Friday, 5 June 2026
ข่าวต่างประเทศ

ทรัมป์ ประกาศ!! จะเก็บภาษีจีน 100%

(11 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ปธน.ทรัมป์ #สหรัฐฯ ประกาศจะเก็บภาษีจีน 100% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน และควบคุมการส่งออก "ซอฟต์แวร์สำคัญทุกชนิด"

President Trump announces a 100% tariff on China starting November 1st and export controls on "any and all critical software."

ท่องเที่ยวจีน คึกคัก!! คนแห่เที่ยว วันหยุดยาว สัมผัส!! เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ท่องเที่ยวยามค่ำคืน

(11 ต.ค. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนเผยว่า วันหยุดยาว 8 วัน เนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน ได้สร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเดินทางรวมทั้งสิ้น 888 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 123 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับวันหยุดยาว 7 วันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 8.09 แสนล้านหยวน (ราว 3.71 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบปีต่อปี

สถาบันการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) ระบุว่า วันหยุดยาวที่มากขึ้นและการลางานที่มีความยืดหยุ่นส่งผลให้ผู้คนสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยระยะทางเฉลี่ยในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 แตะที่ 213 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางการท่องเที่ยวภายในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 แตะที่ 23 กิโลเมตร

บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ เช่น ทริป ดอต คอม (Trip.com) และฟลิกกี (Fliggy) รายงานว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (NIA) รายงานว่านักท่องเที่ยวจีนออกไปท่องเที่ยวในกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค และมีจำนวนการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 16.34 ล้านครั้ง

การท่องเที่ยวในชนบทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 22 ของชาวจีนในชนบทเดินทางรวมทั้งสิ้น 102 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 40 หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ และเบนความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางที่เงียบสงบกว่า บริษัทถงเฉิง ทราเวล (Tongcheng Travel) ระบุว่า ยอดจองโรงแรมในอำเภอกว่า 30 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ด้านเจ้าหน้าที่จากสถาบันการท่องเที่ยวของจีนกล่าวว่า ชาวชนบทและนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวจากเมืองขนาดเล็กได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดที่แข็งแกร่ง โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปสู่หมุดหมายที่มีขนาดเล็กกว่าแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม

ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอารมณ์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมส่วนชุดฮั่นฝู พิธีชงชา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่เหม่ยถวน ทราเวล (Meituan Travel) รายงานว่า การค้นหาคำว่า “ท่องเที่ยวยามค่ำคืน” เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 386.5

หน่วยงานการท่องเที่ยวมีการอำนวยความสะดวกหลายรูปแบบ เช่น พิพิธภัณฑ์ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดให้บริการเข้าชมช่วงดึก ถ้ำโม่เกาในตุนหวงเปิดระบบแนะนำแบบดิจิทัล และทะเลสาบซีหูในนครหางโจวได้ใช้ระบบจองอัจฉริยะเพื่อจัดการจำนวนผู้เข้าชมอย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงเวลานี้ จีนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมากกว่า 29,000 รายการ พร้อมออกคูปองเพื่อส่งเสริมการบริโภคมูลค่ารวม 480 ล้านหยวน (ราว 2.2 พันล้านบาท)

หูหยาง รองประธานบริษัทถูเจีย กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกเที่ยวในปัจจุบันสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในท้องถิ่น

สาวเกาหลี แฉ!! พนักงานแมคโดนัลด์ ‘หัวเราะเยาะ - ให้รออาหาร 70 นาที’ ชี้!! เป็นการเลือกปฏิบัติ เหยียดเชื้อชาติ ของร้านดังในสหรัฐอเมริกา

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) ยูทูบเบอร์คนหนึ่งได้โพสต์วิดีโอผ่านโซเชียล เล่าทั้งน้ำตา

หญิงชาวเกาหลีอ้างว่าเธอถูกเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในร้านแมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ หลังจากรออาหารนาน 70 นาทีแต่ไม่ได้รับอาหาร และยังถูกพนักงานเยาะเย้ย / โพสต์อินสตาแกรม 

เหตุเกิดขึ้นที่ร้านแมคโดนัลด์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ โดยหลังจากสั่งอาหารไปแล้วกว่า 40 นาที อาหารยังไม่ออกมา แต่ลูกค้าคนอื่นๆ ที่สั่งทีหลังกลับได้รับอาหารตามปกติ

“ฉันถามถึงอาหารไป 5 ครั้ง แต่พนักงานเพียงยิ้มและตอบว่า “ใกล้จะได้แล้ว” เพียงเท่านั้นเธอกล่าว

สุดท้ายหลังจากรอ นานกว่า 70 นาที ก็ยังไม่ได้อาหาร ทำให้เธอต้องออกจากร้านมือเปล่า

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะจากในครัว มีคนพูดว่า “พวกมันคงไม่กลับมากินอีกแน่‘‘ พร้อมเสียงหัวเราะ 

เธอกล่าวทั้งน้ำตา “ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอับอายและโกรธมาก” เนื่องจากเธอมีน้องหมารออยู่ที่บ้าน จึงไม่ได้แย้งหรือร้องเรียนหรือปะทะในขณะนั้น เธอกล่าวว่าจะร้องเรียนไปที่สำนักงานใหญ่ 

ยูทูบเบอร์คนนี้ระบุว่า หลังจากย้ายจากซีแอตเทิลไปยังเมืองเล็กๆ ในรัฐนิวยอร์ก เธอเจอกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติแบบแนบเนียนเป็นครั้งที่สอง
เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ของเกาหลีใต้ หลายคนเรียกร้องให้แมคโดนัลด์สหรัฐฯ ออกมาชี้แจงและตรวจสอบกรณีนี้อย่างเป็นทางการ

คุณเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ในต่างประเทศไหม?? เล่าให้เราฟังหน่อย 👇

นักศึกษาเกาหลีใต้ ถูกลักพาตัว!! เจ็บปวดแสนสาหัส ทรมานจนตาย ศพยังแช่แข็ง!! ไม่ได้กลับบ้าน เตือน!! เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูง

(11 ต.ค. 68) นักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ซึ่งเดินทางไปเที่ยวกัมพูชาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ถูกพบเสียชีวิตหลังจากเดินทางออกได้ 2 สัปดาห์ โดยมีรายงานว่าถูกลักพาตัวและทรมานโดยกลุ่มอาชญากรรมในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ระบุว่านักศึกษาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเนื่องมาจากการถูกทรมานอย่างรุนแรง  

ตำรวจและสมาชิกในครอบครัวรายงานว่า นายเอ นักศึกษา เดินทางออกจากบ้านในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบอกกับครอบครัวว่าจะไปชมงานนิทรรศการที่กัมพูชา ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลีว่า "นายเอก่อเหตุวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวไว้ ส่งเงิน 50 ล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยราว 1.15 ล้านบาท) แล้วเราจะปล่อยตัวเขาไป

ต่อมาทางครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน การติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัวถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน ผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 สิงหาคม ศพของนายเอ ถูกพบใกล้ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกกักขังไว้ 

สถานทูตกัมพูชาและหน่วยงานท้องถิ่นยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเป็นผลมาจากการถูกทรมานและความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แม้จะมีการยืนยันแล้ว แต่ศพของนายเอ ยังไม่ได้ถูกส่งกลับเกาหลีใต้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพและฌาปนกิจศพในท้องถิ่น คาดว่าจะมีการส่งตัวกลับประเทศในปลายเดือนนี้

"ใบมรณบัตรระบุว่าเขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเนื่องมาจากการถูกทรมาน การจินตนาการถึงความทุกข์ทรมานของเขาทำให้เรานอนไม่หลับ สมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งกล่าว เขายังไม่กลับบ้าน ศพของเขายังคงถูกแช่แข็งอยู่ในช่องแช่แข็งที่กัมพูชา รู้สึกเหมือนเขาถูกฆ่าตายสองครั้ง"

จากกรณีการลักพาตัวชาวเกาหลีในกัมพูชาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10 ราย เป็น 20 รายต่อปี ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 เป็น 220 รายในปีที่แล้ว และ 330 รายในเดือน ส.ค. ปีนี้ เนื่องด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จึงได้ออกคำเตือนการเดินทางเมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยยกระดับกรุงพนมเปญเป็นระดับ 2 (พิจารณาการเดินทางอีกครั้ง) และแนะนำคำแนะนำพิเศษสำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น สีหนุวิลล์ ภูเขาโบกอร์ และบาเวต เป็นระดับ 2.5

แชร์ต่อให้เรื่องนี้ไม่ถูกลบ!!

✍️ คอมเมนต์มาเลย ใครเคยเจออะไรใกล้เคียงแบบนี้บ้าง??

ทีมเจรจา กาตาร์ สูญเสีย!! 3 นักการทูตดับที่อียิปต์ ก่อน!! ประชุมสันติภาพ ตะวันออกกลาง

(12 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ผู้เจรจาสันติภาพชาวกาตาร์ 3 รายเสียชีวิตจากเหตุรถชนในอียิปต์

อุบัติเหตุทางรถยนต์อันน่าสยดสยองใกล้เมืองชาร์มเอลชีค ประเทศอียิปต์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่การทูตกาตาร์เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย
รายงานเบื้องต้นระบุว่าเหยื่อเป็นสมาชิกทีมเจรจาของนายกรัฐมนตรีกาตาร์ในภูมิภาคเพื่อเจรจาเกี่ยวกับความพยายามสร้างสันติภาพในฉนวนกาซาที่กำลังดำเนินอยู่

เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันสาเหตุของการตกดังกล่าว

โศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ผู้นำโลกหลายคน รวมถึงทรัมป์และมาครง จะเดินทางมาถึงเมืองชาร์มเอลชีค เพื่อหารือเรื่องสันติภาพตะวันออกกลางที่สำคัญ

เมื่อผู้นำเหล็กกลายเป็นเกมเมอร์ ‘อัสซาด’ ในหอคอย ‘มอสโก’ ท่ามกลาง!! เสียงเรียกร้องปูติน ให้ส่งตัวขึ้นศาลอาชญากรสงคราม

(12 ต.ค. 68) จากผู้นำเหล็กแห่งดามัสกัสที่ครองอำนาจเกือบ 25 ปี สู่ชายวัย 63 ที่ใช้เวลาว่างเล่นเกมวางแผนกลยุทธ์ในคอนโดหรู “City of Capitals” กลางมอสโกซิตี้ เมืองหลวงแห่งทุนและหรูหราของรัสเซีย

หลังเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อกลุ่มฮายัต ตาห์รีร์ อัชชาม (HTS) ยึดกรุงดามัสกัส อัสซาดและครอบครัวถูกขนย้ายออกจากซีเรียด้วยเครื่องบินทหารรัสเซียจากฐานคมเมมิม—ตรงสู่รัสเซีย ภายใต้ “ข้อตกลงมนุษยธรรม” ที่มอสโกยืนยันว่าเป็นการ “ช่วยเหลือเพื่อนเก่า” มากกว่าการให้ที่ลี้ภัยทางการเมือง

รายงานของ Die Zeit ผ่าน Ynet News เผยว่า อัสซาดกับอัสมา ภรรยาผู้ป่วยมะเร็ง (ที่ข่าวระบุว่ากลับมาอีกครั้ง) และลูกสามคน พักอยู่ในหอคอยสูง 76 ชั้น มีคอนโดถึง 20 ยูนิตในชื่อครอบครัว ใช้ชีวิตเงียบหรูใต้การคุ้มกันของบอดี้การ์ดส่วนตัวที่รัสเซียจัดให้ “อัสซาดชอบเล่นเกมออนไลน์แนววางแผนสงคราม ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์” แหล่งข่าวอดีตนายทหารซีเรียผู้ใกล้ชิดเปิดเผยกับ Die Zeit

สื่อรัสเซียรายงานเสริมว่า “มาเฮอร์ อัล-อัสซาด” น้องชายของเขาก็อาศัยอยู่ในกรุงมอสโกเช่นกัน พักที่โรงแรม Four Seasons ดื่มไวน์ สูบบุหรี่ และติดต่อกับเครือข่ายนายทหารซีเรียราว 1,200 นายที่ยังคงมีฐานอยู่ในรัสเซีย ซึ่งบางคนร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตาจาก “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่”

ฝั่งตะวันตกไม่ปล่อยผ่าน—สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเรียกร้องให้รัสเซียส่งตัวอัสซาดขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในฐานะ “อาชญากรสงคราม” จากความสูญเสียกว่า 5 แสนชีวิตในสงครามซีเรีย ขณะที่กลุ่ม HTS เองก็แถลงขอให้ “ส่งตัวอัสซาดคืนประเทศเพื่อรับโทษ”

แต่เครมลินยืนยันเสียงแข็งว่า “นี่คือการคุ้มครองด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม” พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอธิบายว่า “อดีตประธานาธิบดีซีเรียไม่มีบทบาททางการเมืองอีกต่อไป และใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างสงบ”

แต่ในสายตาประชาคมโลก เขายังคือเงาของสงครามที่ยังไม่จางจากดินแดนซีเรีย…
เกมอาจเปลี่ยน แต่ “คนเล่น” อาจยังเป็นคนเดิม

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเป็นครั้งแรก หลังไม่ได้รับ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่เพิ่งประกาศไป

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ...

"The person who actually got the Nobel Prize called today, called me and said, I'm accepting this in honor of you because you really deserved it. A very nice thing to do. I didn't say then give it to me though. I think she might have. She was very nice. . They've they need a lot of help in Venezuela. It's a basic disaster.. But I don't take, I'm happy because I saved millions of lives."

“คนที่ได้รับรางวัลโนเบลตัวจริงโทรมาหาผมแล้วเธอก็บอกว่าขอมอบรางวัลนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ผมเพราะจริง ๆ แล้วผมสมควรได้รับมัน ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก แต่ผมไม่ได้พูดนะว่างั้นเอาให้เลยสิ แต่ผมคิดว่าเธออาจจะทำแบบนั้นก็ได้และธอเป็นคนดีมาก ผมว่าเวเนซุเอลาต้องการความช่วยเหลืออย่างมากเพราะที่นั่นคือหายนะขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว แต่อย่างไรผมไม่ถือสาผมมีความสุขแล้ว เพราะผมได้ช่วยชีวิตผู้คนนับล้านไว้” 

-ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์-

นับเป็นคำกล่าวครั้งแรก หลังไม่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพที่เพิ่งประกาศไป ซึ่งรางวัลกลับตกเป็นของ ‘มารีอา โครินา มาชาโด’ ผู้นำฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวจากเวเนซุเอลา ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อย่างไม่ย่อท้อ และไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อประชาชนชาวเวเนซุเอลาทุกคน 

ปธน.เกาหลีใต้ สั่งลุย!! 'กัมพูชา' หลังคนเกาหลี ‘ถูกล่อลวง - ฆาตกรรม’ เดินหน้ายกระดับ!! ปกป้องประชาชน พลเมือง จากอาชญากรรมข้ามชาติ

(13 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า ‘เมืองอาชญากรรมกัมพูชา’ ซึ่งก่อให้เกิดอาชญากรรมรุนแรงหลายรูปแบบที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชา รวมถึงการหลอกลวงงาน การลักพาตัว การจำคุก การทรมาน และการฆาตกรรม

เจ้าหน้าที่จากทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) ว่า "ประธานาธิบดีอีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศใช้ความพยายามทางการทูตอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องพลเมืองของเราจากอาชญากรรมของกัมพูชา"

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า "กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินมาตรการต่างๆ รวมถึงการขอความร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชา และวางแผนที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมที่จำเป็น"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โช ฮยอน ยังได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ ควน พรรัตนัค เข้าพบกระทรวงการต่างประเทศ และแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ฉ้อโกงการจ้างงานและการกักขังพลเมืองของเราในกัมพูชาที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันที่ประเทศกัมพูชา นักศึกษาชาวเกาหลีวัย 22 ปี ถูกพบเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม

พบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงโดยบริษัทอาชญากรที่ลักลอบเปิดบัญชีธนาคาร และเดินทางไปกัมพูชา ก่อนจะถูกฉ้อโกงในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่พบเหยื่อมีร่องรอยการถูกทรมานทั้งรอยฟกช้ำและคราบเลือดอยู่ทั่วร่างกาย และได้รับการยืนยันว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย 

ตำรวจและสมาชิกในครอบครัวรายงานว่า เหยื่อเดินทางออกจากบ้านในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. โดยบอกกับครอบครัวว่าจะไปชมงานนิทรรศการที่กัมพูชา

ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลีว่า “นักศึกษารายดังกล่าว ก่อเหตุวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวไว้ ส่งเงิน 50 ล้านวอน หรือ 38,500 ดอลลาร์สหรัฐ (1.15 ล้านบาท) แล้วเราจะปล่อยตัวเขา”

ครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน การติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัวถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน

อีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 ส.ค. ศพของเหยื่อ ถูกพบใกล้ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกกักขังไว้ จากการสืบสวนของตำรวจท้องถิ่น อาชญากรชาวจีน 3 คนถูกจับกุมและนำตัวขึ้นศาล เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งล่อลวงนักศึกษาวิทยาลัยก็ถูกจับกุมในเกาหลีใต้เช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ คดีหลอกลวงเรื่องงาน การกักขัง และการทรมานที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า จำนวนคดีลักพาตัวชาวเกาหลีในกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 10-20 คดีต่อปี ระหว่างปี 2022-2023 แต่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 220 คดีในปีที่แล้ว และ 330 คดีในเดือนสิงหาคมปีนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าเหยื่อส่วนใหญ่ถูกลักพาตัวโดยองค์กรอาชญากรรมหลังจากถูกหลอกให้ "ทำงานในต่างประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูง"

สหรัฐอเมริกา ต้องการช่วยเหลือจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ปธน.ทรัมป์ #สหรัฐฯ ดูเหมือนจะกำลังพิจารณามาตรการภาษีนำเข้าสินค้า #จีน 100% อีกครั้ง ซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 

ล่าสุดทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ว่า 

“อย่ากังวลเรื่องจีน ทุกอย่างจะเรียบร้อย!! ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้เป็นที่เคารพนับถือเพิ่งประสบช่วงเวลาเลวร้าย เขาไม่ต้องการให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และผมก็เช่นกัน สหรัฐอเมริกาต้องการช่วยเหลือจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!”

คุณคิดว่าทรัมป์ ‘ช่วยจีน’ จริง หรือแค่หาเสียง?? 🤔 คอมเมนต์มุมมองของคุณด้านล่างได้เลย!!

ช็อกเอเชีย!! พบ ‘พาสปอร์ต’ เพียบในถังขยะ ‘กัมพูชา’ สะท้อนวิกฤต!! ค้ามนุษย์ข้ามชาติ รุนแรงขึ้นทุกวัน

(13 ต.ค. 68) มีการพบหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มากกว่า 30 เล่มในถังขยะที่ประเทศกัมพูชา (ส่วนใหญ่เป็นของประเทศไทย) เป็นการเตือนถึงปัญหาการค้ามนุษย์ที่กำลังอยู่ในระดับวิกฤต  

ภาพถูกแชร์โดยคนเกาหลีใต้ 

ขอบคุณภาพ JH의메모

เกาหลีใต้ ซึ่งกำลังมีข่าวดังเรื่อง พลเมืองเกาหลี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์
หลอกในกัมพูชา ถูกกักขัง เรียกค่าไถ่ ทรมาน และเสียชีวิต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top