Friday, 5 June 2026
สหรัฐฯ

ทรัมป์พูดโกหก? สื่ออิหร่านเผยหลักฐานขีปนาวุธสหรัฐฯ ตกใส่โรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินาบ คร่าชีวิตเด็กและพลเรือนไปกว่า 160 ราย ย้ำสถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านต่อเนื่อง

(10 มี.ค. 69) เว็บไซต์ Mehr News Agency ของอิหร่าน เปิดเผยภาพขีปนาวุธของสหรัฐฯ ตกใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ ส่งผลให้เด็กและพลเรือนเสียชีวิตกว่า 160 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สื่ออิหร่านระบุว่า ขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่อาคารฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนประถมดังกล่าว ทำให้เกิดความสูญเสียและความเศร้าโศกอย่างกว้างขวาง

รายละเอียดเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความรุนแรงของความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพลเรือน และเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค

แม้ยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายสหรัฐฯ หรืออิสราเอลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่หลักฐานภาพที่เผยแพร่จากสื่ออิหร่านเสริมความเป็นไปได้ของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง

ที่มา : https://www.amarintv.com/news/politic/540200?fbclid=IwdGRjcAQbftRjbGNrBBt-0mV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHpWv2Jn5TgCbaLsNgeD0uALRon-xrqrLuJ3YkwCoQWrExbtGDWQwGMUiWF4Z_aem_-RF8lEOPAGy4kb1r-I4p4Q

สหรัฐฯ ส่งกำลังทหาร เร่งทหารนาวิกโยธินกว่า 2,200 นาย เสริมกำลังภาคพื้นตะวันออกกลาง เรือ USS Boxer นำกำลังติดตาม กะลาสีอาจเพิ่มอีกพันนาย

สหรัฐอเมริกาเร่งส่งกำลังทหารไปยังตะวันออกกลาง รวมทั้งหน่วยนาวิกโยธินและกำลังพลประจำเรือหลายพันนาย ตามรายงานของ NBC News โดยเฉพาะหน่วยนาวิกโยธินที่ 11 ที่ประกอบด้วยนาวิกโยธินอย่างน้อย 2,200 นาย คาดว่าจะเดินทางออกจากซานดิเอโกเร็วกว่ากำหนดภายในไม่กี่วันข้างหน้า

หน่วยนี้จะเดินทางไปกับเรือ USS Boxer ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก นอกจากนั้นอาจมีเรืออีก 1-2 ลำร่วมปฏิบัติการ ทำให้กะลาสีเรือสหรัฐฯ อีกราวหลายพันคนมีโอกาสถูกส่งไปยังภูมิภาคดังกล่าว

การส่งกำลังเพิ่มเติมครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ยังคงสูงขึ้น และสหรัฐฯยังคงยึดมั่นในความพยายามเสริมความมั่นคงและเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

"การส่งกำลังครั้งนี้สำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค" แหล่งข่าวระบุการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความเร่งด่วนและความมุ่งมั่นในภารกิจของสหรัฐฯ

ที่มา : Sputnik

 

ไฟสงครามยังลาม!! สมรภูมิอิหร่านกดดันสหรัฐฯ หนัก เผยทหารเจ็บ 290 นาย กลับเข้าประจำการไม่ได้ 35 นาย จากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่า ทหารสหรัฐฯ มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 290 รายนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยผ่านแถลงการณ์ว่า "ในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีทหาร 10 คนยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส" โดยทหารส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและกลับไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขณะที่อีก 35 คนยังไม่สามารถกลับเข้าประจำการได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 13 ราย จากความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่านที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่ทหารสหรัฐฯ ต้องเผชิญในปฏิบัติการกับอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

ที่มา : Xinhua

‘ทรัมป์’ เล็งปิดฉากสงคราม แม้เส้นเลือดน้ำมันโลกยังปิดบางส่วน เดินเกมลดขีดความสามารถกองทัพ ส่งทหารเสริมกำลังทะเลชายฝั่ง เปิดช่องเดินเรือฮอร์มุซฟื้นฟูเร็ว

เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ (30 มี.ค.) เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างอิงเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯรายงานว่าทรัมป์เปิดเผยกับผู้ช่วยว่าตนพร้อมยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดเป็นส่วนใหญ่

รายงานระบุว่าทรัมป์และผู้ช่วยของเขาเพิ่งประเมินว่าภารกิจเปิดช่องแคบดังกล่าวอาจทำให้สงครามกับอิหร่านยืดเยื้อเกินกรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ที่ตั้งไว้ ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจที่จะให้สหรัฐฯ มุ่งเน้นบรรลุเป้าหมายหลัก ได้แก่ การทำลายขีดความสามารถของกองทัพเรือและคลังขีปนาวุธอิหร่าน พร้อมทั้งกดดันทางการทูตต่ออิหร่านให้ฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว และหากความพยายามเหล่านี้ล้มเหลว ทำเนียบขาวจะผลักดันให้พันธมิตรยุโรปและอ่าวอาหรับเข้ามามีบทบาทนำในการเปิดเส้นทางดังกล่าวแทน

รายงานเผยว่าตัวเลือกทางทหารยังคงมีอยู่ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทรัมป์ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก และแม้จะมีการประเมินดังกล่าว แต่การสื่อสารต่อสาธารณะของทรัมป์เกี่ยวกับสงครามกับอิหร่านยังคงไม่ชัดเจน โดยช่วงเช้าวันจันทร์ (30 มี.ค.) ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายล้างโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน และเกาะคาร์กของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้โดยเร็ว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทหารในภูมิภาค โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) และหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 ได้เข้าสู่พื้นที่แล้ว ขณะที่กองพลทหารร่มที่ 82 ของกองทัพสหรัฐฯ เริ่มทยอยเดินทางมาถึง และยังมีการพิจารณาส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเพิ่มเติมสูงสุดถึง 10,000 นายเข้าสู่พื้นที่อีกด้วย

นอกจากนี้ มีรายงานว่าทรัมป์กำลังพิจารณาปฏิบัติการที่ซับซ้อน เพื่อยึดครองคลังยูเรเนียมของอิหร่าน

ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการเพื่อฟื้นฟูการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม การเปิดเส้นทางเดินเรือสายนี้มิได้ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายหลักทางทหารของรัฐบาล ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลดขีดความสามารถกองทัพเรือ โครงการขีปนาวุธ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ที่มา : Xinhua

ศึกอิหร่านยืดเยื้อ!! กองทัพสหรัฐฯ ใกล้ถึงจุดตึงตัวหนัก หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ เสี่ยงติดหล่มศึกอิหร่าน ท่ามกลางอาวุธใกล้พร่อง

อิกอร์ โคโรตเชนโก ผู้สังเกตการณ์ด้านการทหารของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิกว่า อำนาจทางทหารแบบดั้งเดิมของสหรัฐฯ กำลังตึงตัวจนใกล้ถึงจุดแตกหักจากสงครามกับอิหร่าน

ย้ำว่า ประเด็นไม่ได้อยู่แค่การลดลงอย่างรวดเร็วของขีปนาวุธโทมาฮอว์กเท่านั้น แต่ขีปนาวุธทุกลูกที่ยิงใส่อิหร่านยังบั่นทอนคลังสำรองด้านการป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในภาพรวมไปพร้อมกันด้วย โดยจากอัตราการใช้ขีปนาวุธครูซโทมาฮอว์กเฉลี่ยเดือนละ 850 ลูก ตามที่สปุตนิกวิเคราะห์จากเอกสารงบประมาณของกองทัพเรือ สหรัฐฯ จะเหลือขีปนาวุธชนิดนี้เพียงพอใช้งานอีกราว 3 เดือนเท่านั้น

แม้คลังอาวุธในปัจจุบันยังทำให้สหรัฐฯ สามารถเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระหลักแทบเพียงฝ่ายเดียวนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด นักวิเคราะห์รายนี้ชี้ว่า เมื่ออาวุธเหล่านี้ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว โดนัลด์ ทรัมป์จึงดูเหมือนกำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และต้องการถอนตัวออกจากความขัดแย้งกับอิหร่าน แต่ยังไม่เห็นหนทางที่ชัดเจน

ผ่านไป 1 เดือน เป้าหมายของปฏิบัติการสหรัฐฯ ก็ยังไม่บรรลุผล โดยอิหร่านยังห่างไกลจากภาวะไร้เสถียรภาพ สังคมภายในประเทศกลับรวมตัวกันต่อต้านการโจมตีจากภายนอก และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ยังคงมีขีปนาวุธสำรองเพียงพอ รวมถึงระบบรุ่นใหม่ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยในฐานใต้ดิน

ระบบป้องกันแบบกระจายตัวและการปฏิบัติการแบบกระจายศูนย์ของอิหร่าน ทำให้การโจมตีเพิ่มเติมของสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นักวิเคราะห์สรุปว่า การยกระดับความขัดแย้งสู่ระยะใหม่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญทางเลือกอันยากลำบากอย่างยิ่ง นั่นคือ จะเพิ่มระดับปฏิบัติการต่อไปโดยต้องแบกรับต้นทุนทางการเมือง ซึ่งอาจรวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียการเลือกตั้งกลางเทอม หรือจะถอนตัวออกมาและเสี่ยงปล่อยให้อิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตร ต้องรับมือกับอิหร่านที่ยังแข็งแกร่งและไม่ยอมอ่อนข้อด้วยตนเอง

ที่มา : Sputnik

จับตาวอชิงตัน!! ผู้เชี่ยวชาญชี้ สหรัฐฯ หวังสกัดน้ำมันพุ่ง มากกว่าปิดเกมอิหร่าน ชี้คำพูดทรัมป์เป็นเพียงเกมยื้อเวลา เป้าหมายแท้จริงคือคุมตลาด

เป้าหมายหลักของวอชิงตันคือการรักษาเสถียรภาพของตลาด และหยุดยั้งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ฟาอิก บูลุต ผู้เชี่ยวชาญชาวตุรกี ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวอ้างในการปราศรัยเมื่อคืนวันพุธว่า สหรัฐฯ “ใกล้จะบรรลุ” เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์หลักของตนในสงครามกับอิหร่านแล้ว

บูลุตระบุว่า คำกล่าวดังกล่าวเป็น “เกมเชิงยุทธวิธีเพื่อซื้อเวลาให้กับผลประโยชน์ของตนเอง” ท่ามกลางกระแสการประท้วงต่อต้านสงครามกับอิหร่านที่เกิดขึ้นในยุโรป สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้กล่าวว่า สหรัฐฯ พยายามดึงยุโรปเข้ามาอยู่ฝ่ายตนแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะหันไปพยายามดึงประเทศอาหรับเข้าร่วมสงครามแทน ทว่าก็ไม่เป็นผลเช่นกัน

“ตอนที่ทรัมป์เข้าสู่สงครามครั้งนี้ เขายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ากำลังเข้าไปพัวพันกับอะไร และตอนนี้เขาก็กำลังพบว่ามันยากที่จะทำให้สงครามยุติลง” บูลุตกล่าว

ที่มา : Sputnik

จีนเร่งส่งสัญญาณสันติภาพ ปักกิ่งขานรับดีลหยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์ หนุนเจรจา สันติภาพในตะวันออกกลาง หวังทุกฝ่ายร่วมมือฟื้นช่องแคบฮอร์มุซ เล็งเสถียรภาพตะวันออกกลางยั่งยืน

จีนหนุนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสหรัฐฯ-อิหร่าน เรียกร้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามปกติ

เหมาหนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า จีนยินดีที่อิหร่านและฝ่ายที่เกี่ยวข้องประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมสนับสนุนความพยายามไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ เช่น ปากีสถาน ที่เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้

เหมาหนิงกล่าวว่า "จีนสนับสนุนให้ยุติปฏิบัติการทางทหารและแก้ไขข้อพิพาทด้วยวิธีทางการเมืองและการทูต" และได้พยายามเต็มที่ในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพอย่างยั่งยืนในตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย

นอกจากนี้ เหมาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานอิหร่านและโอมานอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า "จีนหวังให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน เพื่อเอื้อให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว"

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางค้าสำคัญของพลังงานโลก ความปลอดภัยและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้จึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของนานาชาติ ขณะที่อิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ และจะเจรจาที่ปากีสถานก่อนถึงกำหนดเส้นตายของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ที่มา : Xinhua

‘ฮอร์มุซ’ หลุมศพมหาอำนาจ? สมรภูมิฮอร์มุซกับกับดักที่ทำมหาอำนาจจนมุม พญาอินทรีติดหล่มฮอร์มุซ แพ้ตั้งแต่ยังไม่กล้าเปิดฉาก เปิดเกมเองไม่ได้สุดท้ายต้องเข้าหาจีน เหตุเพราะรู้ดีว่าขยับผิด โลกพังทั้งระบบ


ฮอร์มุซ” หลุมศพมหาอำนาจ? เจาะลึกทำไมสหรัฐฯ ไม่กล้าปิดเกมเอง แต่เลือกคลานเข่าพึ่งจีน!

กลายเป็นคำถามที่ตบหน้าแสนยานุภาพเบอร์หนึ่งของโลกอย่างรุนแรง เมื่อ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา ผู้มีงบประมาณกองทัพมหาศาลและเทคโนโลยีอาวุธที่ทิ้งห่างอิหร่านหลายปีแสง กลับทำได้เพียงแค่ “ยืนมองอยู่หน้าประตู” บริเวณปากอ่าวโอมาน ไม่กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเหมือนที่เคยทำในสมรภูมิอื่น 

งานนี้ไม่ใช่เรื่องของความขลาดกลัว แต่มันคือ “กับดักภูมิรัฐศาสตร์” ที่ทำเอาอาวุธไฮเทคกลายเป็นเศษเหล็กได้ในพริบตา!

เมื่อเทคโนโลยีพ่ายแพ้ต่อชัยภูมิ คอขวดก็กลายเป็นนรก!

ทำไมสหรัฐฯ ถึงไม่เปิดช่องแคบเองให้รู้แล้วรู้รอด? คำตอบสั้นๆ คือ “Asymmetric Warfare” หรือสงครามไม่สมมาตร 

ในทางภูมิศาสตร์ ช่องแคบฮอร์มุซคือ “คอขวด” ที่มีจุดแคบที่สุดเพียง 33 กิโลเมตร แต่อิหร่านครองชายฝั่งยาวเหยียดพร้อมเกาะแก่งที่เป็นป้อมปราการธรรมชาติ เปรียบเสมือนเจ้าที่ที่ถือไม้หน้าสามรออยู่หน้าปากซอย

• ฝูงเรือมรณะ (Swarm Boats): เรือรบราคาพันล้านของสหรัฐฯ อาจถูกรุมกินโต๊ะด้วยเรือเร็วราคาถูกติดขีปนาวุธนับร้อยลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเรดาร์ตรวจจับได้ยากในระยะประชิด ยิ่งในที่แคบ เรือใหญ่ขยับตัวลำบาก กลายเป็นเป้านิ่งชั้นดี

• ทุ่นระเบิดราคาถูก: อิหร่านไม่ต้องใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย แค่โปรยทุ่นระเบิดน้ำลึกรุ่นเก่าๆ ลงในร่องน้ำเดินเรือ การค้าโลกก็เป็นอัมพาตทันที เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยไหนในโลกยอมให้เรือน้ำมัน (Tankers) แล่นผ่านดงระเบิดเหล่านั้น และการเก็บกู้ในพื้นที่สงครามเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

นี่คือเหตุผลที่สหรัฐฯ ต้องเดินสาย “ล็อบบี้” พันธมิตรนาโต้ให้มาร่วมรับบาป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความชอบธรรมทางสากล และที่แสบไปกว่านั้นคือการยอมกัดฟันไปขอให้ “จีน” ช่วยกดดันอิหร่าน เพราะสหรัฐฯ รู้ดีว่าลำพังกำลังทหารนั้น “เอาไม่อยู่” แต่ต้องใช้ “กำลังซื้อน้ำมัน” ของจีนเป็นตัวประกัน เนื่องจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน หากจีนขยับ เตหะรานย่อมต้องฟัง

การถอยมาตั้งหลักที่อ่าวโอมาน: ยุทธวิธีผู้ชนะ หรือแค่การซื้อเวลาของผู้แพ้?

การที่สหรัฐฯ ปรับยุทธวิธีมาจอดเรือรบปิดทางเข้าออกที่ “ปากอ่าวโอมาน” แทนการลุยเข้าไปข้างในนั้น มองในแง่บวกคือการดึงเกมออกมาเล่นในพื้นที่กว้าง (Open Water) ที่ซึ่งเรือบรรทุกเครื่องบินและระบบป้องกันขีปนาวุธสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการถูกซุ่มโจมตีจากชายฝั่ง

แต่ในมุมมองนักวิชาการอย่างผม... นี่คือการ “ซื้อเวลา” และยอมรับความจำนนทางชัยภูมิอย่างชัดเจน! เพราะ

1. แม้ตัวเองจะคุมปากทาง แต่ข้างในยังตัน: ต่อให้สหรัฐฯ จะปิดปากอ่าวโอมานได้เบ็ดเสร็จ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เรือน้ำมันกล้าแล่นออกจากท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียอยู่ดี ตราบใดที่อิหร่านยังคุม “วาล์ว” ในช่องแคบฮอร์มุซ ราคาพลังงานโลกก็ยังจะพุ่งทะยานเป็นจรวด และเศรษฐกิจโลกจะพังทลายก่อนที่อิหร่านจะยอมจำนนด้วยซ้ำ

2. ความพ่ายแพ้ทางจิตวิทยา: การที่มหาอำนาจเบอร์หนึ่งต้องถอยออกมาตั้งหลักข้างนอก คือการประกาศให้โลกรู้อย่างเป็นทางการว่า “อำนาจนำของสหรัฐฯ (Hegemony) มีขีดจำกัด” และไม่สามารถควบคุมน่านน้ำสากลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สุดของโลกได้อีกต่อไป

เกมยาวที่ไม่มีใครชนะ:

ในเชิงรัฐศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ ในปัจจุบันคือการเล่นเกม "Containment" หรือการจำกัดวงล้อมที่อ่อนแรงเต็มที สหรัฐฯ กำลังเดิมพันกับ "เวลา" โดยหวังว่าการปิดล้อมทางเศรษฐกิจจะทำให้อิหร่านล่มสลายจากภายในก่อนที่ระบบเศรษฐกิจโลกจะล่มสลายตามไป

แต่ในความเป็นจริง อิหร่านได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถอยู่รอดภายใต้แรงกดดันได้ยาวนานกว่าที่คาด และชัยภูมิ "ฮอร์มุซ" คือไพ่ตายที่อิหร่านจะไม่มีวันสละทิ้ง การที่สหรัฐฯ หันไปพึ่งจีนและนาโต้ จึงไม่ใช่แผนการที่ชาญฉลาด แต่เป็น "ทางออกสุดท้าย" ของยักษ์ใหญ่ที่ขาติดหล่ม

บทสรุป: 

สมรภูมิฮอร์มุซไม่ใช่เกมหมากรุกที่เน้นกินตัวหมาก แต่มันคือเกมล้อมวงที่ใครขยับก่อนก็พัง แม้สหรัฐฯ จะใช้ยุทธวิธี “ล้อมกรอบ” เพื่อรักษาหน้าตาและประคองเศรษฐกิจโลก แต่ตราบใดที่ภูมิรัฐศาสตร์ยังเข้าข้างอิหร่าน พญาอินทรีก็ทำได้เพียงแค่ “พ่นลมปาก” และใช้การทูตนำการทหารไปอีกนานแสนนาน! และหากสหรัฐฯ ยังดื้อแพ่งจะเปิดช่องแคบด้วยกำลัง สิ่งที่พวกเขาจะได้ไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือการล่มสลายของระบบระเบียบโลกที่ตนเองสร้างขึ้นมากับมือ!

 

ด้วยความปรารถนาดี

 

โดย: ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อ.อุ๋ย)

นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ, สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

https://www.facebook.com/share/p/18HEJmSuKP/?mibextid=wwXIfr

สงครามดันคนไทยรัดเข็มขัด!! ตลาดคอนโดฯ ปี 69 หนักรอบด้าน สงครามนอกประเทศ แต่แรงสะเทือนถึงกระเป๋าคนไทย อสังหาฯ เร่งปรับแผนรับมือ งัดราคาเข้าถึงง่าย หวังต่างชาติช่วยพยุงตลาด

โลกเดือดสะเทือนถึงไทย! พิษสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ บีบคนไทย ‘รัดเข็มขัด’ ขั้นสุด
อสังหาฯงัดกลยุทธ์สู้ เสิร์ฟคอนโดฯ ราคาจับต้องได้ ปลุกชีพ Longstay Visa ดึงกำลังซื้อต่างชาติ

ตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้านจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบเพิ่มเติมจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนสินค้า และบริการ สร้างความกังวลด้านพลังงาน ทำให้คนไทยเลือกที่จะใช้เงินลดลง ระมัดระวังการใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัด นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าในช่วงไตรมาสแรกยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ทำให้การตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์มูลค่าสูง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยถูกชะลอออกไป แม้ภาครัฐจะพยายามกระตุ้นตลาดผ่านมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV แล้วก็ตาม

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เผยข้อมูลในช่วงไตรมาส 1 ของ ปี 2569 ที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รวมประมาณ 7,170 ยูนิต ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากมีการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอุปทานที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงการขยายตัวของกำลังซื้อที่แท้จริง เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ผู้ประกอบการจะพยายามใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเข้มข้นแต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 พอเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี โครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่บางโครงการมีคนไปรอล่วงหน้าหลายวัน เพื่อทำการจองซื้อ แม้ว่าจะไม่ถึงกับปิดการขาย (Sold Out) แต่ก็สามารถสร้างยอดขายได้ดีตามเป้าที่ผู้ประกอบการวางไว้ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อค่าครองชีพและทิศทางเศรษฐกิจที่ไม่มีความชัดเจน ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเลือกปรับกลยุทธ์ ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป คาดการณ์ว่าตลอดปี 2569 จะมีปริมาณคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เพียง 15,000 – 18,000 ยูนิต ซึ่งอาจจะมากกว่านี้ ต้องจับตาเรื่องของปัจจัยทางเศรษฐกิจและภาวะสงครามในช่วงครึ่งปีหลัง ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในไตรมาส 1/2569 ผู้ประกอบการพยายามปรับตัวหรือให้ความสำคัญกับโครงการในระดับราคาไม่แพงมากขึ้น ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่อยู่ที่ประมาณ 84,500 บาทต่อตารางเมตร ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้านี้ประมาณ 55% เนื่องจากโครงการที่เปิดขายใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นอกเมืองชั้นใน และมีหลายโครงการที่มีราคาขายต่ำกว่า 80,000 บาทต่อตารางเมตร  คาดว่าตลอดปี 2569 การปรับขึ้นราคาจะเป็นไปอย่างจำกัด ตามภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยผู้ประกอบการเลือกที่จะโฟกัสตลาดที่มั่นใจ เลือกเปิดตัวเฉพาะโครงการที่มีความโดดเด่นทั้งด้านทำเลและคอนเซปต์ที่ชัดเจนเท่านั้น พร้อมทั้งชะลอการลงทุนในพื้นที่ Oversupply อย่างไรก็ตาม ตลาดต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาว หรือโยกย้ายเงินทุนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งประเทศไทยเป็นเป้าหมายที่โดดเด่นจากนโยบาย "Longstay Visa" สำหรับการซื้อคอนโดมิเนียมมูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด โดยเน้นโครงการในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือกลุ่มผู้เกษียณอายุ นักลงทุน และกลุ่ม Digital Nomad ที่ต้องการพำนักชั่วคราวเพื่อเลี่ยงความขัดแย้งในภูมิภาค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการดังกล่าวจะดึงดูดกำลังซื้อต่างชาติได้มากน้อยเพียงใดในช่วงที่เหลือของปี

แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ แต่ผลกระทบต่อราคาที่อยู่อาศัยอาจไม่รุนแรงอย่างที่กังวล เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างคิดเป็นสัดส่วนเพียง 25% - 30% ของมูลค่าโครงการ หากต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้น 10% - 20% จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวม หรือ อัตรากำไรเพียง 2.5% - 6% ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการยังสามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม หากวัสดุก่อสร้างยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว ย่อมส่งผลต่อการปรับราคาขายในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับปีนี้ คาดว่า ราคาขายคอนโดมิเนียมจะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงเร่งระบายสต็อก โดยเฉพาะโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready to Move) ซึ่งประเด็นที่น่ากังวลกว่าการเปิดโครงการใหม่ แต่ความท้าทายที่แท้จริงกลับอยู่ที่ “การอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัย” เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดสูงสุด โดยมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงถึง 50% - 60% พร้อมเงื่อนไขการพิจารณาที่ซับซ้อนและละเอียดมากขึ้น

สหรัฐฯ ยังไม่ปิดประตูเจรจา!! ท่ามกลางไฟสงคราม ‘ทรัมป์’ อ้างยังต่อสายคุยอิหร่าน หวังหาทางออกวิกฤต ท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซเดือด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ ยังคงมีการเจรจากับอิหร่านผ่านทางโทรศัพท์

“เรากำลังพูดคุยกับพวกเขาอยู่ในขณะนี้ และเราไม่ต้องบินนาน 18 ชั่วโมงทุกครั้งเพียงเพื่อไปดูเอกสารสักแผ่นอีกต่อไป เราทำผ่านทางโทรศัพท์” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ประธานาธิบดียังกล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวเขาชอบการหารือแบบพบหน้ากันมากกว่าเสมอ แต่เขาเห็นว่าการต้องเดินทางไกลด้วยเครื่องบินสำหรับการประชุมทุกครั้งนั้นเป็นเรื่อง “ไร้สาระ”

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน วอชิงตันและเตหะรานได้ประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ การเจรจารอบต่อมาที่กรุงอิสลามาบัดจบลงโดยไม่มีข้อสรุป และทรัมป์ได้ขยายระยะเวลาการยุติการสู้รบออกไป เพื่อให้อิหร่านมีเวลาเสนอ “ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ”

เมื่อวันที่ 13 เมษายน กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมการจราจรทางทะเลที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่านทั้งสองฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ โดยวอชิงตันยืนยันว่า เรือที่ไม่ใช่ของอิหร่านยังสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ ตราบใดที่ไม่จ่ายค่าผ่านทางให้กับเตหะราน

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top