Friday, 5 June 2026
สหรัฐอเมริกา

‘อิสราเอล’ เปิดปฏิบัติการถล่ม ‘กาซา ซิตี้’ ต่อเนื่อง ประชาชนกว่า 300,000 คน ต้องอพยพหนีตาย

(16 ก.ย. 68) กองทัพอิสราเอลเริ่มขยายการโจมตีทางอากาศ ทั้งในและรอบเมืองกาซาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทำลายอาคารสูงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าอาคารเหล่านี้ถูกใช้โดยกลุ่มฮามาสเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการบุกเข้ายึดเมืองกาซาอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก

การรุกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ พบกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และสนับสนุนปฏิบัติการ โดยการเคลื่อนกำลังบุกเข้าสู่เมืองเกิดขึ้นหลังจากกาซารายงานการโจมตีทางอากาศและระดมอาวุธหนักเข้าสู่ในเมืองและชานเมืองของช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา

กองทัพอิสราเอลเรียกร้องให้ประชาชนในเมืองกาซาอพยพออกไป โดยมีประชาชนราว 300,000 คนอพยพออกไปแล้ว ขณะที่ยังมีอีกประมาณ 700,000 คนที่อยู่ในเมือง โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า “กาซากำลังถูกไฟเผา… เราจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น”

ขณะที่ ครอบครัวของผู้ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซาออกมาประท้วงหน้าที่พักของเนทันยาฮู โดยเตือนว่าการขยายความรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของตัวประกัน ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า กลุ่มฮามาสอาจเคลื่อนตัวประกันไปยังพื้นที่สูงเพื่อใช้เป็น “โล่มนุษย์” ต่อต้านการบุกของอิสราเอล

‘อัยการรัฐยูทาห์’ เดินหน้ายื่นโทษประหารชีวิต ‘ไทเลอร์ โรบินสัน’ มือลอบสังหาร ‘ชาร์ลี เคิร์ก’

(17 ก.ย. 68) อัยการรัฐยูทาห์ประกาศเมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ว่า จะเดินหน้ายื่นโทษประหารชีวิตต่อศาล สำหรับไทเลอร์ โรบินสัน (Tyler Robinson) วัย 22 ปี ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวการเมืองสายอนุรักษนิยมชื่อดัง ซึ่งเหตุเกิดระหว่างการบรรยายที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์ เมืองโอเรม สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจฟฟ์ เกรย์ (Jeff Gray) อัยการเขตยูทาห์เคาน์ตี ระบุว่า ตนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของพยานหลักฐานและความร้ายแรงของอาชญากรรม พร้อมตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งฆาตกรรมโดยเจตนา การใช้อาวุธปืน การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และการข่มขู่พยาน

โดย โรบินสันถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ และถูกคุมขังโดยไม่ให้ประกันตัว หลังพ่อแม่เป็นผู้แจ้งเบาะแสว่าบุตรชายมีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเขายอมมอบตัวหลังถูกครอบครัวและเพื่อนที่เป็นอดีตนายอำเภอเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับผิด

เอกสารจากการสอบปากคำ ระบุว่า โรบินสันได้สารภาพกับครอบครัวและเพื่อนร่วมห้อง พร้อมยอมรับว่าเตรียมการมาก่อนกว่าหนึ่งสัปดาห์ มีทั้งจดหมายและข้อความแชตที่บ่งชี้ว่าเขาตั้งใจลงมือ รวมถึงอาวุธปืนไรเฟิลที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีปลอกกระสุนสลักข้อความไว้

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของเคิร์กสร้างแรงสะเทือนในสังคมการเมืองสหรัฐฯ มิตรสหายและพันธมิตรทางการเมืองของเขาต่างร่วมไว้อาลัย ขณะที่นักการเมืองฝั่งขวาอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ชี้ว่ากลุ่มซ้ายหัวรุนแรงเป็นต้นเหตุ ด้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของเคิร์กยังคงวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป จุดชนวนความขัดแย้งในสังคมอเมริกันให้รุนแรงยิ่งขึ้น

‘มาครง’ เตรียมยื่นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ สู้คดีหมิ่นอินฟลูฯ สาวมะกัน กล่าวหาเมียเคยเป็นชายมาก่อน

(18 ก.ย. 68) เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และภรรยา ‘บริจิตต์ มาครง’ เตรียมยื่นหลักฐานทั้งภาพถ่ายและเอกสารทางวิทยาศาสตร์ต่อศาลสหรัฐฯ เพื่อพิสูจน์ว่าบริจิตต์เป็นผู้หญิง หลังแคนดิซ โอเวนส์ (Candace Owens) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาชาวอเมริกัน เผยแพร่ความเชื่อว่าสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส แท้จริงแล้วเกิดมาเป็นผู้ชาย

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเริ่มแพร่ในโลกออนไลน์ตั้งแต่ปี 2021 และเคยนำไปสู่คดีหมิ่นประมาทในฝรั่งเศสซึ่งมาครงชนะในปี 2024 แต่ต่อมาถูกศาลอุทธรณ์พลิกคำตัดสิน โดยให้เหตุผลเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก ไม่ใช่ความจริงของเนื้อหา ทำให้ครอบครัวมาครงยื่นอุทธรณ์ต่ออีกครั้ง

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มาครงและภรรยายื่นฟ้องโอเวนส์ที่สหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าเธอเพิกเฉยต่อหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวหาและเลือกเผยแพร่ข้อมูลจากผู้ที่มีประวัติเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดและหมิ่นประมาท โดยมาครงระบุว่าคดีนี้เป็นเรื่องของ “การปกป้องเกียรติยศ” และมองว่าโอเวนส์เผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างเจตนาร้ายเพื่อผลทางอุดมการณ์

ด้านทนายความของโอเวนส์ยื่นคำร้องขอศาลยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจที่จดทะเบียนในรัฐเดลาแวร์ และการต่อสู้ในศาลที่นั่นจะเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ขณะที่โอเวนส์ยังยืนยันว่าเธอพูดตามความเชื่อของตัวเอง และเห็นว่านี่คือการใช้เสรีภาพในการวิจารณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมอเมริกัน

จีนไม่ปลื้ม!! อเมริกาช่วยไต้หวัน สร้างขีปนาวุธรุ่นใหม่ Barracuda-500

(18 ก.ย. 68) ไต้หวันเปิดตัวขีปนาวุธรุ่นใหม่ Barracuda-500 ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท Anduril Industries ของสหรัฐฯ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงซานเผยว่า มีแผนจะผลิตจำนวนมาก โดยมีต้นทุนราว 216,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งลูก (ราว 8 ล้านบาท)

ด้านจีนตอบโต้ทันที รัฐมนตรีกลาโหมตง จวิ้น (Dong Jun) เตือนว่าปักกิ่งจะไม่ยอมให้มีความพยายามใด ๆ ที่มุ่งแยกไต้หวันเป็นเอกราช พร้อมย้ำจุดยืนชัดว่า “จะไม่ทนต่อการแทรกแซงจากภายนอก” ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารแก่ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง

จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ และมองการจับมือระหว่างสหรัฐฯ–ไต้หวันในด้านการทหารเป็นการท้าทายหลักการ 'จีนเดียว' รวมถึงเป็นภัยต่อเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกโดยตรง

‘เวเนซุเอลา’ ซ้อมรบครั้งใหญ่!! กลางทะเลแคริบเบียน พร้อมโชว์เครื่องบินรัสเซีย Su-30MK2 ข่มขวัญสหรัฐฯ

(19 ก.ย. 68) เวเนซุเอลาเปิดฉากซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่กลางทะเลแคริบเบียน ใช้ชื่อว่า Sovereign Caribbean 200 โดยมีทหารกว่า 2,500 นายเข้าร่วม พร้อมโชว์ศักยภาพทั้งทางบก ทะเล และอากาศ รวมถึงการนำเครื่องบินขับไล่รัสเซีย Su-30MK2 ที่ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือรบออกมาแสดงแสนยานุภาพ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ที่เพิ่งส่งกองเรือรบเข้ามาในพื้นที่

กระทรวงกลาโหมเวเนซุเอลาระบุว่า การซ้อมรบครั้งนี้มีเรือรบ 12 ลำ เครื่องบิน 22 ลำ และเรือเล็กอีกเกือบ 20 ลำเข้าร่วม โดยภาพการถ่ายทอดสดเผยให้เห็นการยกพลขึ้นบกของทหารพร้อมยานสะเทินน้ำสะเทินบก และการบินข่มขวัญเหนือน่านฟ้าแคริบเบียน ขณะที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ชี้ว่าการซ้อมรบเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ส่งเรือรบและเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เข้ามา

ด้านสหรัฐฯ ยืนยันว่ากองเรือถูกส่งมาเพื่อปราบปรามเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียน แต่ผู้นำเวเนซุเอลามองว่านี่คือแผนปฏิบัติการโค่นอำนาจรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้ วอชิงตันได้ตั้งค่าหัวมาดูโรไว้ถึง 50 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 พันล้านบาท) และกล่าวหาว่ามีเอี่ยวกับขบวนการค้ายาข้ามชาติ

สำหรับการซ้อมรบเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าสหรัฐฯ โจมตีเรือที่ลักลอบขนยาเสพติดจากเวเนซุเอลาแล้วจำนวน 3 ลำ สังหารผู้ต้องสงสัยรวม 14 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับแก๊ง ‘เตรน เด อารากัว’ (Tren de Aragua) อันฉาวโฉ่ของเวเนซุเอลา

นอกจากการโชว์แสนยานุภาพแล้ว กองทัพเวเนซุเอลายังเผยคลิปวิดีโอเครื่องบิน Su-30MK2 พร้อมติดตั้งขีปนาวุธรัสเซียรุ่น Kh-31 ที่สามารถโจมตีเรือรบได้

14 ชาติหนุนมติ ช่วยเหลือและหยุดยิง ‘กาซา’ แต่ ‘สหรัฐฯ’ เพียงชาติเดียว!! เข้าขวางโดยใช้วีโต้ค้าน

(19 ก.ย. 68) สหรัฐฯ ใช้วีโต้ (Veto) เป็นครั้งที่ 6 ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สกัดร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรในฉนวนกาซา และให้ยกเลิกข้อจำกัดด้านการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะที่มี 14 ประเทศโหวตเห็นชอบร่างมติฉบับนี้ แต่ไม่ผ่านเพราะติดสิทธิ์วีโต้ของสหรัฐฯ

ร่างมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกควบคุมโดยฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ อย่างทันทีและไม่มีเงื่อนไข โดย เดนมาร์กในฐานะสมาชิกได้เตือนต่อที่ประชุมว่า ตอนนี้ “กาซาเข้าสู่ภาวะทุพภิกขภัยแล้ว ไม่ใช่เพียงคาดการณ์” พร้อมระบุว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายจนไม่อาจเพิกเฉยได้

ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่า ฮามาสเป็นต้นเหตุของสงคราม และกล่าวว่าอิสราเอลยอมรับข้อเสนอเพื่อยุติสู้รบแล้ว แต่ฮามาสยังปฏิเสธ ด้านอิสราเอลเองก็ไม่พอใจกับถ้อยแถลงของคณะมนตรีฯ ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเหตุโจมตีในกาตาร์ แต่ยอมรับว่าระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ สงครามกาซาปะทุจากการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 คร่าชีวิตชาวอิสราเอล 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันราว 251 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในกาซาสูงเกิน 64,000 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน โดยคณะมนตรีฯ จะจัดการประชุมพิเศษระดับสูงอีกครั้งสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

‘ฮังการี’ ขานรับ ‘ทรัมป์’ พร้อมขึ้นบัญชีดำ กลุ่ม ‘แอนติฟา’ เป็นองค์กรก่อการร้าย

(19 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orbán) แห่งฮังการี ประกาศว่า จะเดินหน้าผลักดันให้กลุ่มแอนติฟา (Antifa) ลัทธิต่อต้านฟาสซิสต์ ถูกจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายในประเทศ โดยยกตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศจัดกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่บัญชีดำ

ออร์บาน ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุ Kossuth ของฮังการีว่า “แอนติฟาคือองค์กรก่อการร้ายจริง ๆ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีอเมริกัน ฮังการีเองก็ถึงเวลาที่จะต้องปฏิบัติตาม” พร้อมย้ำว่า นี่คือก้าวสำคัญในการปกป้องประเทศจากความรุนแรงที่เกิดจากอุดมการณ์ทางการเมือง

การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากเหตุลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาในสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ได้ใช้โอกาสนี้โจมตีขบวนการฝ่ายซ้าย และประกาศจะขึ้นบัญชีดำแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้าย รวมทั้งตรวจสอบเครือข่ายผู้สนับสนุนด้านการเงินอย่างเข้มงวด

‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้กลุ่ม 5 Eyes เริ่มแตกแถว ‘อังกฤษ–แคนาดา–ออสเตรเลีย’ รับรองรัฐปาเลสไตน์แล้ว

(22 ก.ย. 68) ดร.รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Roostum Vansu ว่า…

ประเทศใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ เรียกว่ากลุ่ม 5 eyes countries ซึ่งมีรากเหง้าบรรพบุรุษเดียวกันและใช้ภาษาอังกฤษเหมือนกัน ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ล่าสุดบรรดาตาทั้ง 5 รับรองรัฐปาเลสไตน์ไปแล้ว 3 ประเทศคือ อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ที่จะรับรองในเร็วๆนี้อีกหนึ่ง  แม้สหรัฐและอิสราเอลจะแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้ 

แต่สาเหตุที่รัฐบาลเหล่านี้รีบพากันรับรองรัฐฯปาเลสไตน์ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลต้องตอบสนองต่อกระแสเรียกร้องจากประชาชนที่ออกมาประท้วงอิสราเอลและสนับสนุนชาวปาเลสไตน์กันอย่างมากมายมหาศาล

เมื่อโลกไม่ทนต่อการที่อิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ และการที่สหรัฐฯ สนับสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกต่อไป

‘รัสเซีย’ ยืนหนึ่งครอง ‘ยูเรเนียม’ มากสุดในโลก แม้สหรัฐฯ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุด แต่ยังต้องพึ่งรัสเซีย

(22 ก.ย. 68) รัสเซียยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดยูเรเนียมโลก โดยนายคิริล โคมารอฟ (Kirill Komarov) รองผู้อำนวยการใหญ่รัฐวิสาหกิจ Rosatom เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งตลาดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของรัสเซียสูงเกือบ 40% ทำให้ยังคงเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก แม้ชาติตะวันตกพยายามหาทางลดการพึ่งพารัสเซียแต่ยังคงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ โคมารอฟ ยังระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะมีขีดความสามารถด้านพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก ราว 100 กิกะวัตต์ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของรัสเซียอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของรัสเซียในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก

สหรัฐฯ ประกาศพร้อม ‘ทำทุกวิถีทาง’ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ‘อาร์เจนตินา’ ให้รอดพ้นวิกฤต

(23 ก.ย. 68) สหรัฐฯ ประกาศพร้อม “ทำทุกทาง” เพื่อพยุงเศรษฐกิจอาร์เจนตินา หลังตลาดหุ้นทรุดหนัก ค่าเงินเปโซดิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือหลายรูปแบบ ทั้งการแลกเปลี่ยนเงินตรากับธนาคารกลาง การเข้าซื้อเงินสกุลดอลลาร์ รวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอาร์เจนตินาที่ออกเป็นเงินดอลลาร์

สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รายละเอียดแผนช่วยเหลือจะชัดเจนภายหลังการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีฮาเวียร์ ไมเล ของอาร์เจนตินาในนิวยอร์ก โดยย้ำว่า “อาร์เจนตินาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” และยังเป็นพันธมิตรสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ถ้อยแถลงดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ทำให้ค่าเงินเปโซ หุ้น และพันธบัตรของอาร์เจนตินาฟื้นตัวขึ้นชั่วคราว ขณะที่ ‘ไมเล’ แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข 

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังพรรคของไมเลพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นในจังหวัดบัวโนสไอเรส สร้างแรงกดดันต่อการเลือกตั้งกลางสมัยเดือนหน้า (midterm election) ซึ่งเขาหวังใช้เป็นโอกาสขยายอำนาจทางการเมืองเพื่อเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อาร์เจนตินายังคงมีหนี้ IMF กว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ และอยู่ในภาวะวิกฤตที่สั่นคลอนมาหลายทศวรรษ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top