Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

‘เส้นด้าย’ แจง!! เสียพนันออนไลน์แค่ 1 ล้าน ส่วนอีก 20 กว่าล้านเสียให้คาสิโนในต่างประเทศ

‘เส้นด้าย สอดอ สไตล์’ บอก เสียเงินพนันออนไลน์แค่ล้านเดียว ที่เหลือเสียที่คาสิโน หลังเคยไลฟ์เสียพนันออนไลน์ 25 ล้าน แจงภาพถ่ายร่วม ‘แทนไท-นอท’ เป็นคลาสอบรมคริปโตที่ดูไบ ด้าน ตร.ไซเบอร์แจ้งข้อหาเล่นพนัน

(25 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโยโลยี (บช.สอท.) น.ส.พิมพ์ลดา แววไธสง หรือ เส้นด้าย สอดอ style ยูทูบเบอร์ดัง เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำกับตำรวจ บช.สอท.กรณีการไลฟ์เล่าประสบการณ์เสียพนันออนไลน์ 25 ล้านบาทภายในเวลา 3 เดือน 

น.ส.พิมพ์ลดากล่าวว่า ตนมาให้ปากคำกับตำรวจในฐานะพยาน โดยยอมรับว่าตัวเองได้เล่นพนันออนไลน์จริงๆ มีเพียงเว็บไซต์ใหญ่เว็บเดียว แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นเว็บใด เนื่องจากเป็นข้อมูลที่พูดคุยกับตำรวจไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เงินส่วนมากที่เสียไปนั้น เป็นการเล่นพนันที่คาสิโนในต่างประเทศร่วมๆ 20 กว่าล้านบาท แต่ที่เสียให้เว็บพนันนั้น เป็นเพียง 1 ล้านกว่าบาท พร้อมยืนยันว่าตนเองไม่เคยชี้ชวนให้ใครมาเล่นพนัน เพียงแต่เตือนสติว่าอย่าเข้ามาวงการนี้ ถือเป็นประสบการณ์ความล้มเหลวของตัวเอง
น.ส.พิมพ์ลดา กล่าวว่า ตำรวจได้แจ้งข้อหาตน ฐานเล่นการพนันในราชอาณาจักร เบื้องต้นให้การรับสารภาพ 

ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ จะซักถามในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายแทนไท ณรงค์กูล และ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท สองนักธุรกิจชื่อดังนั้น ตนไม่มีความกังวล เพราะภาพถ่ายร่วมกันที่ปรากฎไปนั้น เป็นคลาสอบรมเรื่องเงินดิจิตัล ที่เคยถูกส่งไปเรียนที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในช่วงเวลาสั้นๆ โดยตนเพียงเคยยืมเงินนายพันธ์ธวัช เพียง 300 บาท ซื้อผ้าโพกหัวไปเท่านั้น จนทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คืน 

เธอยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำธุรกิจสีเทา เพียงแต่ทำอินฟลูเอนเซอร์และเปิดธุรกิจบริษัทขายของเท่านั้น ซึ่งเงินที่นำไปเล่นพนัน ก็เป็นเงินที่ได้จากการทำธุรกิจ สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังได้ แต่ดีเอสไอจะเรียกสอบปากคำเมื่อใดนั้นต้องรอเจ้าหน้าที่แจ้งอีกครั้ง

‘ทบ.’ แจง!! หลังเกิดดรามาเสิร์ฟ ‘น้ำซุป’ เลี้ยงพลทหาร ชี้!! เป็นเรื่องเข้าใจผิด แค่นำไปต้ม ‘มาม่า’ ไม่ให้เหลือทิ้ง

ทบ.นำพลทหารฯ ตั้งโต๊ะแถลงแจงค่ายเสิร์ฟน้ำซุป แค่ขอนำไปต้มมาม่า - โฆษก ทบ.ปัดตอบกรอบเวลาสอบนายทหารชั้นผู้ใหญ่มีสัมพันธ์กับชายอื่น และเกี่ยวข้องกับสารเสพสารเสพติด


(25 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยพ.ท.สกล มีสัมฤทธิ์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 151 (ร.151 พัน.2) แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอภาพอาหารประกอบเลี้ยงของหน่วยงานกองทัพบพ ผบ.ร.151 พัน 2 จังหวัดนครธิวาส ในสังคมออนไลน์ ร่วมกับพลทหาร ที่เป็นผู้เผยแพร่ข้อความดังกล่าว โดยพ.ท.สกล กล่าวยืนยันว่า การประกอบเลี้ยงอาหารตามที่ได้เผยแพร่ไปนั้น เป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นไม่ตรงกัน กองทัพบกได้ดำเนินการตามระเบียบของกองทัพบก ในการประกอบอาหาร โดยหักจากเบี้ยเลี้ยงของพลทหารจำนวน 70 บาท/คน/วัน หรือ 3 มื้อ หรือมื้อละประมาณ 23 บาท

โดยมีอาหาร 2 อย่างและข้าว ซึ่งกำลังพล สามารถมารับประทานอาหารได้ที่โรงเลี้ยง และกำลังพลที่เข้าเวรยาม จะมีปิ่นโตให้กำลังพลนำไปรับประทานหลังออกเวรยาม พร้อมยืนยันว่า น้ำแกงในกล่องพลาสติกสีฟ้านั้น อาหารดังกล่าวเป็นอาหารเพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง และไม่ใช่อาหารกองพันจัดไว้ให้กำลังพลรับประทาร แต่กลุ่มเพื่อนพลทหารที่โพสข้อความนั้น ได้ไปขอน้ำซุปจากโรงเลี้ยง เพื่อนำไปต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จึงทำให้มีพลทหารฯ ที่รอมารับประทานอาหารไม่ทราบ และนำมาสื่อสารบนโลกสังคมออนไลน์ จนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งหลังจากนั้น กองพันฯ ได้มีการพูดคุยกับพลทหารดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว 

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. นครศรีธรรมราช ใครได้หมายเลขไหน? อย่าจำผิด!!

สำหรับ 4 เขตของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามการแบ่งเขตของ กกต. มีดังนี้ 

>>เขต 1 อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช (เฉพาะ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช, ตำบลปากนคร, ตำบลท่าไร่, ตำบลท่าเรือ, ตำบลบางจาก, เทศบาลตำบลบางจาก และเทศบาลตำบลปากนคร)
>>เขต 2 อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
(เฉพาะตำบลท่างิ้ว, ตำบลกำแพงเซา, ตำบลโพธิ์เสด็จ, ตำบลนาเคียน, ตำบลนาทราย, ตำบลมะม่วงสองต้น, ตำบลไชยมนตรี, ตำบลปากพูน, ตำบลท่าซัก และเทศบาลตำบลท่าแพ) อำเภอพระพรหม
>>เขต 3 อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร
>>เขต 4 อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
>>เขต 5 อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอลานสกา
>>เขต 6 อำเภอทุ่งสง (ยกเว้นตำบลเขาขาว)
>>เขต 7 อำเภอถ้ำพรรณรา อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอบางขัน อำเภอทุ่งสง (เฉพาะตำบลเขาขาว)
>>เขต 8 อำเภอพิปูน อำเภอฉวาง อำเภอช้างกลาง อำเภอนาบอน
>>เขต 9 อำเภอพรหมคีรี อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา (เฉพาะตำบลท่าศาลา, ตำบลไทยบุรี ตำบลหัวตะพาน, ตำบลโพธิ์ทอง, ตำบลโมคลาน, ตำบลดอนตะโก และเทศบาลตำบลท่าศาลา)
>>เขต 10 อำเภอขนอม อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา (เฉพาะตำบลกลาย, ตำบลตลิ่งชัน, ตำบลสระแก้ว และตำบลท่าขึ้น)

6 พรรคใหญ่ฉายนโยบายสุขภาพคนไทย ประสานเสียงไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้าและกัญชาเสรี

เมื่อช่วงสายวันที่ 25 เมษายน 2566 ณ ห้องฟอร์จูน ชั้น 3 โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน กรุงเทพฯ,  มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป หัวข้อ

“สื่อมวลชนพบพรรคการเมือง : ถามหา นโยบายสร้างเสริมสุขภาพคนไทย” โดยเชิญตัวแทนจาก 6 พรรคการเมืองสำคัญเข้าร่วมประชุมฯ มี นายวิเชษฐ์  พิชัยรัตน์  สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ
ตัวแทนจากพรรคการเมือง ได้กล่าวสรุปประเด็นสำคัญของนโยบายพรรค เริ่มจากนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะยกระดับนโยบายโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่พรรคไทยรักไทยทำไว้เมื่อ 22ปีที่แล้ว ซึ่งหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า พรรคฯจะดำเนินโครงการนี้ต่อ พร้อมกับการปฏิรูปงบประมาณทั้งระบบ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการบริหารจัดการโครงการฯอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะโอนมอบภารกิจในการเป็นหน่วยงานรับประกันด้านสุขภาพของประชาชนให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แทนที่โรงพยาบาลเหมือนในอดีต

ทั้งนี้ ยังจะเพิ่มงบประมาณในโครงการเป็น 1.6-1.7 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อให้สปสช.ดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง สามารถเลือกแพทย์และโรงพยาบาลได้ตามที่ตัวเองต้องการ นอกจากนี้ ยังจะให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บข้อมูลและประวัติการรักษาพยาบาลของคนไข้ไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้การเรียกหาข้อมูลของคนไข้ทำได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหน


"ต่อไปการนัดหมายคุณหมอ ไม่ต้องต่อคิวยาวเหมือนในอดีต คนไข้สามารถเลือกโรงพยาบาลที่ต้องการได้ตามใจ จะเลือกที่ใกล้บ้าน หรือใกล้ใจก็ได้ แม้แต่การเจาะเลือด ต่อไปก็ไม่ต้องไปรอตั้งแต่เช้า รวมถึงการรับยาที่สามารถจะนำใบสั่งยาจากแพทย์ เพื่อไปรับยาได้จากร้านยาใกล้บ้าน ภายใต้การดูแลของเภสัชกร"

น.พ.สุรพงษ์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยยังมีแนวคิดในการฉีดวัคซีนป้องโรคต่างๆ ให้กับคนไทย โดยเฉพาะเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกแก่เด็กหญิงอายุ 9-11 ปี และมะเร็งตับสำหรับผู้ชาย


ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินนโยบายด้านสุขภาพให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และจะดำเนินการต่อไปทันทีที่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล ตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20ปี (2565-2574) ทั้งนี้รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนแนวทางการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)


นอกจากนี้ พรรคฯจะขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพภายใต้กรอบแนวคิดที่จะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในภาพแวดล้อมทั้งทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม ทั้งนี้ สื่อมวลชนถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขไปสู่ประชาชนได้เป็นอย่างดี


"ต่อไปพรรคจะสร้างสถานพยาบาลนำร่อง ที่จะให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขครบวงจร เริ่มจากเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร โดยทำให้ครบทั้ง 50 เขต จากนั้นจะขยายไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป" น.พ.เหรียญทอง ย้ำ


นายนิกร จำนง พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นตัวแทนจากพรรคการเมืองเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่นายแพทย์ แต่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายของพรรค กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็น รมช.คมนาคม เคยมีนโยบายประมูลเลขทะเบียนรถสวย เพื่อนำมาตั้งเป็นกองทุน ตามแนวคิดของสสส. เพื่อนำรายได้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยและรณรงค์การเกิดอุบัติเหตุตามท้องถนน ซึ่งหากได้เป็นรัฐบาล ก็จะดำเนินโครงการในลักษณะเช่นนี้ต่อไป ทั้งนี้ ในอดีต พรรคได้ดำเนินงานร่วมกับ สสส.มาโดยตลอด เช่น โครงการรณรงค์ "ให้เหล้าเท่ากับแช่ง" เป็นต้น ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เชื่อว่าในอนาคต พรรคก็พร้อมจะทำงานร่วมกันต่อไป


"แนวคิดของพรรค คือ เน้นการป้องกันสุขภาพมากกว่าจะเน้นการรักษา เนื่องจากใช้งบประมาณที่ต่ำกว่า เพราะแต่ละปีรัฐบาลจะต้องใช้งบฯในส่วนนี้มากถึงปีละ 5 แสนล้านบาท แต่จากนี้ไป พรรคฯจะเสนอนโยบาย "สุขภาพดีมีเงินคืน" เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น" นายนิกร กล่าว


นพ.เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคไม่เน้นสร้างนโยบายสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ หรือมีรายละเอียดมากเกินไป เพราะมีประสบการณ์ที่ว่า "พูดแล้วไม่ทำ หรือทำไม่ได้" จะกลายเป็นความเสียหายตามมาได้ เนื่องจากอาจมีปัจจัยความไม่แน่นอนแทรกซ้อนขึ้นมาได้ แต่จะเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการตรวจสอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เช่น การตรวจสอบฮอร์โมนในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันปัญหาความพิการในเด็กแรกเกิด การตรวจสอบกลุ่มคนที่มีประวัติและความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ครอบครัวเคยมีประวัติการป่วยมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเป็นต้นเหตุของปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงการใช้นโยบายด้านภาษีเพื่อดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการจัดเก็บภาษีความหวานมาบ้างแล้ว


ส่วน ร.อ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ ร.น. พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า พรรคฯเป็นแกนนำรัฐบาลมาตลอด 4 ปี และพร้อมจะดำเนินนโยบาย "คนไทยแข็งแกร่ง  ประเทศไทยแข็งแรง ก้าวสู่มหาอำนาจด้านสุขภาพ" ด้วยการทำให้เกิดการแพทย์ทั่วถึงและเท่าเทียม การปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการนำระบบเทเลเมดิคัล เฮลท์ มาใช้ในการตรวจรักษาผู้ป่วยเป็นต้น
ขณะที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง พรรคก้าวไกล ย้ำว่า พรรคมองเห็นปัญหา 2 ประเด็นคือ ปัญหาเรื่องงบประมาณด้านสาธารณสุขที่ยังน้อยเกินไป และปัญหาด้านบุคคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักชั่วโมงการทำงานของหมอและพยาบาลที่มีมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านสุขภาพและจิตใจอย่างมาก จนอาจกระทบต่อการปฏิบัติงานได้ ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่ลดชั่วโมงการทำงานจากเดิม 87 ชม.ต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 60 ชม.ต่อสัปดาห์ พร้อมกับลดสัดส่วนในการดูแลผู้ป่วยของแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐที่มี 1:200 คน ให้เหลือน้อยลง แม้จะไม่เท่ากับแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนที่มีราว 1:20 ถึง 40 คนก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาแพทย์ย้ายไปทำงานกับโรงพยาบาลเอกชน

‘ณวัฒน์’ งัดสัญญาโชว์ หลังเกิดดรามา ‘ไม่ยอมดูดวง’ ‘เฌอเอม’ โร่โพสต์ขอโทษ พร้อมขอโอกาสปรับปรุงตัว

จบดรามาได้มั้ย ? หลัง ‘บอสณวัฒน์’ เปิดสัญญาที่ผู้เข้าประกวดต้องเซ็นโชว์ และ ‘เฌอเอม’ มิสแกรนด์ลำพูน 2023 กราบขอโทษแล้ว

ยังคงเป็นประเด็นให้แฟน ๆ นางงามและคนทั่วไปที่ได้รับรู้ดรามาระหว่าง ‘เฌอเอม’ มิสแกรนด์ลำพูน 2023 และ บอส ‘ณวัฒน์’ ประธานใหญ่ของเวที เกี่ยวกับประเด็น ไม่ยอมดูดวง

ที่บอสณวัฒน์ร่ายยาวแบบแซบเกินใส่เฌอเอม จนเป็นประเด็นให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันข้ามคืน ร้อนถึงทั้งคู่ต้องออกมาแสดงจุดยืน ‘ณวัฒน์’ ก็โชว์ฝีปากแซบผ่าน IG ส่วน ‘เฌอเอม’ ก็ได้ชี้แจงอย่างละเอียดและใจเย็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว (@realcheraims)

แต่ดูเหมือนว่าดรามาก็ยังไม่จบ เพราะบอส ‘ณวัฒน์’ ไม่หยุดจุดไฟ โชว์ความแซบเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่า “ปากดี สมองต้องดี พฤติกรรมต้องดีด้วย ถึงจะอยู่กับแกรนด์ได้” หรือการแชร์ความคิดเห็นที่บอกว่า “โกรธเพราะไม่มีมารยาท”

ล่าสุดบอสณวัฒน์ก็แชร์สัญญาที่ผู้สมัครต้องเซ็น มีข้อที่ระบุว่า “ผู้สมัครต้องทำกิจกรรมกรรมกับกองทุกกิจกรรม หากมีเหตุจำเป็นขาดได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ฉะนั้นจะโดนตัดสิทธิ์ทันที”

แถมยังบอกอีกว่า “นี่คือกฎข้อ 8 ของหนังสือการเซ็นสัญญาก่อนเข้ากอง ทุกคนอ่านและทำความเข้าใจทุกข้อก่อนเซ็น”

เปิดวีรกรรม!! ‘ส.ส.ก้าวไกล’ ไปงานศพ 4 ปีไม่เคยใส่ซอง แต่กินข้าวฟรี-ห่อกลับบ้าน แถมใช้พวงหรีดวนซ้ำ 3 รอบ

วันนี้ (25 เม.ย.) บนโซเชียลฯ แชร์คลิปนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ YOUR SPEAKER ทางมติชนทีวี เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา แล้วมีการตัดบางช่วงบางตอนเกี่ยวกับการไปงานศพของประชาชนในพื้นที่ ในตอนหนึ่งนายจิรัฎฐ์ กล่าวว่า "ผมก็จะไปเฉพาะที่เขาเชิญ คือถ้าเขาเชิญแล้วเราไม่ไปนี่ก็ไม่ได้ เขาเชิญเราก็ต้องไปถูกไหมครับ ... ผมก็ไปแทบจะทุกอาทิตย์ ตลอด 4 ปีมานี้ก็ยังไปต่อเนื่องทั้งๆ ที่ไม่เคยใส่ซองสักบาทเดียว แล้วก็กินอิ่มด้วยทุกครั้งที่ไป แล้วถ้าเป็นงานสวดไม่ใช่งานเผานี่ งานสวดผมก็ได้กับข้าวกลับบ้านทุกครั้ง ได้เยอะด้วย เพราะว่าแม่ครัวจะเอามาให้เยอะมาก ... เราก็เริ่มต้นแบบนี้ด้วยการไม่ใส่ (ซอง) ไม่เห็นมีใครว่า ก็ทำต่อไปได้ครับ จริงๆ เราก็ควรจะทำด้วย

อีกเรื่องหนึ่งพวงหรีดตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วย ไม่ชอบโน้นนี่นั่น พยายามจะเปลี่ยน พยายามจะออกไอเดียใหม่ๆ ให้มันดูเป็นคนรุ่นใหม่ รอบแรกๆ เอาเป็นต้นไม้ไปแทน ต้นไม้มันก็ต้นเหี่ยวแห้งเล็กๆ ไปเทียบกับเขาที่มันพวงใหญ่ๆ มันก็ไม่มีใครสนใจนะครับ เปลี่ยนเป็นถุงขยะไปเก็บแก้วน้ำมันก็เหนื่อยไม่ไหว สุดท้ายก็ได้ไอเดียว่า พวงหรีดเวิร์กมันคือการโฆษณาที่มันเป็นการตลาดที่โคตรคุ้มเลย 300 บาท กับการที่สวด 7 วันมีคนเห็น 2-3 ร้อยคน ทุกวันทุกวันชื่อเรา เออเขาถึงทำกันไงครับ 300 บาท ผมใช้ 3 งาน ให้มัคทายกเก็บให้ใช้ 3 รอบ ก็ประหยัดที่สุดเท่าที่ประหยัดได้" ประเด็นดังกล่าวทำเอาผู้คนบนโลกโซเชียลฯ วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นการสู้ทางการเมืองแบบฉลาด กับผู้คนทั่วไปที่มองว่า ส.ส.มีเงินเดือนนับแสนบาทแต่ไม่เคยใส่ซองช่วยงาน กินฟรีทุกงานแถมห่อกลับอีกด้วย

สื่อต่างชาติฮือฮา!! หลัง ‘ปชป.’ ดัน ‘เซ็กซ์ทอย’ ถูกกฎหมาย ชี้!! ดึงเม็ดเงินใต้ดินสู่คลัง-ลดอาชญากรรม-ลดอัตราหย่าร้าง

สื่อหลายชาติฮือฮา ‘ปชป.’ ไอเดียกระฉูด ดัน ‘เซ็กซ์ทอย’ ถูกกฎหมาย


(25 เม.ย.66) กลายเป็นเรื่องฮือฮาระดับโลกไปแล้วกับไอเดียกระฉูดของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เสนอให้ ‘เซ็กซ์ทอย (Sex Toy)’ หรืออุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ เป็นสินค้าถูกกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 โดยเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศหลายสำนัก

สถานีโทรทัศน์ France24 ของฝรั่งเศส เสนอข่าว Good vibrations: Thai party makes sex toy election pledge ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคสายอนุรักษ์นิยมในไทย ชูประเด็นแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกเซ็กซ์ทอย โดยให้เหตุผลด้านการย้ายเม็ดเงินจากใต้ดินเข้าสู่ระบบการเงินการคลังของประเทศ สื่อฝรั่งเศสยังกล่าวด้วยว่า แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีเสรีภาพทางเพศมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แต่ประเทศไทยซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ปัจจุบันเซ็กซ์ทอยยังถือเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย

สื่อเมืองน้ำหอมอ้างคำกล่าวของ รัชดา ธนาดิเรก (Ratchada Thanadirek) กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2566 ว่า เซ็กซ์ทอยมีประโยชน์เพราะอาจนำไปสู่การลดลงของการค้าประเวณีและการหย่าร้างเนื่องจากความใคร่ทางเพศไม่ตรงกัน รวมถึงอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งขึ้นในทศวรรษ 1940s (ช่วงปี 2483-2492 โดยพรรคก่อตั้งในปี 2489) แต่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 พรรคประสบความล้มเหลว และกระแสนิยมก็ยังไม่ค่อยดีนักกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค. 2566

‘บิ๊กป้อม’ ย้ำ!! พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 เท่านั้น แนะ!! อย่าเชื่อพวกแอบแฝงหาเสียง แต่บอกให้กาเบอร์อื่น

(25 เม.ย.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีการหาเสียงโดยใช้วิธีใต้ดินเชิญชวนเลือกพรรคพลังประชารัฐ แต่บอกให้กาเบอร์พรรคอื่น จะมีวิธีอะไรที่จะทำให้ประชาชนเลือกถูกต้อง ว่า ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ก็อย่าไปเชื่อ พรรคพปชร. เบอร์ 37 อยู่แล้ว สื่อมวลชนก็ช่วยออกข่าวพรรคพปชร. เบอร์ 37 ไม่ใช่เบอร์ที่เขาว่า 

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพปชร. มีกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ จ.สงขลา และจ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 28-29 เม.ย.นี้ จะเดินทางไปด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คงจะต้องไป

'หลวงพ่อจอย ชินวังโส' ศิษย์เอกหลวงพ่อคูณ ละสังขารแล้ว สิริรวมอายุมงคล 84 ปี

สิ้นแล้ว "หลวงพ่อจอย ชินวังโส" ลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ อดีตเจ้าอาวาสวัดโนนไทย ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

(25 เม.ย.66) มีรายงานว่า แฟนเพจ วัดโนนไทย ตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ระบุข้อความว่า สิ้นแล้ว ร่มโพธิ์ใบใหญ่ ร่มไทรใบหนา

กราบถวายอาลัยพระเดชพระคุณ "พระครูอนุวัตรชินวงศ์" (หลวงพ่อจอย ชินวํโส, วิชิต มานะดี) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอโนนไทย อดีตเจ้าอาวาสวัดโนนไทย ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อเวลา 6.00 น. ของเมื่อเช้าที่ผ่านมา วันอังคารที่ 25 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2566 ณ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สิริอายุ 84 ปี 22 วัน พรรษา 61

‘บุญรอดฯ’ ซุ่มจับมือกับโรงกลั่นระดับโลก คลอด ‘ซิลเวอร์ไนท์’ สกอตช์วิสกี้ 8 ปี ระดับพรีเมี่ยม ในราคาเริ่มต้นเพียง 549 บาท

ตลาดน้ำเมา 5 แสนล้านคึกคัก ‘บุญรอดฯ’ ซุ่มจับมือโรงกลั่นดังสกอตแลนด์ ส่ง ‘ซิลเวอร์ไนท์’ สกอตช์วิสกี้ 8 ปี ราคาแค่พันเดียว เอาใจคอทองแดงไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 5 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น ตลาดเบียร์ 2.6  แสนล้านบาท ตลาดสุรา 1.8 แสนล้านบาท และที่เหลือเป็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อื่นๆ อาทิ ไวน์ อาร์ทีดี ฯลฯ ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการเฝ้าระวังในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 ก่อนที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในปลายปีที่ผ่านมา หลังผ่อนคลายมาตรการและเปิดประเทศ

ข้อมูลจาก ‘วิจัยกรุงศรี’ ยังระบุว่า ตลาดเบียร์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดคือ 57.9% รองลงมาได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 34.3% บริษัท ไทย เอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด 4.7% ส่วนที่เหลือ 3.1% หากแบ่งเป็นแบรนด์ จะพบว่า “ลีโอ” มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 44.8% รองลงมาคือ “ช้าง” 31.2%  สิงห์ 11.2%  ไฮเนเก้น 3.8% และ อาชา 2.4%

ส่วนตลาดเหล้าหรือสุรา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด คือ 59.5% รองลงมาได้แก่ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด 8% บริษัท รีเจนซี่ บรั่นดีไทย จำกัด 4.4% และอื่นๆ 28.1%

ความคึกคักของตลาดเริ่มระอุอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเจ้าพ่อบาวแดง (คาราบาวแดง) ‘เสถียร เสถียรธรรมะ’ ประกาศทุ่ม 4,000 ล้านบาท เตรียมทำคลอดเบียร์น้องใหม่ออกบุกตลาดในปลายปีนี้ หลังจากปูพรมสร้างช่องทางจำหน่ายทั้งร้านค้าปลีกไซส์ใหญ่ อย่าง ซีเจ มอร์, ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมไปถึง ร้านถูกดีมีมาตรฐาน อยู่ทั่วหัวระแหง

ขณะที่ก่อนหน้านี้เหล้านอกแบรนด์ดังอย่าง “ชีวาส” ก็ขยับตัว ด้วยการเปิดตัว ‘ลิซ่า BLACKPINKง เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หญิงคนแรก ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากเป้าหมายในการขยายฐานผู้ดื่มมายังคนรุ่นใหม่แล้ว ยังเล็งเห็นว่าตลาดเอเชียยังคงเป็นตลาดสำคัญของสกอตซ์วิสกี้ ด้วย 

ล่าสุดเป็นทีของตลาดเหล้า เมื่อ ‘บุญรอดบริวเวอรี่’ เบอร์ 1 ในตลาดเบียร์ ขอชิมลางตลาดเหล้านอก ด้วยการแจ้งเกิด ‘ซิลเวอร์ไนท์’ (Silver Knight) สกอตช์วิสกี้ 8 ปี ระดับพรีเมี่ยม ที่ซุ่มจับมือกับโรงกลั่นระดับโลก ผลิตจนได้รสชาติถูกปาก ออกมาทำตลาดในสนนราคาที่เชื่อว่าจะโดนใจคอทองแดงไทยแน่นอน

‘เต้ - ภูริต ภิรมย์ภักดี’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า บุญรอดฯ ได้ศึกษาตลาด พร้อมสำรวจแหล่งผลิตสกอตช์วิสกี้ที่ดีที่สุดระดับโลก จนได้ทำงานร่วมกับโรงกลั่นมาตรฐานระดับโลกจากประเทศสกอตแลนด์ที่มีประสบการณ์กว่า 136 ปี ในการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้สกอตช์วิสกี้ที่ลงตัวอย่าง Silver Knight ที่มีคุณภาพ เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างมากในการเลือกซื้อสกอตช์วิสกี้

“Silver Knight เป็นสกอตช์วิชกี้ 8 ปีจากดินแดนต้นกำเนิดที่เราภูมิใจเสนอต่อตลาดวิสกี้ในเมืองไทย เพื่อให้คนไทยได้สกอตช์วิสกี้ที่ดีที่สุด เป็นเอกลักษณ์และราคาจับต้องได้”

ขณะที่ ‘ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล’  Chief Marketing Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวย้ำว่า จุดเด่นของซิลเวอร์ไนท์ คือ เป็นสกอตวิสกี้แท้ ใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ตั้งแต่กระบวนการคัดสรรวัตถุดิบ ผลิตโดยโรงกลั่นตามมาตรฐานของ Scotch Whisky Association ที่ปลูกในประเทศอังกฤษและสกอตแลนด์เท่านั้น


โดยได้การรับรองมาตรฐานสากลจาก Scotch Whisky Association โดยมี Blend Master ผู้เชี่ยวชาญการกลั่นวิสกี้ระดับโลก คัดเลือกวิสกี้จากพื้นที่โลว์แลนด์ ไฮแลนด์ และสเปย์ไซด์ของสกอตแลนด์
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top