Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

'เจี๊ยบ เลียบด่วน' แชร์ประสบการณ์ถึงชายชอบขยายสาขา ถ้าไม่อยากให้ลูกมองคุณเป็นผู้ชายกากๆ คนนึง 'ก็เลิกซะ'

(25 เม.ย.66) เพจ 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' โพสต์ข้อความเตือนสติสังคมที่วันนี้หลายคนกำลังวนเวียนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการหย่าร้าง นอกใจ ที่เพิ่มมากขึ้น ระบุว่า...

เนื่องจากเมื่อวานมีข่าว คนดัง หย่ากัน เพราะมีมือที่ 3 ก็มีหลายคนบอกว่า เอาที่เขียนเรื่อง ครอบครัวเจี๊ยบมาลงอีกทีสิ พอดีโพสต์นั้นมันมีเรื่องบอล มีข่าวอื่นด้วย วันนี้ก็เลยตัดให้เหลือแค่เรื่องการที่พ่อแม่เลิกกัน 

ถ้าที่ผมเขียนไป มันช่วยให้ครอบครัว สักครอบครัว ไม่ต้องแตกสลาย หรือให้ คุณพ่อ หรือ คุณผัว ใครสักคน อ่านแล้วคิดได้ เลือกทางที่ถูกได้ แม่งก็โคตรคุ้มที่เขียนแล้วครับ ☺ 

พ่อแม่ผมหย่ากัน ตอนเค้าแก่ๆ กันแล้ว สัก 50 กว่าๆ เพราะพ่อกูเค้าดันเสือกคิดจะขยายสาขาตอนแก่ 55555 

บอกเลยช่วงนั้นบ้านยังกะนรก แม่กูมีอยู่สองกิจกรรม ออกตามล่าหาความจริงของพ่อกะกิ๊ก และ กลับมาบ้านร้องไห้ หลับ ตื่นมาร้องไห้และตามล่าต่อ วนลูปอยู่แบบนั้น เหมือนแม่โดนผีสิง😈 

กูเนี่ย ตอนนั้นกำลังวัยรุ่น 5555 บอกตรงๆ ไม่อยากกลับบ้านเลย แต่ไม่กลับก็ไม่ได้ ไม่มีใครอยู่กะแม่ เพราะพ่อไปอยู่สาขา 2 แล้ว นานๆ กลับมาที พวกกูลูกๆ ก็ไม่รู้ทำไง เครียดชิบหาย 

จนวันนึง ผี Hulk เข้าสิงแม่ยังไงไม่รู้ อยู่ดีๆ แม่ฮึดขึ้นมาขอหย่าเลย ไม่เอาแล้ว ไม่ทน

พ่อกูถึงแกจะห่วยแตกเรื่องนอกใจ แต่เรื่องเงินทองทรัพย์สิน ถือว่าแกยังแมนต๊อกกะต๋อยพอสมควร 

ตกลงกันได้ด้วยดี โดยพ่อแกไปแต่ตัวกะรถ 1 คัน บ้านที่ดินให้ลูกๆ กะแม่ และเงินเดือนครึ่งนึงทุกเดือน หักจากที่ทำงานพ่อเข้า บช.แม่เลย 

ตั้งแต่วันที่ไปตกลงหย่า พ่อกูก็ไม่เคยกลับมาบ้านนี้อีกเลย ไม่มีแม้แต่โทรมาหาลูก ว่าเป็นไงบ้าง 

แต่หย่ากันแล้วก็ต่างคนก็ดีขึ้นนะ
- แม่กูก็ได้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ต้องมาเครียด ตามล้างตามล่าเรื่องพ่อ เริ่มค้าขายเล็กๆ จนเปิดร้านได้
- พ่อก็จะได้แยกออกไปสร้างครอบครัวใหม่มีความสุขของเค้า
- ลูกๆ ก็ ไม่ต้องมาเครียดกะเรื่องพ่อไปไหน แม่ร้องไห้ทำไม 

ตอนนั้นถามว่าไม่มีพ่ออยู่ คิดถึงพ่อมั้ย

สำหรับกูมันหมดเลยนะ ความรัก ความภาคภูมิใจในตัวพ่อ ผิดหวังกะผช.คนนั้นชิบหาย

ฝันร้ายทุกคืน!! แต่ ไม่ได้ฝันร้ายที่พ่อไป กลายเป็นฝันร้ายว่าพ่อกลับมาบ้าน ขนาดสะดุ้งตื่นอ่ะคิดดู 555555 ไม่อยากให้บ้านกลับมาเป็นนรกแบบเดิมอีก 

จนตอนนี้พ่อแกโกอินเตอร์ไปแล้ว แต่ก็สารภาพว่า รักแกในฐานะพ่อนะ แต่ความเท่ ความเป็นไอดอล ความภาคภูมิใจในตัวพ่อ มันไม่มีอีกแล้ว ไปงานศพแก เหมือนไปงานศพญาติห่างๆ เสื้อขาวเนคไท ก็ซื้อเอาตามตลาดแถวนั้น น้ำตาไม่มีสักหยด กลับก่อนเผาจริงด้วยซ้ำ 

สุดท้าย ก็อยากบอกคุณ ผช. ที่ชอบบอกว่ารักลูก รักลูก แต่รู้มั้ยว่าวันที่คุณมีเมียน้อย คุณนอกใจ คุณกำลังทำร้ายแม่ของลูกคุณเอง เค้าเห็นแม่เค้าร้องไห้ ใจสลายเพราะคุณ 

ลูกๆ เค้าอาจดูเหมือนยังรักคุณ แต่ในฐานะผู้ให้กำเนิดเท่านั้นแหละ แต่ในใจลูกคุณ อาจเป็นอย่างผมก็ได้ ที่หมดความภูมิใจ ความเป็นไอดอล ความเท่ ความแมนของพ่อคนเดิม ไม่เหลืออีกเลย กลายเป็น ผช.ห่วยๆ ธรรมดาที่มีกลาดเกลื่อนในสังคม 

ผช.ที่ใช้กาเจี๊ยวคิดแทนสมอง ผช.ที่แพ้กามตัณหาของตัวเอง ผช.ที่ทรยศแม่ ทรยศลูกๆ ทรยศครอบครัวของตัวเอง แค่เพราะความ ง.

บางคนถึงกับเกลียด ขยะแขยง ไม่อยากเจอหน้า พ่อของตัวเองไปเลย 

คุณพ่อท่านใด ที่อ่านอยู่ตอนนี้ ที่ คิดจะนอกใจ คิดจะมีเมียน้อย คิดจะขยายสาขา...ก็คิดดูแล้วกันว่ามันคุ้มมั้ย!!! 

'อลงกรณ์' มั่นใจเกษตรกร 9 ล้านครัวเรือน สนับสนุน 'พรรคประชาธิปัตย์' ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้ว 4 ปีสร้างเงินกว่า 5 ล้านล้านบาทให้ประเทศและเกษตรกร

ชี้ไตรมาสแรกปีนี้จีดีพี.เกษตรโต5.5%สร้างเงินเกือบ2แสนล้านบาทเพราะราคาพืชผลเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์กล่าววันนี้ (25 เม.ย.) แสดงความเชื่อมั่นว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ 9 ล้านครัวเรือนทั้งประเทศจะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคขวัญใจเกษตรกรด้วยผลงานทำได้ไว ทำได้จริงที่พิสูจน์แล้ว4ปีที่ผ่านมาที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์” ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ให้ประเทศและเกษตรกรจากการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ กว่า 5  ล้านล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1.39 ล้านล้านบาท ทำให้ได้เปรียบดุลการค้าภาคส่งออกนำเข้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ 8.6 แสนล้านต่อปี แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน

‘นิพนธ์’ ขึ้นเวทีดีเบต ชู อัดฉีดเงิน 1 ล้านล้าน แก้วิกฤต ศก. มั่นใจ!! ‘ปชป.’ คว้าเก้าอี้ภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่งแน่นอน

นิพนธ์ ชู นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ อัดฉีดเงินเข้าระบบฯ ทันที 1 ล้านล้านบาท ยกช่วงวิกฤตโควิด จุรินทร์ นั่งพาณิชย์ฯ โชว์ฝีมือเร่งส่งออกกว่า 10 ล้านล้านบาท ชี้ ปัญหาชายแดนใต้ต้องจบที่การพูดคุยเจรจา ย้ำ นโยบายสวัสดิการปัจจุบันล้วนมาจากประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 บนเวที BIG DEBATE ซึ่งจัดโดยช่อง 7HD และเทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ในรายการ วันเลือกตั้ง 66 #วาระคนไทย BIG DEBATE ตามติดสนามเลือกตั้งภาคใต้

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ จาก 8 พรรคการเมือง ที่มาประชันวิสัยทัศน์ แสดงจุดยืนและนำนโยบายมาประชันกัน ณ สวนสาธารณะเมืองสงขลา โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวในเวที BIG DEBATE ว่า วันนี้ประชาธิปัตย์มีนโยบายเติมเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากที่เกิดวิกฤตโควิดมา 3 ปี สิ่งที่ประชาธิปัตย์ประกาศสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ โดยการสร้างเงินนั่นคือ การที่ประชาธิปัตย์จะอัดฉีดเงิน 1 ล้านล้านบาท เข้าระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยอัดฉีดเงินเข้าในหมู่บ้าน ชุมชนละ 2 ล้านบาท

ตามด้วยนโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์ม ข้าว มันสำปะหลังและข้าวโพด ถ้าไม่มีนโยบายประกันรายได้ ถ้าราคายางลงมาเหลือ 30 บาท เกษตรกรก็จะได้เพียง 30 บาทเท่านั้น แต่ถ้ามีการประกันรายได้ เวลาน้ำยางเหลือ 30 บาท พี่น้องจะได้ส่วนต่างอีก 27 บาท รวมเป็น 57 บาท และราคาปาล์มก็เช่นกัน นี่คือการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ 

ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา อย่างอื่นเสียหายหมด เครื่องจักรทุกตัวเสียหายหมด เหลืออยู่อย่างเดียวนั่นคือ การส่งออก ปี 2565 เรามีการส่งออกประมาณ 10 ล้านล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ดูแลโดยท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สร้างเงินให้ทั้งประเทศ รวมถึงอัดฉีดให้มีเงินกองทุน เอสเอ็มอี ถ้ามีแต้มต่อ เราจะอัดฉีดเงินให้แก่ SME อีก 300,000 ล้านบาท นี่คือการเติมเงิน เติมเลือดเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจ

ดังนั้น เรื่องสร้างเงินให้ประชาชนและประเทศ ประชาธิปัตย์ได้เตรียมไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งการไปเจรจา FTA กับต่างประเทศ ซึ่งไม่เคยมีมาหลายสิบปี ประชาธิปัตย์ไปเปิดเวที ไปเปิดการเจรจากัน และเราจะเชื่อมโยงกับต่างประเทศอีก ราว 27-30 ประเทศ และจะสามารถขยายการส่งออกสินค้าอีกมาก เพราะฉะนั้น นี่คือการสร้างเงินให้กับประเทศ และหากส่งออกมากเท่าไหร่ เราก็จะเก็บภาษีคืนมาได้มากเท่านั้น ประชาธิปัตย์จึงคิดนโยบายเรื่องของการเติมเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจขึ้น

นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ซึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา จะทำหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินในระดับนานาชาติ และเราจะมีกฏหมายพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินมาอยู่ที่หาดใหญ่ ทำเหมือนกับสิงคโปร์ ฮ่องกง และลาบวนของมาเลเซีย

สำหรับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ประชาธิปัตย์ประกาศชัดเจนว่า ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ถึงเวลาที่จะต้องทำสันติภาพให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อนำไปสู่สันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ คำว่า ‘สันติภาพ’ คือ บัดนี้เราต้องเลิกราฆ่าฟันกัน หยุดเหตุการณ์ที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิต เราสูญเสียชีวิตไปแล้ว 7,000 กว่าราย บาดเจ็บนับหมื่น งบประมาณจากปี 47 ที่มีการปล้นปืน จนถึงปัจจุบัน 500,000 กว่าล้านแล้ว เราถมไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เพราะปัญหาคือ เราต้องทำให้เกิดสันติภาพก่อน ถ้าเกิดสันติภาพ สันติสุขก็จะเกิด ประชาธิปัตย์จึงมีความมั่นใจว่า การพูดคุยกับกลุ่มคนที่เห็นต่างมันมีความจำเป็น ไม่มีสงครามไหนจะเอาชนะกันได้ด้วยอาวุธ

นอกจากการพูดคุยการเจรจากัน เพื่อหนทางสู่สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เรามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง นั่นคือ การแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ ประชาธิปัตย์คิดเรื่องนี้มาอย่างเป็นระบบ เราจัดการเรื่องการศึกษา เราใช้เวลาช่วงนี้จัดการศึกษา จนทุกจังหวัดในพื้นที่ชายแดนให้มีมหาวิทยาลัยหมดแล้ว บัดนี้ ปัญหาคือทำอย่างไร ให้ผู้ที่จบการศึกษา สามารถทำงานที่นี่ มีงานทำที่นี่ได้ โดยไม่ต้องทิ้งบ้านทิ้งเมือง หรือทิ้งพ่อแม่ไว้ข้างหลัง ดังนั้น จึงต้องสร้างงานให้เขาทำ นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์จะเดินหน้าสร้างอาชีพ

‘บิ๊กตู่’ เผย กำลังหารือ กกต. แก้ ‘ไฟฟ้า-ประปาแพง’ ขออย่าโยงเป็นประเด็นการเมือง ชี้!! มันคนละเรื่องกัน

(25 เม.ย.66) ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาการประชุมถึง  11 คน ได้แก่ 
1.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 
2.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 
3.นายอาคม เติมพิทยาไพสิ รมว.คลัง  
4.นายวราวุธ  ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา 
6.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์
7.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย
8.นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข 
9.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 
10.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 
11.นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ 

‘สกลธี’ เผย ‘พปชร.’ ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม. หนุน ประชาชนออกกำลังกาย ลดโรค-สร้างสุขภาพที่ดี

( 25 เม.ย. 66) นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ร่วมกับ ‘อ้น’ น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขต 15 (คันนายาว-บึงกุ่ม) หมายเลข 8 เพื่อพบปะประชาชน โดย น.ส.ณิรินทร์ กล่าวว่า สวนเสรีไทยนี้ เป็นหนึ่งในสวนตัวอย่างของ กทม.ที่ไม่ต้องมีขนาดใหญ่มาก แต่เข้าถึงง่าย ใกล้กับหมู่บ้าน แหล่งชุมชน ผู้สูงอายุสามารถเดินออกกำลังรอบสวนได้ มีความปลอดภัยเพราะมี รปภ.ดูแลตลอด ตนจึงอยากให้มีการสร้างสวนแบบนี้เพิ่มขึ้นอีกหลาย ๆ แห่งใน กทม.

นายสกลธี กล่าวว่า เป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม.โดยเฉพาะการสร้างสวนขนาดเล็ก ที่ประชาชนสามารถเดินถึงได้ภายใน 15 นาที แต่งบประมาณของท้องถิ่นอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ พรรคพลังประชารัฐจึงจะตั้งกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาทขึ้น เพื่อมาช่วยท้องถิ่นพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรค

'ชาย' สวน 'ช่อ' มีสามนิ้วเผาพระบรมฉายาลักษณ์ผิด 112 'ช่อ' บอก "ไม่มี" แถมโห่ใส่เมื่อบอกว่ารู้ข่าวจาก TOP NEWS

(25 เม.ย.66) นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ดำเนินรายการช่อง TOP NEWS ได้โพสต์ข้อความหลัง ช่อ พรรณิการ์ วานิช โต้เถียงกับชายผู้หนึ่งเกี่ยวกับความผิด ม.112 ระบุว่า...

“ไปดูข่าวท็อปนิวส์”

พี่ ผช. คนหนึ่ง เถียงกับ 'ช่อ' ว่ามีสามนิ้วไปเผาพระบรมฉายาลักษณ์ จึงโดน 112 มีความผิด ถูกดำเนินคดี ถ้าแค่วิจารณ์รัฐบาลทำได้เลย ไม่มีใครว่า

'ช่อ' เสียงดัง และมีพวกมากกว่า พูดข่มว่า "ไม่มี" เผาพระบรมฉายาลักษณ์ ก็โดนเผาทรัพย์ ไม่ใช่ 112

พี่ ผช. บอก “ไปดูข่าวท็อปนิวส์”

แล้วช่อและสาวก ก็บูลลี่ ด้วยการโห่ฮาป่า

‘อ.ประมวล’ แนะวิธีคิด ‘หากแฟนไปมีคนใหม่’ ให้มองสิ่งดีๆ ที่มีร่วมกันและขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียน

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ ‘june.s14’ ได้โพสต์วิดีโอของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ หรือที่รู้จักกันในนาม ปราชญ์ปักษ์ใต้ ที่ได้พูดถึงในหัวข้อ ‘เมื่อแฟนไปมีคนใหม่’ โดยอาจารย์ได้ยกตัวอย่างจากเรื่องที่เคยพบเจอกับตัวเอง ว่า…

สมัยสอนปริญญาโท ก็มีลูกศิษย์ชายหญิงมาเรียนด้วยกัน อาจารย์จำได้ว่าทั้งสองเคยเรียนกับตัวเองสมัยปริญญาตรี ก็รู้กันดีว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน พอเห็นมาเรียนป.โทด้วยกันอีก อาจารย์ก็แซวว่าสงสัยจะแต่งงานกันตอนเรียน ป.โทนี่แหละ 

หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนก็พาลูกศิษย์ผู้หญิงมาหาอาจารย์ พร้อมกับเล่าว่า ลูกศิษย์ผู้ชายทิ้งไปมีผู้หญิงใหม่แล้ว เมื่ออาจารย์ฟังเสร็จก็ไม่รู้จะทำยังไงดี แต่รู้สึกเจ็บปวดนะ เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ เห็นเขาร้องไห้ก็เศร้าไปด้วย จึงได้ตัดสินใจกอดปลอบลูกศิษย์ไป

หลังจากกอดปลอบไปแล้ว ลูกศิษย์ผู้หญิงก็เลิกร้องไห้ แล้วก็ขอตัวกลับไป หลังเหตุการณ์นั้นผ่านไป อาจารย์ก็ได้มีโอกาสเจอลูกศิษย์ผู้หญิงและพูดคุยกัน ลูกศิษย์ผู้หญิงขอบคุณอาจารย์ที่กอดปลอบในครั้งนั้น และขอคำแนะนำจากอาจารย์ประมวล

อาจารย์ประมวลจึงแนะนำไปว่า “อย่ารู้สึกโกรธเคืองแฟน แต่ให้รู้สึกขอบคุณที่เขานำเอาข่าวสารอันประเสริฐ นั่นก็คือ ความหมายของความรักอันงดงามมามอบให้ จงรับอันนี้ไว้ แม้เขาจะจากไป แต่ก็ขอให้มีจิตที่รู้สึกดีกับเขา หรือหากอำนวยอวยพรเป็นถ้อยคำวาจาได้ ก็จงอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต ให้เขามีความสุขในการครองชีวิตคู่ ถ้าทำความดีใดใดแล้วอยากแบ่งปันให้ผู้อื่น ก็ให้นึกถึงเขาเป็นคนแรก”

หลังจากได้คำแนะนำของอาจารย์ไปแล้ว ลูกศิษย์ผู้หญิงก็รับปากจะปฏิบัติตาม

เวลาผ่านไปได้ปีกว่าๆ ลูกศิษย์ผู้ชายก็โทรมาหาอาจารย์และขอนัดอาจารย์รับประทานอาหาร เมื่อถึงวันนัดอาจารย์ก็ไปร้านที่ตกลงกันไว้ แต่เนื่องด้วยวันนั้นฝนตกหนัก จึงทำให้อาจารย์ได้เห็นว่า ลูกศิษย์ชายหญิงทั้งสองคนเดินมาด้วยกัน โดยลูกศิษย์ผู้ชายกางร่ม เดินโอบลูกศิษย์ผู้หญิงเข้ามา ภาพที่เห็นสื่อได้ถึงความรักใคร่ดูแลกันและกัน เห็นแล้วอิ่มอกอิ่มใจ

ชาวเน็ตฟาด ‘ณวัฒน์’ เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น หลังสั่งสอน ‘เฌอเอม’ จนน้ำตาร่วง เหตุปฏิเสธดูดวงเพราะนับถือคริสต์

(25 เม.ย. 66) เรียกว่ามีดรามารายวันเลยก็ว่าได้ สำหรับเวทีประกวด ‘Miss Grand Thailand 2023’ เมื่อ ‘เฌอเอม’ น.ส.ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์จังหวัดลำพูน ปฏิเสธการดูดวงพร้อมขอวางไมค์ จนทำให้ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล บอสใหญ่ร่ายยาวสั่งสอน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากบรรดาแฟนนางงาม

โดย เฌอเอม กล่าวว่า “เอมลำบากใจมากเลยค่ะ คือเอมไม่สะดวกเลย เอมเป็นคริสต์ค่ะ”

จากนั้น ณวัฒน์ ได้ตอบว่า “จะสอนให้ฟังว่า การอยู่ร่วมกันในสังคม มันคือความหลากหลาย การยึดติดในบางสิ่งจะเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของเรา พี่ดูดวงให้ตอนนี้ได้เลย เพราะว่างานศิลปินเป็นงานที่ต้องใช้ศาสตร์ครบสูตร... คนที่ฉลาดเท่านั้นถึงจะอยู่กับคนทุกประเภทได้ เพราะฉะนั้น เฌอเอมต้องคิดให้ดี ถ้าเฌอเอมไม่ยอมอยู่กับคนทุกประเภท เฌอเอมจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ... และศาสนาก็เป็นเพียงรสนิยม ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่จิตใจ แล้วก็ไม่ใช่หน่อเนื้อ เราเกิดขึ้นได้ โตขึ้นได้ เพราะชีวิตเรา มันไม่มีใครให้ชีวิต พระเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระอัลเลาะห์ก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต คนที่ให้ชีวิตเราคือพ่อกับแม่.... พี่เป็นคนพูดตรง”

ขณะที่เฌอเอมน้ำตาร่วงพร้อมบอกว่า “ขอพูดสักครั้งได้ไหมคะ? เพราะหนูว่า หนูจะไม่มีโอกาสพูดแล้ว” ขณะที่ณวัฒน์บอกว่า “ไม่ พี่พูดให้ฟังแบบนี้ พี่สอน! พี่เป็นเพียงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคยสอนคน ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรมแล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยเอามาสอนเฌอเอม”

‘สืบสวนนครบาล’ ทลาย ‘แก๊งคนจีน’ หลอกขายทองเก๊ให้คนรวย สารภาพได้แรงบันดาลใจต้มตุ๋นจากซีรีส์ดัง เสียหายกว่า 10 ล้าน

(25 เม.ย. 66) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./ หัวหน้า PCT ชุดที่ 5 นำทีมเจ้าหน้าที่ ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น.แถลงผลการสืบสวนติดตามจับกุมชาวจีน 6 ราย ได้แก่ Mr.Zhong Xiaocong อายุ 44 ปี, Mr.Li Xiaoyuan อายุ 45 ปี Mr.Zeng NanJing อายุ 54 ปี, Mr.Yang Cuiyuan อายุ 51 ปี, Mr.Zhu Zhihua อายุ 48 ปี และ Mr.Guo Xianyu อายุ 49 ปี ในข้อหา “ร่วมกันพยายามลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย และซ่องโจร” ที่หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พร้อมตรวจยึดของกลางกว่า 7 รายการ อาทิ ทองคำ (ปลอม) ลักษณะเป็นก้อน 179 ก้อน, ทองคำ (ปลอม) ลักษณะเป็นรูปปั้นเทวรูป 10 ชิ้น, ทองคำ (แท้) ลักษณะเป็นแผ่นบาง 2x1 ซม. 8 แผ่น สมุดสมาคมคนจีนในประเทศไทย 46 เล่ม บัตร ATM 24 ใบ โทรศัพท์มือถือ12 เครื่อง อุปกรณ์เลื่อยตัดทอง 1 ชุด

คดีนี้ ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของ บก.สส.บช.น.ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายชาวจีน สัญชาติไทย รายหนึ่ง ได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพชาวจีน ต้มตุ๋น หลอกขายทองคำ ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพทำทีว่า มีทองคำแท้จำนวนมาก ขุดเจอที่พระนครศรีอยุธยา นำมาขายให้กับผู้เสียหายในราคาถูก ซึ่งผู้เสียหายรายนี้หลงเชื่อ และเสียเงินให้กับกลุ่มมิจฉาชีพรายนี้ไปกว่า 500,000 บาท หลังจากกลุ่มมิจฉาชีพได้เงินแล้ว ก็ได้หายเข้ากลีบเมฆ ไม่สามารถติดต่อได้

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ได้ตระเวนเปิดแฟ้มคดี ที่กลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้เคยตระเวนหลอกลวงเหล่าผู้เสียหาย พบว่าลักษณะการก่อเหตุมีความแยบยลอย่างมืออาชีพ และมีลักษณะการทำงานเรียกได้ว่าเป็นระดับ ‘องค์กร’ ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มคนร้ายจะหาลายแทงของเหยื่อโดยการ ‘กางโพย’ คือสมุดรายชื่อตระกูลคนจีนในประเทศไทย ตั้งแต่เจ้าสัวตระกูลดัง จากนั้นจะไล่สืบประวัติและติดตามบุคคลเหล่านั้นกระทั่งได้ข้อมูลเบื้องต้น แล้วเริ่มเข้าสู่กระบวนการต้มตุ๋นด้วยการโทรศัพท์ไปพูดคุย โดยอ้างข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการไล่สืบประวัติมา จึงทำให้เหยื่อติดกับดัก หลงเชื่อ

ต่อมาเข้าสู่กระบวนการ ‘นัดพบ’ ซึ่งเมื่อสามารถนัดพบกับเหยื่อได้แล้ว จะมีการใช้จิตวิทยาด้วย ‘การแสดง’ โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะนำทองคำ (ปลอม) ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนจำนวนมากมาโชว์ให้เหยื่อดู และแสร้งนำเลื่อยมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก เพื่อนำให้เหยื่อเอาไปตรวจสอบ ซึ่งแท้จริงแล้วมีเพียงชิ้นเล็กเท่านั้นที่เป็นทองแท้ ซึ่งเมื่อเหยื่อนำทองชิ้นเล็กเหล่านั้นไปตรวจสอบกับร้านทอง ก็จะพบว่าเป็นทองคำแท้ ทำให้หลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพอย่างสนิทใจ ทำให้เหยื่อยอมนำเงินมามอบให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ จากนั้นมิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็จะหายเข้ากลีบเมฆทันที

เมื่อประมวลเรื่องราวการก่อคดีแก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช รายงานให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ทราบพร้อมสั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. ลงพื้นที่สืบสวนด้วยวิธีการดักหน้า โดยได้พบกับเหยื่ออีกรายหนึ่ง ซึ่งกำลังจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกลวง ได้นำกำลังเข้าไปวางแผนและเปิดปฏิบัติการซ้อนแผน ‘ขอดเกล็ด’ โดยจัดฉากทำทีให้เหยื่อหลงเชื่อและนัดพบกับกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้

ต่อมาวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มมิจฉาชีพ 2 คน ได้ปรากฏตัว ณ จุดนัดพบ บริเวณหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง พล.ต.ต.ธีรเดชฯ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวคนร้ายทั้งสองรายคือ Mr.Zhong Xiaocong อายุ 44 ปี และ Mr.Li Xiaoyuan อายุ 45 ปี และจากการตรวจค้นพบ ทองคำ (ปลอม) ลักษณะเป็นก้อน จำนวน 17 ก้อน, ใบเลื่อย 1 ปื้น

ซึ่งจากการซักถามและตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 4 ราย ซึ่งอยู่ ณ เซฟลับ ซึ่งเป็นห้องพักที่โรงแรมหรูย่านรัชดากว่า 4 ห้อง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น โดยจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้อีก 4 ราย พร้อมตรวจค้นห้องพักทั้ง 4 ห้องพบ ทองคำปลอมอีกกว่า 172 ชิ้น และหลักฐานอย่างอื่นที่ใช้ก่อเหตุอีก

เมื่อสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ให้การปฏิเสธ โดยให้การว่า กลุ่มตนนั้นมาจากมณฑลเจียงซี ประเทศจีน เคยทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนที่จะมาตระเวนหลอกลวงในประเทศไทย โดยยอมรับอีกว่าการสั่งซื้อทองปลอมนั้น นำเข้ามาจากมณฑลเจียงซี  ประเทศจีน สั่งมาทางพัสดุเข้ามาในประเทศไทย โดยยอมรับว่ากลุ่มของตนชื่นชอบการต้มตุ๋น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ดังในต่างประเทศ ส่วนเรื่องคดีนั้น ขอไปต่อสู้ในชั้นศาล

ย้อนอดีตร่วม 10 ปี รายได้ครอบครัวเอเชียในสหรัฐฯ พบ!! แซงหน้าชาวมะกัน สะท้อนการศึกษาสำคัญ มีผลต่อรายได้

(25 เม.ย.66) เพจ 'หรรสาระ By Jeans Aroonrat) ได้โพสต์ข้อมูลจาก US Census Bureau ซึ่งกล่าวถึงค่าเฉลี่ยรายได้ต่อครัวเรือนของครอบครัวจากเชื้อชาติต่างๆ ที่เข้าไปตั้งรกรากในสหรัฐฯ ช่วงปี 2013-2015 โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจมากๆ ว่า...

ชาวเอเชียหลายชาติในสหรัฐฯ มีรายได้ต่อครัวเรือนสูงกว่า ค่าเฉลี่ยรวมที่ $56,000 มาก และยังสูงกว่าครอบครัวคนผิวขาวเสียอีก 

ส่วนชาวผิวดำ และลาตินยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนค่าเฉลี่ยการศึกษาของครอบครัวชาวเอเชียก็สูงปรี๊ด ด้วยค่านิยมที่อยากให้ลูกหลานเรียนจบมหาวิทยาลัย ที่ให้มีค่าเฉลี่ยการศึกษาในระดับปริญญาตรีสูงกว่าชาวอเมริกันทั่วไป 2-3 เท่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top