Sunday, 25 October 2026
News

ทำไม World Bank และ IMF

ทำไม World Bank และ IMF ถึงเป็นองค์กรแฝด ทำงานร่วมกัน แม้จะคนละหน้าที่กัน

ไทยต้องกู้เงิน

ไทยต้องกู้เงิน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตอนไหน เท่าไร แล้วคืนตอนไหน

"มุมมองชาวอเมริกันคนหนึ่ง" เมื่อศูนย์สแกมเมอร์ในอินเดียโทรข้ามโลกมาขโมยเงินเก็บทั้งชีวิต


บทความมุมมองสมมติของประชาชนอเมริกันทั่วไป อ้างอิงคดีและรายงานการปราบปรามที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ประชาชนอเมริกันธรรมดาคนหนึ่ง ทำงาน จ่ายภาษี ผ่อนบ้าน และพยายามเก็บเงินไว้สำหรับวันที่ตัวเองแก่ลง สิ่งที่ผมต้องการจากชีวิตไม่ได้ยิ่งใหญ่ ผมอยากให้ครอบครัวมีความมั่นคง มีเงินรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วย และมีเงินพอใช้หลังเกษียณ โดยไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

แต่เมื่อได้อ่านข่าวเกี่ยวกับศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในอินเดียที่มุ่งเป้าชาวอเมริกัน ผมกลับรู้สึกว่า แม้จะนั่งอยู่ในบ้านของตัวเอง เราก็อาจไม่ได้ปลอดภัยจากอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอีกซีกโลก คนร้ายไม่ต้องเดินทางมาอเมริกา ไม่ต้องเข้ามาในบ้าน และไม่ต้องเผชิญหน้ากับเรา พวกเขาเพียงโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือทำให้คำเตือนปลอมปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเริ่มต้นกระบวนการที่อาจทำให้เงินเก็บของคนคนหนึ่งหายไปทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้ผมสะเทือนใจที่สุดคือ ผู้เสียหายอาจเป็นพ่อแม่ของเรา เพื่อนบ้านที่เกษียณแล้ว หรือคนทำงานที่สะสมเงินทีละเล็กทีละน้อยมาตลอดชีวิต สำหรับผู้กระทำผิด เงินเหล่านั้นอาจเป็นเพียงรายได้จากการหลอกลวงอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับคนที่หาเงินมา มันคือเวลาหลายสิบปีของการทำงาน ความอดทน และความหวังว่าจะมีอนาคตที่มั่นคง

ก่อนติดตามข่าวเหล่านี้ ผมรู้จักอินเดียผ่านวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่เมื่ออ่านรายละเอียดของคดีอาญา ชื่อเมืองอย่างอาห์เมดาบัด โกลกาตา ปูเน่ ไฮเดอราบาด และวิสาขปัตนัม ก็เริ่มปรากฏในอีกบริบทหนึ่ง คือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เคยตรวจพบศูนย์คอลเซ็นเตอร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาหลอกลวงผู้คนในต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ชื่อเหล่านี้ช่วยให้ผมเข้าใจว่าปัญหากระจายอยู่หลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ข่าวการจับกุมในอดีตไม่ได้ยืนยันว่าศูนย์เหล่านั้นยังเปิดดำเนินการอยู่ และไม่ได้ทำให้ผู้คนทั้งเมืองกลายเป็นผู้ต้องสงสัย

อาห์เมดาบัด หรือ Ahmedabad ในรัฐคุชราต เป็นเมืองที่ปรากฏอย่างชัดเจนในคดีของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในเมืองนี้ใช้พนักงานแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรสหรัฐฯ หรือ IRS และสำนักงานบริการด้านสัญชาติและการเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ USCIS

โทรศัพท์หาเหยื่อในอเมริกา ขู่ว่าอาจถูกจับ จำคุก ปรับ หรือเนรเทศ หากไม่จ่ายเงินที่อ้างว่าเป็นหนี้รัฐบาล เมื่อเหยื่อจ่ายเงิน เครือข่ายก็ใช้ผู้ร่วมขบวนการในสหรัฐฯ ช่วยรับและฟอกเงิน ในเดือนพฤศจิกายน 2020 Hitesh Madhubhai Patel ผู้ดำเนินการและให้เงินทุนแก่ศูนย์เหล่านี้ ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากบทบาทในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำระหว่างปี 2013–2016
เมื่ออ่านเรื่องนี้ ผมพยายามนึกถึงความรู้สึกของคนที่รับสายแล้วได้ยินว่าตัวเองกำลังมีปัญหากับรัฐบาล

คนทั่วไปไม่ได้รู้รายละเอียดขั้นตอนของทุกหน่วยงาน และเมื่อถูกขู่ด้วยคำว่า “หมายจับ” หรือ “จำคุก” ความกลัวอาจทำให้เขารีบหาทางเอาตัวรอดก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง สำหรับผู้อพยพที่พยายามสร้างชีวิตใหม่ในอเมริกา คำขู่ว่าจะถูกเนรเทศยิ่งอาจกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง เพราะสิ่งที่เขานึกถึงทันทีอาจเป็นครอบครัว งาน และชีวิตทั้งหมดที่สร้างขึ้นมา

อีกพื้นที่หนึ่งที่ปรากฏในคดีใหญ่คือมีราโรดและภายันดาร์ ในรัฐมหาราษฏระ ใกล้นครมุมไบ รายงานของ The Indian Express ระบุว่า ตำรวจธานีเข้าตรวจค้นศูนย์คอลเซ็นเตอร์เก้าแห่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2016 โดยกล่าวหาว่าผู้โทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ IRS และข่มขู่ให้ชาวอเมริกันจ่ายเงินเพื่อสะสางภาษีที่อ้างว่าค้างชำระ ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ตำรวจยื่นเอกสารกล่าวหาผู้ต้องหา 80 คนต่อศาล

จำนวนสำนักงานและผู้เกี่ยวข้องในคดีทำให้ผมเริ่มเห็นขนาดของปัญหา การหลอกลวงสามารถเกิดขึ้นซ้ำกับคนจำนวนมากได้ เมื่อมีสถานที่ทำงานและพนักงานคอยโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้โทร สายที่ไม่สำเร็จอาจหมายถึงเพียงการลองโทรหาคนถัดไป แต่สำหรับเหยื่อที่หลงเชื่อ สายเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

โกลกาตา หรือ Kolkata ในรัฐเบงกอลตะวันตก เป็นอีกเมืองที่ปรากฏในข่าวการหลอกลวงชาวอเมริกัน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 The Times of India รายงานว่า ตำรวจจับผู้ต้องหาหกคนในย่านท็อปเซีย หลังได้รับข้อมูลจาก FBI ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าดำเนินศูนย์คอลเซ็นเตอร์ปลอม โดยเสนอความช่วยเหลือทางออนไลน์ ก่อนเข้าถึงคอมพิวเตอร์และข้อมูลธนาคารของเหยื่อ

การหลอกลวงที่แฝงตัวมาในรูปแบบบริการช่วยเหลือทางเทคนิคทำให้ผมกังวลเป็นพิเศษ เพราะมันเริ่มต้นจากความต้องการขอความช่วยเหลือของคนคนหนึ่ง คนจำนวนมากใช้คอมพิวเตอร์ได้ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าระบบต่าง ๆ ทำงานอย่างไร เมื่อเห็นข้อความเตือนว่าข้อมูลตกอยู่ในอันตราย พวกเขาย่อมอยากให้คนที่รู้มากกว่ามาช่วย คนร้ายจึงอาศัยจังหวะนั้นแสดงตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ พูดอย่างมั่นใจ และชักจูงให้เหยื่อเชื่อว่าการทำตามคำสั่งจะช่วยแก้ปัญหาได้

ผมนึกถึงผู้สูงอายุที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพหลาน ติดต่อครอบครัว หรือจัดการธุระประจำวัน หากหน้าจอมีคำเตือนที่ดูน่ากลัวขึ้นมา แล้วคนปลายสายพูดว่าเขาช่วยได้ การยอมให้เข้าถึงเครื่องอาจดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในขณะนั้น ความไว้ใจที่ควรเกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการจึงถูกนำมาใช้ทำร้ายเจ้าของเครื่องเสียเอง

ในเดือนกันยายน 2024 ชื่อเมืองปูเน่ในรัฐมหาราษฏระ ไฮเดอราบาดในรัฐเตลังคานา และวิสาขปัตนัมในรัฐอานธรประเทศ ปรากฏร่วมกันในข่าวปฏิบัติการ Chakra-III ของสำนักงานสอบสวนกลางอินเดีย หรือ CBI รายงานของสำนักข่าว Press Trust of India ที่เผยแพร่ผ่าน Business Standard

ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจค้น 32 จุดในหลายเมือง รวมถึงอาห์เมดาบัด โดยมีศูนย์คอลเซ็นเตอร์สี่แห่งอยู่ในกลุ่มสถานที่ที่ถูกตรวจค้น ได้แก่ ปูเน่หนึ่งแห่ง ไฮเดอราบาดหนึ่งแห่ง และวิสาขปัตนัมสองแห่ง เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหาหลัก 26 คน และตรวจสอบบทบาทของผู้ทำงานคนอื่นต่อไป

โฆษก CBI ระบุว่า เครือข่ายที่เป็นเป้าหมายแอบอ้างเป็นฝ่ายช่วยเหลือทางเทคนิค ติดต่อเหยื่อโดยเฉพาะในสหรัฐฯ และอ้างว่าระบบของเหยื่อถูกแฮ็ก เพื่อชักจูงให้ส่งเงิน

เมื่อมองชื่อเมืองเหล่านี้บนแผนที่ ผมเห็นว่าคดีคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงปรากฏในหลายพื้นที่ของอินเดีย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกไปจนถึงตะวันออกและตอนใต้ คำถามที่ยังต้องหาคำตอบคือ ใครเป็นผู้สั่งการ ใครจัดหาเงินทุน ใครได้รับผลประโยชน์ และผลการดำเนินคดีเป็นอย่างไร การจับกุมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่จำนวนคนที่อยู่ในสำนักงานในวันตรวจค้นไม่อาจใช้แทนจำนวนผู้กระทำผิดที่ศาลตัดสินแล้วได้

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขบวนการเหล่านี้อันตราย คือการควบคุมทั้งความคิดและความรู้สึกของเหยื่อ คนร้ายอาจทำให้เหยื่อเชื่อว่ามีเหตุร้ายกำลังเกิดขึ้น แล้วเสนอตัวว่าเป็นผู้ช่วยเหลือเพียงคนเดียวที่หยุดมันได้ เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อ การโอนเงินออกจากบัญชีอาจถูกมองว่าเป็นวิธีปกป้องเงิน ทั้งที่การทำตามคำสั่งนั้นเองคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสีย

FBI อธิบายว่า เครือข่ายหลอกลวงประเภทนี้ใช้ความเร่งด่วนกดดันเหยื่อ และอาจห้ามไม่ให้ปรึกษาคนอื่น ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายเงินมีผู้ช่วยรับและฟอกเงินทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ บางเครือข่ายยังมีบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ สำหรับรับเงินด้วย เงินที่เหยื่อส่งออกไปจึงอาจผ่านหลายมือก่อนถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ปลายทาง

เรื่องนี้ทำให้ผมไม่อาจมองว่าความรับผิดชอบอยู่เพียงกับคนที่โทรศัพท์จากอินเดีย หากมีคนในอเมริการู้เห็นและช่วยรับเงินหรือฟอกเงิน พวกเขาก็ช่วยให้การหลอกลวงสำเร็จเช่นกัน การสืบสวนจึงต้องไปถึงทุกส่วนของเครือข่าย เพราะศูนย์โทรศัพท์ที่ถูกปิดอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการที่ใหญ่กว่านั้นมาก

สิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ว่าปัญหายังปรากฏในคดีที่เปิดเผยไม่นานมานี้ คือประกาศของ FBI Baltimore เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 หน่วยงานระบุว่า การสืบสวนร่วมกับตำรวจและอัยการใน Montgomery County รัฐแมริแลนด์ เชื่อมโยงเหตุหลอกลวงไปยังศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในอินเดีย ซึ่ง CBI เข้าปราบปรามในเดือนธันวาคม 2025 มีผู้เสียหายในสหรัฐฯ แจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับศูนย์เหล่านี้ประมาณ 660 คน และรายงานความเสียหายรวม 48,778,230 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นความเสียหายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายในคดีดังกล่าว ไม่ใช่ยอดรวมของการหลอกลวงทั้งหมดที่มีต้นทางจากอินเดีย

สำหรับผม ผู้เสียหายหลายร้อยคนหมายถึงครอบครัวหลายร้อยครอบครัวที่อาจต้องเปลี่ยนแผนชีวิต บางคนอาจต้องเลื่อนการเกษียณ บางคนอาจต้องขายทรัพย์สิน หรือขอความช่วยเหลือจากลูกหลาน เงินที่สูญเสียไปอาจถูกเตรียมไว้สำหรับการรักษาตัว หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉินที่ทำให้เขารู้สึกว่ายังพอรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้
สิ่งที่ถูกพรากไปพร้อมเงินอาจเป็นความมั่นใจของเหยื่อ จากคนที่เคยจัดการชีวิตและดูแลครอบครัวได้ เขาอาจเริ่มสงสัยการตัดสินใจของตัวเอง รู้สึกผิด และไม่กล้าบอกใคร สำหรับผู้สูงอายุ ความเจ็บปวดอาจยิ่งหนัก เพราะเวลาที่จะทำงานและสร้างเงินเก็บก้อนใหม่มีเหลือไม่มาก การเสียเงินเหล่านั้นจึงอาจกระทบทั้งความมั่นคงทางการเงินและความรู้สึกว่าตนเองยังดูแลชีวิตได้

ผมไม่อยากเห็นสังคมซ้ำเติมคนเหล่านี้ด้วยคำถามว่า “ทำไมถึงเชื่อ” คนที่พูดเช่นนั้นอาจไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดันให้ตัดสินใจทันที ไม่เคยถูกขู่ว่าจะถูกจับ หรือไม่เคยถูกทำให้เชื่อว่าบัญชีธนาคารกำลังตกอยู่ในอันตราย การฟังเรื่องราวจากภายนอกทำให้เราเห็นสัญญาณผิดปกติได้ง่ายกว่าการอยู่ท่ามกลางความกลัวในเวลานั้น

คำแรกที่ครอบครัวพูดกับผู้เสียหายจึงควรเป็นคำที่ช่วยให้เขากล้าเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น การได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วต้องเริ่มจากการรู้สึกว่าสามารถพูดออกมาได้ หากเหยื่อกลัวถูกตำหนิจนเลือกเงียบ คนร้ายก็อาจมีเวลาสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น

ในฐานะประชาชนอเมริกัน ผมคาดหวังให้รัฐบาลของผมและรัฐบาลอินเดียร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ผมต้องการเห็นการติดตามผู้สั่งการ ผู้ให้เงินทุน ผู้รับเงิน และผู้ฟอกเงิน ต้องการเห็นความคืบหน้าของคดีหลังวันที่ตำรวจเข้าจับกุม และต้องการให้ผู้เสียหายได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า มีโอกาสได้เงินคืนเพียงใดและควรทำอะไรต่อ

ธนาคาร บริษัทโทรคมนาคม และผู้ให้บริการเทคโนโลยีควรช่วยให้ประชาชนตรวจสอบสิ่งผิดปกติได้ง่ายขึ้นด้วย คำเตือนต้องเข้าใจได้ในเวลาที่คนกำลังตกใจ ช่องทางขอความช่วยเหลือต้องเข้าถึงได้รวดเร็ว และมาตรการป้องกันควรถูกออกแบบโดยคำนึงถึงคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี เพราะพวกเขาก็มีสิทธิใช้บริการอย่างมั่นใจเช่นเดียวกับคนอื่น

ความโกรธของผมมุ่งไปที่ผู้กระทำผิดและคนที่ช่วยให้ขบวนการเดินต่อไป การมีศูนย์สแกมเมอร์ปรากฏในคดีที่อินเดียไม่ได้ทำให้ประชาชนอินเดียทุกคน หรือธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ทุกแห่ง กลายเป็นผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่อินเดียที่เข้าปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ส่วนผู้ทำงานสุจริตก็ต้องอยู่กับผลกระทบต่อชื่อเสียงที่เกิดจากการกระทำของคนร้ายเช่นกัน การตัดสินความรับผิดจึงต้องอยู่บนหลักฐานว่าแต่ละคนทำอะไรและมีส่วนร่วมอย่างไร

ทุกครั้งที่อ่านชื่ออาห์เมดาบัด มีราโรด–ภายันดาร์ โกลกาตา ปูเน่ ไฮเดอราบาด และวิสาขปัตนัมในข่าวเหล่านี้ ผมคิดถึงระยะทางระหว่างสำนักงานที่คนร้ายใช้โทรศัพท์กับบ้านของเหยื่อในอเมริกา ระยะทางนั้นไกลมากบนแผนที่ แต่สั้นเหลือเกินเมื่อเชื่อมผ่านโทรศัพท์ คนรับสายอาจเพิ่งกลับจากทำงาน อาจกำลังดูแลคู่สมรสที่ป่วย หรืออาจอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครช่วยตรวจสอบสิ่งที่ได้ยิน

คนธรรมดาอย่างผมควรได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวเสียงโทรศัพท์ในบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของเราควรมีโอกาสใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกับครอบครัวอย่างสบายใจ ผมอยากเห็นความร่วมมือข้ามประเทศที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถใช้พรมแดนและระยะทางเป็นที่หลบซ่อน พร้อมกับระบบช่วยเหลือที่ไม่ปล่อยให้เหยื่อรับภาระเพียงลำพัง

เงินเก็บของคนอเมริกันคนหนึ่งอาจเป็นเพียงตัวเลขบนหน้าจอของสแกมเมอร์ แต่สำหรับเจ้าของเงิน มันคือการตื่นไปทำงานทุกเช้า การเลือกประหยัดในวันที่อยากใช้จ่าย และความตั้งใจว่าจะดูแลคนที่รักให้ได้ ผมหวังว่าทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบจะมองเห็นชีวิตเหล่านั้นชัด

มีโอกาสชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

มีโอกาสชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงตั้งใจสวมใส่ผ้าไทยทุกวันตลอดสัปดาห์การประชุม เพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์และชื่นชมวัฒนธรรมไทย พร้อมกล่าวด้วยอารมณ์ขันว่า แม้การประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังมีชุดผ้าไทยสำรองเหลืออยู่อีกด้วย

ชื่นชมการนำผ้าทอจากชุมชนต่าง ๆ ของไทยมาจัดแสดงภายในห้องประชุม ซึ่งช่วยเตือนให้ผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับบทบาทของ IMF ในปัจจุบันที่ปรับตัวให้ใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกมากขึ้น

แม้ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่คาดหวังว่าจะยังคงอยู่ คือ รอยยิ้มของคนไทยในฐานะดินแดนแห่งรอยยิ้ม

"นางคริสตาลินา กอร์เกียร์วา" กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF กล่าวชื่อชมประเทศไทย แนวภาพตามตัวอย่าง

เครดิต สำนักข่าวไทย

กพร. ขานรับยกระดับแรงงาน!! เดินหน้าพัฒนาทักษะฝีมือเดินหน้า ยกระดับแรงงานท่องเที่ยวและบริการ ขยายความร่วมมือปากีสถาน-ไทย เสริมทักษะมาตรฐานสากลแรงงาน

กพร. ขานรับนโยบาย รมว.แรงงาน เดินหน้ายกระดับแรงงานด้านท่องเที่ยว-บริการ ในปากีสถาน สู่มาตรฐานสากล

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยนายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ นางซาดียะห์ อัลฎาฟ กอซี (H.E. Ms. Saadia Altaf Qazi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 75 ปี พร้อมหารือแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการหารือ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การหารือร่วมกันในครั้งนี้ สืบเนื่องจากนโยบายของกระทรวงแรงงานในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน (Skills Development) ในระดับสากล โดยต่อยอดจากการพบหารือระหว่างฝ่ายไทยและ นายเชาว์ดรี ซาลิก ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชาวปากีสถานในต่างประเทศและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ปากีสถาน เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายปากีสถานได้แสดงความชื่นชมและให้ความสนใจในมาตรฐานการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การโรงแรม และภาคบริการ (Hospitality and Services) ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีศักยภาพและหลักสูตรฝึกอบรมที่โดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ ฝ่ายปากีสถานมีความประสงค์ที่จะขอรับการสนับสนุนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการยกระดับกำลังแรงงานของปากีสถานให้มีทักษะเทียบเท่ามาตรฐานสากล

นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับฝ่ายปากีสถานอย่างเต็มที่ เพื่อขยายโอกาสการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและแนวทางการฝึกอบรมระหว่างสองประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและต่อยอดไปสู่เครือข่ายความร่วมมือด้านแรงงานร่วมกับกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ในอนาคต อันจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเลิศด้านการฝึกอบรมฝีมือแรงงานของไทย และสร้างเครือข่ายการพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์มาตรฐานระดับสากลต่อไป

N.F.A Advisory ศูนย์บริการธุรกิจ!! ผนึก 3 กลุ่มทุนไทย-จีน รองรับลงทุน-ขยายตลาดครบวงจร ตั้งเป้าสนับสนุนธุรกิจยั่งยืน ลดอุปสรรคข้ามพรมแดนอย่างมั่นใจ

CNR Group – ANNO – Mango Asia ผนึกกำลังเปิดตัว “N.F.A Advisory” ศูนย์บริการธุรกิจไทย–จีนครบวงจร หนุนทุนจีนลงทุนไทย พร้อมพาธุรกิจไทยขยายตลาดจีน

ผสานความเชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี กฎระเบียบ และกลยุทธ์การตลาดข้ามพรมแดน ให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นและขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจในทั้งสองประเทศ

บริษัท เอ็น.เอฟ.เอ แอดไวซอรี่ จำกัด (N.F.A Advisory Co., Ltd.) ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดพิธีลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 3 พันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ ซีเอ็นอาร์ กรุ๊ป (CNR Group), แอนโน (ANNO) และแมงโก้ เอเชีย (Mango Asia) เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มบริการธุรกิจและการลงทุนข้ามพรมแดน (Cross-Border Business & Investment Services) รองรับผู้ประกอบการจีนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดจีน

การจัดตั้ง N.F.A Advisory มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของการดำเนินธุรกิจระหว่างไทยและจีน ซึ่งผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความแตกต่างด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ระบบบัญชีและภาษี ภาษา ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคและวิธีการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศ โดย N.F.A Advisory จะทำหน้าที่เป็น ศูนย์บริการแบบ One-Stop Service ที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กรเข้ากับการวางกลยุทธ์และการพัฒนาตลาด ช่วยลดความซับซ้อนในการเริ่มต้นธุรกิจ และสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาว

บริการครบวงจร ตั้งแต่ศึกษาตลาด จัดตั้งธุรกิจ ไปจนถึงการขยายตลาด

N.F.A Advisory ออกแบบบริการให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการในทุกช่วงของการดำเนินธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มบริการหลัก ได้แก่

1. บริการให้คำปรึกษาการลงทุนและการเริ่มต้นธุรกิจ (Market Entry & Investment Advisory)
ครอบคลุมการศึกษาวิจัยตลาด (Market Research) การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ (Feasibility Study) การตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือของคู่ค้าทางธุรกิจ (Business Due Diligence) ตลอดจนการประสานงานด้านการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการลงทุนและตัดสินใจเข้าสู่ตลาดใหม่ได้อย่างรอบคอบ

2. บริการบัญชี ภาษี และการบริหารจัดการองค์กร (Accounting, Tax & Corporate Services)
ครอบคลุมการจัดทำบัญชีและงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะและกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ การวางแผนและจัดทำแบบยื่นภาษี งานเลขานุการบริษัท และการบริหารเงินเดือนพนักงาน (Payroll Services) เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศไทย

3. บริการกลยุทธ์การตลาดและการขยายธุรกิจข้ามพรมแดน (Cross-Border Marketing & Business Expansion)
ครอบคลุมการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดไทยและจีน การศึกษาผู้บริโภค การพัฒนาช่องทางการขาย การวางแผนการตลาดและสื่อสารแบรนด์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้บริษัทจีนสามารถสร้างตลาดในประเทศไทย และช่วยให้แบรนด์ไทยเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจในประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการทั้งหมดดำเนินงานโดยทีมงานที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านการสื่อสารและเพิ่มความคล่องตัวในการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ

ผสานจุดแข็ง 3 พันธมิตร สร้างระบบสนับสนุนธุรกิจไทย–จีน

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการนำความเชี่ยวชาญที่แตกต่างแต่เกื้อหนุนกันของทั้ง 3 องค์กรมารวมไว้ภายใต้การให้บริการเดียวกัน

CNR Group นำประสบการณ์กว่า 20 ปีด้านบัญชี ภาษี และการควบคุมคุณภาพงานวิชาชีพ พร้อมเทคโนโลยีบัญชีคลาวด์ AccRevo มาสนับสนุนการพัฒนาระบบการทำงานและมาตรฐานการให้บริการ

ANNO สนับสนุนด้านเครือข่ายลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจจีน ตลอดจนการประสานงานและการให้บริการภาษาจีน เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของนักลงทุนจีนเข้ากับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ขณะที่ Mango Asia รับผิดชอบด้านกลยุทธ์การตลาดข้ามพรมแดน การศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสารการตลาด รวมถึงการพัฒนาธุรกิจและเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าระหว่างไทยและจีน

คุณนวลศิริ วรเมธาวิวัฒ์ ผู้บริหาร CNR Group กล่าวว่า

“N.F.A Advisory เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างศูนย์บริการธุรกิจที่นักลงทุนจีนสามารถไว้วางใจได้ ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะการเริ่มต้นธุรกิจในต่างประเทศไม่ได้มีเพียงเรื่องการจัดตั้งบริษัท แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในระบบบัญชี ภาษี กฎระเบียบ และการบริหารจัดการที่ถูกต้อง

เราจึงนำความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพและระบบการทำงานที่ได้มาตรฐาน มาผสานกับเครือข่ายธุรกิจจีนและความเชี่ยวชาญด้านการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีพันธมิตรที่สามารถดูแลธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีเวลาให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่”

ด้าน ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช กรรมการผู้จัดการ Mango Asia กล่าวเสริมว่า

“โอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและจีนยังมีอีกมาก แต่สิ่งที่ท้าทายไม่ใช่เพียงการนำเงินลงทุนเข้าประเทศ หรือการนำสินค้าออกไปจำหน่ายในต่างประเทศเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการเข้าใจตลาด เข้าใจผู้บริโภค และสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบและกฎระเบียบของประเทศนั้นได้อย่างถูกต้อง

เราเชื่อว่า การจัดตั้งบริษัทเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การสร้างธุรกิจให้เติบโตได้จริงคือเป้าหมายสำคัญ N.F.A Advisory จึงไม่ได้มุ่งเพียงช่วยให้ธุรกิจจีนเข้ามาเปิดบริษัทในไทย แต่ต้องการสนับสนุนให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถเข้าสู่ตลาด เข้าถึงลูกค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน เราต้องการใช้ความเข้าใจตลาดจีนและเครือข่ายพันธมิตรที่มีอยู่ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดไปยังประเทศจีนได้อย่างมีกลยุทธ์ ลดการลองผิดลองถูก และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ”

เดินหน้าสู่การเป็นพันธมิตรระยะยาวของธุรกิจไทย–จีน

N.F.A Advisory มุ่งพัฒนาการให้บริการในรูปแบบพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว (Long-Term Business Partner) โดยเชื่อมโยงบริการตั้งแต่การวางแผนลงทุน การจัดตั้งและบริหารองค์กร ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดและการขยายธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาคเอกชนไทยและจีนในการสร้างระบบสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตในตลาดระหว่างประเทศ และเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงการลงทุน การค้า และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยและจีนในอนาคต

N.F.A Advisory พร้อมเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งไทยและจีนแล้ววันนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัท เอ็น.เอฟ.เอ แอดไวซอรี่ จำกัด (N.F.A Advisory Co., Ltd.)
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: 065-159-6928

อยุธยาเปิดเกมท่องเที่ยวรวม!! ปักหมุดเมืองต้นแบบสู่ Inclusive Tourism เปิดคณะกรรมการ ATIT ยกระดับทั่วถึง ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-นักวิชาการ หวังขยายตลาดท่องเที่ยวมีมูลค่าสูง

อยุธยาปักปักหมุดเมืองต้นแบบ! เปิดตัวงานใหญ่ ITT 2026 ดันวาระ ‘Inclusive Tourism’ ท่องเที่ยวเท่าเทียมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ปรับเมืองมรดกโลกสู่ Living Lab เจาะตลาดกลุ่มใหม่มูลค่าสูง

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงานเวทีประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวที่ทั่วถึงและเท่าเทียม 2569 หรือ Inclusive Tourism Thailand 2026 (ITT2026)

จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Awareness • Collaboration • Action” เพื่อมุ่งสร้างการรับรู้ ผสานความร่วมมือ และยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลจากองค์ความรู้สู่งานวิจัยและลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเปิดโอกาสทางการตลาดใหม่และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ทุกคนเข้าถึงได้

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจาก อพท., สกสว., ททท. และผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน

ภายในงานได้มีการเปิดตัวคณะกรรมการบริหารสมาคมไทยท่องเที่ยวเพื่อความทั่วถึงและเท่าเทียม (ATIT) โดย นายนิธิ สืบพงษ์สังข์ (นัตตี้) นายกสมาคมฯ และหัวหน้าโครงการวิจัย ได้กล่าวรายงานถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ชุมชน และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทั้งจากยุโรป ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการท่องเที่ยวของไทย

เปิดรับทุน ODOS ทุนการศึกษาเพื่อม.4-ปวช.1 เปิดรับสมัครถึง 13 พ.ย. 69 กสศ.เชิญครูคัดเลือกนักเรียน ช่วยขยายโอกาสเรียนต่ออย่างเต็มที่

เปิดรับสมัครแล้ว! ทุน ODOS รุ่นที่ 4 (รอบเพิ่มเติม) สำหรับนักเรียนชั้น ม.4 และ ปวช.1

อีกหนึ่งโอกาสที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนได้เรียนต่อและพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่กับ “โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) รุ่นที่ 4 รอบเพิ่มเติม” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1)

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2569 (ภายในเวลา 17.00 น.)

กสศ. ขอเชิญชวนคุณครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในรายชื่อสถานศึกษาตามประกาศ ร่วมคัดเลือกและเสนอชื่อนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เพื่อเข้ารับการพิจารณาทุน ODOS รุ่นที่ 4 (รอบเพิ่มเติม)

อ่านรายละเอียดประกาศ คุณสมบัติ และกำหนดการรับสมัครได้ที่
https://scholarshipreg.eef.or.th/informations

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-079-5475 ต่อ 11 (ในเวลาราชการ)

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1604436355050683&id=100064530018676&rdid=2laJvghvEwyFQPkz#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top