Friday, 5 June 2026
สหรัฐอเมริกา

ชาวพังงากว่า 200 คน รวมพลัง!! บุกกลาโหม ยื่นหนังสือทักท้วงการให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเรือพังงา

เมื่อวันที่ (5 ก.ย. 68) เวลา 09.30 น. ที่จังหวัดพังงา กลุ่มชาวบ้านจากหลายชุมชนกว่า 200 คน รวมทั้งผู้แทนชาวพุทธ มุสลิม และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ร่วมเดินขบวนเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงกลาโหม โดยมีนายวัฒนา มีแต้ม แกนนำกลุ่ม “คนรักแผ่นดิน” เป็นตัวแทนนำเสนอ เพื่อแสดงความกังวลต่อประเด็นการใช้พื้นที่อ่าวพังงาเป็นฐานทัพ

การยื่นหนังสือครั้งนี้มี พันเอกณัฐวัฒน์ พรมฝาย หัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงกลาโหม และพันเอกหญิงณิชาภา กุหลาบเพ็ชร รองผู้อำนวยการกองเลขานุการกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนรับเรื่องแทนรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงกลาโหม

นายวัฒนา มีแต้ม ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสงบสุขของชุมชน พร้อมเรียกร้องให้เสียงของประชาชนในพื้นที่ได้รับการรับฟังอย่างจริงจังและโปร่งใส

ทั้งนี้ ประเด็นการใช้พื้นที่ทางทหารในไทยเคยถูกหยิบยกหลายครั้งตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะช่วงสงครามเย็น ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ขณะที่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของชาวบ้านอ่าวพังงาถูกจัดขึ้นอย่างสงบเรียบร้อย เพื่อสะท้อนจุดยืนว่าการพิจารณาต้องโปร่งใส รอบด้าน และคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวของประเทศและชุมชน

‘ทรัมป์’ พร้อมเชิญ ‘ปูติน-สี จิ้นผิง’ ร่วมประชุม G20 ที่สนามกอล์ฟ ในไมอามี ปี 69

(7 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความยินดีหากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่จะจัดขึ้นที่สนามกอล์ฟ Trump National Doral ในไมอามี รัฐฟลอริดา ปี 2026 โดยย้ำว่า “ผมยินดีถ้าพวกเขาอยากมา”

ทรัมป์ยืนยันว่าเขาจะไม่เข้าร่วมการประชุม G20 ที่แอฟริกาใต้ในปีนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยว่าอยากเชิญประเทศนอกกลุ่ม G20 อย่างโปแลนด์เข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติม แม้ว่ารัสเซียและจีนจะเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบอยู่แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การเชิญปูตินอาจสร้างแรงกดดันทางการทูต เพราะเขาถูกออกหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลังบุกยูเครนในปี 2022 ขณะที่การเดินทางของผู้นำจีนเข้าสหรัฐฯ ก็จะทำให้การประชุมมีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้น

ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าปูตินและสีจะตอบรับคำเชิญของทรัมป์หรือไม่ ขณะที่ความพยายามยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนยังไม่คืบหน้า โดยการประชุม G20 รอบถัดไปจะมีขึ้นที่โจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 22–23 พฤศจิกายนนี้

ลาวปรับทิศทางส่งออก ‘กาแฟ’ เพิ่มปริมาณให้ ‘รัสเซีย’ หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม

(7 ก.ย. 68) ลาวพร้อมหันไปส่งออกกาแฟเพิ่มให้รัสเซีย หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มเติม โดยนายกรัฐมนตรีสอนไซ สีพันดอน (Sonexay Siphandone) ระบุระหว่างเข้าร่วม WEF-2025 ว่าการเพิ่มส่งออกไปยังรัสเซียเกิดจากการลดปริมาณส่งออกไปสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีทำให้สินค้าลาวมีราคาแพงเกินไปและขายในสหรัฐฯ ไม่ได้

นายสอนไซกล่าวว่า “เพราะภาษีของสหรัฐฯ ทำให้สินค้าของเราแพงเกินไป และชาวอเมริกันจะไม่ซื้อ เราจึงจะเพิ่มปริมาณส่งออกไปยังรัสเซีย” ทั้งนี้ กาแฟกลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงที่สุดในโลกตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยยอดขายปลีกสะสมตั้งแต่มิถุนายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสหรัฐฯ การเก็บภาษีครอบคลุมสินค้านำเข้าทุกชนิดอาจทำให้ชาวอเมริกันเสี่ยงขาดแคลนกาแฟนำเข้า โดยเฉพาะกาแฟบราซิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งอาจปรับราคาสูงขึ้นหลังโดนเก็บภาษี 50% ขณะเดียวกัน บราซิลเสนอให้จัดประชุมสุดยอด BRICS พิเศษในวันที่ 8 กันยายน ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยจีนยืนยันเข้าร่วมแล้ว

‘อี แจมยอง’ ปธน.เกาหลีใต้ ให้คำมั่น!! ช่วยแรงงานโสมขาว 300 ชีวิต ถูกจับในโรงงานฮุนไดสหรัฐฯ

(7 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง สั่งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือพลเมืองกว่า 300 คนที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ของฮุนได ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งนับเป็นการกวาดล้างแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ

นายโช ฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมเดินทางไปวอชิงตันหากจำเป็น พร้อมย้ำมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ โดยเกาหลีใต้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ไม่ให้กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองที่ทำงานอย่างถูกต้องในโรงงาน

รายงานระบุว่า มีแรงงานรวมกว่า 475 คนถูกจับกุม โดยในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่กำลังถกเถียงกันเรื่องข้อตกลงการค้าและการลงทุนกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฮุนได (Hyundai Motor Group) และแอลจี (LG Group) ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ระบุว่าจะตรวจสอบผู้รับเหมาและเร่งหาทางช่วยเหลือพนักงานที่ถูกควบคุมตัว ขณะที่นักการเมืองสหรัฐฯ หลายฝ่ายวิจารณ์การบุกจับครั้งนี้ว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรม แต่กลับบ่อนทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประเทศและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นแทน

หญิงมะกันวัย 62 ปี เสี่ยงติดคุกสูงสุด 6 ปี หลังใช้ชื่อสุนัขที่เลี้ยง สวมสิทธิ์เลือกตั้ง 2 ครั้ง

(8 ก.ย. 68) หญิงวัย 62 ปีในแคลิฟอร์เนีย ถูกตั้งข้อหาลงทะเบียนสุนัขของตัวเองเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ 2 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นถูกนับเป็นคะแนนจริง อัยการยืนยันว่าเธออาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี

สำนักงานอัยการเขตออเรนจ์เคาน์ตี เปิดเผยว่า 'ลอรา ลี ยูเร็กซ์' (Laura Lee Yourex) จากเมืองคอสตา เมซา ใช้ชื่อ 'มายา จีน ยูเร็กซ์' (Maya Jean Yourex) สุนัขของเธอ เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งในศึกถอดถอนผู้ว่าการรัฐปี 2021 รวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้นปี 2022 โดยครั้งแรกถูกนับคะแนน แต่ครั้งที่สองถูกปฏิเสธ

ต่อมา ลอรา ลี ยูเร็กซ์ ได้รายงานพฤติกรรมของตัวเองต่อสำนักงานเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2024 ทำให้มีการสอบสวนย้อนหลัง พบว่าเธอไม่เพียงแต่ลงทะเบียนสุนัข แต่ยังโพสต์รูปลงโซเชียล เช่น ภาพสุนัขติดสติกเกอร์ 'I Voted' และบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาถึงชื่อสุนัข แม้สุนัขจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ขณะนี้ ลอรา ลี ถูกตั้งข้อหาอาญา 5 กระทง รวมถึงการให้การเท็จและการลงคะแนนโดยมิชอบ และมีกำหนดขึ้นศาลในสัปดาห์หน้า

เปิดเงื่อนไขใหม่สหรัฐฯ กดดันฮามาส เพื่อสันติภาพอิสราเอล ‘ทรัมป์’ ยันพร้อมแลกเปลี่ยนตัวประกัน และยุติสงครามในกาซ่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ก.ย. 68) สื่ออิสราเอล Channel 12 รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอหยุดยิงฉบับใหม่ต่อกลุ่มฮามาส ผ่านนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพชาวอิสราเอล โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามในกาซ่า 

ข้อเสนอของทรัมป์ประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล 48 คนในวันแรกของการหยุดยิง การหยุดปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและถอนกำลังออกจากเมืองกาซ่า การปล่อยนักโทษปาเลสไตน์ราว 2,500–3,000 คน รวมถึงผู้ต้องโทษตลอดชีวิต และการเปิดเจรจาทันทีเพื่อหาทางยุติสงคราม โดยทรัมป์ประกาศพร้อมเข้าแทรกแซงด้วยตนเอง หากฮามาสตอบรับข้อเสนอ

ฝ่ายอิสราเอล โดยสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ต่อข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่กลุ่มฮามาสยืนยันว่าได้รับ “แนวคิดบางส่วน” ผ่านคนกลาง และยินดีเข้าสู่การเจรจา โดยย้ำเงื่อนไขหลักคือการยุติสงครามอย่างถาวร การถอนกำลังอิสราเอลทั้งหมด และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเร่งปฏิบัติการ “ขั้นตอนสูงสุด” ด้วยการโจมตีอย่างหนักในกาซ่าซิตี้ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์พุ่งเกิน 64,000 ราย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แรงกดดันต่อทุกฝ่ายเพิ่มสูงขึ้น ทรัมป์เองประกาศว่า “นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายถึงฮามาส” พร้อมย้ำว่าความพยายามหยุดสงครามครั้งนี้ “อาจใกล้ได้ข้อยุติในเร็วๆ นี้”

‘ทรัมป์’ สั่ง ICE กวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย บีบบริษัทต่างชาติ!! ต้องเคารพกฎหมายสหรัฐฯ

(9 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสารถึงบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในสหรัฐฯ เรียกร้องให้ 'เคารพกฎหมายการย้ายถิ่นฐาน' หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) บุกจับแรงงานอพยพผิดกฎหมายกว่า 450 คนในโรงงานของ Hyundai รัฐจอร์เจีย พร้อมประกาศปฏิบัติการกวาดล้าง 'Operation Midway Blitz' ในรัฐอิลลินอยส์ มุ่งเป้าไปที่ผู้มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง

รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการดังกล่าวมีความจำเป็น เพราะกฎหมายคุ้มครองผู้อพยพ (sanctuary laws) ของบางเมืองและรัฐ ทำให้ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง เช่น สมาชิกแก๊ง ผู้ค้ายา และอาชญากรทางเพศ ถูกปล่อยตัวแทนที่จะถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยทรัมป์ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เจบี พริตซ์เกอร์ (Jay Robert "JB" Pritzker) ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ และแบรนดอน จอห์นสัน (Brennan Johnson) นายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก วิจารณ์การเคลื่อนไหวของรัฐบาลกลางว่าเป็น “การแสดงทางการเมือง” ไม่ใช่การแก้ปัญหาอาชญากรรมจริง หลายชุมชนฮิสแปนิกในชิคาโกก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่าการบุกจับกุมกระทบประชาชนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้กระทำผิดร้ายแรง

ในมุมมองของไทย Jaroensook Limbanchongkit Pone โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ต่อสหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทต่างชาติคงต้องคิดให้หนักว่าจะลงทุนใน “ประเทศโง่เง่าเต่าตุ่นสุดบัดซบ” หรือไม่ หลังเห็นท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่อผู้อพยพ และการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมายครั้งใหญ่

ชาวปาเลสไตน์ ตายเป็นเบือภายใน 1 วัน จากฝีมือ ‘อิสราเอล’ ยิงถล่ม 50 ตึก!! ทั่วฉนวนกาซา

(9 ก.ย. 68) ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 50 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลทั่วฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ ตามรายงานของสำนักข่าว WAFA ขณะที่โฆษกกู้ภัยกาซากล่าวว่ามีอาคารถูกทำลายกว่า 50 หลัง และเสียหายอีก 100 หลัง ทำให้หลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย พร้อมย้ำว่านี่คือ “หนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดของสงคราม”

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าการโจมตีอาคารสูงในกาซ่าซิตี้ มีเป้าหมายที่ศูนย์ข่าวกรองของฮามาส แต่ไม่ได้แสดงหลักฐาน ขณะที่ฮามาสปฏิเสธทันทีว่าเป็นคำ ‘โกหก’ และยืนยันว่าอาคารเหล่านั้นเป็นเพียงที่พักอาศัย การโจมตีต่อเนื่องยังทำให้ชาวกาซาต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างสิ้นหวัง

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์พร้อมหารือการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด หากอิสราเอลยุติสงคราม ถอนกำลังออกจากกาซา และอนุญาตให้มีการจัดตั้งคณะบริหารปาเลสไตน์อิสระ กลุ่มยังเผยว่าได้รับข้อเสนอหยุดยิงผ่านคนกลางสหรัฐฯ และยินดีต่อทุกความพยายามที่นำไปสู่การยุติการสู้รบ แต่เตือนว่าข้อตกลงต้องมีความชัดเจนเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต

OpenAI ร่วม Broadcom พัฒนาชิป AI รุ่นแรก เน้นใช้งานภายในองค์กร-ลดพึ่งพา Nvidia คาดเสร็จปี 2026

(9 ก.ย. 68) OpenAI เตรียมเปิดตัวชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นแรกในปี 2026 ร่วมกับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ รายใหญ่ Broadcom ตามรายงานของ Financial Times โดยแหล่งข่าวระบุว่าชิปดังกล่าวจะใช้งานภายในองค์กรเป็นหลัก ไม่ได้วางขายให้ลูกค้าภายนอก

การพัฒนาชิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ OpenAI ในการลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ OpenAI เคยร่วมมือกับ Broadcom และ TSMC รวมถึงการใช้งานชิปของ AMD ควบคู่กับ Nvidia เพื่อฝึกและรันระบบ AI ของตนเอง

ฮ็อค แทน (Hock Tan) ซีอีโอของ Broadcom ระบุว่าบริษัทคาดว่ารายได้จาก AI ในปีงบประมาณ 2026 จะเติบโตสูงขึ้น หลังจากได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 10 พันล้านดอลลาร์ จากลูกค้ารายใหม่ พร้อมเผยว่ามีลูกค้าใหม่หลายรายกำลังร่วมพัฒนาชิปเฉพาะของตนเอง

ความเคลื่อนไหวของ OpenAI สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ เช่น Google, Amazon และ Meta ที่สร้างชิปเฉพาะสำหรับงาน AI เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลและการฝึกโมเดล AI ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

‘มาดูโร’ เปิดปูมเบื้องหลัง ‘สหรัฐฯ’ ยกระดับกดดัน แท้จริงจ้องฉก!! ‘น้ำมัน–ก๊าซ–ทองคำ’ ของเวเนซุเอลา

(9 ก.ย. 68) นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เปิดเผยสาเหตุแท้จริงที่สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อภูมิภาค หลังจากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ประกาศตั้งรางวัลนำจับ 50 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม โดยกล่าวหาว่ามาดูโรมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายา Cartel de los Soles และไม่นานหลังจากนั้น สหรัฐฯ ก็ส่งกองเรือรบเข้าประจำการในทะเลแคริบเบียน อ้างเพื่อปราบปรามเครือข่ายค้ายา

มาดูโรให้สัมภาษณ์กับสื่อ RT ว่า เหตุผลแท้จริงคือทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาลของเวเนซุเอลา โดยประเทศครอบครองแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติอันดับ 4 กระจายอยู่ทั่วแคริบเบียน รวมถึงทองคำจำนวนมาก พื้นที่เกษตรอุดมสมบูรณ์ 30 ล้านเฮกตาร์ และแหล่งน้ำที่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม มาดูโรได้สั่งเสริมกำลังทหารกว่า 25,000 นายประจำแนวชายฝั่ง เพื่อป้องกันอธิปไตย รักษาความมั่นคง และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นการ “สู้เพื่อสันติภาพ” ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาหลายทางเลือกในการโจมตีขบวนการค้ายาเสพติดในเวเนซุเอลา ซึ่งอาจรวมถึงปฏิบัติการทางทหารบนแผ่นดินเวเนซุเอลาเอง โดยมีเป้าหมายกว้างกว่าคือการลดอำนาจของมาดูโร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top