ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ที่ยอดเยี่ยม ไหนๆ เราก็อยู่กัน
ที่นี้แล้ว อย่าลืมออกไป ช้อปปิ้งด้วย
ผู้อำนวยการ IMF Kristalina Georgieva
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ที่ยอดเยี่ยม ไหนๆ เราก็อยู่กัน
ที่นี้แล้ว อย่าลืมออกไป ช้อปปิ้งด้วย
ผู้อำนวยการ IMF Kristalina Georgieva
เชลล์คว้ารางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปี 2569” ตอกย้ำมาตรฐานการบริการ
ใส่ใจทุกประสบการณ์ ให้ลูกค้า “วางใจเมื่อใช้เชลล์”
กรุงเทพฯ – 16 ตุลาคม 2569 สถานีบริการน้ำมันเชลล์คว้า 3 รางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569” สะท้อนความมุ่งมั่นของเชลล์ ในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกจุดบริการ ไม่เพียงด้านคุณภาพน้ำมัน แต่รวมถึงความสะอาด ความปลอดภัย และความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง โดยสถานีบริการน้ำมันเชลล์ เติมบุญ เต็มธรรม (เขตคลองสามวา) ได้รับรางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” ขณะที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ น้อยเพิ่มปิโตรเลียม (เขตประเวศ) และสถานีบริการน้ำมันเชลล์ นำรุ่งเรือง 1992 (เขตคลองเตย) ได้รับรางวัล “ห้องน้ำมาตรฐานดีเด่น”
รางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างเชลล์และผู้ประกอบการสถานีบริการในการดูแลและพัฒนาห้องน้ำให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และพร้อมรองรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม โดยการพิจารณาจากมาตรฐาน H.A.S. ของกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ด้านความสะอาด (Health) ความพร้อมในการเข้าถึง (Accessibility) และความปลอดภัย (Safety)
สอดคล้องกับแนวทางการดูแลพัฒนาห้องน้ำของเชลล์ ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ความปลอดภัยและสุขอนามัย ตลอดจนการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเชลล์ยังได้จัดทำคู่มือ “Make it Shine” เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลความสะอาดของสถานีบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในสถานีบริการ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอทั่วประเทศ
ความสำเร็จในปีนี้ยังเป็นการต่อยอดจากปี 2568 ซึ่งสถานีบริการน้ำมันเชลล์ได้รับทั้งรางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปี” และ “ห้องน้ำมาตรฐานดีเด่น” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาและยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่ดีในทุกครั้งที่แวะสถานีบริการเชลล์
การได้รับรางวัลทั้ง 3 รางวัลในปีนี้ จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความร่วมมือระหว่างเชลล์และผู้ประกอบการสถานีบริการ ที่มุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกจุด เพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่ดียิ่งขึ้นให้กับทุกคนที่แวะมาที่สถานีบริการเชลล์ ตามแนวคิด “Make Life's Journey Better - เติมสุขให้ทุกชีวิต” สะท้อนความมุ่งมั่นของเชลล์ตลอดระยะเวลากว่า 134 ปีในประเทศไทย ในการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่ผู้ใช้บริการสามารถ “วางใจเมื่อใช้เชลล์” ได้ในทุกการเดินทาง
ขนลุกและดีใจมากๆที่คุณคริสตาลินา กิออร์กิเอวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จบสไลด์สุดท้าย ขอบการปาฐกถากับ ผู้นำเศรษฐกิจจาก 190 ประเทศ ในวันประชุมใหญ่ ด้วยภาพนี้ครับ
ปลื้มใจที่ Royal Pavilion เฉลิมพระเกียรติ ที่ทางทีมทำงานกันอย่างทุ่มเทมานานได้มีส่วนช่วยนำพาให้เกิด“ภาพนี้” วันนี้ครับ
สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1658796206259399&id=100063871053873&post_id=100063871053873_1658796206259399&rdid=x3FLxkoyIFYQArrU#
อาจารย์อุ๋ย เตือนระเบิดเวลาประกันสังคม! ห้ามพรรคการเมืองครอบงำกองทุน ยกบทเรียนเกาหลีใต้ เงินบำนาญต้องไม่รับใช้การเมือง
16 ตุลาคม 2569 นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ระบุว่า
“ชัยชนะของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม สะท้อนความไว้วางใจและความหวังของผู้ประกันตน ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลือกตั้ง พร้อมเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า อย่าปล่อยให้ความใกล้ชิดกับพรรคการเมืองกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่ย้อนกลับมาทำลายความมั่นคงของกองทุนและอนาคตของคนทำงาน
หัวใจของการบริหารเงินกองทุนคือความเป็นอิสระ โดยเฉพาะการลงทุนที่ต้องคำนึงถึงผลตอบแทน ความเสี่ยง และภาระจ่ายสิทธิประโยชน์ระยะยาว เงินทุกบาทต้องบริหารเพื่อผู้ประกันตน พรรคการเมืองไม่มีสิทธิเข้ามาสั่งการหรือกำหนดทิศทางการลงทุนเพื่อประโยชน์ของตนเอง
แนวทางการลงทุนกองทุนประกันสังคมของสมาคมประกันสังคมระหว่างประเทศ หรือ ISSA Guidelines on Investment of Social Security Funds ข้อ 3 เรื่อง “Bodies and their responsibilities” ระบุชัดเจนว่า
“The board, management and investing institution shall be independent from political interference as regards investment decisions and implementation.”
หมายความว่า “คณะกรรมการ ฝ่ายบริหาร และหน่วยงานลงทุน ต้องเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมืองในการตัดสินใจและดำเนินการลงทุน” พร้อมกำหนดให้เคารพกระบวนการจัดการและเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้วย
คำว่า “การแทรกแซงทางการเมือง” ครอบคลุมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน พรรคการเมืองใดที่เข้ามาสั่งการ กดดัน หรือชี้นำการลงทุนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ย่อมขัดต่อมาตรฐานดังกล่าว การเป็นฝ่ายค้านจึงไม่ได้ทำให้พรรคการเมืองได้รับข้อยกเว้นจากหลักความเป็นอิสระของกองทุน
ความใกล้ชิดระหว่างพรรคประชาชนกับทีมประกันสังคมก้าวหน้าปรากฏผ่านกิจกรรมสาธารณะ เช่น การลงพื้นที่ตลาดละลายทรัพย์ สีลม เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ซึ่งมีรายงานบทบาทของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในการรณรงค์เลือกตั้งร่วมกับทีมดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจึงต้องแสดงให้ชัดว่า ความสัมพันธ์นี้จะไม่กลายเป็นช่องทางส่งใบสั่งเข้ากองทุน
นโยบายของทั้งสองฝ่ายยังสอดคล้องกันหลายเรื่อง ทั้งการนำประกันสังคมออกจากระบบราชการ การบริหารโดยมืออาชีพ และการเปิดเผยข้อมูลการบริหารกับการประชุม พรรคประชาชนซึ่งประกาศลดการแทรกแซงทางการเมืองจึงต้องยึดหลักเดียวกันกับตนเอง กรรมการต้องมีอิสระพอที่จะปฏิเสธแรงกดดันจากพรรคที่สนับสนุนตนได้
ผลเสียของการเมืองครอบงำกองทุนกระทบถึงผู้ประกันตนโดยตรง หากเลือกลงทุนเพื่อเอื้อกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดหรือสนองวาระทางการเมือง เงินอาจไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่เสี่ยงเกินควรหรือให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า เมื่อกองทุนสูญเสียรายได้สะสม ความสามารถในการจ่ายบำนาญและสิทธิประโยชน์ย่อมถูกกดดัน และอาจนำไปสู่ข้อเสนอเพิ่มเงินสมทบหรือปรับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ในอนาคต
อันตรายอีกด้านคือการเร่งเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างคะแนนนิยม โดยไม่ประเมินรายรับ รายจ่าย และจำนวนผู้รับบำนาญอย่างรอบคอบ ภาระผูกพันอาจกินเวลาหลายสิบปี คนทำงานรุ่นต่อไปจึงเสี่ยงต้องแบกรับต้นทุนของความนิยมทางการเมืองในวันนี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอาจถูกกดดันให้รับรองการตัดสินใจที่มีธงไว้แล้ว และเสียงเตือนเรื่องความเสี่ยงถูกลดความสำคัญ
เกาหลีใต้มีบทเรียนที่ไทยควรศึกษา ในการควบรวม Samsung C&T กับ Cheil Industries เมื่อปี 2558 กองทุนบำนาญแห่งชาติ หรือ NPS ซึ่งถือหุ้น Samsung C&T ถูกฝ่ายบริหารประเทศแทรกแซงกระบวนการตัดสินใจให้สนับสนุนการควบรวม ทั้งที่ที่ปรึกษาของกองทุนแนะนำให้คัดค้าน เพราะอัตราแลกหุ้นไม่สะท้อนมูลค่าทรัพย์สินอย่างเหมาะสมและเสียเปรียบผู้ถือหุ้น Samsung C&T เรื่องนี้กระทบผลประโยชน์ของกองทุนและลุกลามเป็นคดีอาญากับข้อพิพาทการลงทุนระหว่างประเทศ
อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข มุนฮยองพโย และอดีตหัวหน้าฝ่ายลงทุน ฮงวานซอน ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและผิดหน้าที่ในการดูแลทรัพย์สินตามลำดับ โดยศาลสูงสุดเกาหลีใต้ยืนยันผลคดีในปี 2565
บทเรียนสำหรับไทยคือ ต้องปิดช่องทางครอบงำให้ครบทั้งการใช้อำนาจรัฐกดดันและการใช้อิทธิพลผ่านกรรมการที่พรรคสนับสนุน ความเป็นอิสระต้องคุ้มครองกระบวนการตัดสินใจจากอำนาจทางการเมืองทุกช่องทาง เพื่อให้เงินของผู้ประกันตนได้รับการดูแลตามหลักวิชาชีพอย่างแท้จริง
กฎหมายไทยมีแนวป้องกันเรื่องนี้ในมาตรา 8/2 (9) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 8 และที่ปรึกษาตามมาตรา 8/1 ครอบคลุมตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งท้องถิ่น และตำแหน่งในพรรคการเมืองตามที่กฎหมายระบุ พร้อมระยะเว้นวรรคไม่น้อยกว่าสามปี สะท้อนความสำคัญของการสร้างระยะห่างจากอำนาจการเมือง (senate.go.th )
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจึงต้องพิสูจน์ความเป็นอิสระผ่านการทำงานจริง เปิดเผยเหตุผลการลงทุน จัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และประเมินความยั่งยืนก่อนเพิ่มภาระผูกพัน ความไว้วางใจจากการเลือกตั้งต้องตอบแทนด้วยความรับผิดชอบต่อเจ้าของเงิน
ผู้ประกันตนเลือกท่านเข้าไปเพื่อปกป้องอนาคตของเขา ทุกการตัดสินใจจึงต้องยึดประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง เงินประกันสังคมคือเหงื่อแรงและหลักประกันชีวิตของคนทำงาน พรรคการเมืองใดก็ไม่มีสิทธิเข้ามาถือรีโมตสั่งการกองทุน!”
https://www.facebook.com/share/p/1Q7QSfgVgm/?mibextid=wwXIfr
อาจารย์อุ๋ยชี้ อ้างหวังดี ไม่ใช่ใบผ่านยึดชื่อคนอื่น! ปม “NENE ROYAL” ผู้ยื่นก่อนไม่ได้สิทธิทันที เตือนแจ้งเท็จเสี่ยงคุก!
18 ตุลาคม 2569 -- นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า:
“กรณีบุคคลภายนอกยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” แล้วมีคำกล่าวอ้างว่าจะรักษาสิทธิและมอบให้เป็นของขวัญแก่ “น้องเนเน่” ศิลปินไทยผู้สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลก กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า ความหวังดีที่กล่าวอ้างกับสิทธิทางกฎหมายเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการยื่นคำขอในชื่อตนเองย่อมแตกต่างจากการได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนเจ้าของชื่ออย่างชัดเจน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญายืนยันว่าพบการยื่นคำขอ “NENE ROYAL” จริง และนายทะเบียนได้ให้ผู้ยื่นชี้แจงข้อมูลแล้ว แต่คำขอยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ยังไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้า และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าผู้ยื่นกระทำโดยไม่สุจริต
ยื่นก่อน ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของชื่อศิลปิน
ความเข้าใจว่า “ใครยื่นก่อน คนนั้นได้สิทธิแน่นอน” เป็นความเข้าใจที่อันตราย แม้ลำดับการยื่นคำขอมีความสำคัญ แต่เครื่องหมายยังต้องผ่านการตรวจสอบตามกฎหมาย และเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิดีกว่าเข้าคัดค้านได้ การยื่นคำขอจึงไม่ใช่ใบรับรองความเป็นเจ้าของชื่อหรือชื่อเสียงของศิลปิน
กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุด้วยว่า หากนำชื่อคนดังมายื่นจดในชื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีพฤติการณ์แอบอ้างหรือแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงของผู้อื่นโดยไม่สุจริต อาจเป็นเหตุให้ปฏิเสธการรับจดทะเบียนได้ โดยต้องตรวจสอบที่มาของเครื่องหมาย ความเกี่ยวข้องกับเจ้าของชื่อ และหลักฐานการอนุญาตประกอบกัน
ดังนั้น คำอ้างว่า “ทำให้เป็นของขวัญ” จึงไม่ใช่ข้อยกเว้นที่ทำให้คำขอผ่านกฎหมายโดยอัตโนมัติ หากประสงค์ช่วยเหลือจริง วิธีที่ชัดเจนที่สุดคือประสานเจ้าของชื่อหรือผู้แทนที่มีอำนาจ และจัดการเอกสารให้ตรงกับความประสงค์ของเจ้าของสิทธิ
ผิดอาญาหรือไม่ ต้องดูว่ามีการแจ้งเท็จหรือไม่
การยื่นคำขอจะผิดอาญาหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงและเอกสารที่ใช้ หากผู้ยื่นแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน ก็อาจมีความผิดตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า
มาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดความผิดกรณียื่นคำขอหรือเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียนหรือคณะกรรมการ มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประเด็นที่ต้องตรวจจึงอยู่ที่ว่า ผู้ยื่นระบุข้อเท็จจริงอะไร ส่งหลักฐานใด และมีข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่ การจะกล่าวหาว่าบุคคลใดผิดอาญาต้องมีหลักฐานรองรับ ไม่อาจสรุปจากกระแสวิจารณ์หรือคำอธิบายผ่านสื่อเพียงอย่างเดียว
ทีมศิลปินต้องเดินเรื่อง อย่ารอเพียงคำรับปาก
สิ่งที่ทีมควรทำทันทีคือ ตรวจรายละเอียดและสถานะคำขอ รวบรวมหลักฐานการใช้ชื่อ “NENE ROYAL” ทั้งผลงาน การแสดง การประชาสัมพันธ์ และเอกสารทางธุรกิจ พร้อมแจ้งข้อเท็จจริงต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ใช้ประกอบการพิจารณา
ต้องแยกการส่งหลักฐานในขั้นตรวจคำขอออกจากการคัดค้านอย่างเป็นทางการ หากคำขอได้รับการประกาศโฆษณาแล้ว มาตรา 35 เปิดให้ยื่นคัดค้านภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศโฆษณา การติดตามกำหนดเวลาจึงสำคัญมาก
หากได้รับจดทะเบียนแล้ว ยังมีช่องทางขอเพิกถอนตามเหตุที่กฎหมายกำหนด โดยมาตรา 61 เกี่ยวกับข้อบกพร่องในการรับจดทะเบียน ส่วนมาตรา 67 เปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องต่อศาลโดยพิสูจน์ว่าตนมีสิทธิดีกว่า ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียน
ขณะเดียวกัน ควรวางโครงสร้างให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของเครื่องหมาย ใครมีอำนาจยื่นคำขอ และใครได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อ อย่าปล่อยให้การจัดการแบรนด์ของศิลปินขึ้นอยู่กับความเข้าใจหรือคำรับปากที่ไม่มีเอกสารรองรับ
สำหรับตลาดต่างประเทศ ระบบมาดริด (Madrid Syatem) เป็นทางเลือกช่วยยื่นขอความคุ้มครองในหลายประเทศสมาชิก แต่ต้องเลือกประเทศหรือเขตที่ต้องการ และแต่ละแห่งยังพิจารณาตามกฎหมายของตน ไม่ใช่จดครั้งเดียวแล้วได้สิทธิทั่วโลกทันที
บทเรียนจากกรณีนี้คือ ชื่อศิลปินอาจพัฒนาเป็นทรัพย์สินทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูง การช่วยเหลือจึงต้องเริ่มจากการเคารพเจ้าของชื่อและจัดทำเอกสารให้ชัดเจน ความหวังดีต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ส่วนสิทธิต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานและกฎหมาย การยื่นก่อนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางลัดสู่ความเป็นเจ้าของแบรนด์ของผู้อื่น
ด้วยความปรารถนาดี“
https://www.facebook.com/share/p/1HjUpqewRw/?mibextid=wwXIfr
‘หนูน้อย’ นักธุรกิจสาวเชียงใหม่ โพสต์ขอโทษอย่างเป็นทางการ แจงยิบเจตนาที่แท้จริง ประกาศยื่นเพิกถอนจดทะเบียน ‘NENE ROYAL’
19 ต.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า หลังถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีการจดทะเบียนการค้า NENE ROYAL แม้จะชี้แจงผ่านสื่อว่าไม่มีเจตนาอื่นนอกเหนือจากหวังดีต่อน้อง โดยตั้งใจมอบให้น้องแพรว หรือ Nene Royal อยู่แล้ว แต่ยังถูกวิจารณ์หนักต่อเนื่อง นักสืบโซเชียลขุดประวัติด้านต่างๆ ล่าสุด น.ส.กัญญ์ภัสสร์ พลชัยศรี (หนูน้อย) ต้องออกมาโพสต์ชี้แจงและขออภัยต่อครอบครัวน้องแพรว (เนเน่) เป็นทางการอีกครั้งเมื่อกลางดึกวันที่ 18 ต.ค.69 โดยข้อความยังยืนยันในเจตนารมณ์ไม่ได้คิดเพื่อเอาประโยชน์ใดๆ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนอย่างมาก การชี้แจงนี้เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดทราบถึงที่มาของเหตุการณ์และเจตนาที่แท้จริงของตนเอง
โดยเนื้อความของโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “คำชี้แจงและขออภัยจากใจค่ะ กรณีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL
เรียน ครอบครัวน้องเนเน่และทุกท่านที่ติดตามเรื่องราวนี้ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ดิฉัน กัญญ์ภัสสร์ พลชัยศรี (หนูน้อย) ขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL รวมถึงเจตนาในการดำเนินการที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบเรื่องราวจากดิฉันโดยตรง
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว
ในช่วงก่อนการยื่นคำขอจดทะเบียน ดิฉันได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการนำรูปแบบเสื้อของน้องเนเน่ไปลอกเลียนแบบ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ดิฉันเกิดความเป็นห่วงว่า ชื่อและโลโก้ที่เกี่ยวข้องกับน้องอาจถูกบุคคลอื่นนำไปใช้หรือยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของน้องในอนาคต
ด้วยความห่วงใยดังกล่าว ดิฉันจึงตัดสินใจดำเนินการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL ในสินค้าจำพวกที่ 25 หมวดเสื้อพิมพ์ลาย โดยผลการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
เจตนาที่แท้จริงของดิฉัน
ดิฉันขอชี้แจงว่า ความตั้งใจตั้งแต่แรกของดิฉันคือการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชื่อและโลโก้ที่เกี่ยวข้องกับน้องเนเน่ โดยมีความประสงค์ว่า หากการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนและเงื่อนไขทางกฎหมาย ดิฉันจะประสานงานเพื่อโอนสิทธิในคำขอดังกล่าวให้แก่น้องเนเน่หรือผู้มีสิทธิที่เกี่ยวข้อง โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทนใด ๆ ค่ะ
ดิฉันไม่เคยมีความประสงค์ที่จะนำชื่อหรือโลโก้ดังกล่าวไปใช้เพื่อประกอบธุรกิจหรือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
และขอชี้แจงให้ชัดเจนอีกประการหนึ่งว่า ดิฉันไม่เคยผลิตหรือจำหน่ายเสื้อภายใต้เครื่องหมาย NENE ROYAL ไม่เคยเปิดรับคำสั่งซื้อ และไม่เคยได้รับรายได้จากการจำหน่ายเสื้อดังกล่าว ทั้งนี้ ดิฉันยินดีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องตามช่องทางและขั้นตอนที่เหมาะสม
สิ่งที่ดิฉันได้ตระหนักและการดำเนินการแก้ไข
แม้การตัดสินใจในครั้งนั้นจะเกิดจากความห่วงใยและความตั้งใจที่จะรักษาผลประโยชน์ของน้อง แต่ดิฉันยอมรับว่าการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชื่อและโลโก้ของน้อง ควรมีการปรึกษาหารือและได้รับความเข้าใจร่วมกันจากผู้เกี่ยวข้องก่อน
ดิฉันตระหนักว่าความตั้งใจที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากวิธีการดำเนินการทำให้ผู้อื่นเกิดความไม่สบายใจหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อน
เมื่อได้รับทราบถึงข้อกังวลที่เกิดขึ้น ดิฉันจึงได้ทบทวนเรื่องราวทั้งหมด และตัดสินใจจะดำเนินการขอแสดงความจำนงเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า NENE ROYAL ณ วันที่ชี้แจงต่อนายทะเบียนกรมทรัพย์สินทางปัญญา ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 19 ตุลาคม 2569) ค่ะ
การตัดสินใจดังกล่าว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความกังวลที่เกิดขึ้น และเพื่อไม่ให้การยื่นคำขอของดิฉันเป็นประเด็นที่สร้างความไม่สบายใจแก่ครอบครัวน้องเนเน่และผู้ที่รักและสนับสนุนน้องต่อไป
ดิฉันกราบขออภัยครอบครัวน้องเนเน่ คุณจอน แฟนคลับทุกท่านและท่านที่เกี่ยวข้อง ที่เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลใจ หรือความรู้สึกไม่สบายใจ
ดิฉันเข้าใจดีว่าทุกท่านต่างรัก ห่วงใย และต้องการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของน้องเนเน่ เช่นเดียวกับความตั้งใจของดิฉัน
ดิฉันไม่ได้คาดหวังว่าคำชี้แจงนี้จะทำให้ทุกท่านต้องเห็นด้วยกับการตัดสินใจที่ผ่านมา เพียงแต่หวังว่าจะช่วยให้ทุกท่านได้รับทราบถึงที่มาของเหตุการณ์ และเจตนาที่แท้จริงของดิฉัน
ดิฉันขอน้อมรับทุกความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องด้วยความเคารพ พร้อมนำเหตุการณ์ในครั้งนี้มาเป็นบทเรียนสำคัญในการพิจารณาและดำเนินการต่างๆ ด้วยความรอบคอบยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ ดิฉันยังคงมีความรัก ความปรารถนาดี และความห่วงใยต่อน้องเนเน่และครอบครัวเสมอมา และขอเคารพความรู้สึก ความคิดเห็นของทุกท่าน
ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านข้อความชี้แจงฉบับนี้จนจบ
ด้วยความเคารพ และขออภัยจากใจจริงค่ะ
ประท้วงงาน World Bank ในไทย : ม็อบปากท้อง หรือม็อบปาหี่? เมื่อเสียงของคนตัวเล็กปะทะอำนาจทุนโลก
การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่เพียงเป็นเวทีหารือของรัฐมนตรีคลังและผู้กำหนดนโยบายระดับโลก แต่ยังเป็นจุดปะทะทางความคิดและพื้นที่เคลื่อนไหวของ “เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ” รวมถึง “สมัชชาคนจน” ซึ่งนำมาสู่คำถามสำคัญของสังคมว่า การชุมนุมครั้งนี้คือเสียงสะท้อนจาก "ม็อบปากท้อง" ที่ได้รับผลกระทบจริง หรือเป็นเพียง "ม็อบปาหี่" เชิงสัญลักษณ์?
1. ม็อบปากท้องมีอยู่จริงหรือไม่?
ข้อเรียกร้อง 6 ข้อของสมัชชาคนจน (อาทิ การยกเลิกหนี้, การตรวจสอบหนี้ต่างประเทศ, การยุติการอุดหนุนทุนใหญ่, การเก็บภาษีความมั่งคั่งแบบก้าวหน้า และธนาคารกลางโปร่งใส) สะท้อนปัญหาความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่มีข้อมูลรองรับ เช่น อัตราหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ที่อยู่ในระดับ 86–88% อย่างไรก็ตาม ต้องแยกแยะระหว่าง "การมีปัญหาจริง" กับ "การมีคำตอบที่ถูกต้องต่อปัญหานั้น" เนื่องจากหนี้ครัวเรือนไทยมีปัจจัยภายในโครงสร้างตลาดแรงงานและรายได้ การเหมาเขื่อนหรือโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้สถาบันการเงินโลกจึงต้องอาศัยหลักฐานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการกล่าวอ้างลอยๆ
2. ทำไม IMF และ World Bank จึงถูกต่อต้าน?
นโยบายรัดเข็มขัดและการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินโลกมักเผชิญข้อกังวลว่าทำให้รัฐต้องลดรายจ่ายหรือเพิ่มภาษี จนกลุ่มเปราะบางต้องแบกรับภาระหนัก โดยมีเสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคมทั่วโลก เช่น เครือข่าย Bretton Woods Project ในสหราชอาณาจักร ที่เคยเตือนเรื่องผลกระทบจากการปรับลดรายจ่ายอย่างเร่งด่วน ในทางกลับกัน ฝ่ายสนับสนุนมองว่าประเทศที่มีหนี้สูงไม่สามารถใช้จ่ายไร้ขีดจำกัดได้ ความขัดแย้งนี้จึงเป็นเรื่องของ "การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน vs. การคุ้มครองประชาชน" ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายนโยบายอย่างรอบด้าน
3. จุดที่ควรถามกลับ: กลยุทธ์การชุมนุมและผลลัพธ์
การประท้วงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดึงความสนใจจากสังคมเมื่อคนตัวเล็กไร้อำนาจต่อรอง แต่คำถามคือ ผู้ชุมนุมมีแผนเชื่อมโยงข้อเรียกร้องกับผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างไร? โดยเฉพาะเมื่อการประชุมมีเวที Civil Society Policy Forum เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่โดยตรง การเลือกใช้หรือไม่ใช้ช่องทางเจรจาควบคู่กันไป สมควรได้รับการอธิบายเพื่อให้สาธารณชนเห็นรูปธรรมของการขับเคลื่อน
4. วิเคราะห์ 6 ข้อเรียกร้อง: นโยบายหรือคำขวัญทางการเมือง?
การยกเลิกหนี้และการเปิดเผยข้อมูล มีเหตุผลรองรับเพื่อช่วยประเทศวิกฤตและสร้างความโปร่งใส แต่ต้องมีแบบจำลอง ขอบเขต และเงื่อนไขเจ้าหนี้ที่ชัดเจน การยุติการอุดหนุนทุนใหญ่และภาษีก้าวหน้าเป็นประเด็นความเป็นธรรมที่ต้องลงรายละเอียดเรื่องต้นทุนการคลัง การหลีกเลี่ยงภาษี และผลกระทบต่อการจ้างงานและการลงทุนจริง ไม่ใช่แค่คำขวัญ ธนาคารกลางโปร่งใสและนโยบายศูนย์กลางประชาชน ต้องออกแบบโครงสร้างกำดูแลไม่ให้ทำลายความน่าเชื่อถือทางวิชาการ พร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน เช่น การลดความยากจนและมลพิษ เป็นต้น
5. ภาพการประท้วงในสายตาสื่อต่างประเทศ
สำนักข่าว Associated Press รายงานการชุมนุมของสมัชชาคนจนราว 500 คนในกรุงเทพฯ ที่ใช้สัญลักษณ์หน้ากากผู้นำโลกและหุ่นหมูสีชมพู พร้อมเหตุปะทะเล็กน้อยก่อนยุติการชุมนุม ภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ที่ดึงดูดสายตาเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าการประท้วงเป็นการจัดฉาก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรหลงเชื่อถ้อยคำสวยงามโดยปราศจากการตรวจสอบผลลัพธ์ เพราะทุกการชุมนุมมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังเสมอ
กับคำถามที่ว่านี่คือ "ม็อบปากท้อง" หรือ "ม็อบปาหี่" ไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่ในแง่เนื้อหาและเจตจำนง นี่คือ "ม็อบปากท้อง" จากความเจ็บปวดจริงของปัญหาหนี้สินและความเหลื่อมล้ำ ในแง่รูปแบบและการนำเสนอมีองค์ประกอบของ "พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์" เนื่องจากพลังการต่อรองระดับโลกมีจำกัด ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลและสถาบันการเงินโลกจะรับฟัง "สาร" ภายใต้เสียงสะท้อนเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และนี่คือทั้งหมดที่เอย่าอยากจะสะท้อนหลังจากได้เข้าสังเกตการณ์ในการประชุมครั้งนี้คะ
ที่มา : AYA
“วราวุธ“ เผย สอจ.ปราจีน รายงานผล เคลียร์ชัด ปมน้ำเสีย รง. สยบข่าวลือโซเชียล ยืนยัน ผลตรวจน้ำผิวดินได้มาตรฐานปกติ
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลระบุจะมีน้ำที่มีสารปนเปื้อนจากท้ายนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ลงสู่ทุ่งรวงทองหนองแขนนาง ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) พร้อมด้วยนายก อบต.นนทรี ปลัดอำเภอกบินทร์บุรี และผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าบ่อบำบัดน้ำเสียรวมของโรงงานบริเวณดังกล่าว ไม่พบการรั่วไหลน้ำเสียออกนอกบริเวณโรงงาน พร้อมได้ตรวจสอบน้ำที่อยู่นอกบริเวณโรงงานพบว่ามีสีใสปกติ
ต่อมาสอจ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่ร่วมกับรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี อบต.วังดาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้อง ณ บริเวณประตูระบายน้ำเพชรเอิม ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบว่าน้ำมีลักษณะใส ไม่พบลักษณะผิดปกติตามที่ปรากฏในกระแสข่าวบนสื่อโซเชียลแต่อย่างใด อีกทั้งการนิคมฯ บ่อทอง 33 ยังได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพตัวอย่างน้ำบริเวณดังกล่าว ผลการตรวจพบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในเกณฑ์ปกติของน้ำตามธรรมชาติ มีปริมาณแร่ธาตุและสารละลายปะปนอยู่น้อย ไม่พบการปนเปื้อนของน้ำเค็มหรือสารเคมีเข้มข้น น้ำมีความขุ่นสูงจากตะกอนดินหรือสารแขวนลอยตามธรรมชาติ และยังมีปริมาณออกซิเจนเพียงพอที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ จึงสรุปได้ว่าผลการตรวจคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน ทั้งนี้ สอจ.ปราจีนบุรี ได้กำชับให้โรงงานบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่ดังกล่าวประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังและจะกำกับดูแลตรวจสอบการประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งจะดำเนินการลงพื้นที่เพื่อชี้แจงประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงต่อไป
"วราวุธ" ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ติดตามแก้ปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหล ฝากโรงงานหาวิธีแก้ไขเผื่อในอนาคต กำชับ เยียวยาความเสียหาย แนะ ทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชาวบ้าน สั่ง ก.อุตฯ อย่าทำงานคนเดียว ต้องร่วมกับทุกฝ่าย ไม่กลั่นแกล้งใคร
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหารั่วไหลคราบน้ำมันของโรงงาน โดยมีนายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 และนายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 นายกฤษฎิ์ เกษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับ
โดยจุดแรกนายวราวุธ และคณะได้เดินทางไปยังบริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปจากทางโรงงานและกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรม
นายวราวุธ กล่าวตอนหนึ่งว่า กรณีคราบน้ำมันจากนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะหาวิธีแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์อย่างไร และเมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงๆ จะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหรือไม่ ต้องเตรียมการไว้ในอนาคต เพราะบางครั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เห็นในทันที บางครั้งจะค่อยๆ เห็นผลกระทบที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการตรงนี้ด้วย และอยากฝากทางบริษัท เวลาตั้งโรงานอยู่แห่งไหนและมีชุมชนอยู่โดยรอบ หากท่านอยู่แล้วดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ มีการทำ Corporate Social Responsibility (CSR) ยามเกิดปัญหาชุมชนจะปกป้องท่าน เวลาทำงานกับประชาชนโดยรอบ หากเป็นเรื่องหนักก็จะกลายเป็นเบา มีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปแล้ว จะมีการทำกิจกรรม CSR เพิ่มขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าการเยียวยาความเสียหายต้องทำแน่นอน ซึ่งทางบริษัทจะต้องหาแนวทางเยียวยาต่อไป แต่ทำการ CSR จะเป็นเหมือนการเยียวยาทางความรู้สึก ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นมิตรกับโรงงานมากขึ้น
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ ขอฝากให้ดูแลประชาชน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อเกิดแล้วจะร่วมแก้ปัญหากันอย่างไร คนที่เดือดร้อนต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ในส่วนหน่วยราชการ ตนกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว เวลาทำงานอย่าทำคนเดียว ให้มีท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย อย่างเช่น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าการตรวจสอบที่เกิดขึ้นมีการถ่วงดุลกัน ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน
นายวราวุธ ระบุว่า ส่วนที่บอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จากนี้จะเจอแบบนี้มากขึ้น อะไรที่ไม่เคยเป็นปัญหาจะเริ่มเป็นปัญหา อย่างกรณีนี้หากน้ำไม่ท่วมมันก็ไม่เจอ แต่จากนี้ไปใครจะรู้ว่าอาจจะเจอมากกว่านี้ ตนขอฝากผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ต่อไปจะต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลในกรณีฝนตกหนัก จะต้องทำคันรอบโรงงานหรือไม่ และจะต้องทำสูงขนาดไหนจึงจะเหมาะ
รายชื่อผู้ต้องหาคดี 122 ที่หนีไปประเทศฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่บุคคลไทยหลายคนซึ่งมีรายงานเกี่ยวข้องกับคดีมาตรา 112 เดินทางไปพำนักหรือขอลี้ภัย รายชื่อที่รวบรวมได้ในเอกสารนี้มี 7 คน โดยอ้างอิงข่าวต่างช่วงเวลา จึงไม่ใช่บัญชีผู้มีหมายจับปัจจุบัน และยังไม่ได้ยืนยันสถานะคดีหรือการพำนักของทุกคน ณ วันที่จัดทำ
1.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
อดีตอาจารย์ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีรายงานหมายจับคดี ม.112 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส [1–2]
2.จรัล ดิษฐาอภิชัย
อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีรายงานคดี ม.112 และการลี้ภัย ต่อมาได้รับสัญชาติฝรั่งเศส และปรากฏชื่อเป็นตัวแทนผู้ลี้ภัยไทยในฝรั่งเศสในปี 2569 [1, 3–4]
3.อั้ม เนโกะ หรือ ศรัณย์ ฉุยฉาย
นักกิจกรรม มีรายงานว่าเป็นผู้ต้องหาคดี ม.112 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส [1]
4.นพพร ศุภพิพัฒน์
ผู้ก่อตั้งวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง มีรายงานข้อกล่าวหาหลายคดี รวมถึง ม.112 และไปพำนักในฝรั่งเศส [5]
5.นิธิวัต วรรณศิริ หรือ จอม ไฟเย็น
สมาชิกวงไฟเย็น มีรายงานเกี่ยวข้องกับคดี ม.112 และลี้ภัยไปฝรั่งเศส [2, 6]
6.ไตรรงค์ สินสืบผล หรือ ขุนทอง ไฟเย็น
สมาชิกวงไฟเย็น มีรายงานเกี่ยวข้องกับคดี ม.112 และลี้ภัยไปฝรั่งเศส [6)
7.รมย์ชลี สมบูรณ์รัตนกูล หรือ แยม ไฟเย็น
สมาชิกวงไฟเย็น มีรายงานเกี่ยวข้องกับคดี ม.112 และลี้ภัยไปฝรั่งเศส [6]
..........................................................................................................
หมายเหตุ วัฒน์ วรรลยางกูร เป็นอีกบุคคลที่เคยมีรายงานคดี ม.112 และลี้ภัยในฝรั่งเศส แต่เสียชีวิตในเดือนมีนาคม 2565 จึงไม่ได้รวมในรายชื่อ 7 คนข้างต้น [8]
แหล่งอ้างอิง
[1] กรุงเทพธุรกิจ — เปิด 24 ผู้ลี้ภัย คดีมาตรา 112 ซ่อนตัวใน 10 ประเทศ
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/656601
[2] iLaw — เปิดเรื่องเล่าผู้ลี้ภัย ม.112 และผู้ถูกอุ้มหายในต่างแดน
https://www.ilaw.or.th/articles/9810
[3] กรุงเทพธุรกิจ — รู้จักกลุ่มผู้ลี้ภัย 112 ผู้ปั้นอีเวนท์จดหมายปรีดี
https://www.bangkokbiznews.com/politics/1107186
[4] ประชาไท — ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในฝรั่งเศส เขียนจดหมายถึงมาครง
https://prachatai.com/journal/2026/07/117912
[5] ไทยรัฐ — เปิดประวัติ นพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้บริหารวินด์
https://www.thairath.co.th/.../financial_planning/2714449/
[6] สยามรัฐ — รวบสมาชิกวงไฟเย็น หนีคดีที่ลาว ข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพ์
https://siamrath.co.th/n/225187
[7] The National — Riots in France in pictures ภาพข่าวปี 2023
https://www.thenationalnews.com/.../riots-in-france-in.../
[8] Thai PBS — วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ถึงแก่กรรมที่ฝรั่งเศส
https://www.thaipbs.or.th/news/content/313842