Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อ มิจฉาชีพหลอกขายแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ฉวยโอกาสช่วงค่าไฟฟ้าแพง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอเรียนประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน กรณีมิจฉาชีพเข้ามาแฝงตัวในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อหลอกลวงขายหลอกขายแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ดังนี้

ได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) พบว่าเริ่มมีมีผู้เสียหายหลายรายทยอยเข้าแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ หลักจากถูกมิจฉาชีพหลอกลวงขายแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรืออุปกรณ์สำหรับการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ให้กับเหยื่อผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายการอุปโภค และบริโภคจากการใช้ไฟฟ้าในรูปแบบของที่พักอาศัย โดยมิจฉาชีพได้ฉวยโอกาสในช่วงที่โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) กำลังเป็นที่นิยม และได้รับความสนใจในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มต่างๆ ที่มีการซื้อขายโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โพสต์ประกาศขายสินค้าดังกล่าวในราคาถูกกว่าราคาท้องตลาด ใช้รูปภาพที่คัดลอกมาจากช่องทางที่มีการซื้อจริง โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณต่างๆ และมีการเร่งรัดให้รีบตัดสินใจว่าสินค้าใกล้จะหมด และนอกจากนี้แล้วมิจฉาชีพยังใช้วิธีการสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาทั้งหมดเพื่อหลอกลวงขายสินค้าประเภทดังกล่าวอีกด้วย

ที่ผ่านมานับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 - 16 เม.ย.66 พบว่าการหลอกลวงซื้อสินค้า หรือบริการ ยังคงมีประชาชนตกเป็นเหยื่อ โดยได้แจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์สูงที่สุดเป็นลำดับที่ 1 จำนวนกว่า 85,395 เรื่อง หรือคิดเป็น 35.61% ของเรื่องที่มีการรับแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,255 ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานในด้านการป้องกันปราบปราม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอประชาชนพึงระมัดระวังการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อย่าเห็นแก่ของถูกแล้วรีบโอนเงิน โดยขอประนามการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ถือว่าเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ที่ผ่านมา บช.สอท. ยังคงเร่งปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย ไม่มีละเว้น เพื่อไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดยล่าสุดได้ทำการจับกุมแก๊งหลอกลวงเหยื่อส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง ทลายโกดังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อยู่ระหว่างขยายผลไปยังนายทุนจีนที่อยู่เบื้องหลัง

‘ทอ.’ เตรียมส่งเครื่องบิน 3 ลำ อพยพคนไทยในซูดาน กำหนดออกเดินทางจากกองบิน 6 ดอนเมืองคืนนี้

(25 เม.ย. 66) ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในสาธารณรัฐซูดาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบว่า กองทัพอากาศได้รับอนุมัติจากรัฐบาล ให้จัดเครื่องบินสนับสนุนการอพยพคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ

โดยคืนนี้ (25 เม.ย. 66) กองทัพอากาศจัดเครื่องบิน Airbus A340-500 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบิน C-130 จำนวน 2 ลำ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ คิง อับดุลาซิซ เมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นจุดนัดหมาย ที่กระทรวงการต่างประเทศได้ทำการอพยพคนไทยจากสาธารณรัฐซูดาน โดยทางบกและทางเรือ เพื่อรอเครื่องบินของกองทัพอากาศเดินทางไปรับ

‘โซเชียล’ ขุด!! ‘ก้าวไกล’ อ้าง ‘บิ๊กตู่’ ปัดตกทุก กม. เงิบ!! นายกฯ อยู่ฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ

เรียกว่าตอนนี้เวทีดีเบตที่พรรคก้าวไกลไปขึ้น ร่ายวาทกรรมอำพรางได้อย่างเมามัน ชาวบ้านไม่รู้ทัน ก็มองว่าวาทกรรมที่แสนสะใจเหล่านั้น ล้วนเป็นเรื่องจริง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นพูดบนเวทีหนึ่งว่า...

"พรรคก้าวไกลตั้งแต่สมัยยังเป็นพรรคอนาคตใหม่เสนอกฏหมายอะไรผ่านสภา พลเอกประยุทธ์ ก็ปัดตกหมด"

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้มีการออกมาเปิดเผยกันในโลกโซเชียลว่า…

‘ด่านบกกานฉีเหมาตู’ รายงานการค้าปี 2023 ‘จีน – มองโกเลีย’ ยอดสินค้าพุ่ง 10 ล้านตัน ทะลุเป้าเร็วกว่าปี 2022 เกือบ 4 เดือน!!

(25 เม.ย. 66) สำนักข่าวซินหัว, ฮูฮอต รายงานว่า หน่วยงานบริหารด่านบกกานฉีเหมาตู ซึ่งเป็นด่านทางหลวงขนาดใหญ่ที่สุดบนพรมแดนจีนและมองโกเลีย รายงานปริมาณการค้าระหว่างสองประเทศผ่านด่านบกกานฉีเหมาตู ในปีนี้ได้สูงเกิน 10 ล้านตันแล้ว

รายงานระบุว่าด่านบกกานฉีเหมาตู ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน ได้จัดการสินค้าราว 10.02 ล้านตัน ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 22 เม.ย.66 หรือคิดเฉลี่ยอยู่ที่ 112,600 ตันต่อวัน

ทั้งนี้ ด่านบกกานฉีเหมาตูเป็นด่านทางหลวงแห่งแรกของมองโกเลียใน ที่มีปริมาณการค้าสินค้าสูงถึง 10 ล้านตันในปี 2023 ซึ่งบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าปี 2022 เกือบ 4 เดือน

ด่านบกกานฉีเหมาตูมุ่งมั่นเพิ่มประสิทธิภาพพิธีการศุลกากร ด้วยการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ขณะเป็นช่องทางนำเข้าพลังงานที่สำคัญของจีน และศูนย์กลางสำคัญของระเบียงเศรษฐกิจจีน – มองโกเลีย – รัสเซีย


ที่มา : https://www.xinhuathai.com/china/353900_20230425

สมาคมแม่บ้านตำรวจมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจอย่างต่อเนื่อง ปีนี้มอบกว่า 2,200 ทุน รวมเป็นเงิน 6,950,000 บาท...

วันนี้ (25 เม.ย.66) สมาคมแม่บ้านตำรวจ โดย คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้บุตรข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2566 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ซึ่งในครั้งนี้เป็นการมอบทุนการศึกษา 2 ประเภท คือ 1)ทุนการศึกษาสำหรับบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 7 ทุน ๆ ละ 50,000 บาท 2) ทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตํารวจที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 2,200 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท รวมทั้งสิ้น 2,207 ทุน รวมเป็นเงิน 6,950,000  บาท 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้โอวาทแก่ผู้รับทุนการศึกษา โดยกล่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือ ส่งเสริมการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ และขอแสดงความขอบคุณไปยังข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ การมอบทุนในครั้งนี้ เป็นการเชิดชูเกียรติยศของตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และเป็นการส่งมอบกำลังใจให้กับครอบครัว ในฐานะข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี สำหรับการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีขาดแคลนทุนทรัพย์นั้น ถือว่าเป็นการจัดสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวตำรวจ เพื่อให้มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ตนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญด้านสวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นด้านที่พักอาศัย การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ตลอดจนให้นโยบายผู้บังคับบัญชาให้เข้าไปช่วยเหลือและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย

ด้าน คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมฯได้สนองนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านการส่งเสริมสวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือตำรวจชั้นผู้น้อยที่เป็นกำลังพลส่วนใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ยังมีทุนการศึกษาอีก 2 ประเภท คือ ทุนต่อเนื่องระดับอนุปริญญา หรือสายวิชาชีพ และทุนต่อเนื่องในระดับอุดมศึกษา ที่ได้สานต่อนโยบายของ คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธุ์ อดีตนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งทางสมาคมจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์การรับทุนในลำดับต่อไป 

นอกจากนี้ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนเงินทุนจากมูลนิธิสงเคราะห์ข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ที่เห็นคุณค่าของการศึกษา และมอบเงินสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจด้วย ซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจอย่างมากสำหรับข้าราชการตำรวจ

รองหัวหน้า ‘ชทพ.’ ลุยช่วย ‘ปู้ ประวิทย์’ หาเสียง ชูนโยบาย ‘ว้าวไทยแลนด์’ อ้อน!! ขออาสาพัฒนาอยุธยา

รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินตลาดเสนา ช่วย ปู้-ประวิทย์ เจ้าตัวลั่น พร้อมพัฒนาอยุธยา ขอปักธง

(24 เม.ย. 66) ที่จ. พระนครศรีอยุธยา นายกนก วงษ์ตระหง่าน และ นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลงพื้นที่ตลาดเสนาอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วย นายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนา พระนครศรีอยุธยา เขต 5 เบอร์ 12 หาเสียง ด้วยการเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัว พบปะพี่น้องประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดรวมถึงพ่อค้าแม่ค้า เพื่อขอคะแนนเสียงให้เลือกนายประวิทย์ เบอร์12 และพรรคชาติไทยพัฒนา เบอร์ 18

นายประวิทย์ กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนามาแนะนำนโยบายว้าวไทยแลนด์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหา จากพี่น้องประชาชนแล้ว ก็ได้นำเสนอเพื่อปรับเป็นนโยบายพรรค โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายคนเห็นว่าเศรษฐกิจในพื้นที่อยุธยาเขตห้านี้ยังไม่โตเท่ากับจังหวัดสุพรรณบุรี เพิ่งถือเป็นเมืองหลวงของพรรคชาติไทยพัฒนา ตนจึงมีความตั้งใจอยากจะเข้ามาพัฒนาพื้นที่เขต 5 อยุธยา ให้เหมือนกับจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่นี้ จึงอยากขอคะแนนให้พรรคชาติไทยพัฒนาได้ปักธง

‘บิ๊กตู่’ เผย ‘ครม.’ เคาะช่วยค่าไฟ 1 เดือนหน้าร้อน 500 หน่วย 150 บาท หวั่น!! พรรคการเมืองหาเสียงประชันลดราคา ชี้!! มีรายละเอียดเยอะ

‘บิ๊กตู่’ เผย ครม.ถกนานกว่าชั่วโมง เคาะช่วยค่าไฟ 1 เดือนหน้าร้อน 500 หน่วย 150 บาท ห่วงพรรคการเมืองหาเสียงลดเท่านั้นเท่านี้ วอนดูข้อเท็จจริงไส้ในมีรายละเอียดเยอะ ยันรัฐช่วยอย่างเป็นธรรมทุกภาคส่วน

(25 เม.ย. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การประชุมวันนี้มีเรื่องพิจารณาน้อย หากมีเรื่องการใช้งบประมาณจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในช่วงเลือกตั้ง ที่จะต้องใช้งบกลาง ซึ่งทุกคนอยากทราบว่ารัฐบาลดูแลเรื่องพลังงานช่วงนี้หรือเปล่า และดูแลมาอย่างไร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาต้องย้อนกลับไปเรื่องการดูแลอยู่ที่ 150 หน่วยอย่างไร 300 หน่วยอย่างไร และวันนี้เพิ่มเป็น 500 หน่วย 150 บาท ไปเพิ่มให้เขา ซึ่งความเป็นมาในเรื่องของพลังงานมีรายละเอียดเยอะมีปลีกย่อยอีกมากมาย ในส่วนพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน ก็อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างทั้งสิ้น ไม่ได้ไปใช้จ่ายตรงนั้นมาบวกลบตรงนี้มันคนละเรื่องกัน เป็นการเตรียมการสู่อนาคตเดี๋ยวจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม รวมความไปถึงส่วนคณะกรรมการกำกับนโยบายพลังงานด้วย

"ขอให้ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราพยายามจะทำให้ดีที่สุด ก็เป็นข้อกังวลเหมือนกันกรณีที่มีการไปหาเสียงต่างๆ ว่าจะลดลงเท่านั้นเท่านี้ ถ้ามาดูไส้ในแล้วจะรู้ว่ามีรายละเอียดมากมาย มีทั้งเหตุผลและความจำเป็น สิ่งสำคัญที่สุดเราพยายามที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางด้านรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ฉะนั้น ที่มีการพูดถึงสิ่งที่เราอนุมัติไป 2 งวดทำให้เกิดภาระ ซึ่งจริงๆ แล้วยังไม่ได้สร้างเลย เป็นการอนุมัติไว้เฉยๆ และที่บอกว่าเกินไป 50 - 60% ไม่ใช่ตัวเลขนั้นหรอก ฉะนั้นต้องเข้าใจกัน อย่าไปหาเสียงทำให้เกิดความตื่นตระหนก หรือไม่เข้าใจ หรือทำให้การบริหารมันทำไม่ได้ รายละเอียดปลีกย่อยเดี๋ยวเขาจะมีการชี้แจงเพิ่มเติม เมื่อกี้ใน ครม.ได้คุยกันเป็นชั่วโมงก็เข้าใจกันดีในขั้นต้นและเห็นชอบในการที่จะอนุมัติเพิ่มเติมให้ 150 บาทต่อ 500 หน่วย เพิ่มขึ้น ซึ่งวันนี้ค่าเฉลี่ยทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านอุตสาหกรรมและประชาชนก็เท่ากัน เดิมเสียสละมาเป็น 5 บาท อะไรทำนองนี้ ตอนนี้ก็ลดลงมา ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นภาระของภาคอุตสาหกรรม แต่เราก็ดูแลหมด การดูแลคนส่วนใหญ่มันลำบากเหมือนกัน แต่ละประเภทมีคนจำนวนเท่าไหร่ๆก็มุ่งเป้าตรงนี้ว่าจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการช่วยเหลือค่าไฟใช้งบประมาณเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้คิดของเดิมที่ใช้จ่ายไปแล้วแสนกว่าล้าน ลดภาษีบ้างอะไร วันนี้ก็ใช้มาอีก 3,500 ล้านบาท ถ้าใช้ต่อไปอีก ทั้งหมดน่าจะประมาณหมื่นกว่าล้านบาท เมื่อถามว่า จะดูแลประมาณกี่เดือน และส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ผ่าน ครม.แล้วก็ต้องนำส่งให้ กกต.พิจารณา ซึ่งสถานการณ์ค่าพลังงานยังไม่แน่นอน ขึ้นๆ ลงๆ อยู่แบบนี้มาโดยตลอด ฉะนั้น ต้องดูว่าจะทำอย่างไร ก็แก้ปัญหาไป แต่ปัญหาของเรางบประมาณจำกัดพอสมควรเหมือนกัน หนี้สินเก่าจากการลดนู่นนี่ให้เขาก็มีอยู่ เพราะเป็นการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจด้วย ขอยืนยันรัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมทุกภาคส่วนที่มีการร่วมกันในการบริหารจัดการพลังงาน เพราะรัฐบาลไม่สามารถที่จะลงทุนทั้งหมดได้ เอกชนได้มาร่วมลงทุนด้วย แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายกติกาที่มีอยู่ทุกประการ สิ่งใดที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นปัญหาทางกฎหมายได้ให้กระทรวงพลังงานส่งสัญญาต่างๆ ไปให้กรมอัยการได้พิจารณาดูแล้ว ในขณะนี้ได้รับรายงานอย่างนั้น ว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมเพราะหลายสัญญาทำมานานพอสมควร

‘คำผกา' ฟาด!! ‘ก้าวไกล’ เร่งปฏิรูปกองทัพโดยเร็ว แค่คำโกหก หลอกประชาชน โกยคะแนนไปวันๆ

(25 เม.ย.66) นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ ‘คำ ผกา’ หรือ ‘แขก’ พิธีกรชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Lakkana Punwichai ว่า... 

คนที่สนับสนุนเพื่อไทย เขารู้เหมือนคนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลนั่นแหละค่ะว่า การรัฐประหารมีปัญหา กองทัพมีปัญหา ความสัมพันธ์ของสถาบันทางเมืองสำคัญๆบิดเบี้ยวจากหลักการ ปชต. แต่เขาเลือกพรรคเพื่อไทยด้วยเห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่หลอกลวงเราว่าเรื่องไหนทำได้เลย เรื่องไหนยังทำไม่ได้

และเหตุที่เราไม่เลือกก้าวไกลเพราะเรารู้ทันว่า เขาปลุกเร้าคนให้เชื่อว่าเขาจะมา ‘ล้มล้างต้นตอปัญหา’ ที่เพื่อไทยไม่กล้าแตะ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่า มันทำไม่ได้ เช่น…

เป็นไปไม่ได้ที่จะออกกฎหมายห้ามรัฐประหาร ในแง่กฎหมาย เหมือนออกกฎหมายฆ่าคน เรามีกฎหมายก็จริง แต่คนจะฆ่า มันก็ฆ่า เช่นกัน คนทำ รปห. ทำเสร็จยึดอำนาจได้ ก็แค่นิรโทษกรรมตัวเอง

สิ่งที่ทำได้ คือ พยายามพูดเรื่องลบล้างผลพวงรัฐประหาร การสร้างวัฒนธรรมธิปไตยให้ ปชช. หวงแหนประชาธิปไตย!

การปฏิรูปกองทัพเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ ในรัฐบาลสมัยเดียว มันต้องค่อยๆ ทำให้รัฐบาลเลือกตั้งเข้มแข้งขึ้นเรื่อยๆ

ที่พูดๆกันว่าจะทำให้สำเร็จในเร็ววัน มันไม่ได้แน่ การเมืองการเลือกตั้งต้องเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพราะมันเรื่องใหญ่ ใครที่อ้างว่าทำได้ในเร็ววันคือโกหก หลอกลวง!!

การเมืองไม่ใช่เรื่องความเท่ แต่เป็นเรื่องชีวิต!

แขกเคารพพรรคเพื่อไทย แม้จะมีข้อบกพร่องหลายอย่าง แต่เขาไม่เอาชีวิตของประชาชนมาทำให้เป็นเรื่องเล่นๆ หลอกเอาคะแนนไปวันๆ โดยไม่รับผิดชอบ


ที่มา: https://www.thaipost.net/x-cite-news/365894/ 

'แจ็ค หม่า' หวนคืนบทบาท 'ครู' อีกครั้ง ตั้งใจอุทิศตนเพื่องานสังคมในวัย 58

แม้จะเคยทำงานมาหลายอาชีพ ทั้งงานบริการ รับจ้างทั่วไป เป็นไกด์ท้องถิ่น กว่าจะก่อตั้งธุรกิจ E-Commerce ระดับหมื่นล้านได้สำเร็จ เป็นมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของโลก แต่มีอยู่อาชีพหนึ่งที่ แจ็ค หม่า รักมาก และพูดถึงเสมอ นั่นก็คือการเป็น 'ครู'

หลังจากห่างหายจากบรรยากาศหน้าชั้น กระดานดำมาเนิ่นนาน วันนี้ แจ็ค หม่า ตอบรับงานสอนเต็มตัวอีกครั้ง ในฐานะศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ให้กับ University of Hong Kong (HKU) หนึ่งในสุดยอดมหาวิทยาลัยด้านบริหารธุรกิจติดอันดับโลก เรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ทาง HKU เคยมอบเกียรติบัตรสังคมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตให้กับแจ็ค หม่า มาแล้ว เพื่อเป็นเกียรติกับเขาที่สร้างผลงานอันโดดเด่นในวงการธุรกิจ E-commerce ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจในระดับมหภาค แม้ว่าตัวแจ็ค หม่า จะไม่เคยเรียนสาขาเทคโนโลยี หรือ ไอที มาก่อนก็ตาม 

และนอกจาก HKU แล้ว แจ็ค หม่า ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณทิตจากอีกหลายสถาบันทั่วโลก อาทิ Tel Aviv University ของอิสราเอล, National Taiwan Normal University หรือ De La Salle University ที่ฟิลิปปินส์ ฯลฯ 

หากรวมทั้งคุณวุฒิ และ ประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับ แจ็ค หม่า ที่จะหางานสอน หรือจัดอบรม เปิดเวทีสัมมนาด้านธุรกิจร่วมกับสถาบันการศึกษาที่ไหนสักแห่ง ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปาก 

แต่ด้วยนโยบายการกวาดล้างธุรกิจ Fintech ของรัฐบาลปักกิ่ง ที่กระทบกับแผนการนำ Ant Group เข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้แจ็ค หม่า ต้องลดบทบาทในฐานะผู้บริหาร Alibaba ลงตั้งแต่ปี 2020 และ งดออกสื่อนานเกือบ 3 ปี และเพิ่งมีข่าวว่าได้เดินทางกลับสู่ประเทศจีนแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมทีผ่านมา หลังจากที่เขาใช้เวลาเก็บตัวเงียบๆ ในต่างประเทศนานนับปี 

และทันทีที่แจ็ค หม่า ปรากฏตัวออกสื่อ ทางมหาวิทยาลัยแห่งฮ่องกง ได้ส่งจดหมายเสนอตำแหน่งทางวิชาการ เชิญแจ็ค หม่า มาเป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ทันที ซึ่ง แจ็ค หม่า ได้ตอบตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

โดยเบื้องต้นจะรับงานในตำแหน่ง 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษาภาคฤดูใบไม้ผลิ 1 เมษายนปีนี้ จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2026 ซึ่งเขาขอเน้นงานศึกษาวิจัยด้านการเงิน การเกษตร และ นวัตกรรมองค์กร แต่ยังไม่มีแผนว่าจะมีการจัดสัมมนา หรือกล่าวสุนทรพจน์ออกงานสาธารณะหรือไม่ 

โฆษกของสถาบัน HKU กล่าวต้อนรับการมาของศาสตราจารย์แจ็ค หม่า และเชื่อมั่นในประสบการณ์ ความรู้ลึก รู้จริง ในการพัฒนาธุรกิจด้านนวัตกรรม ที่โดดเด่น หาตัวจับยากของเขา อีกทั้ง บนหน้าเว็บไซท์ของ ภาควิชาบริหารธุรกิจของสถาบัน ได้ขึ้นรูปโปรไฟล์ของ แจ็ค หม่า ไว้แล้วในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและกลยุทธ์

'ดร.หิมาลัย' แชร์คลิป คนไร้บ้านสหรัฐฯ ตอกย้ำปณิธานลุงตู่ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" มุ่งลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม

(25 เม.ย.66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แชร์คลิปคนไร้บ้านในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ใช้ชีวิตริมถนนและมีสภาพเหมือนกับซอมบี้ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก อย่างสหรัฐ อเมริกา ที่ประสบปัญหาคนไร้บ้านพุ่งทะยานไม่หยุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยมีสาเหตุมาจากราคาที่อยู่อาศัยที่สูงลิ่วสวนทางกับค่าแรงในระดับต่ำ ประกอบกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

หากใครได้มีโอกาสไปเยือนเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐ อเมริกา หรือ ดูในสื่ออินเทอร์เน็ตที่มีการแชร์กันในขณะนี้ จะเห็นคนไร้บ้านออกมาใช้ชีวิต - กิน - นอน ริมถนนจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลจากความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้ รวมไปถึงผลข้างเคียงของยาเสพติด ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมทำให้คนหันไปใช้ยาเสพติด และทำให้เกิดปัญหาในสังคมเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ยกตัวเองว่าเป็น มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นผู้นำทางด้านประชาธิปไตยที่เน้นความเท่าเทียมกันในสังคม ยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมเช่นเดียวกัน

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ที่มีคนบางกลุ่มพยายามด้อยค่าประเทศตัวเอง ยกตัวอย่างประเทศอื่นๆ ว่ามีสวัสดิการที่ดีกว่า ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาพของคนไร้บ้านที่พบเห็นได้ทั่วไปในสหรัฐฯ กลับพบเห็นน้อยมากในประเทศไทย แม้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จะยังคงมีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งเป็นความจริงที่ยากปฏิเสธ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top