Friday, 4 September 2026
ทรัมป์

คนอเมริกัน 53% ชี้ชีวิตแย่ลง!! ผลสำรวจสหรัฐฯ สะท้อนแรงไม่พอใจทรัมป์ คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงเหลือ 33% ต่ำสุดในวาระ น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง สงครามยืดเยื้อ ฉุดคะแนนนิยมทรัมป์ร่วงต่ำสุด

ผลสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์/อิปซอสส์ (Reuters/Ipsos) ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับ 33% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา ท่ามกลางความกังวลของภาคประชาชนต่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ผลการสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำขึ้นเป็นเวลา 4 วัน เผยให้เห็นว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 33% ที่ระบุว่าพึงพอใจกับผลงานการทำงานของทรัมป์ในทำเนียบขาว ขณะที่อีก 64% ระบุว่าไม่พึงพอใจ

รายงานระบุว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ปรับตัวลดลงจากระดับ 35% จากผลสำรวจในช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าทุกช่วงในวาระการดำรงตำแหน่งปัจจุบัน และ “ทุบสถิติต่ำสุดเทียบเท่ากับระดับต่ำสุดในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยแรกเมื่อเดือน ธ.ค. 2560”

ผลสำรวจล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกับที่ระยะเวลาการเจรจา 60 วันภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังจะสิ้นสุดลงในวันจันทร์ โดยยังไม่มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในวงกว้างระหว่างทั้งสองฝ่าย
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พยายามลดความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยในการปราศรัยทางการเมืองที่เมืองการ์เดนซิตี้ รัฐนิวยอร์ก เมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ทรัมป์กล่าวว่า การยอมจ่ายค่าน้ำมัน “เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย” นั้นถือว่าคุ้มค่าแลกกับการสร้างความมั่นใจว่า “ประเทศที่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง” จะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (16 ส.ค.) ระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวสหรัฐฯ 53% รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของตนแย่ลงในยุคของทรัมป์ ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

ดาร์เรลล์ เวสต์ นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันบรูคกิงส์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า “เงินเฟ้อกำลังขยายตัวแซงหน้าการปรับขึ้นของค่าจ้าง ทำให้ประชาชนประสบปัญหาในการชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยหลายคนรู้สึกว่ากำลังตามไม่ทันและไม่สามารถรับมือกับค่าอาหาร ค่าน้ำมัน และค่าบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นได้”

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

ที่มา : https://www.infoquest.co.th/2026/633165?fbclid=IwY2xjawTx91lwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMXc1SmFLZWtrM0M1bnlMSEJzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeeZ4b3MM1Ax8c6PQhqFTOM2vtkoWv5L9rq8WlOl0sjOx2MtI3coyaoTlTIEw_aem_RVFZW7bdZH6g98LcgOkLFA

โดนัลด์ ทรัมป์ เขียนบน Truth Social

วันนี้ผมขอประกาศปฏิบัติการทางเศรษฐกิจ
ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีต่อประเทศใดๆ
นี่จะเป็นสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยว
ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ผมยังขอประกาศด้วยว่า ประเทศใดก็ตาม
ที่อนุญาตให้สถาบันการเงิน ธุรกิจ สนามบิน
หรือหน่วยงานรัฐบาลของตน
ให้ความช่วยเหลือหรือเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอิหร่านในรูปแบบใดๆ
ประเทศนั้นจะต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

โดนัลด์ ทรัมป์
เขียนบน Truth Social

‘ทรัมป์’ ไม่กั๊กวิจารณ์ ‘แฮร์รี–เมแกน’ !! หลังย้ายออกจากสหรัฐฯ ชี้ไม่ใช่แฟนคลับทั้งคู่ ย้ำขาดความเคารพเชื้อพระวงศ์ เมแกน-แฮร์รี กลับอังกฤษครบ 6 ปี รับสถานะราชวงศ์แต่ไม่ปฏิบัติภารกิจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันพุธ(2ก.ย.) บอกว่าเขา "มีความสุข" ที่เจ้าชายแฮร์รีและครอบครัวเดินทางออกจากอเมริกาและกลับไปใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร ระบุไม่ชอบบุคคลทั้ง 2 เพราะขาดความเคารพต่อเชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับควีนเอลิซาเบธผู้ล่วงลับและกษัตริย์ชาร์ลส์

"ผมมีความสุขกับเรื่องนี้ ผมไม่ใช่แฟนคลับของพวกเขา" ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการตัดสินใจเมื่อเร็วๆนี้ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ในการออกจากแคลิฟอร์เนีย หลังใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐนานกว่า 6 ปี

ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ประกาศลดบทบาทและขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษในปี 2020 และจากนั้นได้เดินออกจากสหราชอาณาจักรไปใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ตาม 6 ปีผ่านไป ทั้งคู่ รวมถึงโอรสและธิดา เดินทางกลับสู่สหราชอาณาจักรเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม

"ผมคิดว่าพวกเขาปฏิบัติกับราชวงศ์ด้วยความไร้ซึ่งความเคารพเป็นอย่างสูง" ทรัมป์กล่าว พร้อมพาดพิงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับควีนเอลิซาเบธผู้ล่วงลับและกษัตริย์ชาร์ลส์ ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เมแกนโดยเฉพาะ บอกว่า "ผมไมชอบท่าทีของเธอ ผมคิดว่าเธอขาดความเคารพเป็นอย่างสูง"

เจ้าชายแฮร์รี พระชนมายุ 41 พรรษาและเมแกน วัย 45 ปี ย้ายจากสหราชอาณาจักรไปใช้ชีวิตในสหรัฐฯ ท่ามกลางความบาดหมางอย่างรุนแรงกับเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ และความสัมพันธ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก หลังจากเจ้าชายแฮร์รีเปิดตัวหนังสือเรื่อง "Spare" บันทึกความทรงจำที่เปิดเผยทุกเรื่องราว และไปให้สัมภาษณ์แบบเปิดใจโดยไม่มีการปิดบังใดๆ กับรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ ที่มี โอปราห์ วินฟรีย์ เป็นพิธีกร

หลังจากย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ เจ้าชายแฮร์รี ให้สัมภาษณ์กับ โอปราห์ วินฟรีย์ กล่าวหาราชวงศ์ละเลยพระองค์ ส่วน เมแกน ซึ่งมารดาเป็นคนผิวสีและบิดาเป็นคนขาว บอกว่าตอนที่เธอตั้งครรภ์ลูกชาย มีสุ้มเสียงแห่งความกังวลและมีการซุบซิบพูดคุยกันภายในราชวงศ์ เกี่ยวกับสีผิวของลูกชายของเธอ

เจ้าชายวิเลียม พระเชษฐาของเจ้าชายแฮร์รี ปกป้องเชื้อพระวงศ์หลังถูกกล่าวหา และตรัสเน้นย้ำว่า "เราไม่ใช่พวกเหยียดผิว"

นอกจากนี้แล้วเจ้าชายแฮร์รียังอ้างการถูกจับตามองจากสื่อมวลชน และความล้มเหลวของรัฐบาลในการอารักขาความปลอดภัยแก่ครอบครัวของพระองค์ ในเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย

คาดหมายว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ที่เวลานี้เดินทางกลับสู่สหราชอาณาจักรแล้ว ยังคงสถานะเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติกรณียกิจใดๆ

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทั้งคู่เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าครอบครัวนี้มีแผนย้ายไปอยู่ที่ไหนสักแห่งรอบนอกกรุงลอนดอน เป็นระยะเวลานาน โดยที่พระโอรส เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษาและเจ้าหญิงลิลิเบท พระชนมายุ 5 พรรษา มีแผนเข้าศึกษาที่โรงเรียนในสหราชอาณาจักร

ไม่แน่ชัดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสำหรับทั้งคู่ แต่เจ้าชายแฮร์รีเคยตรัสไว้ว่าเขาต้องการให้โอรสและธิกา ได้ใช้เวลาในอังกฤษ

"ถ้าผมเป็นราชวงศ์ ผมจะไม่รับพวกเขากลับเข้าไป" ทรัมป์กล่าวปิดท้ายในวันพุธ(2ก.ย.)

(ที่มา:รอยเตอร์ส/mgronline)

ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9690000086418

‘ทรัมป์’ เดือดซัดสื่อ!! ด่านักข่าวสหรัฐฯขายชาติ ยันคลังอาวุธไม่เคยลดต่ำ เตรียมเรียกเงินยุโรปคืนหลายแสนล้าน สงครามอิหร่านยังมีอาวุธพร้อมลุย

ทรัมป์เดือด! ด่าสื่อ “พวกสวะขายชาติ” หลังสื่อไม่ยอมรายงานสงครามอิหร่านตามที่เขาคาดหวัง แต่ดันไปเล่นแต่เรื่องอาวุธใกล้หมด ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ มีอาวุธและกระสุนสำรองไม่อั้น แถมปริมาณการผลิตยังเพิ่มในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมประกาศจะเรียกเงินจากยุโรปย้อนหลัง สำหรับอาวุธและเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลไบเดนเคยมอบให้ยูเครนและ NATO ไปฟรีๆ

ข้อความของทรัมป์ระบุว่า:

“สำหรับพวกสวะขายชาติที่ไม่ยอมทำข่าวปฏิบัติการทางทหารของเราในอิหร่านในทิศทางที่ถูกต้อง เรามีกระสุนระดับกลางถึงระดับสูงในปริมาณที่แทบไม่จำกัด มากเกินกว่าที่เราจะสามารถใช้หมดได้ในสงครามครั้งนี้ หรือสงครามอื่นใดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งก็แทบไม่น่าจะเกิดสงครามที่ไหนขึ้นอยู่แล้ว!

นอกจากนี้ เรายังกำลังผลิตอาวุธและกระสุนในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรากำลังสะสมคลังอาวุธและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรากำลังเก็บอาวุธเหล่านี้ไว้สำหรับตัวเราเอง สำหรับสหรัฐอเมริกา แทนที่จะขายให้ประเทศอื่น แต่การขายให้กับชาติพันธมิตรจะกลับมาอีกครั้งในเร็วๆ นี้

และขอให้ทุกคนรับทราบด้วยว่า รัฐบาลไบเดนมอบอาวุธและกระสุนให้ยูเครนฟรีๆ มากกว่าปริมาณที่เราใช้ในอิหร่านเสียอีก เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ถูกมอบให้ยูเครนและ NATO โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งที่ยุโรปยินดีจะเป็นคนจ่าย หากพวกเขาถูกเรียกเก็บเท่านั้น
แต่เราจะเรียกเงินก้อนนั้น แม้ว่าจะช้าไปสักหน่อยก็ตาม!”

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1390859469869076/?rdid=SL30KDOYVLsZGKT6#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top