Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

‘สายการบินออสฯ’ ตัดสินใจพาผู้โดยสาร 300 ชีวิต บินกลับ!! เมื่อห้องน้ำถึง 5 ห้องบนเครื่อง เกิดปัญหา ‘ส้วมตัน’

(26 เม.ย. 66) เวลาอยู่กลางอากาศ นอกจาก ‘ห้องผู้โดยสาร’ แล้ว ‘ห้องน้ำ’ หรือพูดตามภาษาชาวบ้านว่า ‘ส้วม’ ก็เป็นอีกหนึ่ง must have หรือ สิ่งจำเป็นต้องมีบนเครื่องบิน ยิ่งเที่ยวบินระยะทางไกลที่ต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานราว 8-9 ชั่วโมง ให้อดน้ำอดข้าวใคร ๆ ยังพอทนได้ แต่ถ้าจะให้อดทนนั่งกลั้นอึ กลั้นฉี่ มันทนไม่ไหวจริงๆ และไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องทนด้วย เหอๆๆ

แต่ล่าสุด มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้เกิดขึ้นบนสายการบินออสเตรีย เที่ยวบินจากกรุงเวียนนา ไปยัง นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่ใช้เวลาเดินทางราว 8 ชั่วโมง เมื่อมีห้องน้ำบนเครื่องบินโบอิง 777 ถึง 5 ห้องในจำนวน 8 ห้องเกิดปัญหา ‘ส้วมตัน’ กดไม่ลง ทำให้กัปตันและลูกเรือ ตัดสินพาผู้โดยสารราว 300 ชีวิต 'บินกลับ' หลังจากออกเดินทางไปแล้ว 2 ชั่วโมง จากนั้นได้จัดการหาเที่ยวบินใหม่ให้ผู้โดยสารทั้งหมด เริ่มต้นออกเดินทางใหม่อีกครั้ง

แม่ทัพภาคที่ 4 ยันรัฐบาล กองทัพ พร้อมช่วยเหลือนักศึกษาคนไทยในซูดาน อย่างเต็มที่ศักยภาพ พร้อมกลับสู่มาตุภูมิ

พลโทศานติ สุกลตนาต แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 ได้กล่าวถึงความคืบหน้า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศซูดาน สงครามกลางเมืองที่ลากยาวมาเป็นสัปดาห์
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ถล่มโจมตีกันด้วยอาวุธร้ายแรง 

ล่าสุด ยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบโดยตรง ปัจจุบันมีคนไทยพำนักอยู่ในซูดานประมาณ 300 คน เป็นนักเรียนไทยมุสลิมประมาณ 200 คน ส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ที่ International University of Africa ในกรุงคาร์ทูม ส่วนที่เหลือเป็นคนไทยที่ทำงานหรือสมรสกับชาวซูดาน

ตอนนี้ประเทศต่าง ๆ ก็พยายามจะอพยพคนของตนเองออกอย่างจ้าละหวั่น ของไทยเราเองนั้นทางกองทัพอากาศประกาศว่าได้เตรียมเครื่องบิน Airbus A340-500 และ C-130 พร้อมอพยพคนไทยในซูดานกลับประเทศ ส่วนกรณีนักเรียนไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มาเรียนในสาธารณรัฐซูดาน ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นหน่วยงานหลัก และแม่ทัพภาคที่ 4 ค่อยอำนวยความสะดวกในการส่งนักศึกษาให้ถึงภูมิลำเนา โดยเฉพาะการเทียบโอนหน่วยกิจการศึกษามายังสถานศึกษาในไทย หากไม่กลับไปเรียนต่อ พร้อมเปิดสายด่วน 1880 ให้ติดต่อด้วย

'เพื่อไทย' พร้อม!! พาเมืองไทยสู่สังคมปลอดยาเสพติดอีกครั้ง ชี้!! ไม่จบแค่จับ แต่ต้องให้โอกาสทาง ศก. ตัดโอกาสเข้าสู่วงจรมืด

(26 เม.ย.66) “ยาเสพติดไม่ใช่เรื่องของผู้ค้าและผู้เสพ ยาเสพติดสร้างผลกระทบได้มากกว่านั้น ผลกระทบต่อครอบครัวผลกระทบต่อสังคม ไปจนถึงผลกระทบต่อประเทศชาติ”

เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ปัญหายาเสพติดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีรายงานข่าวการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดอยู่บ้าง ทว่ารากเหง้าของปัญหาหรือเครือข่ายยาเสพติดยังคงไม่ถูกขุดรากถอนโคน มีแต่จะขยายใหญ่ขึ้นจนเริ่มเห็นผลกระทบของยาเสพติดอย่างชัดเจน ดังที่ พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 2 เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย อดีตมือปราบยาเสพติด ได้กล่าวเอาไว้ข้างต้น 

ตลอดชีวิตการทำงานในฐานะตำรวจ พ.ต.อ.ธรรมนูญ ได้ปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่หลายจังหวัด เขาจึงเห็นกลไกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง รวมถึงเข้าใจสถานการณ์ที่ทำให้ผู้เสพและผู้ค้ายังคงติดอยู่ในวังวนของยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่แค่อาการติดยา แต่เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเข้าไม่ถึงกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ

“การแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้จบที่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นั่นเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น เพราะสาเหตุที่พวกเขาเลือกเข้าสู่วงจรยาเสพติด แทบทั้งหมดเป็นเพราะความขาดแคลนทางเศรษฐกิจ พวกเขาอยากหารายได้ทางลัดเพื่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัว และเมื่อเขาถูกจับ ครอบครัวก็จะประสบปัญหาเรื่องการขาดรายได้ตามมา ยิ่งพอภาครัฐไม่ได้มีกระบวนการเยียวยาที่เข้มแข็งพอให้กับสมาชิกครอบครัวที่ตกหล่นเหล่านี้ สุดท้ายพวกเขาก็กลับเข้าสู่วงจรของยาเสพติดอีก วนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น”

ดังนั้น พ.ต.อ.ธรรมนูญ จึงมองว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงต้องมีลักษณะเป็นองค์รวม คือดำเนินการแก้ไขหลายๆ มิติพร้อมกัน ทั้งการบำบัดเยียวยา การให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสพและผู้ค้า ตลอดจนการให้โอกาสทางเศรษฐกิจ 

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ธรรมนูญยังชี้ให้เห็นว่า ส่วนใหญ่แล้วข่าวการจับกุมที่เห็นตามหน้าสื่อนั้น แทบไม่เคยถูกสาวไส้ไปสู่เครือข่ายเบื้องหลังได้เลย วันนี้สังคมไทยจึงต้องการคนที่จะเข้ามาขจัดปัญหายาเสพติดให้สิ้นซาก คนที่มองเห็นระบบทั้งหมดรวมทั้งเห็นคุณภาพชีวิตของผู้คนที่อยู่ในนั้น และคนที่กล้ายืนหยัดต่อต้านความผิดปกติ พร้อมกับทำให้สังคมดีขึ้นในเวลาเดียวกัน

แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเป็นคนคนนั้น หากได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพร้อมผลักดัน 'นโยบายด้านยาเสพติด' ทันที โดยดำเนินการตาม 4 ขั้นตอนดังต่อไปนี้...

1. ประกาศสงครามกับยาเสพติด ไม่เอายาเสพติดในทุกกรณี ดังนั้นเราจะปราบปรามผู้ผลิตและผู้ขายอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วินาทีแรก เพื่อคืนชีวิตพี่น้องลูกหลานกลับคืนสู่ครอบครัว

2. เร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดอย่างถาวร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เยอะที่สุด ในขณะที่ตัวการยังคงลอยนวล

‘กรณ์’ ลั่น!! เกลียดการผูกขาดทุกรูปแบบ ขอโอกาสคนไทยเลือก ‘ชพก.’ ไปสู้กับ ‘ทุนผูกขาด’ ที่ครอบงำการเมือง ย้ำ!! สู้มาตลอดและจะสู้ต่อไป

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 66 ที่รอยัล พารากอนฮอล สำนักข่าว The Standard จัดเวทีดีเบต เลือกตั้ง 66 END GAME เกมที่แพ้ไม่ได้ มีตัวแทนจาก 10 พรรคการเมือง ร่วมประชันวิสัยทัศน์ โดยพรรคชาติพัฒนากล้า มีนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 14 เป็นผู้ร่วมเวทีดีเบตในครั้งนี้

นายกรณ์ กล่าวว่า ตนขอบอกกับพี่น้องประชาชนว่า ทำไมต้องเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า ทำไมต้องเป็นกรณ์ จาติกวณิชหลายๆ ท่านอาจจะรู้จักตนในฐานะรัฐมนตรีคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แต่เชื่อว่า หลายคนไม่รู้ว่าตอนทำงานการเมืองตนรักอะไร และเกลียดอะไรมากที่สุด สิ่งที่รักมากที่สุดคือการสร้างโอกาสด้วยการแข่งขัน โดยมองว่าทุกคนเกิดมารวยได้ จนได้ แต่ทุกคนมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในชีวิตด้วยการแข่งขันที่เป็นธรรม 

“ส่วนสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการผูกขาดทุกรูปแบบ ผมไม่ได้มีปัญหากับทุนใหญ่ แต่ผมมีปัญหากับทุนผูกขาด ผมสู้เรื่องนี้มาตลอดชีวิตการทำงานของผม เมื่อสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรี ผมระงับความพยายามของ ปตท. ที่จะเข้าไปซื้อ โมเดิร์นเทรด เพราะผมกังวลว่าจะนำไปสู่การผูกขาด ผมเพิ่มใบอนุญาตธนาคารที่ต้องการจะเพิ่มการแข่งขัน ลดดอกเบี้ย จนผมพ้นตำแหน่ง ผมก็ยังสู้กับเรื่องนี้ต่อไป เมื่อผมตั้งพรรคการเมืองร่วมกับเพื่อนที่เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ และสู้กับเรื่องของต้นทุนพลังงานและค่าไฟมาโดยตลอด ฉะนั้นสิ่งที่ชาติพัฒนากล้าจะมาสู้วันนี้ คือสู้กับทุนผูกขาดที่ครอบงำการเมือง หลายคนอาจจะข้องใจว่าเราทำได้หรือไม่ แต่ถ้าเลือกชาติพัฒนากล้า เลือกผม เราจะสู้แทนคุณกับทุนผูกขาดเพื่อคุณ” นายกกรณ์กล่าว

‘พุทธิพงษ์’ ควง ‘กรณิศ’ เยี่ยมชาวมุสลิมชุมชนสุเหร่าสามอิน ปลื้มใจ!! ปชช.อยากให้เร่งผลักดัน โซลาร์รูฟ-มอเตอร์ไซค์ EV

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ข้อความในเฟบุ๊ก ระบุว่า…

ลงพื้นที่เดินเคาะประตูบ้าน…

เดินเยี่ยมเยียนพี่น้องมุสลิมในชุมชนสุเหร่าสามอิน กับผู้สมัครเบอร์ 1 เขตคลองเตยวัฒนา อดีต ส.ส. กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ซอยทางเข้าชุมชนเป็นทางแคบ บางพื้นที่ต้องปีนบันไดข้ามกำแพงเข้าไปแต่ไม่ใช่ปัญหาครับ เสียงตอบรับดีมากๆ มีคำถามถึงนโยบาย ทั้งโซลาร์รูฟและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ประชาชนสนใจอยากให้เร่งทำ พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าทุกนโยบายทำได้จริง ทำได้ทันทีครับ

'เทพมนตรี' ชี้!! รากเหง้าคนไทยผูกพันสถาบันพระมหากษัตริย์ กร้าว!! อย่าปล่อยให้อ้ายอีตัวใด เข้ามาแบ่งแยก-บ่อนทำลายได้

'เทพมนตรี' ย้อนประวัติศาสตร์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพลเมือง มีรากเหง้าที่มาร่วมกัน สถาบันพระมหากษัตริย์คือความเป็นเอกลักษณ์ในความเป็นไทย อย่าปล่อยให้ อ้ายอีตัวใด เข้ามาแบ่งแยกทำลาย

(26 เม.ย.66) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า…ความเป็นไทยของเรามาถึงปัจจุบันนี้ประเทศของเรามีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันเกิดจากรากเหง้าที่ผสมผสาน บ่มเพาะ คัดสรร ได้อย่างลงตัว เรารับสิ่งที่สูงค่า ตกทอด สืบเนื่อง มาจากบรรพชน อารยธรรมตะวันตก ตะวันออก ถูกทำให้มีความเป็นไทย

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพลเมือง จึงมีรากเหง้าที่มาร่วมกัน หาได้แบ่งแยก พลิกผันไปตามพลวัตรทางประวัติศาสตร์

แม้อุดมการณ์ โคโลเนียล ศิวิไลซ์ หรือการปฏิวัติโดยคณาธิปไตยอย่างคณะราษฎร หรือยุคสมัยที่เราเรียกสงครามเย็น การต่อสู้กันทางการเมืองระหว่างค่ายคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย ก็มิอาจทลายกำแพงความเป็นไทยที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของเราได้

เราจึงมีวิถีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ล้มลุกคลุกคลานมาเกือบ 90 ปี รัฐประหารบ้าง เผด็จการรัฐสภา สภาผัวสภาเมีย ช้ำเลือดช้ำหนองมายาวนาน จวบจนกระทั่งทุนนิยม สร้างทุนนิยมผูกขาด จนกลายเป็นทุนนิยมสามานย์

ลองคิดดูว่า ที่เรายังธำรงอำนาจอธิปไตยของเราเอาไว้ได้ จนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะอะไร และด้วยเหตุใด

'พังงา' แห่รับ 'เศรษฐา' ล้น!! เจ้าตัว ลั่น!! อบอุ่นได้กุหลาบเยอะมาก ยาหอม!! พร้อมนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.66) ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพังงา (หลังเก่า) ต.ท้ายช้าง อ.เมืองพังงา จ.พังงา พรรคเพื่อไทยจังหวัดพังงา นำโดย นายธะเนต นาวาล่อง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดพังงา เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย และนายกฤษ ศรีฟ้า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จังหวัดพังงา เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย, นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายสุธรรม แสงประทุม ประธานขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมการปราศรัย ซึ่งสาระสำคัญในการปราศรัย เรื่องปากท้องชาวบ้าน​ ราคายางพารา​ การท่องเที่ยว​ เป็นต้น

‘อดีตทูตนริศโรจน์’ ถาม ‘พิธา’ ปมนั่งเครื่องบินกลับไทย ชี้!! หากเป็นลูกหลานชาวบ้านธรรมดา คงลำบากกว่านี้

อดีตทูตนริศโรจน์ถามตรงๆ หัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ได้นั่งเครื่องบินกลับไทยตอนปฏิวัติ 2549 เพราะมีนามสกุลเดียวกับมือขวาทักษิณใช่หรือไม่ บอกสุดโชคดีที่ไม่ใช่ลูกชาวบ้านธรรมดาจริงๆ

(26 เม.ย.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า…คุณพิธาครับ ผมมีคำถามที่อยากทราบ ขอถามกันตรงๆ เลยนะครับว่า

การที่คุณได้นั่งเครื่องบินร่วมกับ ขรก.อีก 20-30 คน จาก นิวยอร์กกลับ กทม. โดยเครื่องพิเศษนี้ลงที่สนามบิน บก.ทอ. ในกองทัพอากาศ เพราะเป็นเครื่องเที่ยวบินพิเศษที่รัฐบาลตอนนั้นเช่าเหมาลำจาก TG (เครื่อง A340-500) พาคุณทักษิณไปนิวยอร์ก แต่พอคุณทักษิณถูกปฏิวัติปี 49 เครื่องบินเลยต้องบินตีกลับ กทม.พร้อม ขรก.ที่เหลือซึ่งต้องเดินทางกลับไทยพร้อมเครื่องตามที่คุณเล่าในรายการคุณสรยุทธ และคุณแหม่ม สุริวิภา นั้น เป็นเพราะคุณอาของคุณ ที่ชื่อ ผดุง (นามสกุลเดียวกับคุณ) ที่ทำงานเป็นมือขวาคนสนิทของคุณทักษิณ ฝากให้คุณได้นั่งมากับเครื่องลำนั้นใช่มั้ยครับ ?

‘บิ๊กตู่’ หวั่นยอด ‘โควิด-19’ พุ่ง!! ห่วงกลุ่มเสี่ยง 608 ขอเร่งให้รับวัคซีน กำชับ สธ. ติดตามการระบาดสายพันธุ์ XBB.1.16 ใกล้ชิด คาดยอดเพิ่มช่วงหน้าฝน

(26 เม.ย.66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์โควิด 19 ในประเทศไทยขณะนี้ และรับทราบสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ภายในประเทศรายสัปดาห์ (วันที่ 16-22 เมษายน 2566) ตามรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ขอให้รีบเข้ารับวัคซีนที่สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้านโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์โรคโควิด 19 และการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โควิด XBB.1.16 อย่างใกล้ชิด 

นายอนุชา กล่าวว่า จากข้อมูลกรมควบคุมโรค ผู้ป่วยโควิด 19 ภายในประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 16 - 22 เมษายน 2566) พบผู้ป่วยรายใหม่ 1,088 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ผู้ป่วยปอดอักเสบ 73 ราย ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 35 ราย และผู้เสียชีวิต 5 ราย เฉลี่ยน้อยกว่า 1 คนต่อวัน ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล สะสม 6,571 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566) ผู้เสียชีวิต สะสม 278 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566) ผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนกว่า 2 เท่า พบกระจายในหลายจังหวัดโดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในสมาชิกครอบครัว และการร่วมกิจกรรมที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย พบว่าเป็นกลุ่ม 608 อายุเฉลี่ย 75 ปี โดย 4 รายที่เสียชีวิตเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน และอีก 1 ราย ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เมื่อติดเชื้อแล้วเกิดอาการรุนแรง ดังนั้น การฉีดวัคซีนหรือวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันจึงยังมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 จะช่วยลดอาการหนักและเสียชีวิตได้ ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือ LAAB ได้เช่นกัน โดยติดต่อขอรับบริการได้ที่สถานบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน 

นายอนุชา กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้เผยข้อมูลของเชื้อโควิด XBB.1.16 ซึ่งเป็นลูกผสมของสายพันธุ์โอมิครอน BA.2.10.1 และ BA.2.75 การระบาดมีแนวโน้มพบเพิ่มขึ้น มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ดีกว่า XBB.1.5 มีความสามารถในการหลบภูมิคุ้มกันได้ดี ยังไม่มีหลักฐานแสดงว่าทำให้โรครุนแรงขึ้น อาการที่พบคือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก อาจพบเยื่อบุตาอักเสบ คันตา ตาเหนียวร่วมด้วย แต่ยังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่าอาการดังกล่าวเป็นลักษณะจำเพาะที่เกิดจากสายพันธุ์ XBB.1.16 

นายอนุชา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่ากรณีเชื้อสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.16 ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและหลายคนวิตกนั้น เป็นธรรมชาติของเชื้อไวรัสที่จะมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา แต่ยังคงเป็นลูกผสมของสายพันธุ์โอมิครอนเดิม และไม่ได้มีความรุนแรงไปกว่าสายพันธุ์เดิม ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดเพิ่มขึ้น เป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค และไม่ได้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกัน ทั้งจากการติดเชื้อและการได้รับวัคซีน 

'มิ่งขวัญ' ย้ำ!! ลดค่าไฟ ค่าแก๊สได้จริง มั่น!! หาเงินได้ ใช้เงินเป็น วอนคนไทยเลือก พปชร. ชู 'ลุงป้อม' เป็นนายกฯ ทำทันที

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ได้ไปร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เวทีดีเบต เลือกตั้ง 66 END GAME เกมที่แพ้ไม่ได้ ในประเด็นเรื่องการขึ้นค่าจ้าง โดยมองว่า "การขึ้นค่าจ้างถ้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เงินเฟ้อสูงถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเราต้องแก้ปัญหาตรงหน้า อย่างค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส เราต้องแก้ตรงจุดนี้ไม่อย่างนั้นเราจะสู้ประเทศอื่นได้ยาก"

นายมิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจสำหรับตน คือความต้องการที่จะให้ทุกคนในประเทศมีความสุข ตนจึงได้คิดแคมเปญ 3 4 5 6 7 8 โดยตนนั่งนึกถึงคน 3 เจเนอเรชั่น และจะได้ตอบโจทย์กับผู้สูงวัยว่าตนไม่เป็นภาระของลูกหลาน และถ้าตนมีอำนาจและกุมเศรษฐกิจประเทศนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top