที่จีนสามารถก้าวขึ้นเป็นหัวแถวของโลก อีกทั้งยังพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมอื่นๆ ที่ต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันอย่างรวดเร็วและด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำกว่า

ตัวอย่างเช่น จีนได้พัฒนาการออกแบบโมดูลาร์สําหรับสถานีรถไฟและส่วนประกอบโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่สามารถประกอบได้อย่างรวดเร็วในสถานที่ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาวัสดุใหม่สําหรับรางรถไฟที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษาในระยะยาว เช่น เหล็กและคอนกรีตที่มีความแข็งแรงสูง

ซึ่งทางจีนได้เห็นชอบในหลักการที่จะถ่ายทอดหรือส่งต่อเทคโนโลยี ทักษะ และความรู้ใน 11 ด้าน ของการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมาให้กับประเทศไทย

ไทยจะได้อะไรบ้างจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีของจีน?

การถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างองค์กรหรือประเทศต่างๆ อาจเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนสิทธิบัตร ใบอนุญาต หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือการประกอบตัวรถไฟภายในประเทศ ซึ่งมีทั้งที่เปิดเผยต่อสาธารณะชนได้และยังเปิดเผยไม่ได้

โดยทั่วไปข้อมูลและความเชี่ยวชาญจะถูกแบ่งปันผ่านโปรแกรมการฝึกอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะที่การถายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวมักจะทําโดยมีค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่นๆ ซึ่งจริงจะเรียกว่าเหมือนได้มาฟรีเป็นของแถมจากการซื้อเทคโลโลยีมาใช้ก็น่าจะไม่ผิดนัก

จีนสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างรางรถไฟ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสําหรับการวางรางในภูมิประเทศที่แตกต่างกัน

ความเชี่ยวชาญอื่นๆ ที่สามารถส่งต่อได้แก่ การออกแบบสถานีรถไฟเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้สาร การสร้างสะพานข้ามแม่น้ําหรือแหล่งน้ําอื่นๆ ด้วยความเร็วที่เร็วขึ้น แต่ต้นทุนที่ต่ำกว่า การเตรียมพื้นดินใต้รางรถไฟเพื่อความมั่นคงและปลอดภัย และวิธีการออกแบบและสร้างอุโมงค์ที่ปลอดภัย

ในเอกสารทีมงานของเกา เร่ย กล่าวว่า ในการปรับปรุงคุณภาพและความเร็วในการก่อสร้างจะถูกแบ่งปันตั้งแต่การสํารวจที่ดิน และการจัดการแหล่งน้ําใกล้เคียงไป จนถึงแสงสว่างในอุโมงค์ และระบบทําความร้อนการระบายอากาศ และเครื่องปรับอากาศภายในสถานี รวมทั้งสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับโครงการรถไฟจีน - ไทยที่ครบทั้งเฟสนั้นจะขยายเส้นทางต่อไปยังจังหวัดหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟลาว - จีน ระยะทาง 873 กม. ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเส้นทางเชื่อมต่อมาจากนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ และให้บริการด้วยรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.

และเป็นส่วนสําคัญของข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ที่รัฐบาลจีนต้องการจะเชื่อมโยงพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะผ่านเมืองต่างๆ ของไทย และเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย - สิงคโปร์ ที่แม้จะยกเลิกโครงการไปแล้วเนื่องจากมาเลเซียประเมินฐานะการคลังของตัวเองว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีความพร้อมที่จะก่อสร้าง เนื่องจากมีหนีสินในสกุลเงินตราต่างประเทศสูง และค่าเงินริงกิตที่ร่วงลงอย่างหนัก

สำหรับเส้นทางในระยะแรกมีการสร้างทางรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ - นครราชสีมา จีนจะมีบทบาทสําคัญในการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

ส่วนระยะต่อไประหว่างนครราชสีมา - หนองคาย จีนจะลดบทบาทลงและให้บริษัทเอกชนของไทยที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้วจะเป็นผู้รับผิดชอบงานออกแบบและก่อสร้างมากขึ้น

ฝั่งของจีนยอมรับว่า การเจรจาโครงการในไทยเป็นอะไรที่ "ยากมาก" เพราะไทยปฏิเสธข้อเสนอของจีนในการจัดหาเงินทุนให้กับโครงการทั้งหมด โดยเลือกที่จะใช้แหล่งเงินทุนภายในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนผสมกันแทน และทําให้การเจรจามีความเท่าเทียมกันมากขึ้น

หนึ่งในประเด็นบนโต๊ะเจรจาที่มีการถกเถียงกันคือมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงของจีน ไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศเสมอไป และต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินโดยเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบของประเทศ

คุณสมบัติของวิศวกรชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับโครงการก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะไม่มีกลไกการยอมรับร่วมกันสําหรับคุณสมบัติของวิศวกรและสถาปนิกระหว่างจีนและไทย ดังนั้นฝ่ายไทยจึงไม่ยอมรับคุณสมบัติทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องของบุคลากรด้านเทคนิคของจีนโดยตรง ซึ่งทำให้วิศวกรชาวจีนต้องผ่านการฝึกอบรมและกระบวนการรับรองตามมาตรฐานของไทยเพิ่มเติม เพื่อให้พวกเขาสามารถทํางานในโครงการนี้ได้

เรียกได้ว่าไทยเองก็ “เขี้ยวลากดิน” ใส่จีนพอสมควร ไม่ใช่ “หมูสยาม” อย่างที่พญามังกรจีนจะสามารถเคี้ยวได้ง่ายๆ เหมือนที่ทำกับประเทศอื่นๆ ที่ยอมให้จีนเข้าควบคุมเบ็ดเสร็จทุกกระบวนการ รวมทั้งการขอสัมปทานการเดินรถเป็นหลายสิบปี

แต่ก็ทีมงานจีนกล่าวว่า เงื่อนไขที่จะให้จีนถ่ายการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คือ ไทยต้องเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานรถไฟความเร็วสูงของจีน

ประเด็นคือแบบนี้ โดยทั่วไปมาตรฐานระบบรถไฟถูกกำหนดโดยประเทศตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ซึ่งเป็นชาติต้นกำเนิดรถไฟ และได้กําหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมเอาไว้ซึ่งมีการใช้งานมานานกว่าศตวรรษ และมีอิทธิพลอย่างมากต่อประเทสอื่นๆ ที่ต้องการสร้างระบบรถไฟ เพราะต้องอิงตามมาตรฐานเทคโนโลยีจากโลกตะวันตก ซึ่งตกทอดไปสู่โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ของไทยทุกโครงการต้องใช้มาตรฐานยุโรปหรือญี่ปุ่นเป็นเกณฑ์คุณภาพทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนจะต้องหาที่ยืนของเทคโลยีของตัวเองให้ได้ในตลาดไทย และรถไฟควาวเร็วสูงจึงเป็นจุดยืนสำคัญที่จีนจะได้มีอิทธิพลทางด้านเทคโนโลยีนี้

สำหรับรถไฟความเร็วสูงของจีนสามารถทำความเร็วสูงสุด 350 กม. / ชม. เร็วกว่ารถไฟหัวกระสุนส่วนใหญ่ในยุโรปและญี่ปุ่น พวกเขามักจะมีความยาวกว่าทั้งในเรื่องของตัวรถและเส้นทาง เช่น รุ่น Fuxing ที่ใช้ในสายปักกิ่ง - เซี่ยงไฮ้มีความยาวของขบวนรถมากกว่า 400 เมตร นั่นคือเกือบสองเท่าของความยาวของ TGV ในยุโรป เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานในจีนนั้นสูงกว่าและหนาแน่นกว่าตามจำนวนของประชากร

อีกทั้งจีนยังใช้ระบบอานัติสัญญาณของตัวเองสําหรับเครือข่ายซึ่งเข้ากันไม่ได้กับระบบยุโรปหรือญี่ปุ่น ซึ่งวิศวกรชาวจีนได้ยืนยันที่จะใช้มาตรฐานรถไฟของประเทศในระหว่างการเจรจากับประเทศไทยบนพื้นฐานที่จะคุ้มค่าและง่ายต่อการรวมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟที่มีอยู่ในจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ส่วนการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและผลิตรถไฟจีน เช่น ซีรีส์ CRH380 รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เช่นแหล่งจ่ายไฟยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างไทยและจีน ตามเอกสาร

จีนซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิบัตร ส่วนวัสดุราง และระบบอานัติสัญญาณบางอย่างที่ใช้ในเครือข่ายรถไฟความเร็วสูง จีนกำลังพิจารณาว่าสิทธิบัตรเหล่านี้ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของจีน จะได้รับอนุญาตหรือแบ่งปันกับประเทศไทยในด้านใดบ้าง

เพราะถ้าหากทำได้ ไทยจะกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่จีนยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ให้ และอาจจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถผลิตรถไฟความเร็วสูงได้ครบวงจรทั้งการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและตัวรถอีกด้วย

เปิดรายชื่อ 41 ว่าที่ ส.ส. พปชร. ส.ส. เขต 39 คน ‘ลุงป้อม’ – ‘สันติ’ บัญชีรายชื่อ

รายชื่อว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ส.ส.แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ รวม 41 คน

พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.เขต คะแนนนำ 39 ที่นั่ง คะแนนบัญชีรายชื่อ รวม 530,017 เสียง คิดเป็น 2 ที่นั่ง รวมมี ส.ส. 41 ที่นั่ง

โดยมีรายชื่อ ดังต่อไปนี้

 

ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน

1. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

2. นายสันติ พร้อมพัฒน์

 

ส.ส.เขต 39 ที่นั่ง

จ.หนองคาย -นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ หนองคาย เขต 1

จ.ชัยภูมิ - นางสาวกาญจนา จังหวะ ชัยภูมิ เขต 4 ,นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ เขต 7

จ.สระแก้ว - นางขวัญเรือน เทียนทอง สระแก้ว เขต 1 ,นางสาวตรีนุช เทียนทอง สระแก้ว เขต 2

จ.ปัตตานี - นายคอซีย์ มามุ ปัตตานี เขต 2

จ.ราชบุรี - นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี เขต 2 , นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรี เขต 3,นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ราชบุรี เขต 5

จ.กาฬสินธุ์ - นายจำลอง ภูนวนทา กาฬสินธุ์ เขต 3

จ.พะเยา - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พะเยา เขต 1 ,นายอนุรัตน์ ตันบรรจง พะเยา เขต 2, นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา เขต 3

จ.พังงา - นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ พังงา เขต 2

จ.สงขลา - นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สงขลา เขต 4

จ.สกลนคร - นายชัยมงคล ไชยรบ สกลนคร เขต 5

จ.สิงห์บุรี - นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สิงห์บุรี เขต 1

จ.ตรัง - นายทวี สุระบาล ตรัง เขต 2

จ.เชียงใหม่ - นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่ เขต 9

จ.เพชรบูรณ์ - นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เพชรบูรณ์ เขต 1,นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์ เขต 2, นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เพชรบูรณ์ เขต 3,นายวรโชติ สุคนธ์ขจร เพชรบูรณ์ เขต 4,นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์ เขต 5,นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์ เขต 6

จ.แม่ฮ่องสอน- นายปกรณ์ จีนาคำ แม่ฮ่องสอน เขต 1

จ.กำแพงเพชร- นายไผ่ ลิกค์ กำแพงเพชร เขต 1,นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ กำแพงเพชร เขต 2,นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร เขต 3,นายปริญญา ฤกษ์หร่าย กำแพงเพชร เขต 4

จ.ตาก - นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก เขต 3

จ.ร้อยเอ็ด - นางรัชนี พลซื่อ ร้อยเอ็ด เขต 3

จ.มุกดาหาร - นายวิริยะ ทองผา มุกดาหาร เขต 1

จ.ชลบุรี - นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี เขต 1

จ.นราธิวาส - นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต 2,นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต 3

จ.นครศรีธรรมราช - นายสุธรรม จริตงาม นครศรีธรรมราช เขต 6

จ.สระบุรี - นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี เขต 4

จ.ฉะเชิงเทรา - นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา เขต 2

ตำรวจไซเบอร์ ร่วม ศพดส.ภ.5 จับแอดมินกลุ่มลับชี้ลายแทงซื้อประเวณีเด็ก อัดคลิปเผยแพร่เรียกเก็บเงินเข้ากลุ่ม

สืบเนื่องจากกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้รับแจ้งจาก

มูลนิธิอิมมานูเอล และ มูลนิธิเดสทินี่ เรสคิว ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนนานาชาติ ดำเนินการในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก แจ้งว่าพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยพบข้อความโพสต์ผ่านช่องทางทวิตเตอร์บัญชี “Review  cnx” @review_cnx1 ผู้ติดตาม 5,755 มีการโพสต์ภาพอนาจารโป๊เปลือย และชักชวนเข้าในกลุ่ม Line ลับราคา 199 บาท โดยระบุข้อความ “ชายเดี่ยวเน้นนาบ รีวิวส่งการบ้านและลายแทงชอบ ญ แท้ ไลน์กลุ่มทัก dm สอบถาม ได้ครับ 

(ไม่ฟรี) ค่าเข้ากลุ่ม 199 นะครับ เป็นกลุ่มพูดคุยดูแลกันแบบพี่น้อง dm มาครับ” มีการรีทวิตสื่อถึงการค้าบริการทางเพศพบมีการโพสต์ภาพโป๊เปลื่อย และมีการร่วมเพศ ของบุคคลคาดว่าจะเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี  หญิง จากการสังเกตรูปพรรณสันฐาน จึงได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่าเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์และแอดมินกลุ่มไลน์ลับดังกล่าว คือ นายธวัชชัย แสงบุญ อายุ 36 ปี พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 2 ตำบลชมภู 
อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 2566 เวลา 06.00 น. จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธร ภาค 5 (ศพดส.ภ.5) นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายธวัชชัยฯ และโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานบัญชีทวิตเตอร์ “Review cnx” @review_cnx1  และเป็นแอดมินกลุ่มไลน์ลับชื่อว่า “ชาวไวกิ้ง” มีสมาชิกในกลุ่ม 429 บัญชีผู้ใช้ไลน์ 

ในกลุ่มมีการโน๊ต ข้อมูลไว้ในโน๊ต ระบุลายแทง หรือ ข้อมูลของหญิงขายบริการทางเพศ และการถ่ายภาพและแอบถ่ายภาพโป๊เปลือย วีดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้สมาชิกที่จ่ายเงินเข้ากลุ่มลับได้เข้าดู และสื่อลามกอนาจารเด็กในโทรศัพท์มือถือของกลางจำนวนมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นสามารถยืนยันตัวตนบุคคลที่ปรากฏในคลิปวีดีโอเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 คน ได้จำนวน 2 คน จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธร ภาค 5 (ศพดส.ภ.5) และทีมงานสหวิชาชีพเชิญมาตัวคัดแยกและคุ้มครองตามกฎหมาย  แล้วจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำการค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก, ครอบครองและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก,  เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” จึงจับกุมตัวนายธวัชชัยฯ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีธนาคาร นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. ยังกล่าวอีกว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองอยู่ในกลุ่มไลน์ที่มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารหญิงสาวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่อมาได้มีคนแนะนำให้เปิดกลุ่มไลน์เป็นแอดมินเองเพื่อหารายได้ จึงเปิดกลุ่มลับในไลน์ชื่อ “ชาวไวกิ้ง” เรียกเก็บเงินจากค่าสมาชิกเข้ากลุ่มจำนวน 199 บาท ส่วนสื่อลามกที่มีการนำมาลงในกลุ่มนั้นได้มาจากการดาวน์โหลดในเน็ต และบางครั้งตนเองก็ซื้อบริการทางเพศโดยไม่ทราบว่าเป็นบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี และได้ขออนุญาตถ่ายภาพและคลิปวีดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงประมาณ 10 คน และบางครั้งมีการสวิงกิ้ง (เซ็กส์หมู่) แล้วนำไปเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ดังกล่าว นอกจากนั้นยังนำสื่อลามกอนาจารไปเผยแพร่ในทวิตเตอร์ส่วนตัวเพื่อโฆษณาชักชวนให้คนที่ชื่นชอบติดต่อขอเข้ากลุ่มไลน์ ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 429 คน”

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท.,พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.ตอท. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. พร้อม พ.ต.ท.วิเชียร คำชุมภูสว.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

‘จตุพร’ แนะ ‘พิธา’ คิดทบทวน  ‘เรืองไกร’ ได้ข้อมูลหุ้นไอทีวี มาจากไหน ระวัง พรรคใกล้ตัว

20 พ.ค. 2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ไม่น่าไว้ใจ?" ช่วงหนึ่งว่า เบื้องต้นต้องยอมรับความจริงก่อนว่า นักการเมืองและประชาชนมีความมุ่งหวังต่างกัน โดยการเมืองในครั้งหนึ่ง พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ชนะเลือกตั้งปี 2526 (ได้ 110 เสียงจากทั้งหมด 324) ต้องได้เป็นนายกฯ แต่เจอข้อมูลใหม่จึงกลายเป็นฝ่ายค้านแทน

ถัดมา การเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนปัดเศษ จึงกลายเป็นฝ่ายค้าน อีกทั้งในช่วงนั้น พรรคเพื่อไทยเล่นการเมืองสองหน้า ไปเลือกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่) เป็นแคนดิเดตนายกฯ ชิงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอเป็นนายกฯ

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนั้น นายธนาธร ถูกคดีถือครองหุ้นสื่อมวลชน และพรรคเพื่อไทยรู้ว่า จะพบจุดจบทางการเมืองอยู่แล้ว จึงเชิดชูคนรุ่นใหม่เพื่อได้สร้างลักษณ์ที่ดีทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันยังเป็นการหักหน้าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย (ขณะนั้น)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้น พปชร. ไปรวบรวมพรรคมาตั้งรัฐบาล โดยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอให้นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนฯ และกำหนดเงื่อนไขแก้ รธน. 2560 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยอม จึงเท่ากับแต่งตัวให้ ปชป. เข้าไปร่วมรัฐบาลทั้งที่หัวหน้าพรรคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศหาเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค

ส่วนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในปี 2562 ได้ประกาศไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเช่นกัน แต่ยอมเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อรับแบ่งให้ดูแลกระทรวงเกรดเอ ดังนั้น การโหวตเลือกนายกฯ ปี 2562 จึงผ่านฉลุยด้วยเสียง สว.เลือก พล.อ.ประยุทธ์ ถึง 249 เสียงจาก 500 เสียง เท่ากับเป็นเอกฉันท์ร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อมาถึงการเลือกตั้งปี 2566 นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งไม่แตกต่างจากปี 2562 โดยวันนี้ไม่มีรู้ว่าใคร พรรคใดเหน็บมีดไว้ข้างหลัง โดยระหว่างการหาเสียงพรรคเพื่อไทยให้เลือกตัวเองเป็นยุทธศาสตร์โค่น 3 ป. เลือกอย่างไม่มีพี่ ไม่มีน้อง แต่ผลต้องแพ้พรรคก้าวไกลที่ผู้สมัครมีแต่คนรุ่นใหม่ ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยจึงม่ใช่ยุทธศาสตร์ของประชาชน....

นายจตุพร ย้ำว่า สถานการณ์ของพรรคก้าวไกลในขณะนี้ มีความรู้สึกไม่แตกต่างจากนายธนาธรโดนคดีหุ้นสื่อมวลชน ถัดจากนั้นนำไปสู่การยุบพรรค (อนาคตใหม่) ดังนั้น วันนี้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกฯ ควรคิดกันให้ดี ๆ ด้วย

“นายพิธา ควรคิดทบทวน ว่า ไอทีวีเป็นของใคร รายละเอียดของหุ้นไอทีวีหลุดมาจากไหน ผมไม่เชื่อว่านายเรืองไกร (นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ออกจากเพื่อไทยไปเป็นปาร์ตี้ลิสต์ พปชร.) จะล้วงไปได้ง่ายๆ แต่หลุดไปถึงมือเรืองไกรได้อย่างไร ถ้านายพิธา ตีโจทย์นี้แตกจะเข้าใจว่า มีดดาบมาจากไหน เหมือนกับกรณีจูเลียส ซีซาร์ถูกบรูตัสคนใกล้ชิดชักมีดแทงจนตาย ดังนั้น กระดานการเมืองจึงมีมีดดาบซ่อนไว้มากมายในทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคใกล้ตัว”

นายจตุพร เชื่อว่า ในความเป็นจริงตามกระดานการเมืองขณะนี้ การจับมือ 310 เสียงตั้ง รัฐบาลไม่ได้แล้ว เนื่องจากพรรคอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ร่วมใน 310 เสียงนั้นมีท่าทีไม่โหวตให้ ต้องการขึงพืดพรรคก้าวไกล อีกอย่างการปิดสวิตซ์ ส.ว. ก็เกิดขึ้นแล้ว โดย ส.ว.ปิดตัวเอง ประกาศไม่โหวตเลือกนายกฯ สิ่งนี้จึงเป็นสถานการณ์ที่ยากมากในการตั้งรัฐบาลสำเร็จ

“ถ้านายพิธา มีอันเป็นไป (ในคดีถูกร้องถือหุ้นสื่อสารมวลชน) พรรคก้าวไกลก็เสนอแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว ดังนั้นแคนดิเดตนายกฯ จะไปถึงอันดับรองถัดไปในพรรค 310 เสียง ซึ่งเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งคนที่แสดงสปิริตยกให้นายพิธา เป็นนายกฯ ให้พรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาล นั่นละตัวดี เพราะทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ง่าย นายพิธา ไม่รอดอยู่แล้ว เป็นกลเกมซ้ำรอยนายธนาธรถูกกระทำมาแล้ว”

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร มั่นใจว่า ถ้าแคนดิเดตนายกฯ ลำดับถัดไปก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ง่ายอยู่ดี แม้จะมีพรรคก้าวไกลร่วมด้วยหรือไม่ร่วมกลุ่มเดิม 310 เสียงก็ตาม แต่ยกเว้นเกิดการข้ามขั้วไปอีกฝ่าย ดังนั้น คนคิดเรื่องนี้เป้นเกมต้องหน้าด้านที่สุดชนิดเลิกมองกระจกไปเลย อาจอายหน้าตัวเอง

“แล้วสูตรที่คนสงสัยมาแต่ต้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ แม้วันนี้จะยังไม่เกิด แต่มีร่องรอยจะเกิดขึ้น ดังนั้น กระดานการเมืองขณะนี้ จึงต้องดูกันนานๆ ดูกันอย่างมีความอดทนจะได้พบการเมืองแบบเขี้ยว เสือ สิงห์ กระทิง แรด ผสมปนเปเป็นพันธุ์การเมืองที่ดำรงอยู่มาต่อเนื่องมา 90 ปีและเด่นชัดหลัง 14 ตุลาคมถึงปัจจุบัน”

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้พรรคก้าวไกล เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ดังนั้น 310 เสียงจึงอยู่ผิดที่จน ส.ว. 250 ไม่โหวตเลือกนายกฯให้ ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลของนายพิธา จึงยากจะเกิดขึ้นได้เลย เพราะเข้าสู่สภาวะ “เด็ดล็อก” แล้ว ยกเว้นมีบางพรรคที่จะงดใช้กระจกส่องหน้าตัวเองชั่วคราว แล้วแหกข้ามมาอีกขั้วหนึ่ง แม้วันนี้ยังไม่เกิดก็ตาม แต่ต้องอดทนรอดูกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top