Friday, 5 June 2026
สหรัฐอเมริกา

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายไซเบอร์สแกมเมอร์ ‘เมียนมา–กัมพูชา’ หวังสกัดเงินหลายหมื่นล้าน…จากการขโมยเงิน ‘ชาวอเมริกัน’

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 68) สหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในเมียนมาและกัมพูชา หลังพบว่าธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ขโมยเงินจากชาวอเมริกันมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ขบวนการดังกล่าวเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ หลอกล่อผู้คนหลายแสนรายเข้าสู่คอมพาวด์หลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา

นายจอห์น เค. เฮอร์ลีย์ (John K. Hurley ) รองปลัดกระทรวงการคลังด้านข่าวกรองการก่อการร้ายและการเงิน กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลอกลวงไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงคุกคามความมั่นคงทางการเงินของชาวอเมริกัน แต่ยังทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องตกเป็นทาสในยุคสมัยใหม่ ทั้งการกักขัง ใช้ความรุนแรง และขู่บังคับด้วยหนี้สินหรือการบังคับค้าประเวณี

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ครอบคลุมบริษัทและบุคคล 9 ราย ในเมืองชเวก๊กโก รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมที่ก่อตั้งโดยกลุ่ม Yatai International Holdings จากฮ่องกง ร่วมกับกองทัพกะเหรี่ยงที่หนุนหลังรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงอีก 10 องค์กรในกัมพูชา ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลและการฟอกเงิน

นอกจากนี้ รายงานของสถาบันวิจัยนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลียชี้ว่า ตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2021 ศูนย์หลอกลวงในเมียนมาขยายตัวรวดเร็ว จากพื้นที่ควบคุมของกองกำลังติดอาวุธเข้าสู่เขตที่กองทัพเมียนมาครอบงำ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าละเลยการปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ

องค์กร Hami Nepal ถูกเชื่อมโยงทุน NED และบริษัทสหรัฐฯ หัวเชื้อ ‘ม็อบ Gen Z’ ออกมาประท้วงหนัก!! ไล่รัฐบาลเนปาล

(10 ก.ย. 68) สื่อสากลรายงานว่าองค์กร Hami Nepal มีบทบาทนำการประท้วงของกลุ่มเยาวชน Gen Z ในเนปาล จนเกิดความรุนแรง เผาอาคารรัฐสภาและผลักดันให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี (K. P. Sharma Oli) ลาออก หลังการประท้วงรุนแรงหลายวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 คนจากการปราบปรามของตำรวจ

หัวใจสำคัญของการประท้วงคือ ซูดาน กุรุง (Sudan Gurung) วัย 38 ปี ประธาน Hami Nepal องค์กรเยาวชนที่ช่วยฟื้นฟูหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตอบสนองฉุกเฉิน โดย ‘กุรุง’ เคยสูญเสียลูกจากเหตุแผ่นดินไหวปี 2015 ทำให้เขาหันมาทำงานสาธารณะและก่อตั้ง Hami Nepal ในปี 2020 ปัจจุบันองค์กรมีสมาชิกมากกว่า 1,600 คน

อย่างไรก็ตาม Hami Nepal มีความเชื่อมโยงกับโครงการที่ได้รับทุนจาก มูลนิธิแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NED) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนกึ่งอิสระของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการทำแคมเปญ “Free Tibet” ต่อต้านจีน และร่วมมือกับบริษัทสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น โคคา-โคลา (Coca-Cola) 

ขณะเดียวกัน กุรุงและองค์กรเคยเรียกร้องให้มีการประท้วงอย่างสงบเพื่อต่อต้านคำสั่งแบนโซเชียลมีเดียของรัฐบาล โดยผู้ประท้วงใช้แพลตฟอร์มอย่าง Instagram และ Discord ประชาสัมพันธ์วิธีการประท้วง และนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ไมนติการ์ มันดาลา (Maitighar Mandala) แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุบานปลาย

นักวิเคราะห์ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ Hami Nepal สะท้อนถึงอิทธิพลของทุนต่างชาติและ NGO ในการชุมนุมเยาวชน ซึ่งมีเป้าหมายทั้งการแทรกแซงทางการเมืองและการสร้างความไม่มั่นคง ขณะเดียวกันซูดาน กุรุงก็ถูกมองว่าเป็น “แกนนำของการประท้วง Gen Z” ที่รวบรวมคนรุ่นใหม่เพื่อเรียกร้องเสรีภาพและต่อต้านรัฐบาลที่พวกเขามองว่าทุจริตและล้มเหลว

‘ชาร์ลี เคิร์ก’ นักเคลื่อนไหวสายอนุรักษ์นิยม วัย 31 ปี คนสนิทของ ‘ทรัมป์’ ถูกลอบยิงเสียชีวิต!! ในเวทีปราศรัยรัฐยูทาห์

(11 ก.ย. 68) ชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักกิจกรรมอนุรักษ์นิยมและพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกลอบยิงเสียชีวิตในงานกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยยูทาห์เมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกผู้ว่าการรัฐยูทาห์ สเปนเซอร์ ค็อกซ์ (Spencer Cox) ระบุว่าเป็น “การลอบสังหารทางการเมือง” โดยผู้ก่อเหตุคาดยิงมาจากหลังคาอาคาร ระยะเกิน 200 หลา

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ แม้ก่อนหน้านั้นจะมีผู้ถูกควบคุมตัวสองราย แต่ทั้งคู่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุยิงและถูกปล่อยตัวไป ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตามหาผู้ต้องสงสัยรายใหม่ ส่วนสาเหตุของเหตุยิงยังไม่ชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้ให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นในสหรัฐอเมริกา

โดยวิดีโอจากสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็น เคิร์กกำลังพูดใส่ไมโครโฟนใต้เต็นท์ พร้อมป้าย “The American Comeback” (การกลับมาของอเมริกา) และ “Prove Me Wrong” (ลองมาพิสูจน์ว่าฉันคิดผิด) จากนั้นเกิดเสียงปืน เขาชูมือข้างขวาเลือดไหลออกจากคอด้านซ้าย กระทั่งผู้ฟังปราศรัยตกใจวิ่งหนีออกจากบริเวณทันที ซึ่งเหตุเกิดที่สนาม Sorensen Center ในมหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์ (Utah Valley University)

สำหรับ เคิร์กเป็นที่รู้จักในการจัดโต้วาทีกลางแจ้งในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการชักชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรุ่นเยาว์ให้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน โดยหลังเหตุสังหาร ทรัมป์โพสต์ไว้อาลัยว่า “ไม่มีใครเข้าใจหัวอกของเยาวชนอเมริกันดีกว่าชาร์ลี” 

ฮิซบอลเลาะห์แฉ!! เกมปลดอาวุธของ ‘สหรัฐฯ’ เพื่อหวังฮุบ ‘เลบานอน’ ยกให้ ‘อิสราเอล’

(11 ก.ย. 68) ชีค นาอิม กัสเซ็ม (Naim Qassem) เลขาธิการพรรคฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังกดดันรัฐบาลเลบานอนอย่างหนักเพื่อให้ปลดอาวุธของฮิซบอลเลาะห์ เปิดทางให้อิสราเอลขยายอิทธิพลในประเทศ โดยกล่าวหาว่า “สหรัฐฯ พร้อมยกเลบานอนให้อิสราเอล” และทำให้การปลดอาวุธกลายเป็นเงื่อนไขที่อิสราเอลต้องการไม่ว่าจะด้วยวิธีสงบหรือใช้กำลัง

นาอิม กัสเซ็ม กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลคือการทำให้เลบานอน “เป็นเหยื่ออันโอชะ” ในโครงการ “อิสราเอลยิ่งใหญ่” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายการเมืองในเลบานอนหันหน้ามาเจรจา โดยยึดความเป็นเอกภาพแห่งชาติ การยุติการยึดครองของอิสราเอล และการปล่อยตัวนักโทษเลบานอนเป็นเป้าหมายสำคัญ

ทางการเลบานอนยืนยันหลายครั้งว่าอิสราเอลยังคงละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยกองทัพอิสราเอลยังคงประจำการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางตอนใต้ 5 จุด รวมถึงหมู่บ้านฆัจการ์ ซึ่งเลบานอนถือว่าเป็นการยึดครองและละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1701

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 235 ราย และบาดเจ็บกว่า 500 คนจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่ปลายปี 2567 ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าการโจมตีมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างทางทหารของฮิซบอลเลาะห์และผู้นำกองกำลัง โดยย้ำว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไปเพื่อกำจัดภัยคุกคามจากกลุ่มชีอะห์นี้

ปธน.เกาหลีใต้ รับบริษัทเอกชนเริ่มลังเล!! ลงทุนในสหรัฐฯ หลังบุกจับแรงงานโสมขาวครั้งใหญ่ ที่โรงงานผลิตแบตฯ รัฐจอร์เจีย

(11 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจมยอง แถลงว่า การบุกตรวจคนงานชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คนในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากเกาหลีใต้ในอนาคต พร้อมยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสับสนให้กับบริษัทเกาหลีใต้ที่ไปตั้งโรงงานในสหรัฐ

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE) ในรอบหลายปี โดยมีการควบคุมตัวแรงงานจำนวนมากจากโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในเมืองเอลลาบ รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนของฮุนได (Hyundai) และแอลจี เอนเนอร์จี โซลูชัน (LG) ทำให้สังคมเกาหลีใต้ไม่พอใจ และมองว่าเป็นการบั่นทอนมิตรภาพระหว่างสองประเทศที่สืบเนื่องยาวนานตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตกลงให้แรงงานทั้งหมดกลับประเทศก่อน แล้วจึงพิจารณากระบวนการกลับเข้าสหรัฐเพื่อทำงานใหม่ ขณะที่สหรัฐยอมรับข้อเรียกร้องของเกาหลีใต้ในการส่งแรงงานกลับโดยไม่ใส่กุญแจมือ

แรงงานชาวเกาหลีใต้ที่ถูกควบคุมตัวมีกำหนดเดินทางกลับจากแอตแลนตาในวันพฤหัสบดีและถึงกรุงโซลในวันศุกร์ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ในเกาหลีใต้ที่มองว่าภาพแรงงานถูกใส่โซ่ตรวนและพาขึ้นรถบัสเป็น “การตบหน้ามิตรภาพ” และอาจทำให้บริษัทเกาหลีใต้ทบทวนการลงทุนในสหรัฐ

แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่าผู้ถูกควบคุมตัวบางส่วนเข้าประเทศผิดกฎหมายหรืออยู่เกินวีซ่า แต่ฝ่ายกฎหมายเกาหลีใต้ยืนยันว่ามีแรงงานจำนวนหนึ่งทำงานอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันนักการเมืองสหรัฐเองก็เริ่มผลักดันร่างกฎหมาย Partner with Korea Act เพื่อแก้ปัญหาวีซ่าธุรกิจและแรงงานระหว่างสองประเทศให้มีความชัดเจนมากขึ้น

สหรัฐฯ ขอโทษเหตุบุกจับ ‘แรงงานเกาหลีใต้’ 300 ชีวิต ย้ำแรงงาน-นักลงทุนกิมจิมีคุณค่า พร้อมปรับระบบวีซ่าเอื้อ

(15 ก.ย. 68) คริสโตเฟอร์ แลนโด (Christopher Landau) รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความเสียใจเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ต่อกรณีการจับกุมแรงงานชาวเกาหลีใต้จำนวนมากในสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่าผู้ที่เดินทางกลับประเทศจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติหากต้องการกลับเข้าสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยเหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ออกมาแถลงขอโทษต่อสาธารณะ

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ‘แลนโด’ เดินทางเยือนกรุงโซลและหารือกับนางพัค ยุนจู (Park Yoon-joo) รัฐมนตรีช่วยการต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และพิจารณาการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างสองประเทศ เพื่อแก้ปัญหาด้านระบบ รวมถึงการหารือการออกวีซ่าเฉพาะสำหรับแรงงานเกาหลีใต้

ฝ่ายเกาหลีใต้ย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจอย่างมากในสังคม พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม ไม่เพียงเพื่อป้องกันปัญหา แต่ยังต้องปรับปรุงระบบวีซ่าให้เอื้อต่อแรงงานและนักลงทุนชาวเกาหลีใต้ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจและภาคการผลิตของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การเยือนของแลนโดนับเป็นการเยือนระดับสูงครั้งที่สองของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สอง ต่อจากการเดินทางของประธานเสนาธิการร่วมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ย้ำว่าต้องการให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

กองทัพสหรัฐฯ เริ่มเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในทะเลแคริบเบียน ส่ง F-35 จำนวน 5 ลำ..ลงจอดเปอร์โตริโก!! ปิดล้อม ‘เวเนซุเอลา’

(15 ก.ย. 68) สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาร้อนแรงขึ้น หลังเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 5 ลำของสหรัฐฯ ลงจอดที่ฐานทัพเดิมรูสเวลต์ โรดส์ เมืองเซบา เกาะเปอร์โตริโก ท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารในแถบทะเลแคริบเบียน โดยวอชิงตันระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปราบปรามการค้ายาเสพติดในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาออกมาประณามสหรัฐฯ หลังอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ติดอาวุธ 18 นาย ขึ้นตรวจค้นเรือประมงปลาทูน่าที่แล่นอยู่ในน่านน้ำเวเนซุเอลา และกักตัวชาวประมง 9 คนไว้กว่า 8 ชั่วโมง ก่อนถูกปล่อยตัวภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือเวเนซุเอลา

นายอีวาน กิล (Yván Gil) รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังยั่วยุเพื่อสร้างเหตุให้เกิดการปะทะทางทหารในทะเลแคริบเบียน พร้อมชี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามในการผลักดันนโยบายเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในประเทศของตน

โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) สั่งระดมกองกำลังติดอาวุธและกองกำลังอาสาสมัครทั่วประเทศกว่า 284 จุดชายฝั่ง ภายใต้แผน “อินเดเพนเดนเซีย 200” โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยของเวเนซุเอลา ท่ามกลางการกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ ในภูมิภาค

จับเป็นร้อย บอกยินดีต้อนรับ? ‘ทรัมป์’ ยันเวลคัมแรงงานและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ เพราะยังมีความจำเป็นต่อสหรัฐฯ

(15 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาย้ำว่า สหรัฐอเมริกายังคง ‘ยินดีต้อนรับ’ แรงงานต่างชาติ แม้มีการบุกจับแรงงานชาวเกาหลีใต้เกือบ 500 คนที่ไซต์ก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในรัฐจอร์เจีย เมื่อ 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลและเสียงวิจารณ์อย่างหนักในเกาหลีใต้

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการทำให้นักลงทุนต่างชาติหวาดกลัวหรือเสียกำลังใจ พร้อมย้ำว่าการนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วยถ่ายทอดความรู้ถือเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอเมริกัน โดยเฉพาะในสินค้าที่ซับซ้อนอย่างชิป เซมิคอนดักเตอร์ และระบบรถไฟ

สำหรับการบุกจับครั้งนี้เป็นปฏิบัติการใหญ่ที่สุดของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE) นับตั้งแต่เริ่มมาตรการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าคนงานเกาหลีใต้จำนวนมากอยู่เกินวีซ่า หรือทำงานผิดประเภท แม้ภายหลังสหรัฐฯ จะไม่ส่งตัวขึ้นศาลฯ ดำเนินคดี แต่ภาพแรงงานถูกใส่กุญแจมือและล่ามโซ่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนชาวเกาหลีใต้

ด้าน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง ออกมาเตือน สหรัฐฯ ว่าอาจเกิดการลังเลลงทุนในอเมริกาจากภาคเอกชน ขณะที่สหภาพแรงงานเกาหลีใต้ออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์ขอโทษอย่างเป็นทางการเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของแรงงานและนักลงทุนเกาหลีใต้ 

จีน ตั้งข้อหา!! Nvidia ของสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาดตลาด

(16 ก.ย. 68) จีนประกาศว่า Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาการค้ารอบที่ 4 ระหว่างสองประเทศซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด โดยฝ่ายสหรัฐฯ นำโดยรัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) ซึ่งออกมาระบุว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เพิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อจีน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทชิปจีน 2 แห่ง ห้ามเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จากอเมริกา ขณะที่จีนก็ใช้มาตรการตอบโต้ เช่น ชะลอการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ป้องกันประเทศ

กรณี Nvidia ถือเป็นสัญญาณชัดว่าจีนไม่อาจมองข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการเปิดทางขายชิปบางรุ่นเข้าไปยังจีนอย่างเป็นมิตรนัก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับ Nvidia และ AMD ให้แบ่งรายได้ 15% จากการขายในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อแลกกับใบอนุญาตการส่งออกชิป AI รุ่นที่ถูกลดสเปกแล้วก็ตาม

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนระบุว่า Nvidia ละเมิดเงื่อนไขการเข้าซื้อกิจการ Mellanox Technologies บริษัทออกแบบชิปจากอิสราเอล ที่จีนเคยอนุมัติเมื่อปี 2020 และจะเดินหน้าสืบสวนเพิ่มเติม ส่งผลให้หุ้น Nvidia ร่วงลง 1.4% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด

แม้สหรัฐฯ จะพยายามเปิดตลาดชิป H20 ของ Nvidia ให้จีนใช้งานได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะยอมรับหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันก็มีการคาดว่าจีนอาจเข้าถึงชิปเหล่านี้ผ่านตลาดมืดอยู่แล้ว โดยชิป H20 ถูกเชื่อมโยงกับการพัฒนา DeepSeek โมเดล AI ขั้นสูงของจีนที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับซิลิคอนวัลเลย์เมื่อต้นปีนี้

‘สหรัฐฯ-จีน’ บรรลุข้อตกลง ไม่แบน TikTok แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกา

(16 ก.ย. 68) สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงกรอบการควบคุม TikTok ก่อนวันกำหนดเส้นตายให้ ByteDance ขายกิจการให้ผู้ซื้อในสหรัฐฯ หรือถูกแบนภายในวันพุธนี้ (17 ก.ย.) โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศประกาศว่า TikTok จะยังคงดำเนินการในสหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของบริษัทสัญชาติอเมริกัน โดยข้อตกลงนี้ได้รับการเจรจาในระหว่างการประชุมหารือการค้าที่กรุงมาดริด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าช่วยรักษาแอปที่เยาวชนชาวอเมริกันอยากให้ดำเนินต่อไป ขณะที่รายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อตกลงนี้ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าและเปิดทางให้สหรัฐฯ กับจีนสามารถเจรจาเรื่องอื่น ๆ ต่อได้

อย่างที่ทราบกันดีว่า TikTok เคยถูกเสนอให้แบนครั้งแรกในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่รัฐบาลต่อมาของโจ ไบเดน จะออกกฎหมายแบนเว้นแต่จะขายกิจการในสหรัฐฯ การบังคับใช้ถูกเลื่อนและหยุดชั่วคราวหลายครั้ง ทำให้แอปยังคงให้บริการต่อไปภายใต้เงื่อนไขใหม่

ทั้งนี้ TikTok มีบทบาทสำคัญด้านวัฒนธรรมและการเมือง โดยเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเผยแพร่เนื้อหาสำหรับผู้สนับสนุนทรัมป์และกลุ่มอนุรักษ์นิยม รวมถึงมีผลต่อการเมืองต่างประเทศ เช่น การเลือกตั้งในเยอรมนี โปแลนด์ สวีเดน และฝรั่งเศส ทำให้ TikTok ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ทั้งด้านสังคมและข้อมูลข่าวสาร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top