Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

‘กกต.’ ลั่น!! ไม่เชิญ ‘ชูวิทย์’ ให้ข้อมูล อสม.เก็บบัตร ปชช. ชี้!! เป็นการสร้างคอนเทนต์ เร่งติดต่อคนปล่อยคลิปให้ข้อมูล

กกต.จับตาโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งเดือด ลั่นไม่เชิญ ‘ชูวิทย์ ให้ข้อมูล อสม.เก็บบัตร ปชช. ชี้เป็นการทำคอนเทนต์ เร่งติดต่อคนปล่อยคลิปให้ข้อมูลเพิ่ม

(24 เม.ย.66) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงการตรวจสอบจับตาโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งมีความเข้มข้นมากในขณะนี้ ว่า พูดเป็นภาพรวมเราบริหารสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยความร่วมมือของหน่วยงานราชการ ฝ่ายความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายปกครอง ภาคประชาชนที่เข้ามาร่วมกันสอดส่องดูแล แจ้งเหตุทุจริตเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ก็มีศูนย์ข่าวกรอง

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนแจ้งข้อมูลก็จะเชิญมาให้ข้อมูลด้วย เช่น หากใครบอกว่ามีการซื้อเสียงกกต.ก็จะเชิญมา เพื่อรวมมือกันทำให้การทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริต เมื่อพูดแล้วต้องมีข้อมูล ไม่พูดแล้วผ่าน กกต.จะไม่ยอมให้ผ่าน แต่จะเชิญมาให้ข้อมูลว่าที่พูดมานั้น มีข้อเท็จจริงอย่างไร เพื่อจะได้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เสาะได้มา ซึ่งจะทำไปจนถึงวันเลือกตั้ง

นายแสวง กล่าวว่า ส่วนเรื่องเฟคนิวส์ และสื่อโซเชียลมีเดีย ก็จะดำเนินการอีกลักษณะหนึ่ง โดยร่วมกับแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ทั้งกูเกิล ติ๊กต๊อก เฟซบุ๊ก และไลน์ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ การตรวจข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร้องเรียนการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม

เมื่อถามว่า กกต.จะเชิญ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกมาเปิดเผยว่าอาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) เดินเก็บบัตรหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการสอบถามไปยังผู้รับผิดชอบแล้ว เห็นว่ายังไม่ถึงกับต้องเชิญนายชูวิทย์มาให้ข้อมูล เพราะเป็นการสร้างคอนเทนต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามผู้ที่เอาคลิปมาลงในติ๊กต๊อกเพื่อมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ยังติดตามไม่ได้และก็ออกจากพื้นที่ไปแล้ว


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/726411

ศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ประชาสัมพันธ์ 6 ข้อกฎหมาย ที่พบว่าประชาชนมักทำผิดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทำผิดในการเลือกตั้งครั้งนี้...

วันนี้ (24 เม.ย.66) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร./ โฆษก ศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า ศลต.ตร.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนป้องกันการทำผิดกฎหมายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 และเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 จึงสั่งการให้ ศลต.ตร.ประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายที่สำคัญ เพื่อเป็นการแจ้งเตือนประชาชนไม่ให้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตลอดจนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าใจถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งนี้ ซึ่งข้อกฎหมายที่สำคัญๆ มีดังนี้


1. การนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง : มีโทษจำคุกตั้งแต่1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
2. การนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตร เลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว : มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไมเกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. การเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน : มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
4. จงใจกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหายหรือให้เป็นบัตรเสียหรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธัเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 10 ปี
5. กรณีเผา ฉีก ทำลาย ทำให้เสียหาย : มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
6. กรณีปลดป้ายหาเสียงไป : มีความผิดฐานลักทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


โดยสามารถดาวน์โหลดข้อกฎหมายต่างๆ ได้ตาม QR CODE ที่แนบมานี้
หากพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวก หรือพบเห็นการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือ1599 หรือ สายด่วน กกต.1444 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดูแล บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนในทุกภารกิจ

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 มอบใบประกาศเกียรติคุณ “มัคคุเทศก์น้อย กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 2” ส่งเสริมบุตรหลานกำลังพลให้กล้าแสดงออก และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566 เวลา 14.00 น. พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3  มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับ นางสาวชนิกานต์ หม่องลำปาง บุตร ร้อยตรี สมชาย หม่องลำปาง ตำแหน่ง ประจำ มทบ.32 ซึ่งเป็นตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 2”  โดยโครงการดังกล่าวเป็นความมุ่งหมายและนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ในการส่งเสริมให้บุตรหลานกำลังพลภายในค่ายได้มีความกล้าแสดงออก  ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  ทั้งนี้มัคคุเทศก์น้อยที่ร่วมโครงการ ได้รับการฝึกอบรมการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ การนำเสนอผลงาน และเรียนรู้ทักษะการพูด ผ่านระบบ Online จากผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำความรู้ดังกล่าวไปต่อยอดและพัฒนาตนให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวภายในค่ายทหาร ซึ่งทำให้สอดแทรกความรู้ด้านประวัติศาสตร์ถิ่นฐานตัวเอง ทำให้เกิดความรักความหวงแหนรู้ถึงความเสียสละของบรรพชน ตลอดจนเป็นต้นแบบเยาวชนที่มีคุณภาพ ต่อไป 

โอกาสเดียวกันนี้ พันเอก  วิศิษฐ์ บรรณากิจ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 , พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32  และคณะนายทหาร ร่วมพิธีและร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องรับรอง อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง                    

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

กกต.กาฬสินธุ์ ติวเข้มวิทยากรเขตเลือกตั้ง รับเลือกตั้ง ส.ส.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์  อบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง  เพื่อไปถ่ายทอด ให้กับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง ในระดับอำเภอ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการเลือกตั้ง ส.ส.ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 24 เม.ย.66 ที่ห้องทศพร  โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง เตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566  ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม  โดยวิทยากรเขตเลือกตั้งอำเภอละ 18 คน  คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งละ 3 คน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งละ 1 คน ผู้ประสานประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 144 คน เข้ารับการอบรม
 

นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566  วันเลือกตั้ง ส.ส.  ผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง (จพง.ปน.) เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการที่จะดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งให้เป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. สำนักงาน กกต.จ.กาฬสินธุ์ จึงได้จัดอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง  เพื่อให้รับทราบ เข้าใจ ขั้นตอนวิธีการเลือกตั้ง อย่างถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมาย และสามารถนำความรู้  ไปถ่ายทอดให้กับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง ในระดับอำเภอ จำนวน 1,611 หน่วยเลือกตั้ง 17,721 คน ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยมและปิดโครงการชุมชนยั่งยืนบ้านเกาะสินไห จ.ระนอง ชื่นชมความสำเร็จ แก้ปัญหายาเสพติดความเดือดร้อนชาวบ้าน มอบรางวัล “ทำดี มีรางวัล” ให้ตำรวจที่ทุ่มเททำโครงการ พร้อมตรวจเยี่ยมภูธรจังหวัดและ ตม. ระนอง สั่งคุมเข้มงานมั่นคง ยาเสพติด ยกระดับงานบริ

 วันที่ 24 เม.ย.66 เวลา 10.00 น. ที่บ้านเกาะสินไห อ.เมือง จ.ระนอง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยม และเป็นประธานปิดการอบรมชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ  โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 , นายศักระ กปิลกาญจน์ ผวจ.ระนอง , นายประเสริฐ บิลมาศ  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง , พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาเข้าร่วม

หมู่บ้านเกาะสินไห อยู่ในความรับผิดชอบ สภ.ปากน้ำ มีประชากร 290 ครัวเรือน จำนวน 1,138 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม อาชีพประมงพื้นบ้าน อยู่ห่างจากฝั่ง ประมาณ 18 กม. (เดินทางโดยเรือหางยาว ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เวลาเกิดเหตุร้าย หรือคนวิกลจริตจากยาเสพติดก่อเหตุร้าย บางครั้งตำรวจไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ทันเพราะเป็นเวลากลางคืน บางเวลาน้ำทะเลลงก็ไม่สามารถเดินทางขึ้นไปบนเกาะได้ จนชาวบ้านเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติด

พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง ลงพื้นที่เห็นปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติด ที่ทำให้คนในชุมชนเดือดร้อนมานาน อีกทั้งชุมชนห่างประเทศเพื่อนบ้านเพียง 1 กม. ทำให้ยาเสพติดแพร่ระบาดง่าย เมื่อทำการตรวจปัสสาวะพบชาวบ้านติดยาเสพติด 87 ราย

          
ผบก.ภ.จว.ระนอง จึงนำนโยบาย ผบ.ตร. โครงการชุมชนยั่งยืนฯ มาแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนเกาะสินไห ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ วันที่ 15 ธ.ค.65 จนถึง 19 เม.ย.66 มีการแต่งตั้งคณะทำงานและชุดปฏิบัติการติดตามโครงการแบบบูรณาการ ร่วมกับชุมชน ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ผู้นำศาสนา ทหาร ค้นหาผู้เสพ ผู้ใช้ยาเสพติด นำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู  มีกิจกรรมบำบัดแบบผสมผสาน ทั้งศาสนาบำบัด อาชีพบำบัด และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์บำบัด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติด โดยมีภาคประชาชน ภาคเอกชน เช่น บริษัท ปตท.ร่วมดำเนินการ  พร้อมกับทำเครือข่ายป้องกันยาเสพติด สร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยตนเอง


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้ตรวจเยี่ยม และปิดโครงการชุมชนยั่งยืนเกาะสินไห พร้อมกับชื่มชมความเร็วของโครงการ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ นำโครงการมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านจากปัญหายาเสพติด ปัจจุบันชุมชนอุ่นใจมากขึ้น เพราะไม่มีผู้เสพยา และบุคคลที่เคยเสพยาจนติด ก็เข้ารับการบำบัดจนหายแล้ว ชุมชนอยู่กันอย่างสงบ เศรษฐกิจภาพรวมก็ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

ผบ.ตร.ได้มอบใบประกาศเกียรติบัตรกับผู้เข้าร่วมโครงการ มอบโล่แก่ผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมกล่าวปิด และลงนาม MOU ส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชนและองค์กรส่วนท้องถิ่นต่อไป 

สำหรับโครงการชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการร่วมหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติ ที่ดำเนินการทั่วประเทศ คืนคนดีสู่สังคม จนเกิดความยั่งยืนเป็นสังคมสีขาวปลอดยาเสพติด

จากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ผบช.ภ.8 พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟังบรรยายสรุปของตำรวจ ภูธรจังหวัดระนอง และ ตม.จว.ระนอง

‘ทูตจีน’ ปาฐกถาพิเศษ 10 ปี ‘1 แถบ 1 เส้นทาง’ ชี้!! คนรุ่นใหม่ไทย-จีน เป็นพลวัตสร้างอนาคตร่วมกัน

ทูตจีนปาฐกถาพิเศษ 10 ปี 1แถบ 1 เส้นทาง ชี้แนวโน้มแข็งแกร่ง ‘คนรุ่นใหม่ไทย-จีน’ เป็นพลวัตสร้างอนาคตร่วมกัน

(24 เม.ย.66) ที่ห้องประชุมจันทร์จรัส อาคารอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มีการจัดงานสัมมนาหัวข้อ ‘จีนร่วมสมัยกับโลก การแลกเปลี่ยนระหว่างคนรุ่นใหม่ไทย-จีน’ โดย ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน สถาบันวิจัยประเทศจีนและโลกร่วมสมัย และศูนย์สื่อสารเอเชียแปซิฟิก สำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน ร่วมกับ มรภ.จันทรเกษม, สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ และศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เข้าร่วมฟังเสวนาอย่างคับคั่ง โดยเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ ใจความว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนระหว่างคนรุ่นใหม่ไทย-จีน สำหรับโครงการ โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เป็นข้อริเริ่มจากข้อเสนอของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความเจริญร่วมกัน

โดยในวาระครบรอบสิบปีของการริเริ่มโครงการ นับเป็นโอกาสดีที่คนรุ่นใหม่จะได้พูดคุยกัน ไทยและจีนมีสายเลือดเดียวกัน มีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน เป็นเพื่อนบ้าน และเป็นหุ้นส่วนที่ดี ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การร่วมพัฒนาโครงการสายแถบและเส้นทางได้ประสบความสำเร็จมากมายในการเชื่อมต่อนโยบายภายใต้แนวคิดการพัฒนาใหม่ สร้างระบบใหม่แบบเปิดกว้างและครอบคลุม

รัฐบาลไทยได้เปิดตัวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กับไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาของข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง และนโยบายของทั้งสองประเทศมีการการครอบคลุมอย่างรอบด้าน

ปัจจุบันโครงการรถไฟจีน-ไทยระยะที่ 2 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2567 และแล้วเสร็จในปี 2571 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ระหว่างไทยจีนและลาว

ในอนาคตจีนและไทยจะกระชับความร่วมมือภายใต้กรอบการร่วมมือนี้ ปัจจุบันจีนกำลังเจรจากับกลุ่มประเทศอาเซียนโดยมีไทยเป็นผู้ประสานงาน เชื่อมั่นว่าจะมีประโยชน์ต่อทั้งประชาชนจีนและไทย

ในปี 2565 จีนมีการลงทุนใน 158 โครงการ ทำให้จีนเป็นแหล่งทุนต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของไทย นิคมอุตสาหกรรมระยอง ไทย-จีน ดึงดูดผู้ผลิตของจีนกว่า 180 บริษัท สามารถสร้างงานในท้องถิ่นมากกว่า 45,000 ตำแหน่ง จีนได้จัดตั้งธนาคารหลักเงินหยวนในต่างประเทศ จีนและไทยได้ช่วยเหลือกันและกันอย่างจริงใจในช่วงโควิด ทำให้มิตรภาพแน่นแฟ้นมากขึ้น

นอกจากนี้ จีนจัดให้ไทยเป็น 1ใน 20 ประเทศแรกนำร่องเพื่อไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีน และประเทศไทยก็รับนักท่องเที่ยวจีนเช่นกัน ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา คนจีนมาเที่ยวไทยประมาณ 500,000 คน สะท้อนความสัมพันธ์อันดีที่มีให้กันมาตลอด โดยในอนาคตจะเห็นภาพสายแถบและเส้นทางอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นำมาซึ่งประโยชน์ใหม่ ๆ และจะเป็นการส่งเสริมให้จีนและไทยมุ่งสู่ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน

‘จุรินทร์’ ผนึกตระกูล ‘อดิเรกสาร’ มั่นใจปักธงสระบุรี ลั่น!! ไม่ได้เป็นรัฐบาลไม่ตาย ขอทำหน้าที่สุดความสามารถ

‘จุรินทร์’ ผนึก ‘อดิเรกสาร’ มั่นใจปักธงสระบุรี ได้แน่ ลั่นถ้าประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาลไม่ตายหรอก ขอทำหน้าที่อย่างสุดชีวิต
.
(24 เม.ย.66) ที่ จ.สระบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นำทีมประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เดินทางพบกับนายปองพล อดิเรกสาร อดีตนักการเมืองคนดัง ที่ส่งลูกชาย นายปรพล อดิเรกสาร ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ โดยจ.สระบุรี พรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง เขต 1 นายปรพล อดิเรกสาร เบอร์ 1 เขต 2 นายสมพงษ์ ภูพานเพชร เบอร์ 2 เขต 3 น.ส.เบญจวรรณ ใสแก้ว เบอร์ 4 เขต 4 นายนันทวัชร กี่สง่า เบอร์ 5

นายจุรินทร์ กล่าวถึงการผนึกกำลังกับตระกูลอดิเรกสารว่า จะทำให้พรรคมีโอกาสปักธงได้ ซึ่งจ.สระบุรีเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว และครั้งนี้ตระกูลอดิเรกสารให้เกียรติมาร่วมงานกับเรา ยิ่งทำให้ประชาธิปัตย์สระบุรีเข้มแข็งขึ้น เป็นการรวมพลังคูณสองยกกำลังสอง ทำให้เรามีโอกาสปักธงสระบุรีเหมือนที่เคยปักธงมาแล้วหลายครั้งในอดีต

ส่วนที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลนั้น พรรคควรประกาศจุดยืนหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์พร้อมเป็นทุกอย่าง เราได้พิสูจน์มาตลอดระยะเวลายาวนาน ถ้าเราเป็นรัฐบาล จะทำให้พรรคมีโอกาสนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นจริงได้ชัดเจน แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่เป็นไร ประชาธิปัตย์ก็ไม่ตาย อย่างไรก็ยังอยู่ได้ และทำหน้าที่ได้อย่างสุดชีวิต สุดความสามารถ เลือกมาให้เยอะๆ ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร เราก็ไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย มีแต่ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง

“เราจะเป็นอะไรนั้นเราก็ทำหน้าที่เต็มที่ อันนี้คือยี่ห้อประชาธิปัตย์ เป็นหลักประกันที่คนไทยทั้งประเทศไว้วางใจ มั่นใจได้ ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายค้านหมดแรง เลิก ไปนอนรอว่าเมื่อไหร่เป็นรัฐบาล ประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราพิสูจน์แล้วมายาวนาน แต่ขณะนี้เรารณรงค์ว่า ถ้าประชาชนให้เสียงเรามากพอ เราก็พร้อมจัดตั้งรัฐบาล และหัวหน้าพรรคก็พร้อมเป็นนายกฯ แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่เป็นไร ประชาธิปัตย์ก็ไม่ตายหรอก ยังไงก็ยังอยู่ได้ และทำหน้าที่ได้อย่างสุดชีวิตสุดความสามารถ” นายจุรินทร์กล่าว

สำหรับในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะมีแกนนำสำคัญของพรรคขึ้นเวทีปราศรัยด้วยกันหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องขึ้นเวทีเดียวกัน เราเปิด 3 ทัพ บุก 3 ทัพแบบดาวกระจาย ไม่จำเป็นต้องมากระจุกรวมอยู่ที่เดียว ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง การมากระจุก บางทีอาจเป็นจุดอ่อนก็ได้

เที่ยวนี้ประชาธิปัตย์เป็นเอกภาพ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่สุด คนทั้งประเทศจะเห็นว่าสู้ยิบตา ทำหน้าที่เต็มที่ นโยบายชัดเจน และทำได้ไวทำได้จริง ตกผลึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ไม่เป็นภาระไปขึ้นภาษี หรือไปกู้เงินมาเพื่อทำนโยบายลด แลก แจก แถม อย่างไรก็ตาม เวทีปราศรัยใหญ่วันสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งจะจัดในวันที่ 12 พ.ค.ในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดที่มีความพร้อม

จากนั้นนายจุรินทร์และคณะ พร้อมด้วยนายปองพล ได้ร่วมกันเดินพบปะประชาชนที่ตลาดในอำเภอเมือง สระบุรี โดยบรรยากาศคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับเต็มที่ ทั้งมอบดอกไม้ ขอลายเซ็น และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก


ที่มา : https://www.khaosod.co.th/election-2023/news_7628760

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานรับลูก  กฟผ. เคาะลดค่าไฟ 'พ.ค.- ส.ค.' เหลือ 4.70 บาท ส่วนงวดใหม่รอเช็กปริมาณก๊าซ

(24 เม.ย.66) นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) นัดพิเศษวันนี้ พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ FT งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2566 ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอ พร้อมรับภาระค่าเอฟทีลดลง 7 สต.ทำให้ค่าไฟฟ้า ค่าเอฟทีลดลงจากเดิมที่ 98.27 สตางค์ต่อหน่วย คิดเป็นอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวม 4.77 บาทต่อหน่วย เป็นอัตราเอฟทีใหม่ที่ 91.19 สตางค์ หรือค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.70 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวตามมติ กกพ. จะมีผลทันทีโดยไม่ต้องรับฟังความเห็นประชาชนรอบใหม่ เนื่องจากสมมุติฐานอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลง 

ส่วนกรณีการแสดงความเห็นในช่วงนี้ว่าค่าไฟแพงนั้น นายคมกฤช ยอมรับว่า ค่าไฟฟ้าปัจจุบัน งวดเดือน มี.ค. –เม.ย. ยังไม่ได้ปรับขึ้น โดยยังคิดที่เฉลี่ย 4.72 บาทต่อหน่วย แต่ด้วยอากาศร้อน และมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างหนัก จึงทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันค่าไฟฟ้าเป็นอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้มากก็ยิ่งต้องจ่ายมาก หากใช้เงิน 300 หน่วยต่อเดือน ก็ไม่มีส่วนลดจากรัฐบาล ก็ยิ่งทำให้หลายคนเจอกับปัญหาค่าไฟแพงด้วย

พิษณุโลก กองบิน ๔๖ ขจัดอุบัติภัย บรรเทาภัยแล้ง”

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน ๔๖ ลงพื้นที่ตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๖ นาวาอากาศเอก สิระ บุญญะพาศ ผู้บังคับการกองบิน ๔๖ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน ๔๖ มอบหมายให้ นาวาอากาศโท พีระพัฒน์ ปั้นกล่ำ หัวหน้าแผนกกิจการพลเรือน กองบังคับการ กองบิน ๔๖ พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน กองบิน ๔๖ และเจ้าหน้าที่ นำรถบรรทุกน้ำสะอาด จำนวน ๑๘,๐๐๐ ลิตร แจกจ่ายให้ประชาชน ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ออกแจกจ่ายน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค ณ พื้นที่บ้านป่า หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  เนื่องจากแหล่งน้ำบาดาลที่ใช้มีปริมาณลดลง และเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ใจถึงใจไปทันที จิตอาสาต้านภัยแล้ง66 น้ำคือชีวิต กองบิน46เพื่อประชาชน


จิตอาสา904 ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าว

'พี่ยุทธ' ยอมใจ!! 'ชัยวุฒิ' ที่สุดแห่งตัวตึงการเมืองไทยช่วงนี้ ยก!! มือฟาดตัวจริงแห่ง พปชร. ไม่หวั่นแม้ทัวร์รอลงทุกซีน

'สรยุทธ' เอ่ยถึงตัวตึง 'ชัยวุฒิ' รองหัวหน้าพรรค (พปชร.) โพสต์คลิปสวนกระแส ชวนลูกชายกินไข่ต้ม ลั่น!! อร่อยดี มีประโยชน์ อาหารที่ไม่มีชนชั้น อยู่อย่างพอเพียง ปอกไข่ต้มกินข้าวคลุกน้ำปลา 

(24 เม.ย.66) สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าว รายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอก โชว์ปอกไข่ต้มกินข้าวคลุกน้ำปลา จากประเด็นร้อน ที่ทำเอา 'คนการเมือง-อินฟูลเอนเซอร์' ฟาดกันเดือด! จากหนังสือวิชาภาษาไทย ป.5 ให้ข้อคิดเรื่องคุณค่าชีวิต ผ่านเรื่อง 'ด.ญ.ใยบัว' กินข้าวคลุกน้ำปลา กับไข่ต้มครึ่งซีก 

โดยในระหว่างการปอกไข่ นายสรยุทธ์ได้กล่าวถึง  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค (พปชร.) ที่ช่วงนี้สามารถหยิบประเด็นสาธารณะมาโพสต์ ได้อย่างไม่กลัวกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องโดนกระแสสังคม พร้อมกันนี้ยังได้วิเคราะห์อีกด้วยว่า นายชัยวุฒิเปรียบเหมือนตัวตึงในวงการการเมืองช่วงนี้ พร้อมยังได้เปรียบเทียบกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่ายังไม่มีใครจัดจ้านได้เท่าชัยวุฒิช่วงนี้แล้ว ที่กล้าไม่กลัว หยิบยกประเด็นคุณค่าของจิตใจสวนกระแสดราม่าในสังคม 

นอกจากนี้ นายสรยุทธ์ ยังได้กล่าวว่าถึงประเด็นพอเพียงตามแบบการเรียนการสอน "ใจความสำคัญของคำว่าพอเพียง คือการประมาณตนอย่างพอดี อยู่ที่คุณค่าของจิตใจ" แต่ประเด็นของเรื่องไม่ใช่ความพอเพียงแต่อยู่ที่เรื่อง โภชนาการที่เด็กคนหนึ่งจะได้รับจากการกินไข่แค่ครึ่งซีกกับน้ำปลา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top