Friday, 5 June 2026
ข่าวต่างประเทศ

‘Khmer News’ สร้างเฟคนิวส์!! ใส่ความ ให้ร้ายประเทศไทย อ้าง!! สำนักสงฆ์ ที่อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก ถูกปืนใหญ่ยิง

(26 ก.ค. 68) ‘Khmer News’ เผยแพร่ข่าวใส่ร้ายประเทศไทย โดยมีใจความว่า ...

โศกนาฏกรรมที่เจ็บปวดที่สุดจากกองทัพเสียมบุกกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ทำลายสำนักสงฆ์ Taman Senchey ในเขต Banteay Ampil จ.อุดาร์ Meanchey พระสงฆ์อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก สถานที่สักการบูชาของชาวพุทธในบริเวณนั้น

กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

(26 ก.ค. 68) กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

นายเจีย แก้ว เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ากัมพูชาร้องขอให้มีการหยุดยิง “โดยไม่มีเงื่อนไข” และเสริมว่าต้องการทางออกข้อพิพาทโดยสันติ อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการหยุดยิงดังกล่าว แต่มีการส่งสัญญาณถึงการเปิดกว้างต่อการเจรจาเช่นกัน

“กัมพูชาขอให้หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และเราขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ” นายเจีย แก้ว กล่าวหลังการประชุมลับของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งมีกัมพูชาและไทยเข้าร่วม

‘อิหร่าน’ นำเข้า!! เครื่องบินโบอิ้ง 777 มือสอง 5 ลำ หลบเลี่ยง!! มาตรการคว่ำบาตร จากสหรัฐฯ และอียู

(28 ก.ค. 68) เครื่องบิน โบอิ้ง 777-212ER จำนวน 5 ลำ ที่เคยเป็นของสายการบิน Singapore Airlines เดินทางจากสนามบินนานาชาติเสียมราฐของกัมพูชา มุ่งหน้าเข้าสู่อิหร่าน โดยมีการปิดสัญญาณติดตาม ADS-B ระหว่างบินผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

เส้นทางซับซ้อน: เครื่องบินเหล่านี้ผลิตระหว่างปี 2001–2003 เคยให้บริการใน Singapore Airlines และต่อมาอยู่ในฝูงบินของ NokScoot สายการบินลูกของไทย ก่อนจะถูกจอดเก็บในออสเตรเลียช่วงโควิด-19

หลัง NokScoot ล้มละลาย เครื่องบินถูกบริษัทอเมริกัน Ion Aviation เข้าซื้อ แล้วถูกพาไปยังเมืองหลานโจว (จีน), จากนั้นไปยังจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) และต่อไปกัมพูชา ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อิหร่านในที่สุด

กลยุทธ์เลี่ยงคว่ำบาตร: เครื่องบินถูกจดทะเบียนชั่วคราวภายใต้รหัสประเทศมาดากัสการ์ (5R-HER, 5R-IJA, 5R-ISA, 5R-RIJ, 5R-RIS) เพื่อซ่อนตัวตนและเจ้าของที่แท้จริง

ปลายทาง: เครื่องบินทั้ง 5 ลำลงจอดที่เมือง Mashhad, Zahedan และ Chabahar คาดว่าจะเข้าร่วมฝูงบินของสายการบิน Mahan Air ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรฐานหนุนภารกิจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)

‘ชาวอิสราเอล’ เตรียมหาที่อยู่ใหม่ ในประเทศที่ปลอดภัย ตั้งเป้า!! ย้ายมา ‘ไทย’ เป็นอันดับที่ 2 รองจาก ‘กรีซ’

(2 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ชาวอิสราเอล’ โดยมีใจความว่า ...

#ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับสองสำหรับชาวยิว

การค้นหาประเทศที่ปลอดภัยสำหรับชาวอิสราเอลเพิ่มขึ้นถึง 5,000 เปอร์เซ็นต์

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ยิดอัท อัหรอนุต รายงานว่า

"หลังจากสงครามกับอิหร่าน การค้นหาเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติของชาวยิว และความปลอดภัยในการเดินทางได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำค้นหาเช่น “#ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชาวยิว” กลายเป็นคำยอดนิยม"

"เป้าหมายการเดินทางยอดนิยมตามลำดับได้แก่ กรีซ ไทย สหราชอาณาจักร ปราก เวียนนาคอสตาริกา โตเกียว ประเทศอัลบาเนีย (เพิ่มขึ้น 500%) และเกาะคาฟาลิโนของกรีซ (เพิ่มขึ้น 80%) เติบโตอย่างมาก" 

#ไทยเราถูกเลือกเป็นอันดับ2

‘ทรัมป์’ สั่ง!! เคลื่อน ‘เรือดำน้ำนิวเคลียร์’ สองลำ ประจำการ หลังรัสเซีย!! ขู่กลับ จากกรณีทรัมป์ ให้ ‘ปูติน’ ยุติสงคราม

(2 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (1ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาสั่งให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำ “ประจำการในภูมิภาคที่เหมาะสม” เพื่อตอบโต้ต่อคำเตือนของดมิทรี เมดเวเดฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียที่ส่งถึงสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

เมดเวเดฟ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า การยื่นคำขาดใหม่แต่ละครั้งของทรัมป์ต่อรัสเซียเพื่อบังคับให้ยุติสงครามกับยูเครน “เป็นภัยคุกคามและเป็นก้าวสู่สงคราม”

เมดเวเดฟเขียนบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ไม่ใช่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่กับประเทศของเขาเอง”

ทรัมป์กล่าวเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า เขาจะลดระยะเวลาเส้นตายสำหรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน จาก 50 วัน เหลือไม่ถึงสองสัปดาห์ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับ “ภาษีศุลกากรอัตราสูงสำหรับคู่ค้าของมอสโก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “จากคำกล่าวที่ยั่วยุอย่างยิ่งของอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ผมได้สั่งให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำประจำการในพื้นที่ที่เหมาะสม เผื่อกรณีที่มีอะไรมากไปกว่าคำกล่าวที่โง่เขลาและยั่วยุเหล่านี้”

“คำพูดมีความสำคัญมาก และมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ ผมหวังว่านี่จะไม่ใช่หนึ่งในกรณีเหล่านั้น” ทรัมป์กล่าว ขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!!”

เมดเวเดฟทวีตเมื่อวันจันทร์ว่า

“ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย: 50 วันหรือ 10 วัน... เขาควรจำไว้ 2 สิ่ง”

1. รัสเซียไม่ใช่อิสราเอลหรือแม้แต่อิหร่าน 2. คำขาดแต่ละคำคือภัยคุกคามและก้าวไปสู่สงคราม” เมดเวเดฟเขียน

“ไม่ใช่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่กับประเทศของเขาเอง อย่าไปยึดติดกับเส้นทางของโจผู้ง่วงซึม!” เมดเวเดฟกล่าวเสริม โดยอ้างถึงอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดี เตือนเมดเวเดฟเกี่ยวกับวาทกรรมของเขา พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ความร่วมมือทางการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดีย

ผมไม่สนใจว่าอินเดียจะทำอะไรกับรัสเซีย พวกเขาสามารถนำพาเศรษฐกิจล่มสลายไปด้วยกันได้ ผมไม่สนใจหรอก” ทรัมป์เขียน “เราทำธุรกิจกับอินเดียน้อยมาก ภาษีศุลกากรของพวกเขาสูงเกินไป เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราสูงที่สุดในโลก

“ในทำนองเดียวกัน รัสเซียและสหรัฐอเมริกาแทบจะไม่ทำธุรกิจร่วมกันเลย” ทรัมป์กล่าว “ขอให้เป็นแบบนี้ต่อไป และบอกเมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียที่ล้มเหลว ซึ่งคิดว่าตัวเองยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ ให้ระวังคำพูด เขากำลังเข้าสู่ดินแดนที่อันตรายมาก!!”

เมดเวเดฟขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ตอบโต้

เมดเวเดฟตอบโต้ในวันพฤหัสบดีด้วยแถลงการณ์ว่า “หากคำพูดเพียงไม่กี่คำจากอดีตประธานาธิบดีรัสเซียสามารถกระตุ้นให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ทรงอิทธิพลในปัจจุบันเกิดปฏิกิริยาวิตกกังวลเช่นนี้ได้ ก็ชัดเจนว่ารัสเซียทำถูกต้องแล้ว และจะยังคงเดินต่อไปบนเส้นทางที่เลือก”

“สำหรับคำพูดของเขาเกี่ยวกับ ‘เศรษฐกิจที่ล่มสลาย’ ของอินเดียและรัสเซีย และ ‘การเสี่ยงภัยในดินแดนอันตราย’ บางทีเขาน่าจะกลับไปดูหนังเรื่องโปรด ซอมบี้ของเขา และระลึกไว้ว่า ‘มือปีศาจ’ ในตำนานนั้นอันตรายเพียงใด” เมดเวเดฟกล่าว

มือปีศาจ (Dead Hand) คือระบบของรัสเซียที่ใช้โจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์โดยอัตโนมัติ หากตรวจพบการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

‘ทรัมป์’ ทำดีลแบบ ‘แม่ค้าจีน’ มีราคาในใจอยู่แล้ว แต่ก็บอกราคา สูงเว่อร์ ไปก่อน

(2 ส.ค. 68) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า …

จริงๆแล้ว ตัวเลข tariff ในใจทรัมป์ตั้งแต่ตอนหาเสียง (ตค 2024) ก็คือ จะขึ้นภาษีนำเข้าเฉลี่ย 10 -20% กับประเทศอื่นอยู่แล้ว พอมาเป็นรัฐบาล #ทรัมป์ ก็ใช้การดีลแบบ #แม่ค้าจีน คือ ประกาศ reciprocal tariff แบบสูงเว่อร์ เพื่อให้แต่ละประเทศมาก้มหมอบยอมทรัมป์แบบสุดๆ จนได้สิ่งที่ทรัมป์ต้องการแล้ว ค่อยเก็บภาษีจริงในอัตรา 15 -20% กับประเทศส่วนใหญ่ ตาม rate ที่อยู่ในใจตั้งแต่แรกนั่นแหละค่า (ส่วน 10% ก็เก็บกับบางประเทศที่สหรัฐฯ ไม่มีปัญหาขาดดุล เช่น สิงคโปร์)

สำหรับจีน ทรัมป์ตั้งใจเก็บภาษี 60% แต่เจอหมัดเด็ดของสีจิ้นผิงเรื่องแร่หายาก rare earth และจีนขึ้นภาษีตอบโต้กลับ ทรัมป์ก็เลยยังจัดการจีนไม่ได้ตามที่หาเสียงไว้ว่า จะเก็บภาษีจีน 60% 

เราจะซื้อจากใครก็เรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของคุณ เศรษฐกิจของอินเดีย จะไม่ถูกสั่งการจากทำเนียบขาว น้ำมันรัสเซีย จะยังไหลเข้าสู่อินเดียต่อไป

(3 ส.ค. 68) อินเดียส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังวอชิงตันด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนหมากรุกเชิงภูมิรัฐศาสตร์ว่า “เราจะซื้อจากใครก็เรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย เอส. ไจศานการ์ (S. Jaishankar) ประกาศกร้าวกลางเวทีการประชุมว่าด้วยพลังงานโลกที่มุมไบว่า “เศรษฐกิจของอินเดียจะไม่ถูกสั่งการจากทำเนียบขาว” และ “น้ำมันรัสเซียจะยังไหลเข้าสู่อินเดียต่อไป”

ถ้อยแถลงนี้ไม่ใช่แค่การตอบโต้การคุกคามเชิงพาณิชย์จากสหรัฐฯ ซึ่งขู่จะตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในอัตราที่ “โหดร้ายเกินความเป็นพันธมิตร” แต่ยังเป็นการตีแสกหน้าแนวคิดแบบอเมริกันเซ็นทริกที่มองโลกเป็นสนามหลังบ้านตัวเอง พลังงานคืออธิปไตย

ในปี 2025 อินเดียนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมากถึง 35% ของความต้องการพลังงานในประเทศ ถือเป็นพลังชีวิตที่ป้อนกลไกการผลิต การขนส่ง และชีวิตประจำวันของประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน ไจศานการ์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากย้ำว่า “อินเดียซื้อในราคาที่เป็นธรรมจากพันธมิตรที่ไม่ตั้งเงื่อนไข และเราจะไม่ปล่อยให้เศรษฐกิจของเรากลายเป็นตัวประกันของเกมการเมือง”

แน่นอนว่านี่เป็นคำประกาศสงครามเชิงหลักการ – ไม่ใช่ด้วยอาวุธ แต่ด้วยนโยบายต่างประเทศที่ยึดหลัก “อินเดียต้องมาก่อน” (India First) ไม่ใช่ “อเมริกาบอกมาก่อน”

สหรัฐฯ เล่นบทเจ้าโลก อินเดียไม่ร่วมวง

สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีที่มุ่งเน้นกดดันให้พันธมิตรยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย อ้างเหตุผลด้านศีลธรรมจากสงครามยูเครน แต่กลับขายอาวุธให้ทั่วโลกไม่เลือกหน้า และยังเป็นผู้นำในการโฆษณาชวนเชื่อผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของตน

สำหรับอินเดียที่มีประวัติศาสตร์อาณานิคมยาวนานและพยายามดิ้นรนสร้างตัวหลังจากการปลดปล่อยจากจักรวรรดิอังกฤษ ความพยายามของสหรัฐฯ ในการกำกับนโยบายภายในของประเทศผู้อื่นจึงเหมือน “ซ้ำแผลเดิม”

“เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อเอกราชจากอังกฤษ เพื่อจะมายื่นมือขออนุญาตซื้อน้ำมันจากอเมริกา” นักวิจารณ์ด้านนโยบายต่างประเทศของอินเดียรายหนึ่งกล่าวประชด
ประชาธิปไตยแบบเลือกข้าง กับยุทธศาสตร์แบบพหุขั้ว

อินเดียเป็นหนึ่งในสมาชิกของ BRICS+ และผู้ผลักดันแนวคิดระเบียบโลกแบบพหุขั้ว (multipolar world order) ซึ่งส่งสัญญาณชัดว่า โลกไม่ได้มีแค่วอชิงตันเป็นศูนย์กลาง และมหาอำนาจแต่ละฝ่ายต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันโดยไม่ครอบงำกัน

สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการภาษี 100% หรือแม้แต่ 500% กับประเทศที่ยังทำธุรกิจกับรัสเซีย แต่สำหรับอินเดีย มันไม่ใช่ตัวเลขที่ทำให้ต้องสั่นสะเทือน “เราไม่ซื้อพลังงานด้วยอุดมการณ์ เราซื้อด้วยราคาที่เหมาะสมและเสถียรภาพระยะยาว” เป็นคำตอบที่ฟังดูเศรษฐศาสตร์ แต่แทงลึกถึงรากของการเมืองโลก
อินเดียแบบนี้คือ “อินเดียใหม่”

“อินเดียใหม่” ที่ไจศานการ์หมายถึงในแถลงการณ์ กำลังสร้างสถาปัตยกรรมทางนโยบายของตนเอง ไม่ใช่แค่ผลิตวัคซีนส่งออก หรือส่งดาวเทียมราคาประหยัดขึ้นอวกาศเท่านั้น แต่ยังปักหมุดตนเองในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งในโลกเศรษฐกิจ พลังงาน และการทูต
นี่คืออินเดียที่เคยเดินเคียงข้างโซเวียตยุคสงครามเย็น ต่อมาเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และยุโรปเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังยืนยันว่าตนเองจะไม่ยอมกลายเป็น “ดาวบริวาร” ในระบบสุริยะของชาติมหาอำนาจใดชาติหนึ่ง

คำถามจากโลก: ใครจะเดินตาม??

ถ้าอินเดียทำได้ ชาติอื่นๆ ในโลกกำลังพิจารณาเช่นกันว่า “หากไม่ใช่รัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ แล้วเราจะกล้าเลือกข้างตนเองหรือไม่?” โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “การไม่เลือกข้างอาจกลายเป็นการเลือกข้างใหม่”

อินเดียไม่ได้บอกให้ใครเลียนแบบ แต่กำลังสอนผ่านการกระทำว่า “ความเป็นเอกราชไม่ได้จบลงที่การมีรัฐธรรมนูญ แต่เริ่มต้นเมื่อเรากล้าพูดว่า ไม่”
และในวันที่โลกถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อินเดียคือเสียงที่ดังขึ้นกลางสนาม ที่ไม่ยอมให้ใครมากดรีโมทควบคุมจากอีกซีกโลกอีกต่อไป

เราขอเรียกร้องให้สหภาพยุโรป หยุดการวิจารณ์โดยไร้เหตุผล และหยุดแทรกแซงกิจการของมาเก๊า และกิจการภายในของจีนโดยทันที

(3 ส.ค. 68) กรณีที่สำนักงานปฏิบัติการภายนอกของสหภาพยุโรป (EU) แสดงความเห็นที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของเขตบริหารพิเศษมาเก๊า รวมถึงการโจมตีหลักนิติธรรมของมาเก๊าและการแทรกแซงกิจการภายในของมาเก๊าและจีนอย่างหยาบคาย โฆษกสำนักงานกระทรวงการต่างประเทศประจำเขตมาเก๊าได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและคัดค้านอย่างหนักแน่น

นับตั้งแต่มาเก๊ากลับคืนสู่มาตุภูมิ ระบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของชาติล้วนได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบประชาธิปไตยได้รับการพัฒนา ประชาชนมาเก๊ามีสิทธิเสรีภาพมากกว่าทุกยุคทุกสมัยในประวัติศาสตร์

การรักษาความมั่นคงแห่งชาติถือเป็นเงื่อนไขพื้นฐานและสำคัญที่สุดของการดำรงอยู่และพัฒนาของประเทศ รัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊าดำเนินการลงโทษผู้ที่สมคบคิดกับกองกำลังศัตรูจากต่างประเทศและกระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ตามกฎหมายความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและแนวปฏิบัติสากล เป็นสิ่งที่มีหลักฐานทางกฎหมาย มีเหตุผล และไม่อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือแทรกแซงได้

สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศประจำเขตมาเก๊าขอยืนยันการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจมาเก๊าต่อผู้ที่ต่อต้านจีนและสร้างความวุ่นวายในมาเก๊า

เราขอเรียกร้องให้สหภาพยุโรปหยุดการวิจารณ์โดยไร้เหตุผลและหยุดแทรกแซงกิจการของมาเก๊าและกิจการภายในของจีนโดยทันที!!

รัฐจีนจะไม่ยอมให้มีการแทรกแซงจากต่างชาติ

(3 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

รมว.กลาโหมจีน ออกคำเตือนโดยตรงถึง พันธมิตรของสหรัฐฯ
หากอำนาจอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวันถูกท้าทาย 
ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะถือเป็นเป้าหมายโดยชอบธรรม
รัฐจีนจะไม่ยอมให้มีการแทรกแซงจากต่างชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top